เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าหน้าที่เร่งคุมไฟป่าเชียงรายและพะเยา หลังจุดความร้อนพุ่งช่วงต้นหน้าแล้ง
เชียงราย – ภาคเหนือของไทยเริ่มเข้าสู่หน้าแล้งเร็วขึ้น และเริ่มเห็นไฟป่าขนาดเล็กเกิดขึ้นตามแนวป่าบนพื้นที่ชัน เข้าถึงยาก ควันและหมอกควันจึงกลับมากระทบคนในพื้นที่อีกครั้ง พร้อมความกังวลเรื่องสุขภาพที่ตามมา
เพื่อรับมือสถานการณ์ รัฐเพิ่มการทำงานภาคสนาม สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการระดับชาติด้านการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งหน่วยรับมือไฟป่าอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่พะเยา เชียงราย และลำปาง
คำสั่งนี้ตามมาหลังพบจุดความร้อน 61 จุดในวันเดียว เพราะถ้าไฟข้ามสันเขาลงหุบเขา ไฟจะลามเร็วขึ้นมาก ดังนั้น ความล่าช้าแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้พื้นที่ไหม้ขยาย และควันสะสมเพิ่มขึ้น

มาตรการป้องกันและควบคุมไฟป่า
วันที่ 4 มีนาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติฯ รายงานว่า นเรศพร ทิพย์มนต์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ที่ศูนย์บัญชาการไฟป่าและหมอกควัน (war room) ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย
เขากำชับให้หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งที่พบจุดความร้อน ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ทันที จากนั้นระดมกำลังเข้าพื้นที่โดยเร็ว และเร่งทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติให้ไวที่สุด
อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง
รายงานภาคสนามระบุว่า อุทยานแห่งชาติดอยภูนางพบจุดความร้อนมากที่สุด รวม 21 จุด เจ้าหน้าที่ระดมกำลังมากกว่า 120 นาย แบ่งเป็น 8 ชุด ปฏิบัติการครอบคลุมอำเภอเชียงม่วนและอำเภอปง โดยเน้นแนวสันเขาเสี่ยง เช่น ดอยถ้ำหมากเมา และดอยสังขระ
เป้าหมายหลักคือกันไฟไม่ให้ไหลลงพื้นที่ต่ำ และไม่ให้ควันกระทบชุมชนปลายน้ำ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ
ด้านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอพบจุดความร้อน 20 จุด จึงต้องเข้าถึงพื้นที่ให้เร็ว ผู้นำภาคสนามประสานชุดปฏิบัติการไฟป่าเฉพาะทางที่เรียกว่า “เสือไฟ” จากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงราย
นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับเครือข่ายอาสา และหน่วยงานท้องถิ่นในหลายอำเภอของพะเยา โดยเน้นเข้าพื้นที่ทุรกันดาร คุมไฟที่ยังลุกอยู่ และลดโอกาสการปะทุซ้ำ

หลายพื้นที่อนุรักษ์เดินงานพร้อมกัน
นอกเหนือจากพื้นที่หลัก ทีมงานยังเดินหน้าเฝ้าระวังและดับไฟในหลายจุดพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ไฟลามเป็นวงกว้าง
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ห้ามล่าสัตว์ป่า) ทับพญาลอ เร่งควบคุมจุดความร้อน 8 จุดในพื้นที่พะเยา
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง รายงานการปฏิบัติการ 6 จุด
- อุทยานแห่งชาติแม่ปืม ส่งเจ้าหน้าที่ 38 นายเข้าพื้นที่อำเภอภูกามยาว และคาดว่าจะคุมสถานการณ์ได้ภายในวันเดียว
- อุทยานแห่งชาติดอยหลวง รายงานว่าไฟส่วนใหญ่ในอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง อยู่ในวงควบคุมแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังจัดกำลังลาดตระเวนต่อเนื่องเพื่อป้องกันไฟปะทุซ้ำ
เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว แผนปีนี้จึงไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยตามดับ ทีมงานใช้วิธีเข้าตีไฟเร็ว ทำแนวกันไฟ ลาดตระเวน และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แนวทางแบบซ้อนชั้นช่วยลดความเสียหายป่าไม้ และลดการสะสมควันในฤดูแล้ง

เชียงรายคงมาตรการห้ามเผา 86 วัน
เชียงรายยังยึดมาตรการห้ามเผาในที่โล่งเป็นหัวใจของการป้องกัน จังหวัดกำหนดช่วงห้ามเผาเข้มงวดตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม 2569 รวม 86 วัน พร้อมย้ำว่าฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย เป้าหมายคือทำให้ควันจากการเผาลดลง และลดความเสี่ยงไฟป่าลาม
ขณะเดียวกัน หน่วยงานชี้ว่าข้อมูลจุดความร้อนเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ โดยมักใช้การตรวจจับผ่านดาวเทียม เช่น MODIS และ VIIRS เพื่อช่วยให้ทีมภาคสนามเข้าพิกัดได้เร็วขึ้น
ถึงอย่างนั้น จำนวนจุดความร้อนที่ลดลงไม่ได้แปลว่าอากาศดีเสมอไป เพราะค่า PM2.5 ยังขึ้นกับลม การกักอากาศ และควันลอยข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัดด้วย โดยเกณฑ์อ้างอิงด้านสุขภาพของไทยสำหรับ PM2.5 คือค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ท้องถิ่นและชุมชนช่วยทำแนวกันไฟ
ในเชียงราย อำเภอเวียงป่าเป้าระดมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มอาสา และชาวบ้าน ออกลาดตระเวนและทำแนวกันไฟตามจุดเสี่ยงหลายจุด ความร่วมมือแบบนี้ทำให้คุมเหตุได้เร็ว และลดโอกาสเกิดไฟลามใหญ่ อีกด้านหนึ่ง ทีมงานยังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ จังหวัดสื่อสารต่อเนื่องให้ประชาชนช่วยลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น พร้อมแนะนำวิธีจัดการเศษใบไม้ กิ่งไม้ โดยไม่เผา เช่น ทำปุ๋ยหมัก ทำคอกใบไม้ และเตรียมแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง
หน่วยทหารในพื้นที่ยังสนับสนุนการสื่อสารกับชุมชนตามแนวทาง “บ้านเล็กในป่าใหญ่” เพื่อให้การห้ามเผาทำได้จริงในระดับหมู่บ้าน
การควบคุมไฟป่าต้องใช้ทรัพยากรต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์และของใช้ป้องกันสุขภาพ เชียงรายจึงผลักดันช่องทางสนับสนุนงบประมาณ และกิจกรรมช่วยเหลือทีมภาคสนามในช่วงเสี่ยงสูง ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแชร์ข้อมูลประสานงานเป็นระยะ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เดินแผนไปในทิศทางเดียวกันเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

ไฟป่าทำลายป่า หมอกควันกระทบสุขภาพและรายได้
ปัญหาฤดูกาลนี้ไม่ได้จบแค่ดับไฟให้ทัน แต่ยังเกี่ยวกับการรักษาทรัพยากรป่า ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และลดผลกระทบต่อท่องเที่ยว เกษตรกรรม และงานกลางแจ้ง
หน่วยงานในพื้นที่ย้ำว่าความเร็วและความแม่นยำในการเข้าถึงจุดความร้อนคือเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ การคุมมาตรการห้ามเผา 86 วันให้ต่อเนื่องยังช่วยลดการเกิดไฟซ้ำ และลดควันสะสมระยะยาว
เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนทำสิ่งง่าย ๆ แบบไม่ตื่นตระหนก เช่น ลดกิจกรรมที่ก่อควัน หลีกเลี่ยงการเผาขยะกลางแจ้ง และติดตามประกาศคุณภาพอากาศจากหน่วยงานทางการ
ในวันที่ค่า PM2.5 สูง คนในพื้นที่ควรลดกิจกรรมนอกบ้าน และสวมหน้ากากมาตรฐานเมื่อจำเป็น ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ หากพบไฟหรือควันผิดปกติในพื้นที่เสี่ยง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที เพื่อให้ชุดตอบโต้เร็วเข้าพื้นที่ได้ไวกว่าเดิม
ภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันปี 2569 สะท้อนบทเรียนเดิมที่ยังใช้ได้เสมอ การบังคับใช้กฎหมายและการสนับสนุนภาคสนามต้องเดินคู่กับความร่วมมือของชุมชน เมื่อการไม่เผากลายเป็นนิสัยร่วมกันของหมู่บ้าน โอกาสได้อากาศที่ปลอดภัยก็ใกล้ขึ้นสำหรับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเร่งยกระดับถนนและความปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานการประชุมครั้งแรกของปี 2569 ของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย หลายหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม เพื่อวางแผนให้ชัดขึ้นทั้งเรื่องระเบียบจราจร ความปลอดภัยสาธารณะ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน หลังการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง
งานประชุมแบบนี้อาจดูเหมือนงานหลังบ้าน แต่สำหรับเชียงรายแล้ว มันเชื่อมตรงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะจังหวัดพึ่งพางานบริการ การท่องเที่ยว และการเดินทางเชื่อมกับพื้นที่รอบข้าง เมื่อการจราจรติดขัด ความเสียหายไม่ได้หยุดแค่บนถนน แต่ลามไปถึงเวลาของคนทำงาน รายได้ร้านค้าเล็กๆ ภาพจำของนักท่องเที่ยว และต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่รถชะลอ
แกนหลักของการคุยในที่ประชุมคือทำให้ระบบจราจร “ทำงานเป็นทีม” มากขึ้น จังหวัดอยากให้แต่ละหน่วยไม่ทำงานแยกกัน แต่ใช้ข้อมูลร่วมกันและลงมือร่วมกัน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานขนส่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อเดินไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะมองเห็นคอขวด จุดเสี่ยง และพฤติกรรมซ้ำๆ ที่พาไปสู่อุบัติเหตุบ่อยครั้งได้เร็วกว่าเดิม
ในเมืองท่องเที่ยว งานจราจรมักต้องถือสองเรื่องพร้อมกัน
อย่างแรกคือ “ลดความเสี่ยง” ด้วยการปรับจุดอันตรายให้คนเห็นผลจริง เช่น จัดช่องทางให้ชัด ปรับจังหวะไฟสัญญาณให้เหมาะ และทำทัศนวิสัยให้ดีขึ้นตามโค้ง ทางแยก หรือจุดตัดที่รถตัดกันบ่อย
อีกเรื่องคือ “เวลาเดินทางที่คาดเดาได้” เพราะพอท่องเที่ยวโต ความหนาแน่นจะไม่เกิดแบบสุ่ม แต่จะมีแพตเทิร์นตามชั่วโมง วันหยุดสุดสัปดาห์ และฤดูกาล ถ้าไม่เตรียมก่อน คนในพื้นที่จะรับผลก่อน ทั้งเวลาเสียเปล่า ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และความเครียดที่เพิ่มตามมา
โครงการคมนาคมหลักของเชียงรายที่ติดตามความคืบหน้า
ที่ประชุมยังติดตามงานโครงการคมนาคมสำคัญของจังหวัดด้วย เช่น โครงการรถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ (Den Chai to Chiang Rai to Chiang Khong railway project) รวมถึงแผนพัฒนา Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport อีกทั้งยังหยิบแนวคิดเรื่องการเชื่อมเส้นทางจากสถานีรถไฟในอนาคตไปสนามบิน เพื่อให้การเดินทางต่อเนื่องและใช้เวลาได้คุ้มขึ้น
เพราะลำพังมีโครงสร้างใหญ่ยังไม่พอ ถ้าช่วงต้นทางและปลายทางยังสับสนหรือช้า เมืองจะได้แค่ “คนเดินทางเพิ่ม” แต่ไม่ได้ “คุณภาพการเดินทางที่ดีขึ้น” สุดท้ายรายได้อาจไม่โตเท่าที่ควร ขณะเดียวกันความเสี่ยงรถติดและอุบัติเหตุก็มีโอกาสสูงขึ้น
ข้อมูลจาก Nakorn Chiang Rai ชี้ว่า ช่วงปี 2025 ถึง 2026 เรื่องท่องเที่ยวไทยไม่ใช่วัดกันที่จำนวนคนอย่างเดียวแล้ว แต่ไปอยู่ที่คุณภาพทริป การใช้จ่ายต่อหัว และระยะเวลาพัก ตลาดอินเดียถูกพูดถึงมาก เพราะโตเร็วจากมาตรการยกเว้นวีซ่าและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
สื่อเศรษฐกิจในอินเดียที่อ้างบทสัมภาษณ์ตัวแทนท่องเที่ยวไทยในอินเดีย รายงานว่าปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มแรง และยังคาดว่าปีถัดไปจะทำสถิติใหม่ได้ ขณะเดียวกัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมของไทยในปี 2025 และประมาณการที่อัปเดตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ย้ำชัดว่าท่องเที่ยวมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากแค่ไหน และการโตต้องคุมให้ดี
สำหรับเชียงรายที่โดดเด่นเรื่องวัฒนธรรม ธรรมชาติ และสายพักผ่อนแบบสุขภาพ แนวโน้มนี้กระทบทันที เพราะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายมักให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ทางเลือกการเดินทางที่ชัดเจน และประสบการณ์ที่ราบรื่นตั้งแต่มาถึงจนกลับ
เมืองต้องมีข้อมูลสาธารณะที่ดีและเชื่อมกันมากขึ้น
อีกแรงกดดันมาจากพฤติกรรมวางแผนทริปของนักท่องเที่ยว หลายคนเริ่มจากแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศรีเฟรชแอป Amazing Thailand ให้เป็นเครื่องมือข้อมูลและช่วยวางแผนทริปที่ครบขึ้น โดยมีแผนทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อเพิ่มฟีเจอร์อย่าง AI chatbot สำหรับแนะนำสถานที่ และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ในไทยบางชิ้นสะท้อนโจทย์ตั้งต้นว่า ถ้าเฟสแรกยังเน้นให้ข้อมูลเป็นหลัก แอปต้อง “มีประโยชน์พอ” ในตลาดที่นักท่องเที่ยวใช้แพลตฟอร์มเอกชนและเครื่องมือ AI อยู่แล้ว
ประเด็นนี้ลงมาถึงระดับจังหวัดทันที เพราะเมื่อการวางแผนเริ่มจากออนไลน์ เมืองต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับสิ่งที่เจอจริงบนถนน
ข้อมูลที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ไม่ได้มีแค่สถานที่เที่ยว แต่รวมถึงแผนที่การเดินทาง จุดจอดรถ จุดรับส่ง ตัวเลือกขนส่งสาธารณะ จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และแผนจราจรช่วงวันหยุด ถ้าข้อมูลพวกนี้กระจัดกระจาย ประสบการณ์ท่องเที่ยวจะสะดุดง่าย และความเชื่อมั่นก็ลดลงได้ แม้ไม่มีเหตุใหญ่เกิดขึ้น
การแข่งขันท่องเที่ยวไม่ได้แข่งกันที่แหล่งเที่ยวอย่างเดียวแล้ว
ฝั่งแพลตฟอร์มเอกชนก็เดินเร็วเช่นกัน ตัวอย่างคือ TrueMoney ที่เพิ่มหมวดบริการท่องเที่ยวในแอป รวมการจองและการจ่ายเงินเข้ากับบริการด้านอินเทอร์เน็ตและประกันการเดินทาง โดยบริษัทชี้ว่าการใช้งานเติบโตต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าการท่องเที่ยวผูกกับการจ่ายเงินผ่านแอปมากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพรวมนี้ทำให้การแข่งขันท่องเที่ยวขยายไปไกลกว่าเดิม เมืองไม่ได้แข่งกันแค่สถานที่สวยหรือกิจกรรมสนุก แต่แข่งกันที่ระบบสนับสนุนรอบทริปด้วย เช่น ถนนปลอดภัย การจ่ายเงินสะดวก และข้อมูลเชื่อถือได้ เมืองที่ตามทันมักได้ความมั่นใจจากคนเดินทางมากกว่า ส่วนเมืองที่แก้ปัญหาแบบวันต่อวัน มักเสียทั้งรายได้และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว
สำหรับเชียงราย งานวางแผนจราจรต้องรักษาสมดุลระหว่างการโตกับความเป็นธรรม เพราะถนนเส้นเดียวกันรองรับทั้งรถตู้ทัวร์ รถรับส่งนักเรียน รถบรรทุก รถของเกษตรกร และคนทำงานประจำวัน
ถ้าออกแบบระบบเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว คนท้องถิ่นจะเป็นฝ่ายจ่ายราคา แต่ถ้าโฟกัสแค่กิจวัตรประจำวันโดยไม่รับมือช่วงพีค เมืองก็เสียรายได้และงานที่ท่องเที่ยวนำมาให้
สิ่งที่คนอยากเห็นต่อจากนี้คือเปลี่ยน “สรุปการประชุม” ให้เป็น “ผลลัพธ์หน้างาน” ที่วัดได้ เช่น แผนแก้จุดเสี่ยงแบบต่อเนื่อง ป้ายบอกทางและที่จอดรถที่ชัดขึ้น การรณรงค์วินัยจราจรที่ทำจริงจัง และการจัดการจราจรที่เข้มแข็งขึ้นในจุดสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
เชียงราย - Chiang Rai News
ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงของเชียงรายมีเพียงพอต่อความต้องการ
เชียงราย – ช่วงวันที่ 5 มีนาคม มีรายงานว่าชาวเชียงรายจำนวนหนึ่งกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน จึงพากันนำรถไปเติมจนเต็มถังเพื่อสำรองไว้ ส่งผลให้บางสถานีน้ำมันน้ำมันหมดชั่วคราว เพราะความต้องการพุ่งขึ้นเร็วเกินคาด
เพื่อคลายความกังวล นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับ นายสุทัศน์ ลิ้มวณิชย์กุล นายอำเภอแม่ลาว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ที่ PTT Station สาขาจอมหมอกแก้ว ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว หลังพื้นที่ดังกล่าวเจอภาวะน้ำมันตึงตัวในระยะสั้น
ระหว่างตรวจติดตาม รถบรรทุกน้ำมันจากคลังจังหวัดลำปางเข้ามาส่งน้ำมันให้สถานีบริการพอดี คนขับรถบรรทุกเล่าว่าไปเข้าคิวรับน้ำมันตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่คลังน้ำมันลำปาง ก่อนขับมาส่งเชียงราย ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 5 ชั่วโมง เพราะเป็นรถบรรทุกหนักและต้องทำความเร็วตามกฎหมาย

ด้านนายสุชิน ฉ่อนเจริญ ผู้ประกอบการ PTT Station สาขาจอมหมอกแก้ว บอกว่า โดยปกติสถานีแห่งนี้ขายน้ำมันเฉลี่ยวันละราว 10,000 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าออกจังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้คนกังวล จึงแห่มาเติมน้ำมันจำนวนมาก ทำให้ปริมาณสำรองไม่ทันในบางช่วงเวลา
อย่างไรก็ดี ทางสถานีเร่งประสานรถขนส่งจากคลังลำปางให้ส่งน้ำมันเพิ่มต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมาบริการได้ตามปกติโดยเร็ว และลดโอกาสเกิดภาวะน้ำมันหมดหน้าปั๊มซ้ำ

ขณะที่นายปรศักดิ์ย้ำว่า ภาพรวมทั้งจังหวัดเชียงรายยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และติดตามข่าวจากหน่วยงานรัฐเป็นหลัก หากมีการปรับเปลี่ยนราคาน้ำมัน จะมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการดูแลราคา ทำให้ราคาขายปลีกตอนนี้ยังใกล้เคียงกับช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่ได้ปรับขึ้นแบบฉับพลัน พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือให้ใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น และงดการกักตุน เพราะจะยิ่งทำให้ความต้องการกระจุกตัว เกิดขาดแคลนชั่วคราว และเพิ่มภาระด้านการนำเข้าในภาพรวม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก
เชียงราย - Chiang Rai News
คริสตจักรแมนมิน เชียงราย ครบรอบ 15 ปี จัดนมัสการพิเศษ พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรม
เชียงราย – คริสตจักร โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) ภายใต้การนำของศิษยาภิบาลอาวุโส Dr. Soojin Lee เปิดเผยว่า คริสตจักรแมนมิน เชียงราย ในประเทศไทย จัดพิธีนมัสการครบรอบ 15 ปี เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากการนมัสการแล้ว ทางคริสตจักรยังเพิ่มกิจกรรมด้านวัฒนธรรม เพื่อให้สมาชิกได้ใช้เวลาร่วมกัน และทำความรู้จักกันมากขึ้น
ช่วงแรกของงาน Rev. Miyoung Lee รองประธานสมาคมศิษยาภิบาล ขึ้นเทศนาในหัวข้อ “มุ่งสู่เป้าหมาย” ผู้นำคริสตจักรบอกว่า วาระครบรอบครั้งนี้เป็นโอกาสทบทวนการทำงานตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และปรับมุมมองเพื่อวางแผนก้าวต่อไป

หลังจบพิธีนมัสการ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนแบบลงมือทำ ผู้ร่วมงานช่วยกันทำส้มตำ เมนูไทยที่หลายคนคุ้นเคย ผู้จัดงานเล่าว่า กิจกรรมนี้ทำให้ผู้คนได้คุยกันมากขึ้น หัวเราะร่วมกัน และสร้างความสนิทสนมแบบเป็นธรรมชาติ
ทางคริสตจักรเสริมว่า ก่อนหน้านี้เคยจัดกิจกรรม K-food เพื่อแบ่งปันอาหารเกาหลีด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงที่สมาชิกจากต่างประเทศ รวมถึงผู้มาเยือนจากไทย เดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อเข้าร่วมงาน มันมิน ซัมเมอร์ รีทรีท ประจำปี กิจกรรมครบรอบครั้งนี้จึงเหมือนการแลกเปลี่ยนกันทั้งสองทาง

ต่อมาในวันเดียวกัน ช่างแต่งหน้าจากทีมมิชชันนารีของคริสตจักรจัดคลาส K-beauty และแนะนำเทรนด์ความงามสไตล์เกาหลี เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้เข้าร่วมในพื้นที่สนใจมาก และติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกิจกรรม
ตัวแทนคริสตจักรกล่าวว่า การฉลองครบรอบ 15 ปี ช่วยย้ำแนวทางการทำงานที่เชื่อม “ความเชื่อและวัฒนธรรม” เข้าด้วยกัน และยังตั้งใจสานความสัมพันธ์กับคริสตจักรใกล้เคียงให้แน่นแฟ้นขึ้นในอนาคต

รู้จักคริสตจักรแมนมินในเชียงราย
คริสตจักรแมนมิน เชียงราย เป็นสาขาท้องถิ่นของ โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยคริสตจักรในเชียงรายทำหน้าที่ดูแลคริสเตียนในพื้นที่ และยังคงเชื่อมต่อกับเครือข่ายแมนมินในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาที่สื่อสารกันบ่อยจะเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยความเชื่อ การเป็นพยานส่วนตัว และการประกาศข่าวประเสริฐ โดยคริสตจักรแห่งนี้ทำงานกับชุมชนมาอย่างยาวนาน
ข้อมูลสำคัญ
- ศิษยาภิบาล: Lee Jaewon (บางครั้งระบุเป็น Pastor Jaewon Lee หรือ Missionary Jaewon Lee ในอัปเดตของคริสตจักร)
- กิจกรรมหลัก: สนับสนุนงานประกาศในเชียงราย มีการอธิษฐานร่วมกัน การแบ่งปันคำพยานของสมาชิก และเคยเปิดสอนภาษาเกาหลีฟรีให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย หลายเรื่องเล่ามักพูดถึงการรักษา ความรอดของผู้ที่เคยมีพื้นเพเป็นพุทธ และพระพรด้านจิตวิญญาณ นอกจากนี้ยังเข้าร่วมงานใหญ่ของเครือข่าย เช่น ค่ายฤดูร้อน
- ความเคลื่อนไหวล่าสุด: ต้นเดือนมีนาคม 2026 โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) (นำโดยศิษยาภิบาลอาวุโส Dr. Soojin Lee) กล่าวถึงการฉลองครบรอบ 15 ปีของคริสตจักรเชียงราย
โดยภาพรวม คริสตจักรแมนมิน เชียงราย เป็นชุมชนคริสเตียนขนาดไม่ใหญ่ แต่เน้นงานในพื้นที่ไทยอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเชื่อมโยงกับสาขาอื่นในประเทศไทยไว้เสมอ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ



