เชียงราย - Chiang Rai News
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนสำหรับภาคเหนือ สถานการณ์ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้คือ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา
หน่วยงานของรัฐกำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง การทำงานล่วงหน้าและรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อช่วยลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เสี่ยงสูงสุด: จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569
- เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง: กระทรวงมหาดไทยสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเต็มที่ โดยย้ำหลักการว่า “การรับมือต้องเร็วกว่าภัยพิบัติ”
- ระบบแจ้งเตือนมือถือ: รัฐเริ่มส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast) เข้ามือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
รัฐมนตรีสั่งเตรียมพร้อม รับมือภัยพิบัติด่วน
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการด่วนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านเน้นย้ำว่าเราต้องรับมือให้เร็วกว่าภัยพิบัติ ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นต้องเตรียมทีมช่วยเหลือและอุปกรณ์ให้พร้อมเสมอ การแจ้งเตือนชาวบ้านต้องทำอย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องชีวิตของทุกคนให้ปลอดภัย
อัปเดตสถานการณ์น้ำป่าล่าสุด
ล่าสุดมีรายงานว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือแล้ว ข่าวดีคือตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของจังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอำเภอแม่จันและอำเภอเมือง ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ทุกคนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คุณสามารถ อ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้ที่กรุงเทพธุรกิจ
การช่วยเหลือในพื้นที่เชียงใหม่และพะเยา
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่อำเภอแม่อายได้รับผลกระทบจากน้ำป่าบางส่วน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยชาวบ้านย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันสถานการณ์ในเชียงใหม่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในขณะเดียวกัน จังหวัดพะเยามีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 86 ครัวเรือนในอำเภอเมือง การระบายน้ำยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม
การดูแลกลุ่มเปราะบางในชุมชน
แม้ว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลายลง แต่รัฐมนตรียังคงกำชับว่าห้ามประมาทเด็ดขาด ทุกจังหวัดต้องดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง อย่างใกล้ชิด
การเข้าไปช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ต้องทำอย่างรวดเร็วและทันเวลา ทีมกู้ภัยต้องรู้ตำแหน่งบ้านของพวกเขาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ระบบแจ้งเตือนภัยแบบใหม่ล่าสุด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มใช้ระบบส่งข้อความเตือนภัยที่เรียกว่า Cell Broadcast แล้ว ระบบนี้จะส่งข้อความเตือนภัยเข้าโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง
มันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะทุกคนจะได้รับรู้ข่าวสารและเตรียมตัวหนีน้ำได้ทันเวลา ระบบนี้ช่วยให้การจัดการภัยพิบัติดีขึ้นมาก
คำแนะนำสำคัญสำหรับประชาชน
นอกจากสามจังหวัดหลักแล้ว ยังมีรายงานน้ำป่าในจังหวัดอุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และจันทบุรีอีกด้วย ประชาชนทุกคนควรติดตามข่าวสารจากประกาศของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด
หากคุณสังเกตเห็นว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ให้รีบย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงทันที หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คุณสามารถโทรติดต่อสายด่วนสาธารณภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถ้าคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มียาและอาหารแห้งไว้ล่วงหน้าก็เป็นความคิดที่ดี การมีสติและเตรียมพร้อมจะช่วยให้คุณและครอบครัวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
คู่สามีภรรยาจากเชียงรายถูกจำคุกในไอร์แลนด์ หลังตกเป็นเหยื่อของกลโกงหางานปลอมมูลค่า 290,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เรื่องนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากประชาชน ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงร้องเรียนว่า มีพระภิกษุหลายรูปมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พวกเขาใช้กุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลท่าข้าวเปลือกเป็นที่นัดพบและมั่วสุมเสพยาเสพติด นายอดิเรก ไลไธสง นายอำเภอแม่จัน ไม่ได้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ ท่านสั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่หาข้อมูลทันที เพื่อตรวจสอบความจริงและสร้างความสบายใจให้กับชุมชน
หลังจากสืบหาข่าวจนมั่นใจว่ามีการทำผิดจริง เจ้าหน้าที่ก็เริ่มลงมือทันที ในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นายอำเภอได้สั่งการให้นายบุรพล มุ้งทอง ปลัดอำเภอแม่จัน เป็นผู้นำทีม ปลัดอำเภอประสานงานกับสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอแม่จันที่ 9 เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว การบุกเข้าไปครั้งนี้ทำแบบไม่ให้ตั้งตัว เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดรู้ตัวหรือหนีไปได้ทัน
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านทนไม่ไหว: เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นวัดในตำบลท่าข้าวเปลือก หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยา
- ผลตรวจปัสสาวะสีม่วง: แม้ไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนในกุฏิ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะพระทั้ง 3 รูป กลับพบสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด
- จับสึกและส่งบำบัด: เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าอาวาสให้รับทราบ ก่อนทำพิธีจับสึกและส่งตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่ระบบบำบัดผู้ติดยา
ตรวจค้นกุฏิและผลการจับกุมเบื้องต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงกุฏิเป้าหมาย พวกเขาพบพระภิกษุจำนวน 3 รูปนั่งอยู่ข้างใน จากการตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์ผิดกฎหมายซ่อนอยู่เลย แต่เพื่อความชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงขอนิมนต์พระทั้ง 3 รูปให้เข้ารับการตรวจร่างกาย ผลปรากฏว่าผลตรวจปัสสาวะของทั้ง 3 รูปออกมาเป็นสีม่วง สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนว่าพวกเขาเพิ่งใช้สารเสพติดมาไม่นาน ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
หลังจากพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด พวกเขาแจ้งเรื่องให้เจ้าคณะตำบลท่าข้าวเปลือกและเจ้าอาวาสวัดรับทราบทันที เพื่อให้ดำเนินการตามกฎระเบียบของทางสงฆ์ พระทั้ง 3 รูปจึงถูกทำพิธีลาสิกขา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า “จับสึก” ในวันนั้นเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้พวกเขาได้รับการรักษาและมีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี

เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน
ปัญหายาเสพติดในวัดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ทางการอำเภอแม่จันยังคงขอร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาต่อไป หากใครพบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ สามารถแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทันที ความร่วมมือจากชุมชนคือพลังสำคัญที่สุดในการกวาดล้างยาเสพติด คุณสามารถติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เพิ่มเติมได้ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความปลอดภัยในชุมชนของคุณ
ในขั้นตอนต่อไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายผลการสืบสวนอย่างจริงจัง พวกเขาต้องการหาคำตอบว่ายาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาในวัดได้อย่างไร การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ทุกคนหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้หลายๆ วัดเข้มงวดมากขึ้น และช่วยให้ชุมชนท่าข้าวเปลือกกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไร้ยาเสพติดอย่างแท้จริง
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย



