เชียงราย - Chiang Rai News
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
เชียงราย – เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “หาดเชียงราย” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “พัทยาน้อย” กำลังจะกลายเป็นเพียงตำนาน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และเป็นแหล่งพักผ่อนที่อยู่คู่กับชุมชนมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี
ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รอบเวียง ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้าทั้งหมดแล้ว โดยระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการต่อสัญญาเช่าพื้นที่ในปีงบประมาณหน้า ทั้งนี้เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้กับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ในการเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาเมืองใหม่ระยะเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
- ปิดตำนานพัทยาน้อย: ร้านค้าริมหาดเชียงรายกว่า 20 แห่งต้องย้ายออก เนื่องจาก อบต.รอบเวียง ยืนยันไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่
- เดินหน้าโครงการร้อยล้าน: พื้นที่ดังกล่าวจะถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ด้วยงบประมาณกว่า 187 ล้านบาท
- ความเห็นที่แตกต่าง: พ่อค้าแม่ค้ามองว่าเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไปและต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่ อบต. ยืนยันว่าได้แจ้งล่วงหน้ามานานกว่า 2 ปีแล้ว
เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน: วิกฤตซ้อนวิกฤต
การประกาศเตรียมขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนและความกังวลให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอนาคต การประกอบอาชีพ และแหล่งที่อยู่อาศัย น.ส.ฉวีวรรณ ศรีโชติ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านค้าจังหวัดเชียงราย วัย 55 ปี เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการหลายคนผูกพันและทำมาหากินที่นี่มาหลายสิบปี การต้องย้ายออกกะทันหันทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ติด
น.ส.ฉวีวรรณ อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้จะเคยได้ยินเรื่องการสิ้นสุดสัญญาเช่ามาบ้าง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ ทางร้านค้าเหลือเวลาเพียงแค่ 2 เดือนในการเก็บข้าวของและย้ายออกให้หมด ซึ่งในความเป็นจริง การรื้อถอนร้านและหาที่อยู่ใหม่ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทุนจำนวนมาก
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย ทั้งวิกฤตการระบาดของโควิด-19 และปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ หลายคนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาซ่อมแซมร้านค้าหลักแสนบาท พอร้านเริ่มกลับมาเปิดได้ไม่นานก็มาเจอคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ ทำให้ทุกคนรู้สึกท้อแท้และอยากขอความเห็นใจจากหน่วยงานรัฐ
อบต. แจงความจำเป็น: ยกระดับเมืองเพื่ออนาคต
ทางด้าน นายวันชนะ ท้าวแก่นจันทร์ นายก อบต.รอบเวียง ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและความจำเป็นของโครงการนี้ เขายืนยันว่าทางหน่วยงานได้พูดคุยและแจ้งเรื่องการคืนพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทราบมาโดยตลอดเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว ปัจจุบันมีร้านค้าเหลืออยู่ประมาณ 20 กว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์และยินยอมคืนพื้นที่ เหลือเพียง 8 รายที่ยังคงปฏิเสธ
สำหรับโครงการพัฒนาเมืองใหม่นี้ เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อบต.รอบเวียง และเทศบาลนครเชียงราย โครงการนี้ใช้งบประมาณผูกพัน 3 ปี รวมมูลค่าสูงถึง 187 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งพัง ป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงสร้างสวนสาธารณะ สนามกีฬา ลานกิจกรรม และลานจอดรถ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายวันชนะ ย้ำอย่างชัดเจนว่า ทาง อบต. ไม่ได้บอกเลิกสัญญากลางคัน แต่เป็นการปล่อยให้ผู้เช่าอยู่จนครบกำหนดสัญญาในเดือนกันยายนนี้ เมื่อโครงการใหม่สร้างเสร็จ จะมีการสร้างอาคารสำหรับขายสินค้าขึ้นมาทดแทน ซึ่งทาง อบต. จะให้สิทธิพ่อค้าแม่ค้ารายเดิมในการเข้ามาเช่าพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก
มองไปข้างหน้า: การปรับตัวและทิศทางของหาดเชียงราย
แม้ผู้ประกอบการจะเรียกร้องให้ทาง อบต. ช่วยจัดหาพื้นที่ค้าขายชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ทางหน่วยงานระบุว่าพื้นที่ปัจจุบันมีจำกัดมาก การก่อสร้างตามแผนงานจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ จึงไม่สามารถจัดสรรที่ดินแบ่งให้ค้าขายระหว่างการก่อสร้างได้ ในช่วงเวลานี้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหาสถานที่ค้าขายใหม่ด้วยตัวเองไปก่อน
โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แม้ชุมชนจะต้องแลกมาด้วยความทรงจำกว่า 50 ปีของหาดเชียงรายแบบเดิมๆ แต่ในระยะยาว พื้นที่แห่งนี้จะถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ออกกำลังกายที่ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น
ท้ายที่สุด การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่เมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การสื่อสารและการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นกระบวนการที่ต้องทำควบคู่กันไป หากผู้ประกอบการรายใดไม่ยินยอมย้ายออก ทาง อบต. ก็จำเป็นต้องดำเนินการเจรจาและใช้ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำกก! สช. ลงพื้นที่เชียงราย ฟังเสียงชาวบ้านอ่วมน้ำท่วม-สารหนูปนเปื้อน
สนามบินเชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง สกัดจับกุมชายชาวเมียนมาวัย 21 ปี ขณะพยายามลักลอบนำเงินสดสกุลบาทไทยจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดน
จากการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย รวมมูลค่ากว่า 3.57 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ข้ามแดนมาด้วยท่าทางมีพิรุธชัดเจน จึงนำตัวไปสอบสวนตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online) อย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
• ยึดเงินสดก้อนโต: เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมหนุ่มเมียนมาวัย 21 ปี พร้อมยึดเงินสดไทยรวม 3,572,240 บาท บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1
• ละเมิดกฎหมายการเงิน: การนำเข้าเงินตราเกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
• เร่งสอบสวนขยายผล: ตำรวจ สภ.แม่สาย รับมอบตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาและขยายผลเส้นทางการเงิน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการนอกกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ชายหนุ่มชาวเมียนมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าใบใหญ่ข้ามสะพานมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดสังเกตและแสดงอาการลุกลน จึงเรียกขอตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าออก เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยถูกจัดเรียงเป็นมัดขนาดใหญ่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 3,560 ใบ ธนบัตร 500 บาท จำนวน 7 ใบ ธนบัตร 100 บาท จำนวน 61 ใบ และธนบัตร 20 บาท อีกจำนวน 132 ใบ รวมเงินของกลางทั้งหมด 3,572,240 บาท
เปิดข้อกฎหมายควบคุมเงินตราและบทลงโทษ
การลักลอบนำเงินสดสกุลบาทข้ามพรมแดนเข้าออกประเทศโดยไม่สำแดง เป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ร่วมกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายกำหนดให้ผู้พกพาเงินสดเกินกว่าอัตราที่อนุญาตต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายจึงบันทึกการจับกุม พร้อมยึดเงินสดและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อคลี่คลายที่มาและจุดหมายปลายทางของเงินสดก้อนนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน
แม่สายถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าและการเงินระหว่างสองประเทศ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นช่วยป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมทั้งตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 261.5 กิโลกรัม เอาไว้ได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.50 น. ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามธรรมชาติบ้านศรีชัยภูมิ ก่อนจะพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยเดินเท้าข้ามลำน้ำเข้ามา จึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ• การปะทะเดือด 5 นาที: ทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ยิงปะทะกลุ่มคาราวานยาเสพติด 5-6 คน บริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย • ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กก.: ผลการตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบดำ 7 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 261.5 กิโลกรัม • คุมเข้มชายแดนแม่สาย: พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งส่งมอบของกลางให้ สภ.เกาะช้าง พร้อมขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด |
ตามนโยบายเข้มงวดของกองทัพบกและรัฐบาลในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังจากกองร้อยทหารม้าที่ 4 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างการเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ที่ 10 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 6 คน แบกกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ ทหารจึงแสดงตัวพร้อมให้สัญญาณหยุดเพื่อขอเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสาดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดยาวนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในภูมิประเทศป่าเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ จากการตรวจสอบกำลังพลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เปิดผลตรวจยึดไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เวลาประมาณ 06.20 น. ชุดปฏิบัติการได้สนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุโดยรอบอย่างละเอียด จากการตรวจค้นอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำกันน้ำตกกระจายอยู่บริเวณพงหญ้าชายน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 7 กระสอบ
เมื่อแกะตรวจสอบสิ่งของภายใน พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ (Methamphetamine) เกรดบริสุทธิ์ บรรจุแยกเป็นห่อชาสีเขียวและสีทอง ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดได้ 261.5 กิโลกรัม คาดว่าขบวนการเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล
กองกำลังผาเมืองประสาน สภ.เกาะช้าง ขยายผลตัดรากถอนโคน
จนกระทั่งเวลา 11.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบของกลางพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน
พันเอก สุพรรณ เปิดเผยว่ากลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมักอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในการลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารได้ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 261.5 กิโลกรัม ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นกลางเมืองเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานที่เปี่ยมด้วยเมตตาสะท้อนว่าทุกชีวิตบนโลกนี้ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันเสมอ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้โบราณสถานสำคัญ เจ้าหน้าที่พบสุนัขโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึกข้างวัดพระแก้วอย่างน่าเวทนา ทีมกู้ภัยจึงวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ประเด็นสำคัญ• เหตุเกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย นำกำลังเข้าช่วยชีวิตสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัดพระแก้ว • ทีมกู้ภัยวางแผนรัดกุม ใช้ทักษะเฉพาะทางพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาตรฐานจนนำสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดแผลฉกรรจ์ • เทศบาลนครเชียงรายตอกย้ำนโยบายดูแลสวัสดิภาพสัตว์และช่วยเหลือทุกชีวิตในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม สร้างความประทับใจแก่ประชาชน |
จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกที่มีน้ำขังและมีผนังปูนค่อนข้างลื่นชัน สุนัขตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้บันไดและสายรัดเฉพาะทางโรยตัวลงไปปฏิบัติการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวและคล้องตัวสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยืนส่งกำลังใจอยู่โดยรอบ สุนัขมีอาการสำลักน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับน้ำสะอาดดื่มทันที
มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ในเขตเทศบาล
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปตามหลักความปลอดภัยระดับสากลที่เจ้าหน้าที่ยึดถืออย่างเคร่งครัด ทีมงานมีการประเมินโครงสร้างบ่อน้ำและระดับออกซิเจนก่อนลงปฏิบัติการจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์ที่กำลังตกใจ
การดูแลสัตว์ไม่มีเจ้าของเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมของงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนให้รับมือกับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ประสบภัยจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ร่วมโลกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในยามคับขัน
พลังแห่งความเมตตาและเสียงชื่นชมจากชุมชนเชียงราย
หลังภารกิจเสร็จสิ้น ชุมชนท้องถิ่นต่างแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงานอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าภาพเหตุการณ์นี้สะท้อนวัฒนธรรมความเมตตาอันดีงามของชาวเชียงราย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติงานด้วยหัวใจเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสงบสุขของประชาชน ทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย และภารกิจนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในสังคมเมืองเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


