เชียงราย - Chiang Rai News
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “หาดเชียงราย” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “พัทยาน้อย” กำลังจะกลายเป็นเพียงตำนาน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และเป็นแหล่งพักผ่อนที่อยู่คู่กับชุมชนมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี
ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รอบเวียง ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้าทั้งหมดแล้ว โดยระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการต่อสัญญาเช่าพื้นที่ในปีงบประมาณหน้า ทั้งนี้เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้กับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ในการเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาเมืองใหม่ระยะเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
- ปิดตำนานพัทยาน้อย: ร้านค้าริมหาดเชียงรายกว่า 20 แห่งต้องย้ายออก เนื่องจาก อบต.รอบเวียง ยืนยันไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่
- เดินหน้าโครงการร้อยล้าน: พื้นที่ดังกล่าวจะถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ด้วยงบประมาณกว่า 187 ล้านบาท
- ความเห็นที่แตกต่าง: พ่อค้าแม่ค้ามองว่าเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไปและต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่ อบต. ยืนยันว่าได้แจ้งล่วงหน้ามานานกว่า 2 ปีแล้ว
เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน: วิกฤตซ้อนวิกฤต
การประกาศเตรียมขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนและความกังวลให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอนาคต การประกอบอาชีพ และแหล่งที่อยู่อาศัย น.ส.ฉวีวรรณ ศรีโชติ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านค้าจังหวัดเชียงราย วัย 55 ปี เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการหลายคนผูกพันและทำมาหากินที่นี่มาหลายสิบปี การต้องย้ายออกกะทันหันทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ติด
น.ส.ฉวีวรรณ อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้จะเคยได้ยินเรื่องการสิ้นสุดสัญญาเช่ามาบ้าง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ ทางร้านค้าเหลือเวลาเพียงแค่ 2 เดือนในการเก็บข้าวของและย้ายออกให้หมด ซึ่งในความเป็นจริง การรื้อถอนร้านและหาที่อยู่ใหม่ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทุนจำนวนมาก
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย ทั้งวิกฤตการระบาดของโควิด-19 และปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ หลายคนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาซ่อมแซมร้านค้าหลักแสนบาท พอร้านเริ่มกลับมาเปิดได้ไม่นานก็มาเจอคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ ทำให้ทุกคนรู้สึกท้อแท้และอยากขอความเห็นใจจากหน่วยงานรัฐ
อบต. แจงความจำเป็น: ยกระดับเมืองเพื่ออนาคต
ทางด้าน นายวันชนะ ท้าวแก่นจันทร์ นายก อบต.รอบเวียง ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและความจำเป็นของโครงการนี้ เขายืนยันว่าทางหน่วยงานได้พูดคุยและแจ้งเรื่องการคืนพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทราบมาโดยตลอดเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว ปัจจุบันมีร้านค้าเหลืออยู่ประมาณ 20 กว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์และยินยอมคืนพื้นที่ เหลือเพียง 8 รายที่ยังคงปฏิเสธ
สำหรับโครงการพัฒนาเมืองใหม่นี้ เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อบต.รอบเวียง และเทศบาลนครเชียงราย โครงการนี้ใช้งบประมาณผูกพัน 3 ปี รวมมูลค่าสูงถึง 187 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งพัง ป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงสร้างสวนสาธารณะ สนามกีฬา ลานกิจกรรม และลานจอดรถ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายวันชนะ ย้ำอย่างชัดเจนว่า ทาง อบต. ไม่ได้บอกเลิกสัญญากลางคัน แต่เป็นการปล่อยให้ผู้เช่าอยู่จนครบกำหนดสัญญาในเดือนกันยายนนี้ เมื่อโครงการใหม่สร้างเสร็จ จะมีการสร้างอาคารสำหรับขายสินค้าขึ้นมาทดแทน ซึ่งทาง อบต. จะให้สิทธิพ่อค้าแม่ค้ารายเดิมในการเข้ามาเช่าพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก
มองไปข้างหน้า: การปรับตัวและทิศทางของหาดเชียงราย
แม้ผู้ประกอบการจะเรียกร้องให้ทาง อบต. ช่วยจัดหาพื้นที่ค้าขายชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ทางหน่วยงานระบุว่าพื้นที่ปัจจุบันมีจำกัดมาก การก่อสร้างตามแผนงานจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ จึงไม่สามารถจัดสรรที่ดินแบ่งให้ค้าขายระหว่างการก่อสร้างได้ ในช่วงเวลานี้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหาสถานที่ค้าขายใหม่ด้วยตัวเองไปก่อน
โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แม้ชุมชนจะต้องแลกมาด้วยความทรงจำกว่า 50 ปีของหาดเชียงรายแบบเดิมๆ แต่ในระยะยาว พื้นที่แห่งนี้จะถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ออกกำลังกายที่ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น
ท้ายที่สุด การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่เมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การสื่อสารและการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นกระบวนการที่ต้องทำควบคู่กันไป หากผู้ประกอบการรายใดไม่ยินยอมย้ายออก ทาง อบต. ก็จำเป็นต้องดำเนินการเจรจาและใช้ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำกก! สช. ลงพื้นที่เชียงราย ฟังเสียงชาวบ้านอ่วมน้ำท่วม-สารหนูปนเปื้อน
สนามบินเชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด
ประเด็นสำคัญ
- คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
- เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
- โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ
คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย





