ข่าวอาชญากรรม - Crime
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป
ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด">เชียงราย – สถานการณ์แม่น้ำโขงในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เริ่มส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน วันนี้สภาพอากาศเริ่มเปิด ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลดีต่อโครงการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถกลับมาดำเนินงานต่อได้แล้ว
รายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 09:00 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พบว่าระดับน้ำโขงในพื้นที่อำเภอเชียงของอยู่ที่ระดับ 3.76 เมตร ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำลดลงจากเมื่อวานถึง 24 เซนติเมตร สภาพน้ำมีความใสอยู่ที่ 6 เซนติเมตร พร้อมกับอุณหภูมิเย็นสบายประมาณ 22 องศาเซลเซียส แม้ว่าโดยรวมท้องฟ้าจะยังมีเมฆปกคลุมอยู่บ้างก็ตาม คุณสามารถติดตามข้อมูลสภาพน้ำเพิ่มเติมได้ที่ กรมทรัพยากรน้ำ
ประเด็นสำคัญ
- ระดับน้ำโขงที่อำเภอเชียงของลดลง 24 เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 3.76 เมตร
- สภาพอากาศที่เริ่มแจ่มใสและฝนที่หยุดตก ช่วยให้โครงการสร้างเขื่อนกันตลิ่งพังสามารถทำงานต่อได้
- การเร่งก่อสร้างโครงการนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พื้นที่อำเภอเชียงของมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง สภาพอากาศที่เลวร้ายนี้ ทำให้โครงการก่อสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะตลิ่งต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ผู้รับเหมาจำเป็นต้องสั่งระงับการทำงานทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน
การทำงานริมแม่น้ำที่กำลังเชี่ยวกรากถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้ามได้ สภาพดินริมตลิ่งที่ลื่นและเฉอะแฉะ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่และคนงานจึงต้องถอนกำลังออกมารอจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่ก่อสร้าง
ฟ้าหลังฝน เร่งเดินหน้าเพื่อชุมชน
เมื่อสถานการณ์ฝนตกเริ่มคลี่คลาย ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มก็กลับมาสว่างขึ้น แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้พื้นที่ก่อสร้างเริ่มแห้งและปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน ผู้รับเหมาและทีมงานจึงไม่รอช้า รีบกลับเข้าสู่พื้นที่เพื่อเดินหน้าโครงการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงต่อไปอย่างแข็งขัน
การกลับมาทำงานในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเร่งรัดความคืบหน้าของโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ การมีแนวป้องกันตลิ่งที่แข็งแรง จะช่วยลดผลกระทบจากการกัดเซาะของกระแสน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ชุมชนต้องเผชิญมาโดยตลอด
ปัญหาตลิ่งพังทลายเป็นสิ่งที่ชาวบ้านริมโขงต้องต่อสู้และรับมือมาอย่างยาวนาน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากมักจะพัดพาเอาหน้าดินและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านให้หายไป การมีโครงการป้องกันตลิ่งที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นความหวังสำคัญของชาวอำเภอเชียงของทุกคน
โครงการนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องผืนแผ่นดิน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่ เมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ปราศจากความกังวลเรื่องบ้านเรือนพังทลาย และช่วยรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมน้ำไว้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุม “ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่” ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ยามรักษาความปลอดภัยผับถูกแทง!! ตำรวจจับกุมชายอายุ 26 ปี ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายวัย 26 ปีใช้อาวุธมีดแทงพนักงานสถานบันเทิงบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ บนถนนสุเรนทร์ เขตเทศบาลนครลำปาง โดยผู้ก่อเหตุสารภาพว่าต้องการแก้แค้นแทนเพื่อนทหารที่ถูกการ์ดคุมร้านทำร้ายเมื่อคืนก่อนหน้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันทีพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ บนถนนสุเรนทร์ ใจกลางเมืองลำปาง ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัสคือ นายเนติธร อายุ 23 ปี พนักงานสถานบันเทิง มีแผลถูกแทงเข้าที่แผ่นหลังด้านซ้าย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างลำปางจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปางอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ยังมีนายณัฐภูมิ อายุ 21 ปี พนักงานสถานบันเทิงอีกราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการเข้าไปช่วยห้ามปราม โดยมีบาดแผลถลอกที่นิ้วมือ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเทพบดี อายุ 26 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยึดของกลางเป็นมีดสั้นปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม
สรุปประเด็นสำคัญ
- เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ: ชายวัย 26 ปี บุกใช้อาวุธมีดแทงพนักงานสถานบันเทิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสุเรนทร์ อำเภอเมืองลำปาง
- ปมแก้แค้นแทนเพื่อน: ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าต้องการแก้แค้นแทนเพื่อนทหาร ที่ถูกการ์ดคุมร้านทำร้ายร่างกายจากเหตุทะเลาะวิวาทเมื่อคืนก่อนหน้า
- รวบตัวดำเนินคดี: ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้พร้อมมีดของกลาง และเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเทพบดี ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าตนพกมีดออกจากบ้านเพื่อมาดักเจอและแก้แค้นกลุ่มการ์ดของสถานบันเทิง ให้กับ พลทหารสิทธิชัย อายุ 23 ปี เพื่อนสนิทที่เดินทางมาด้วยกัน โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายได้บังเอิญพบกันที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นายเทพบดีจะชักมีดเข้าไล่แทงคู่กรณี
การดำเนินคดีและความคืบหน้าทางกฎหมาย
สืบเนื่องจากคืนวันที่ 28 กรกฎาคม พลทหารสิทธิชัย ได้ก่อความวุ่นวายภายในสถานบันเทิงขณะมึนเมา โดยมีพฤติกรรมเป่าลูกโป่งส่งเสียงรบกวนลูกค้า ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊สหัวเราะ ทั้งยังชักปืนบีบีกันออกมาข่มขู่การ์ดประจำร้าน ส่งผลให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น จนพลทหารสิทธิชัย เพื่อน และการ์ดร้านได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุในคืนดังกล่าว
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้แจ้งข้อหากับนายเทพบดี ในความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับ พลทหารสิทธิชัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหูซ้ายจากเหตุการณ์ตะลุมบอน ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปางเพื่อรักษาอาการบาดแผล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องเป็นกำลังพลในสังกัด ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม
จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
ลำปาง – เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงนำโดย “ซ้อเนย” รุมทำร้ายร่างกายจนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากความหึงหวงที่เพื่อนชายเข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหาย ล่าสุดผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวต้องบินด่วนจากฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดเพื่อความปลอดภัยของลูก
ความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อนางบี (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ ต้องรีบเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาทวงความยุติธรรมให้กับลูกสาว เด็กหญิงซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงรุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณกลางดึก
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แม่ของผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังจากเห็นคลิปวิดีโอที่ลูกสาวถูกทำร้ายจนสลบคาที่ เธอรู้สึกตกใจและหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของลูกอย่างมาก จึงตัดสินใจพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง ทันที เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์ระทึก: เด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และรุมทำร้ายจนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณถนนใกล้ห้างโลตัส สบตุ๋ย จังหวัดลำปาง
- ผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ: แก๊งก่อเหตุนำโดย น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือ “ซ้อเนย” ลงมืออย่างอุกอาจเพราะหึงหวงที่เพื่อนชายของตนเองมาพูดคุยแสดงความสนใจผู้เสียหาย
- การทวงความยุติธรรม: แม่ของผู้เสียหายบินตรงจากกรุงเทพฯ เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิด โดยยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสาวถูกตามมาทำร้ายซ้ำ
เหตุการณ์อันน่าตกใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายกำลังเดินทางกลับบ้านในช่วงกลางคืนพร้อมกับเพื่อนรุ่นพี่ชั้น ม.5 จำนวน 2 คน หลังจากเลิกทำงานพิเศษล่วงเวลาและแวะเติมน้ำมันที่บริเวณสามแยกโรงน้ำแข็งเมืองลำปาง เมื่อขี่รถผ่านซอยใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย กลุ่มวัยรุ่นหญิงประมาณ 4 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบอย่างกระชั้นชิด
เด็กหญิงวัย 15 ปี ระบุว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือที่วัยรุ่นในพื้นที่รู้จักกันในฉายา “ซ้อเนย” พร้อมด้วยเพื่อนอีกคนที่ชื่อแคท ทั้งสองคนได้ตรงเข้ามารุมตบ เตะ และกระทืบผู้เสียหายอย่างรุนแรงแบบไม่ยั้งมือ การทำร้ายร่างกายดำเนินไปจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ และมีอาการชักเกร็งลงไปกองกับพื้น ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีไปในความมืด
พยานถูกข่มขู่และแรงจูงใจในการก่อเหตุ
เพื่อนนักเรียนชั้น ม.5 ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เธอเห็นการกระทำอันป่าเถื่อนทั้งหมด และพยายามจะเข้าไปห้ามปรามเพื่อช่วยรุ่นน้อง แต่กลับถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุข่มขู่และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หลังจากกลุ่มคนร้ายหนีไป เธอจึงตั้งสติและรีบพาผู้เสียหายซ้อนท้ายจักรยานยนต์กลับบ้านที่อำเภอเกาะคาทันที
ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกดักทำร้ายซ้ำ จึงไม่กล้าเดินทางไปตรวจรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ามาจากปัญหาความหึงหวงส่วนตัว หลังจากมีเพื่อนชายเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความสนใจในตัวผู้เสียหาย ทำให้ “ซ้อเนย” เกิดความไม่พอใจอย่างหนัก จึงนัดแนะพรรคพวกมาก่อเหตุดังกล่าว
นอกเหนือจากบาดแผลทางร่างกายที่รุนแรงจนถึงขั้นหมดสติและชักเกร็งแล้ว สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือผลกระทบทางจิตใจของผู้เสียหาย การถูกรุมทำร้ายในที่สาธารณะโดยกลุ่มคนที่อายุมากกว่า สร้างความบอบช้ำทางจิตใจอย่างมหาศาล เด็กวัยเพียง 15 ปีต้องเผชิญกับความหวาดผวาและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ความกลัวนี้รุนแรงถึงขั้นที่ผู้เสียหายไม่กล้าเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
บาดแผลที่มองไม่เห็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเยียวยาจิตใจ แม่ของผู้เสียหายได้แสดงให้เห็นถึงความรักและความเข้มแข็ง ด้วยการบินข้ามจังหวัดมาปกป้องลูกสาวทันทีที่ทราบเรื่อง ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการช่วยให้ผู้เสียหายรู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง
ข้อหาที่ผู้ก่อเหตุอาจได้รับและกระบวนการทางกฎหมาย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยพบว่า น.ส.เนย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายมาสอบปากคำ การกระทำของ น.ส.เนย และพวก ถือเป็นความผิดร้ายแรงทางอาญา ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
ในมุมมองทางกฎหมาย ผู้ก่อเหตุอาจต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ความผิดแรกคือการร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หากผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าบาดแผลมีความรุนแรงมาก ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การข่มขู่พยานที่พยายามเข้าช่วยเหลือยังอาจมีความผิดฐานข่มขู่บังคับจิตใจผู้อื่นอีกด้วย การดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจะช่วยเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมและป้องกันการลอกเลียนแบบ
คดีของแก๊ง “ซ้อเนย” เป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นไทย ปัจจุบันเยาวชนหลายคนมักใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา และเลือกที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อกลั่นแกล้งหรือทำร้ายผู้อื่น การกระทำเหล่านี้มักถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอและส่งต่อในโลกออนไลน์ ซึ่งยิ่งเป็นการทำร้ายผู้เหยื่อซ้ำเติมในพื้นที่ดิจิทัล ปัญหานี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเลียนแบบพฤติกรรมจากสื่อสังคมออนไลน์ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมา รวมถึงการขาดทักษะในการจัดการอารมณ์
ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้น
หลายครั้งที่เยาวชนผู้ก่อเหตุมักคิดว่าตนเองมีพรรคพวกเยอะ หรือเป็นที่รู้จักในพื้นที่ จึงกล้าลงมือทำร้ายคนอื่นโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหมือนดั่งกรณีของ “ซ้อเนย” ที่มีฉายาเป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่นลำปาง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาใส่ใจ และหาทางป้องกันปัญหาอาชญากรรมในเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง
เพื่อเป็นการปกป้องบุตรหลานจากเหตุการณ์เลวร้าย พ่อแม่ผู้ปกครองควรเริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศภายในบ้านที่อบอุ่นและเปิดกว้าง ให้เด็กกล้าพูดคุยและปรึกษาปัญหาทุกเรื่องโดยไม่รู้สึกว่าถูกตัดสิน หมั่นสังเกตความผิดปกติทั้งทางร่างกาย เช่น รอยฟกช้ำตามตัว และความผิดปกติทางพฤติกรรม เช่น การเก็บตัว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีความหวาดระแวงผิดปกติ
หากพบว่าบุตรหลานตกเป็นเหยื่อความรุนแรง พ่อแม่ต้องเป็นที่พึ่งพิงหลักและรีบให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด ต้องพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเก็บหลักฐาน และเข้าแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด การปล่อยผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไป อาจทำให้ผู้กระทำผิดได้ใจและไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น ดังที่แม่ของผู้เสียหายในคดีนี้ได้ตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้เพื่อความยุติธรรมของลูกสาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ชายอายุ 21 ปี ถูกจับกุมในจังหวัดลำปาง ในข้อหาปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอและหลอกลวงประชาชนเป็นเงินกว่า 200,000 บาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย
ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด">เชียงราย – ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังบุกจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ถึงหน้าบ้านพักในจังหวัดเชียงราย คดีนี้มีผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินซ้ำๆ จนสูญเงินไปเกือบ 6 แสนบาท ผู้ต้องหาพยายามหลบหนีแต่สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านห้วยหินฝนการ์เด้น ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม นางสาวสุรินทิพย์ อายุ 26 ปี เธอเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการนี้ ที่ทำหน้าที่หลอกลวงประชาชนและฟอกเงิน
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมอย่างรวดเร็ว: ตำรวจ CIB แกะรอยบุกจับนางสาวสุรินทิพย์ หนึ่งในสมาชิกแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ ขณะหลบหนีไปกบดานที่เชียงราย
- พฤติการณ์หลอกลวง: คนร้ายเปิดเพจเฟซบุ๊กชวนลงทุน อ้างว่ามีโปรแกรมพิเศษที่ให้ผลตอบแทนสูง ก่อนหลอกให้เหยื่อโอนเงินซ้ำๆ จนสูญเงินกว่า 590,000 บาท
- ทลายเครือข่ายฟอกเงิน: ตำรวจสืบสวนพบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 9 ราย มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าเพื่อฟอกเงินอย่างเป็นระบบในหลายจังหวัด
พฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ถือเป็นภัยสังคมที่ใกล้ตัวมาก พวกเขาเริ่มต้นจากการเปิดกลุ่มเฟซบุ๊กเพื่อโฆษณาชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุน โดยอ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ที่ได้เงินจริงและรวดเร็ว
เพื่อให้เหยื่อตายใจ คนร้ายได้โฆษณาว่ามี “โปรแกรมพิเศษ” ที่สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างแม่นยำและให้ผลตอบแทนสูงมาก เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงตัดสินใจโอนเงินเข้าระบบไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 593,400 บาท การใช้กลอุบายเรื่องผลตอบแทนที่สูงเกินจริงยังคงเป็นวิธีที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงได้เสมอ
โอนแล้วถอนไม่ได้ มุกเก่าที่ยังใช้ได้ผล
เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกำไรออกมา ปรากฏว่าไม่สามารถทำได้ตามที่ระบบตกลงไว้ ซ้ำร้ายมิจฉาชีพยังใช้มุกเดิมๆ คือการหลอกให้เหยื่อโอนเงินเพิ่ม โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการต่างๆ เพื่อแลกกับการถอนเงินในระบบออกมา
ผู้เสียหายต้องโอนเงินไปอีกหลายครั้ง กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงก็สูญเงินไปจำนวนมหาศาล จึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าว Tnews
ขยายผลจับกุม ทลายเครือข่ายฟอกเงินระดับประเทศ
หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ลงพื้นที่สืบสวนและแกะรอยเส้นทางการเงินอย่างละเอียด จนพบว่าเครือข่ายนี้ทำกันเป็นขบวนการใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดถึง 9 ราย โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน
เงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อ จะถูกโอนหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามบัญชีต่างๆ ในเครือข่าย จากนั้นคนร้ายจะรีบถอนเป็นเงินสดออกมาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การกระทำเช่นนี้ทำไปเพื่อปกปิดและอำพรางแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินอย่างชัดเจน
การกระทำผิดของขบวนการนี้ กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี อ่างทอง และฉะเชิงเทรา ตำรวจจึงต้องเร่งออกหมายจับและติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ตำรวจเตือนภัย อย่าหลงเชื่อเปิดบัญชีม้า
เบื้องต้น นางสาวสุรินทิพย์ ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน ตอนนี้ถูกควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง นอกจากนี้ ผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีม้าหรือยอมให้คนร้ายใช้บัญชีของตนเอง จะต้องรับโทษหนักตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่สามารถอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้เดินทางควรระมัดระวังเมื่อข้ามพรมแดนเชียงราย-เมียนมาร์ที่ด่านตะชีเลิก
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุม “ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่” ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต






