ข่าวอาชญากรรม - Crime
จุดจบที่น่าเศร้า! ตำรวจยิงภรรยาแล้วยิงตัวเองตายเพราะหนี้สินและความหึงหวง
เพชรบุญ – สังคมไทยต้องพบกับเรื่องราวสะเทือนใจอีกครั้ง จากเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ. จ.ส.ต.ธนกฤต อายุ 29 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง น.ส.จีรภา ภรรยาวัย 30 ปี. เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินทาง ด้วยรถยนต์เก๋งฮอนด้าสีขาวบนท้องถนน.
หลังจากกระสุนพุ่งเจาะศีรษะภรรยา รถยนต์ได้เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านอาคารพาณิชย์ริมทางอย่างรุนแรง. จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ตัดสินใจใช้ปืนกระบอกเดียวกัน ยิงตัวเองเพื่อหวังปลิดชีพตามและหนีความผิด. ญาติและเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล แต่ น.ส.จีรภา เสียชีวิตในเวลาต่อมา. คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวไทยรัฐ.
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์สะเทือนขวัญ: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตคารถ ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนบ้าน และตัดสินใจยิงตัวเองตาม.
- ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต: ล่าสุด จ.ส.ต. ผู้ก่อเหตุ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาล.
- ปมปัญหาครอบครัว: ปู่ของผู้ตายระบุว่า สาเหตุหลักมาจากหนี้สินจากการเทรดหุ้นนับล้านบาท และปัญหาความหึงหวง.
หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า หลายคนต่างตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริง ของการลงมือในครั้งนี้. ร.ต.ต.จำรัส ปู่ของ น.ส.จีรภา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับหลานเขย. เขาเล่าว่า จ.ส.ต.ธนกฤต ชื่นชอบการดื่มสังสรรค์ และหลงใหลในการลงทุนเทรดหุ้นอย่างหนัก.
การลงทุนดังกล่าวกลับไม่ประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งปัญหาหนี้สินก้อนโตในครอบครัว. ผู้ก่อเหตุได้ไปกู้เงินจากสหกรณ์ตำรวจมาถึงหนึ่งล้านบาท เพื่อนำไปเทรดหุ้นแต่กลับขาดทุนยับเยิน. ปู่และย่าของฝ่ายหญิงต้องเข้ามาช่วยใช้หนี้ไปแล้วกว่าแปดหมื่นบาท เพื่อประคับประคองครอบครัวนี้.
แม้จะพยายามแก้ไขปัญหา แต่หนี้สินก็ยังคงเหลืออยู่อีกประมาณห้าแสนบาท. ทว่าผู้ก่อเหตุกลับตัดสินใจไปกู้เงินก้อนใหม่เพิ่มอีก จนยอดหนี้กลับมาแตะหลักล้านบาทเช่นเดิม. ปู่เพิ่งทราบเรื่องนี้เพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุการณ์สลด พร้อมกับคำบ่นว่าหลานเขยไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว.
ความหึงหวงทำลายรัก: ฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่
นอกจากปัญหาเรื่องเงินทองแล้ว ความหึงหวงยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่. ฝ่ายชายมักจะมีนิสัยขี้หึงอย่างรุนแรง และไม่พอใจเวลาที่ภรรยาต้องออกไปทำงาน. น.ส.จีรภา ทำงานอยู่ในแผนกสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไปกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน.
การทำงานเป็นทีมทำให้เธอต้องออกพื้นที่บ่อยครั้ง แต่สามีกลับไม่เข้าใจและมักจะโทรศัพท์ไปต่อว่า. ปู่ของฝ่ายหญิงเคยพยายามตักเตือนหลานเขยแล้ว ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมและส่งผลเสียต่องาน. แต่ดูเหมือนว่าคำเตือนเหล่านั้นจะไม่เป็นผล จนนำมาสู่การทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่ในรถยนต์.
ในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ หลานสาวยังส่งรูปลูกมาให้ครอบครัวดู ด้วยความรักและความผูกพัน. แต่เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา พ่อแม่ของเธอกลับได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่าเกิดการยิงกันขึ้น. ปู่ถึงกับเอ่ยปากด้วยความเสียใจว่า แม้แต่สัตว์ยังรักลูกรักเมีย ทำไมคนถึงทำร้ายครอบครัวได้ลงคอ.
ร่างอันไร้วิญญาณของ น.ส.จีรภา ถูกนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดปทุมวงษา จังหวัดนครนายก. ครอบครัวได้เดินทางไปติดต่อขอรับศพที่โรงพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า. พิธีเชิญดวงวิญญาณถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพื่อส่งสการให้ผู้ล่วงลับเดินทางไปสู่สุคติ.
บทเรียนราคาแพงจากความรุนแรงในครอบครัว
ในขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 16.30 น. ว่า จ.ส.ต.ธนกฤต ได้เสียชีวิตลงแล้วเช่นกัน. ครอบครัวของฝ่ายชายเตรียมติดต่อขอรับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ. โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจของทั้งสองครอบครัว อย่างไม่อาจลบเลือนได้.
เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเครียดสะสมในสังคมยุคปัจจุบัน ได้อย่างชัดเจน. การแบกรับหนี้สินจำนวนมหาศาลจากการลงทุนที่ผิดพลาด มักจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับชีวิตคู่. เมื่อผสมผสานกับปัญหาความหึงหวงที่ไร้เหตุผล จึงกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความสูญเสีย.
หลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้อง ให้มีมาตรการดูแลสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงจังมากขึ้น. การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ง่ายดายเกินไป ก็เป็นอีกประเด็นที่หน่วยงานต้นสังกัดควรนำไปทบทวน. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่สร้างความเจ็บปวด ให้กับครอบครัวและสังคมเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดและพบยาไอซ์หนักหนึ่งตันซ่อนอยู่ใต้กองกะหล่ำปลี
ตำรวจศุลกากรเชียงแสนจับกุมแก๊งค้าเนื้อเถื่อนได้! ยึดเนื้อแช่แข็งหนัก 5.2 ตัน ซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
เชียงราย -ทางการลาวเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติอย่างหนักในพื้นที่ชายแดน ล่าสุดตำรวจแขวงบ่อแก้วได้ส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีน 118 คนกลับประเทศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด การผลักดันกลับครั้งนี้เกิดขึ้นที่ด่านสากลบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ด่านแห่งนี้เชื่อมต่อกับด่านโมฮานในมณฑลยูนนานของประเทศจีน ผู้ต้องหาส่วนใหญ่พัวพันกับคดีฉ้อโกงทางโทรศัพท์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงประชาชน
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.สีสะหวัด ไชยะแสง และ พ.ต.พอนสัก สีสะหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของลาว ผู้ต้องหาชาวจีนทั้งหมดแบ่งเป็นชาย 116 คน และหญิง 2 คน ในจำนวนนี้ 113 คนถูกจับกุมฐานฉ้อโกงทางโทรคมนาคม ส่วนที่เหลืออีก 5 คนถูกจับฐานลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย การส่งมอบตัวครั้งนี้ดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นไปตามขั้นตอน
ประเด็นสำคัญ
- ลาวส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีน 118 คนกลับประเทศ เพื่อรับโทษคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และลักลอบเข้าเมือง
- เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบหลักฐานและอุปกรณ์กระทำผิดทั้งหมดให้ทางการจีนเพื่อขยายผลกวาดล้าง
- ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน ลาวเพิ่งผลักดันผู้ต้องหาชาวไทย 76 คนกลับประเทศในคดีลักษณะเดียวกัน
ความร่วมมือจัดการภัยสังคม
นอกจากการส่งตัวบุคคลแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้กระทำผิดอย่างละเอียด สิ่งเหล่านี้จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีที่ประเทศจีน ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำถึงความพยายามของทั้งสองชาติ ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม สำหรับผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าเรื่องการปราบปรามมิจฉาชีพ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก สำนักข่าวออนไลน์ ชั้นนำทั่วไป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นติดๆ กันหลังจากทางการลาวเพิ่งส่งตัวผู้ต้องหาชาวไทย 76 คนกลับประเทศ การส่งมอบตัวกลุ่มชาวไทยเกิดขึ้นที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ด่านนี้ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผู้ต้องหาชาวไทยกลุ่มนี้ประกอบด้วยชาย 37 คนและหญิง 39 คน ซึ่งทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาที่ใกล้เคียงกับกลุ่มชาวจีน
ผู้ต้องหาชาวไทยส่วนใหญ่เข้าไปรับจ้างทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบทำงาน และหลบหนีเข้าเมือง ที่น่าสนใจคือในกลุ่มนี้มีถึง 8 คนที่ถูกทางการไทยออกหมายจับคดีอาญาไว้ก่อนแล้ว โดยแบ่งเป็นชาย 4 คนและหญิง 4 คน การกวาดล้างอย่างต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นว่า สปป.ลาว กำลังเอาจริงเอาจังกับการจัดการกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
เชียงใหม่ – ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องถึง 3 ครั้งรวด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยแรงสั่นสะเทือนทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
แผ่นดินไหวครั้งแรกและรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.50 น. โดยมีขนาด 2.8 และจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 4 กิโลเมตร ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและยืนยันพิกัดที่ 18.025 องศาเหนือ และ 98.522 องศาตะวันออก แม้จะรู้สึกได้บ้างในพื้นที่ แต่ก็ยังถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดแผ่นดินไหว 3 ครั้งติด: พื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ พบแรงสั่นสะเทือน 3 ครั้งภายในเวลาเพียง 1.5 ชั่วโมง
- ขนาดสูงสุด 2.8: แผ่นดินไหวครั้งแรกมีขนาดใหญ่ที่สุดที่ 2.8 ลึก 4 กิโลเมตร ก่อนจะมีแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกสองครั้ง
- ยังไม่มีความเสียหาย: เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินในพื้นที่
หลังจากเหตุการณ์แรกผ่านไปเพียงไม่นาน เครื่องมือตรวจวัดก็พบแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกสองครั้ง แผ่นดินไหวครั้งที่สองเกิดขึ้นในเวลา 02.22 น. โดยมีขนาดลดลงเหลือ 1.7 และมีความลึกเพียง 2 กิโลเมตร จากนั้นในเวลา 03.24 น. ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สามตามมาด้วยขนาด 1.5 ที่ความลึก 2 กิโลเมตรเช่นเดียวกัน
จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวทั้งสามครั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน คือพื้นที่ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศยืนยันเหตุการณ์อย่างเป็นทางการในเวลา 02.46 น. ข้อมูลระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงแผ่นดินไหวขนาดเล็ก และไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเตือนภัยระดับรุนแรงแต่อย่างใด
การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์
จนถึงขณะนี้ หน่วยงานท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายใดๆ ไม่มีบ้านเรือนพังทลาย และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ยังคงได้รับการแจ้งเตือนให้ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้จากเว็บไซต์ของ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีรับมือแผ่นดินไหวถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ
จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่หลายแห่ง การเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ การสั่นสะเทือนเล็กๆ เหล่านี้มักช่วยระบายพลังงานใต้เปลือกโลก ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะอาจช่วยลดโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอนาคตได้
เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ควรมีสติและเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเบื้องต้น เช่น การหลบใต้โต๊ะที่แข็งแรงเมื่อเกิดเหตุ ทั้งนี้ ภาครัฐจะคอยเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจบุกช่วย นศ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลฯ หลอกขังตัวรีดเงิน
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 76 คนกลับประเทศผ่านด่านพรมแดนเชียงของในจังหวัดเชียงราย บุคคลเหล่านี้ถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลบหนีเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ไทยหลายหน่วยงานได้เตรียมรับตัวและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดทันทีที่มาถึง
การส่งตัวครั้งนี้มาพร้อมกับของกลางจำนวนมาก เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการหลอกลวงประชาชน เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีใครตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ตามที่หลายฝ่ายเคยตั้งข้อสังเกตไว้ ทุกคนสมัครใจไปทำงานเพราะหวังรายได้สูงตามที่โฆษณาไว้ในสื่อออนไลน์ต่างๆ
ประเด็นสำคัญ
- ลาวผลักดันคนไทย 76 คนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับประเทศผ่านจังหวัดเชียงราย
- ไม่พบผู้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ เนื่องจากทุกคนสมัครใจข้ามพรมแดนเพราะหลงเชื่อโฆษณาเงินเดือนสูง
- ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหา 8 รายที่มีหมายจับติดตัวในคดีฉ้อโกงและฟอกเงินได้ทันทีที่ด่านพรมแดน
เบื้องหลังการหลงผิดสู่วงจรหลอกลวง
ผู้ที่ถูกส่งตัวกลับมาในลอตนี้ประกอบด้วยชาย 37 คนและหญิง 39 คน ซึ่งถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดในประเทศลาว ข้อหาหลักของพวกเขาคือการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและการลักลอบประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อทุกคนรับโทษจากฝั่งลาวเสร็จสิ้นแล้ว ทางการลาวจึงได้ผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้กลับสู่ประเทศไทยตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อคัดกรองบุคคลเหล่านี้ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติอย่างรอบคอบ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าไม่มีคนไทยคนใดถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปทำงาน พวกเขาตัดสินใจเดินทางข้ามแดนไปเองเพราะความสมัครใจและต้องการหารายได้
สาเหตุหลักที่ทำให้คนวัยทำงานหลายคนหลงผิดคือคำโฆษณาชวนเชื่อบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โฆษณาเหล่านั้นสร้างฝันด้วยการอ้างว่าผู้ทำหน้าที่จะมีรายได้สูงถึงเดือนละ 18,000 ถึง 25,000 บาท นอกจากเงินเดือนที่สูงแล้ว ยังมีสวัสดิการจัดหาที่พักและอาหารให้กินอยู่ฟรีตลอดระยะเวลาการทำงานอีกด้วย
ด้วยข้อเสนอที่เย้ายวนใจเช่นนี้ หลายคนจึงเสี่ยงชีวิตข้ามพรมแดนไปทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ผลที่ตามมาจากการเสี่ยงนี้คือประวัติอาชญากรรมและการถูกจับกุมในต่างประเทศ
การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการปฏิบัติงานรับตัวครั้งนี้คือการคัดกรองพบผู้ต้องหาหนีคดีจำนวน 8 คน ผู้ต้องหากลุ่มนี้แบ่งเป็นผู้ชาย 4 คนและผู้หญิง 4 คน ซึ่งต่างก็พัวพันกับคดีอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ความผิดของผู้ต้องหากลุ่มนี้มีความรุนแรงตั้งแต่การร่วมกันฉ้อโกงประชาชน การลักทรัพย์นายจ้าง และการตั้งแก๊งอั้งยี่ บางคนมีส่วนร่วมโดยตรงในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการสมคบคิดกันฟอกเงิน นอกจากนี้ยังมีผู้กระทำผิดในคดีรับเปิดบัญชีธนาคารแทนคนอื่นเพื่อใช้เป็นเส้นทางรับเงินผิดกฎหมายอีกด้วย
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าผู้ต้องหาชายรายหนึ่งมีหมายจับติดตัวมากถึง 4 หมายจากหลายศาลทั่วประเทศ ในขณะที่ผู้ต้องหาชายอีกรายมีหมายจับในคดีหลีกเลี่ยงการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินตามหมายเรียก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงได้แยกตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คนนี้ออกจากการคัดกรองปกติอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมและส่งตัวผู้ต้องหาเหล่านี้ไปยังสถานีตำรวจในท้องที่ที่มีการออกหมายจับทันที เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ส่วนคนไทยคนอื่นๆ ที่เหลือได้ถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำและทำประวัติเก็บไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด ก่อนจะอนุญาตให้เดินทางกลับภูมิลำเนาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายเตือนภัยสารหนูพุ่ง 28 เท่า
สุดยอด! เด็กเก่งเชียงรายคว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoบาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
-
การเงิน -Finance3 days agoเริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News1 day agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

