Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก

Published

on

ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก

เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์จับกุมยาเสพติดครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่ง บนถนนบายพาสฝั่งตะวันตก ใกล้กับมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย (บริเวณตำบลป่าอ้อดอนชัย) ผลการตรวจค้นนำไปสู่การค้นพบยาบ้าจำนวนมหาศาลที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ นำไปสู่การจับกุมตัวนายเกียรติศักดิ์ วัย 46 ปี และนางสาวนาง วัย 44 ปี สองสามีภรรยาจากอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่พยายามขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนนี้ออกนอกพื้นที่

ประเด็นสำคัญ

  • การสกัดจับที่แม่นยำ: ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมนายเกียรติศักดิ์ (46 ปี) และนางสาวนาง (44 ปี) ขณะกำลังขับรถกระบะมุ่งหน้าออกจากตัวเมืองเชียงราย
  • หลักฐานมัดตัวชัดเจน: เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 294,320 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในกระเป๋าเดินทางจำนวน 3 ใบ
  • สถานที่เกิดเหตุ: ด่านสกัดกั้นเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม บนถนนบายพาสฝั่งตะวันตก บริเวณป่าอ้อดอนชัย ในช่วงคืนก่อนหน้า
  • ก้าวต่อไปทางกฎหมาย: ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้ พ.ต.ท.ณัฐพล คำมะกร รองผู้กำกับการ (สอบสวน) เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงคืนก่อนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดสกัดบริเวณถนนบายพาสฝั่งตะวันตก ถนนสายนี้เป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ และมักถูกกลุ่มผู้กระทำผิดใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย จุดตรวจแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณพื้นที่ป่าอ้อดอนชัย ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่อย่างเข้มงวด อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

ขณะที่ตำรวจกำลังตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ รถกระบะคันหนึ่งได้ขับเข้าใกล้ด่านตรวจโดยมุ่งหน้าออกนอกเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้นตามขั้นตอน เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายเกียรติศักดิ์เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว โดยมีนางสาวนาง แฟนสาวนั่งโดยสารมาด้วยที่เบาะหน้า

ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก

อาการตื่นตระหนกที่ซ่อนความลับไม่อยู่

ในตอนแรกของการตรวจสอบ การพูดคุยสอบถามเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ตำรวจถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการเดินทาง แต่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนซึ่งมีประสบการณ์สูง สังเกตเห็นว่าทั้งสองคนมีอาการวิตกกังวลและตื่นตระหนกมากเกินกว่าปกติ พวกเขาตอบคำถามด้วยท่าทีที่มีพิรุธ

ความผิดปกติเหล่านี้ทำให้ตำรวจตัดสินใจเชิญตัวทั้งคู่ลงจากรถ และขอทำการตรวจค้นภายในตัวรถอย่างละเอียด เพราะจากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ พฤติกรรมวิตกกังวลผิดปกติเช่นนี้มักเชื่อมโยงกับการซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดกฎหมายเอาไว้

เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มตรวจค้นบริเวณพื้นที่ด้านในรถ พวกเขาพบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่จำนวน 3 ใบวางอยู่ เมื่อตำรวจสอบถามเพื่อขอเปิดพิสูจน์สิ่งของที่อยู่ด้านในกระเป๋า ทั้งนายเกียรติศักดิ์และนางสาวนางกลับไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้

ทันทีที่กระเป๋าถูกเปิดออก ความจริงก็ปรากฏ สิ่งที่อยู่ภายในไม่ใช่เสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว แต่เป็นยาเสพติดจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่นำของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาบ้า (แอมเฟตามีน) รวมทั้งสิ้นจำนวน 294,320 เม็ด

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หลังจากที่พบหลักฐานอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายเกียรติศักดิ์และนางสาวนางทันที ในเบื้องต้น ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปที่สถานีตำรวจ 191 จังหวัดเชียงราย เพื่อทำการลงบันทึกการจับกุม

จากนั้น ของกลางและผู้ต้องหาทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้กับ พ.ต.ท.ณัฐพล คำมะกร รองผู้กำกับการ (สอบสวน) เพื่อดำเนินการสืบสวนเชิงลึกและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวอาชญากรรมล่าสุดได้ที่นี่

การจับกุมยาบ้าจำนวนเกือบ 3 แสนเม็ดในครั้งนี้ ถือเป็นการป้องกันไม่ให้สารเสพติดอันตรายกระจายตัวเข้าสู่หมู่บ้าน ชุมชน และโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ การทำงานเชิงรุกของตำรวจเชียงราย ทั้งการตั้งด่านตรวจในจุดที่สำคัญ และการสังเกตพฤติกรรมที่ผิดปกติของผู้ขับขี่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของสังคม การสืบสวนหลังจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่การขยายผล เพื่อหาต้นตอและทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

ข่าวเชียงรายยอดนิยม

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ใช้เด็กวัยรุ่นเป็นผู้ขนส่ง

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้าได้ 4.2 ล้านเม็ด หลังไล่ล่าด้วยความเร็วสูง

 

 

ข่าวอาชญากรรม - Crime

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

Rebecca Kim

Published

on

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อคนร้ายสวมชุดเสื้อฮู้ดสีดำบุกเดี่ยวเข้าไปจี้ร้านทองชื่อดัง คนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำน้ำหนักรวมถึง 52 บาทไปอย่างอุกอาจ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นที่มีผู้คนพลุกพล่าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากศูนย์วิทยุ 191 และรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทันที ร้านที่เกิดเหตุคือร้านทองบางกอกโกลล์ส สาขาถนนปทุม-สามโคก ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • เหตุการณ์ระทึก: คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาทีเท่านั้น
  • มูลค่าความเสียหาย: คนร้ายกวาดสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ไปทั้งหมด 52 บาท คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมกว่า 3.5 ล้านบาท
  • สถานะการสืบสวน: ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และไล่ล่าตัวคนร้ายที่ยังคงหลบหนีลอยนวล

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า คนร้ายรายนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำแบบมีฮู้ดเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า คนร้ายไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับเดินเข้ามาในร้านอย่างใจเย็นและนิ่งเงียบ

เมื่อเข้ามาถึงด้านใน คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาข่มขู่ ทำให้พนักงานร้านต้องรีบก้มหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นคนร้ายได้สั่งให้พนักงานลุกขึ้นมา และบังคับให้หยิบสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ส่งให้ การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใจกล้าและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

หลังจากได้ทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท คนร้ายก็เก็บปืนและเดินออกจากร้านไปตามปกติ พฤติกรรมนี้ทำให้พนักงานและผู้ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกแปลกใจอย่างมาก คนร้ายไม่ได้วิ่งหนีหรือแสดงอาการลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี

กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ภาพจากกล้องระบุเวลาที่คนร้ายเดินเข้ามาในร้านคือ 17.56 น. และเดินออกไปในเวลา 17.58 น. การลงมือครั้งนี้คนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการทั้งหมดไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีอย่างเร่งด่วน พบว่าคนร้ายเดินเท้ามาจากทิศทางของหมู่บ้านกฤษณา และเมื่อก่อเหตุเสร็จก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม

ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะชนิดใดในการหลบหนีต่อจากจุดนั้น ทีมสืบสวนกำลังเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางรอบนอก นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบการค้นหาให้แคบลง

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

คำให้การของพนักงานและเบาะแสสำคัญ

พนักงานสาวของร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าถึงนาทีชีวิตด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นตระหนก เธอระบุว่าคนร้ายพูดจาด้วยสำเนียงภาคกลางอย่างชัดเจน การสั่งการของคนร้ายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นชี้ให้พนักงานหยิบเฉพาะสร้อยทองเส้นใหญ่ๆ เท่านั้น

ของกลางที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยคอ 5 บาท จำนวน 4 เส้น และสร้อยคอ 4 บาท จำนวน 3 เส้น มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสูญเสียก้อนใหญ่จากการก่อเหตุเพียงชั่วพริบตา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากร้านทองในพื้นที่ใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย หรือมีการนำทองคำรูปพรรณน้ำหนักดังกล่าวมาขาย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจทันที

การยกระดับความปลอดภัยในชุมชน

เหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แม้ว่าทางร้านจะมีกล้องวงจรปิดและระบบสัญญาณเตือนภัย คนร้ายก็ยังสามารถหาช่องโหว่ในการก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรพิจารณาติดตั้งระบบล็อกประตูอัตโนมัติ หรือเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าร้าน การมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุร้ายและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน

ความร่วมมือจากชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่ หากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ปัญหาอาชญากรรมในลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมของเราก็จะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคน

หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของการรายงานเหตุการณ์นี้ ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจลาวจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีปล้นทองที่เชียงรายแล้ว

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน “อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋” ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที

Naree Srisuk

Published

on

ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน "อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋" ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที

อยุธยา – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ “สีกาเอ๋” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทั้งสองคนถูกตำรวจกองปราบปรามคุมตัวมาฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรี คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคและศรัทธาของชาวพุทธ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ประเด็นสำคัญ

  • ศาลค้านประกันตัว: ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “ทิดโชติ” และ “สีกาเอ๋” เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง
  • ข้อหาหนัก: ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
  • ส่งตัวเข้าเรือนจำ: ผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีทันที เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอย่างรอบคอบ และเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นบุคคลตามหมายจับ นอกจากนี้ ข้อหาฟอกเงินที่ทั้งคู่ถูกกล่าวหา มีอัตราโทษตามกฎหมายที่ค่อนข้างสูงมาก

ตำรวจยังต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน ศาลจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงหรือทำลายพยานหลักฐานสำคัญได้

นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ศาลตัดสินใจยกคำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำงานอย่างรัดกุม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสที่สุด

ขั้นตอนต่อไปของคดีเงินทอนวัดพุทไธศวรรย์

หลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิททันที ทั้งคู่ถูกส่งตัวเดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสระบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดตลอดการเดินทาง

การขยายผลของตำรวจกองปราบปรามในครั้งนี้ ถือเป็นการกวาดล้างการทุจริตครั้งสำคัญ เจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของวัด

หากพบหลักฐานว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรือรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากวัด

ความเชื่อมั่นของสังคมและกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ในระดับหนึ่ง

หลายฝ่ายหวังว่าคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และสามารถนำทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาได้ ทุกสายตาจึงยังคงจับจ้องไปที่การทำงานของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในระยะเวลาฝากขัง 12 วันนี้ ตำรวจจะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร

คดีทุจริตที่เกิดขึ้นกับวัดพุทไธศวรรย์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับทุกวัดทั่วประเทศ การบริหารจัดการเงินบริจาคควรต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสาร และช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเป็นเงิน 8.7 ล้านบาท

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ด่วน! ตำรวจบุกยิงภรรยาดับคาโรงอาหารโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เด็ก 44 คนปลอดภัย

Rebecca Kim

Published

on

ด่วน! ตำรวจบุกยิงภรรยาดับคาโรงอาหารโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เด็ก 44 คนปลอดภัย

ชลบุรี – เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อข้าราชการตำรวจนายหนึ่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปก่อเหตุยิงภรรยาของตนเองเสียชีวิตภายในนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับครูและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เคราะห์ดีที่เด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ทั้งหมดปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องรีบเข้าควบคุมพื้นที่และดูแลสภาพจิตใจของเด็กๆ ทันที

เหตุสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 9 กันยายน ที่โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง ผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองทัศน์ หรือ “หมวดโอ๋” ซึ่งดำรงตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ส่วนผู้เสียชีวิตคือภรรยาของเขา นางไพลิน ทองทัศน์ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นครูประจำโรงเรียนแห่งนี้

ประเด็นสำคัญ

  • ร.ต.ต. ทัศพงษ์ ใช้อาวุธปืนยิงนางไพลิน ภรรยาซึ่งเป็นครู เสียชีวิตในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล
  • เด็กนักเรียนจำนวน 44 คนปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมพื้นที่เจรจากล่อมผู้ก่อขายนานกว่า 20 ชั่วโมง ก่อนยอมเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา

นาทีระทึกในสถานศึกษาและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน

หลังเกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในโรงอาหารชั้นหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พวกเขาพบร่างของนางไพลินนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น มีบาดแผลจากกระสุนปืน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลเพราะสถานที่เกิดเหตุอยู่ในโรงเรียนอนุบาลที่มีเด็กเล็กอยู่จำนวนมาก

ครูและเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนช่วยกันพาเด็กนักเรียน 44 ชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว แม้เด็กๆ จะปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่หลายคนต้องขวัญผะวาและร้องไห้ด้วยความตกใจกลัว ทางจังหวัดจึงสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว พร้อมระดมทีมแพทย์และนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลสภาพจิตใจของเด็กๆ และผู้ปกครองที่รีบมารับบุตรหลานกลับบ้าน

ด่วน! ตำรวจบุกยิงภรรยาดับคาโรงอาหารโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เด็ก 44 คนปลอดภัย

ปิดล้อมข้ามวันก่อนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว

หลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ ร.ต.ต. ทัศพงษ์ ได้ขับรถยนต์เก๋งสีขาวหลบหนีกลับไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักในอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพักหลังดังกล่าวทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชนรอบข้าง การเจรจาดำเนินไปอย่างยาวนานข้ามวันข้ามคืนโดยให้ญาติและลูกชายช่วยพูดเกลี้ยกล่อม

การปิดล้อมกินเวลานานกว่า 20 ชั่วโมงจนกระทั่งช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา ผู้ก่อเหตุจึงยอมเดินออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนหาแรงจูงใจที่แท้จริงอย่างละเอียด เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคมเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News12 hours ago

แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime12 hours ago

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News14 hours ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

ชมดอกซากุระที่เชียงราย: ไปที่ไหนและเมื่อไหร่ดี
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

ชมดอกซากุระที่เชียงราย: ไปที่ไหนและเมื่อไหร่ดี

เชียงราย สภาพอากาศรายเดือน: เที่ยวเชียงรายเดือนไหนดี
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

เที่ยวเชียงรายเดือนไหนดี? ดูอากาศรายเดือนก่อนจองทริป

เลือกทำเลเชียงรายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: เทียบ 8 พื้นที่น่าอยู่
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

เลือกทำเลเชียงรายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: เทียบ 8 พื้นที่น่าอยู่

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นคุกคามเชียงราย
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นคุกคามเชียงราย!! เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอเทิง

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 weeks ago

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย

คำเตือน! เชียงรายมีน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

คำเตือน! เชียงรายมีน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว "M-Water" ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมเชียงราย!! ระดับน้ำในอำเภอเทิงเริ่มลดลงแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมเชียงราย!! ระดับน้ำในอำเภอเทิงเริ่มลดลงแล้ว

สุดยอด! 4 เยาวชนเชียงรายกวาด 6 เหรียญ ศึกฮับกิโดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ฮ่องกง
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

สุดยอด! 4 เยาวชนเชียงรายกวาด 6 เหรียญ ศึกฮับกิโดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ฮ่องกง

เกิดเหตุวุ่นวายที่เชียงราย!! รถบรรทุกพ่วงพลิคว่ำใกล้ตลาดฟ้าไทย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เกิดเหตุวุ่นวายที่เชียงราย!! รถบรรทุกพ่วงพลิคว่ำใกล้ตลาดฟ้าไทย

น้ำท่วมน่านวิกฤต! กรมทางหลวงระดมเครื่องจักรหนัก เร่งกู้เส้นทางและทอดสะพานเบลีย์
ข่าว - News3 weeks ago

น้ำท่วมน่านวิกฤต! กรมทางหลวงระดมเครื่องจักรหนัก เร่งกู้เส้นทางและทอดสะพานเบลีย์

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ข่าวกีฬา Sports3 weeks ago

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา

Download Our App

Trending