เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้าได้ 4.2 ล้านเม็ด หลังไล่ล่าด้วยความเร็วสูง
เปิดเบื้องหลังปฏิบัติการสกัดจับรถเอนกประสงค์ต้องสงสัย บนถนนเลี่ยงเมืองเชียงราย รวบของกลางล็อตใหญ่ 21 กระสอบ
เชียงราย – เมื่อเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าอย่างดุเดือดในจังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 สกัดรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติด
ผู้ต้องสงสัยพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี ก่อนที่จะเสียการควบคุมและตกข้างทางบนถนนบายพาสฝั่งตะวันตกในอำเภอเมืองเชียงราย แม้ว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนจะหลบหนีเข้าไปในป่าภายใต้ความมืดมิด แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถยึดยาบ้าได้ถึง 21 กระสอบ รวมกว่า 4.2 ล้านเม็ด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากชายแดนเข้ามาในประเทศ
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้าได้ 4.2 ล้านเม็ด หลังไล่ล่าด้วยความเร็วสูง" width="1024" height="768" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/4-3.jpeg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/4-3-300x225.jpeg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/4-3-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
เบาะแสสำคัญ สู่การวางแผนสกัดจับกุม
เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทำงานด้านการข่าวและสืบสวนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานลับว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใช้รถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) เป็นพาหนะในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในตอนในของประเทศ เมื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัด ชุดปฏิบัติการจึงได้วางแผนกระจายกำลังดักซุ่มตามจุดเสี่ยงต่างๆ บนเส้นทางสายหลักเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

นาทีระทึก! การไล่ล่าบนถนนบายพาสเชียงราย
กระทั่งเวลาประมาณ 21.50 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้สังเกตเห็นรถยนต์เอนกประสงค์สีดำ ติดป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย โดยมุ่งหน้าลงไปทางขาล่องเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งตรงกับลักษณะรถต้องสงสัยที่สายลับแจ้งไว้ทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มขับรถสะกดรอยตามไปอย่างระมัดระวัง ตามรายงานของ Ch7HD News
อย่างไรก็ตาม เมื่อรถคันดังกล่าวขับมาถึงบริเวณแยกขัวแคร่ ตำบลบ้านดู่ คนขับได้เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางเลี่ยงเมือง (บายพาส) ฝั่งตะวันตก และเริ่มรู้ตัวว่าถูกติดตาม จึงพยายามเร่งเครื่องหนีด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ตัดสินใจแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ทว่าเมื่อถึงบริเวณแยกฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง คนร้ายกลับไม่ยอมหยุดรถ ซ้ำยังเหยียบคันเร่งพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับความเสียหาย
การไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งรถของคนร้ายเสียหลัก พุ่งตกลงไปในป่าละเมาะข้างทาง ตรงข้ามกับวิทยาลัยเชียงราย ทันทีที่รถจอดสนิท ชาย 2 คนที่อยู่ภายในรถ (คนขับและผู้โดยสาร) ได้รีบเปิดประตูและพากันวิ่งหลบหนีหายเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
สรุปรายละเอียดของกลางและเหตุการณ์
หลังจากควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสภาพรถและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล โดยสามารถสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้:
- พาหนะที่ใช้ก่อเหตุ: รถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) สีดำ ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่
- ของกลางที่ยึดได้: กระสอบฟางที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จำนวนทั้งหมด 21 ใบ
- ปริมาณยาเสพติด: ภายในแต่ละกระสอบบรรจุยาบ้าใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมมีของกลางเป็นยาบ้าทั้งหมดกว่า 4,200,000 เม็ด
- ผู้ต้องสงสัย: ชาย 2 คน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว
- ความเสียหาย: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการถูกพุ่งชน โชคดีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ
ก้าวต่อไป: ขยายผลล่าตัวขบวนการค้ายาข้ามชาติ
ในเบื้องต้น ทางชุดปฏิบัติการ ตชด. ได้นำรถยนต์ของกลางพร้อมด้วยยาบ้าทั้งหมดกว่า 4.2 ล้านเม็ด ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อลงบันทึกประจำวันและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานหน่วยงานกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่ตกค้างอยู่ในรถ รวมถึงตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถยนต์ป้ายทะเบียนเชียงใหม่คันนี้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดและนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวผู้หลบหนีทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
การสกัดจับยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ ถือเป็นผลงานและความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ในการทำหน้าที่เป็นด่านหน้าปกป้องสังคมไทย หากยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ดนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตชุมชนเมือง ย่อมสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อปัญหาสังคม ครอบครัว และเยาวชนของชาติ การปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริง
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
พบศพสุดช็อกที่เชียงราย! ชายอายุ 36 ปี ถูกพบเสียชีวิตอย่างปริศนาริมถนน
ปะทะกันอย่างดุเดือด! ทหารปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดอย่างหนัก ชายแดนเชียงราย ยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้กว่า 500,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เรื่องนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากประชาชน ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงร้องเรียนว่า มีพระภิกษุหลายรูปมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พวกเขาใช้กุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลท่าข้าวเปลือกเป็นที่นัดพบและมั่วสุมเสพยาเสพติด นายอดิเรก ไลไธสง นายอำเภอแม่จัน ไม่ได้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ ท่านสั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่หาข้อมูลทันที เพื่อตรวจสอบความจริงและสร้างความสบายใจให้กับชุมชน
หลังจากสืบหาข่าวจนมั่นใจว่ามีการทำผิดจริง เจ้าหน้าที่ก็เริ่มลงมือทันที ในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นายอำเภอได้สั่งการให้นายบุรพล มุ้งทอง ปลัดอำเภอแม่จัน เป็นผู้นำทีม ปลัดอำเภอประสานงานกับสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอแม่จันที่ 9 เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว การบุกเข้าไปครั้งนี้ทำแบบไม่ให้ตั้งตัว เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดรู้ตัวหรือหนีไปได้ทัน
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านทนไม่ไหว: เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นวัดในตำบลท่าข้าวเปลือก หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยา
- ผลตรวจปัสสาวะสีม่วง: แม้ไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนในกุฏิ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะพระทั้ง 3 รูป กลับพบสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด
- จับสึกและส่งบำบัด: เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าอาวาสให้รับทราบ ก่อนทำพิธีจับสึกและส่งตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่ระบบบำบัดผู้ติดยา
ตรวจค้นกุฏิและผลการจับกุมเบื้องต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงกุฏิเป้าหมาย พวกเขาพบพระภิกษุจำนวน 3 รูปนั่งอยู่ข้างใน จากการตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์ผิดกฎหมายซ่อนอยู่เลย แต่เพื่อความชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงขอนิมนต์พระทั้ง 3 รูปให้เข้ารับการตรวจร่างกาย ผลปรากฏว่าผลตรวจปัสสาวะของทั้ง 3 รูปออกมาเป็นสีม่วง สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนว่าพวกเขาเพิ่งใช้สารเสพติดมาไม่นาน ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
หลังจากพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด พวกเขาแจ้งเรื่องให้เจ้าคณะตำบลท่าข้าวเปลือกและเจ้าอาวาสวัดรับทราบทันที เพื่อให้ดำเนินการตามกฎระเบียบของทางสงฆ์ พระทั้ง 3 รูปจึงถูกทำพิธีลาสิกขา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า “จับสึก” ในวันนั้นเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้พวกเขาได้รับการรักษาและมีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี

เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน
ปัญหายาเสพติดในวัดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ทางการอำเภอแม่จันยังคงขอร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาต่อไป หากใครพบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ สามารถแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทันที ความร่วมมือจากชุมชนคือพลังสำคัญที่สุดในการกวาดล้างยาเสพติด คุณสามารถติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เพิ่มเติมได้ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความปลอดภัยในชุมชนของคุณ
ในขั้นตอนต่อไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายผลการสืบสวนอย่างจริงจัง พวกเขาต้องการหาคำตอบว่ายาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาในวัดได้อย่างไร การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ทุกคนหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้หลายๆ วัดเข้มงวดมากขึ้น และช่วยให้ชุมชนท่าข้าวเปลือกกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไร้ยาเสพติดอย่างแท้จริง
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย




