เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ใช้เด็กวัยรุ่นเป็นผู้ขนส่ง
เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 เวลาประมาณ 7.00 น. พลตำรวจตรี มานพ เสนาคูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรเชียงราย และ พันตำรวจเอก เกียรติศักดิ์ จิตประสงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจแม่จัน ประสบความสำเร็จในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทย
เจ้าหน้าที่สกัดจับเยาวชนชาย 2 คน อายุ 16 และ 14 ปี ขณะกำลังขนยาบ้า 200,000 เม็ด บนรถจักรยานยนต์ ที่ด่านตรวจบนถนนบ้านเขียวพระ-ท่าเขาพลอย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
จากนั้น การสืบสวนร่วมกันนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย และยึดยาบ้าอีก 370,000 เม็ด และคีตามีน 10 กิโลกรัม ที่ซ่อนอยู่ในห้องพักในตัวเมืองเชียงราย การจับกุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงของการค้ายาเสพติด แก๊งค้ายาเสพติดหันมาใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่

Key Takeaways: สรุปประเด็นสำคัญจากคดี
- จับกุมเยาวชนรับจ้างขนยา: เจ้าหน้าที่จับกุมเด็กชายอายุ 16 ปี และ 14 ปี ขณะใช้รถจักรยานยนต์ลักลอบขนยาบ้า 2 แสนเม็ด แลกค่าจ้างเพียง 12,000 บาท
- ขยายผลยึดของกลางเพิ่มอื้อ: จากการขยายผลสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 2 ราย พร้อมยึดยาบ้าเพิ่มอีก 3.7 แสนเม็ด และเคตามีนเกล็ดสีขาวอีก 10 กิโลกรัม
- รวมมูลค่าของกลางล็อตใหญ่: ยอดรวมของกลางที่ยึดได้ในปฏิบัติการครั้งนี้ประกอบด้วย ยาบ้าทั้งหมด 570,000 เม็ด และเคตามีน 10 กิโลกรัม
- เครือข่ายใหญ่ยังหลบหนี: ตำรวจอยู่ระหว่างการออกหมายจับและเร่งติดตามตัว “นายสร้อย” ผู้ว่าจ้าง และ “นายอาฉ่า” เจ้าของห้องพักที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด
เปิดนาทีระทึก! ซิ่งแหกด่านก่อนจนมุมที่สุสาน
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ได้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันสิ่งผิดกฎหมายตามนโยบายเข้มงวดของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณถนนสายบ้านกิ่วพร้าว–ท่าข้าวเปลือก หมู่ 7 ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับขี่ตรงมายังด่านตรวจ แต่เมื่อคนขับเห็นเจ้าหน้าที่กลับมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ผู้ขับขี่ได้ตัดสินใจโยนกระเป๋าเป้ใบใหญ่ทิ้งลงข้างทางก่อนถึงด่าน จากนั้นได้เร่งเครื่องยนต์หลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถสกัดจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุดบริเวณสุสานบ้านป่าถ่อน
จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าเป้ที่กลุ่มผู้ต้องหาโยนทิ้ง พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวนมาก นับรวมได้ทั้งหมด 200,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นเยาวชนชายอายุเพียง 16 ปี (ภูมิลำเนาจังหวัดอุบลราชธานี) และอายุ 14 ปี (ภูมิลำเนาอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) พร้อมยึดรถจักรยานยนต์และของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ
สารภาพสิ้นไส้ รับจ้าง “นายสร้อย” หาเงินเที่ยว
จากการสอบสวนเบื้องต้น เยาวชนทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า พวกเขาได้รับการติดต่อจากชายคนหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ “นายสร้อย” โดยนายสร้อยได้เสนอเงินค่าจ้างจำนวน 12,000 บาทต่อเที่ยว เพื่อให้ทำหน้าที่ไปรับยาเสพติดและนำไปส่งยังจุดนัดหมาย ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่พวกตนตัดสินใจรับงานนี้เพราะเห็นว่าได้เงินง่าย
ลำดับเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุมีดังนี้:
- เวลา 05.00 น.: นายสร้อยโทรศัพท์นัดหมายให้เยาวชนทั้งสองไปรับยาเสพติดบริเวณหนองน้ำพุ บ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย
- เวลาเดินทาง: เมื่อไปถึงจุดนัดหมาย มีชายไม่ทราบชื่อขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก๋งนำกระเป๋าบรรจุยาเสพติดมาส่งให้ ก่อนช่วยกันยกขึ้นรถจักรยานยนต์
- เส้นทางหลบหนี: พวกตนเลือกใช้เส้นทางสายรอง ลัดเลาะผ่านหมู่บ้านต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงด่านตรวจหลักบนถนนพหลโยธิน
- จุดหมายปลายทาง: ปลายทางของยาเสพติดล็อตนี้อยู่ที่ตึกร้างบริเวณหน้าวัดห้วยปลากั้ง ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อนที่อำเภอแม่จัน
ตำรวจซ้อนแผน ขยายผลบุกค้นรังยึดยาเพิ่มเฉียด 4 แสนเม็ด
หลังจากได้ข้อมูลจุดนัดส่งมอบยาเสพติดอย่างแน่ชัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาน ผกก.สภ.แม่จัน ได้ประสานงานร่วมกับกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย และชุดสืบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อวางกำลังซุ่มโปร่งอยู่รอบบริเวณตึกร้างหน้าวัดห้วยปลากั้ง
เมื่อถึงเวลาลักลอบส่งมอบ เจ้าหน้าที่พบชายวัยรุ่น 2 คนขับขี่รถเข้ามาติดต่อนัดรับของตามแผน จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อต่อมาคือ นายอาเคอะ อายุ 23 ปี และเยาวชนชายอายุ 17 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปขยายผลตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งสืบทราบว่าเป็นห้องพักของ “นายอาฉ่า” ผู้ร่วมขบวนการอีกรายที่ยังหลบหนีอยู่
ผลการตรวจค้นห้องพักดังกล่าวทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เพราะพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกจำนวน 370,000 เม็ด และยังพบเคตามีนชนิดเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์น้ำหนักรวมอีก 10 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมายยาเสพติดของ กระทรวงยุติธรรม
ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด เร่งล่าตัวการใหญ่ที่ยังหนี
ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐรวมถึงความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปอย่างร้ายแรง หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ ทั้งนายสร้อย และนายอาฉ่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับและติดตามตัวมาลงโทษต่อไป
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้าได้ 4.2 ล้านเม็ด หลังไล่ล่าด้วยความเร็วสูง
พบศพสุดช็อกที่เชียงราย! ชายอายุ 36 ปี ถูกพบเสียชีวิตอย่างปริศนาริมถนน
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย – ประชาชนริมฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งในอำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจะเร่งอุดรอยรั่วแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้ทัน แต่ตลาดท่าล้อในฝั่งเมียนมากลับถูกน้ำท่วมขังอย่างหนักแล้วในขณะนี้
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยและเมียนมาเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ชาวบ้านทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ตอนเหนือได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง ล่าสุดระดับน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาจนสัมผัสกับคานใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่อาศัยและค้าขายอยู่บริเวณริมตลิ่งอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำสายพุ่งสูงฉับพลัน จนแตะคานใต้สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งอุดรอยรั่วของแนวกระสอบทราย (Big Bag) ป้องกันน้ำทะลัก
- ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็กได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างแล้ว
แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังไม่เอ่อล้นข้ามแนวกำแพงกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยรั่วซึมบริเวณแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ในบางจุด ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั่วขณะ
หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องรีบระดมกำลังคนพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ลงพื้นที่เพื่ออุดรอยรั่วและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ สำนักข่าวไทย รายงานว่าทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอแม่สายให้ปลอดภัยสูงสุด
ท่าขี้เหล็กวิกฤต น้ำท่วมตลาดสำคัญ
เมื่อมองข้ามแม่น้ำสายไปยังฝั่งประเทศเมียนมา สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด พื้นที่ลุ่มต่ำในเมืองท่าขี้เหล็กไม่สามารถต้านทานมวลน้ำที่หลากลงมาได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและแหล่งการค้าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ตลาดท่าล้อ” ซึ่งเป็นตลาดชายแดนชื่อดัง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าต้องรีบขนย้ายสินค้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางความทุลักทุเลและระดับน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายทั้งสองประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนและอาจมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในพื้นที่ตอนเหนือ
การเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเก็บสิ่งของมีค่าและการวางแผนอพยพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การตื่นตัวและติดตามข่าวสารจะช่วยลดความสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
- ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้
การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที
ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน
เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ
พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก
เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย
พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด
พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี







