Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง

เชียงราย – ที่ด่านแม่สาย รถบรรทุกผลไม้ยังต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ช้าแค่นิดเดียวก็เสี่ยงกระทบความสด และทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เกิดคอขวดซ้ำๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงรายกำลังเดินหน้าตามแผนปี 2026 เพื่อทำบทบาทการเป็น…

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายกำลังปรับปรุงด่านชายแดนแม่สายให้เป็นประตูสู่การค้าทางแม่น้ำโขง

เชียงราย – ที่ด่านแม่สาย รถบรรทุกผลไม้ยังต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ช้าแค่นิดเดียวก็เสี่ยงกระทบความสด และทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เกิดคอขวดซ้ำๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงรายกำลังเดินหน้าตามแผนปี 2026 เพื่อทำบทบาทการเป็น เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขงที่แท้จริง ให้ชัดขึ้น และทำได้จริง

สัปดาห์นี้ จังหวัดขับเคลื่อนงาน 2 ทางพร้อมกัน

ทางแรก คือผลักดันให้ด่านพรมแดนแม่สายถูกพิจารณาอยู่ในกรอบพิธีสารไทย-จีน ที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกผลไม้ผ่านประเทศที่สาม หากได้รับอนุมัติ การขนส่งทางบกจะมีสถานะที่ชัดเจนขึ้น และขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น

ทางที่สอง คือขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เจรจา หาคู่ค้า และขยายตลาด ในช่วงที่บางเส้นทางชายแดนยังไม่นิ่ง

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่งานประชุมหรืองานอีเวนต์ แต่เป็นการแปลงข้อมูลการค้าระดับประเทศให้เป็นแผนปฏิบัติที่ใช้ได้จริงหน้างาน

แม่สายจากด่านท้องถิ่น สู่เส้นทางผลไม้ไทย-จีนที่ชัดเจนขึ้น

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 เชียงรายจัดประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อตรวจความพร้อมในการเสนอให้ “แม่สาย” เป็นจุดนำเข้าและส่งออกสำหรับการค้าผลไม้ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบการขนส่งผ่านประเทศที่สาม

การประชุมมีรองจังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (ACFS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญคือทำให้ “เส้นทาง” กลายเป็น “ระบบ” เพราะการค้าผลไม้ไม่ได้วัดกันแค่ปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่สวน การตรวจรับรอง มาตรการกักกัน การควบคุมอุณหภูมิ ขั้นตอนศุลกากร ไปจนถึงเวลารวมบนถนน

จังหวัดชี้ว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีความต้องการในจีนค่อนข้างสูง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางขนส่งและบางขั้นตอนการผ่านแดน ทำให้เวลาขนส่งยาวขึ้น และต้นทุนเพิ่ม

การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ ช่วยให้การขนส่งทางบกเร็วขึ้น ลดจุดติดขัด และลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกและเกษตรกรเผชิญมานาน

การประหยัดเวลาแม้เพียงเล็กน้อยมีผลต่อทั้งระบบ เวลาที่เสียไปหน้าด่านมักตามมาด้วยค่าขนส่งที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันเพิ่ม ความเสี่ยงด้านคุณภาพ และความไม่แน่นอนของวันส่งมอบ สิ่งเหล่านี้กระทบราคา และทำให้การต่อรองของไทยอ่อนลง

งานมหกรรมการค้าชายแดน 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ เน้นเจรจาจริง ทำดีลจริง

ในอีกแนวทางหนึ่ง กรมการค้าต่างประเทศประกาศจัดงาน “งานแสดงสินค้าการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย” ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 สถานที่หลักคือ วิง 416 และโรงแรมเดอะเฮอริเทจ เชียงราย

เป้าหมายที่ประกาศไว้คือเสริมความแข็งแรงให้ธุรกิจไทย เชื่อมการค้ากับเมียนมา ลาว และจีน และตอกย้ำบทบาทของเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

รูปแบบงานเน้นการซื้อขายมากกว่าการโชว์สินค้า ภายในงานมีบูธจำหน่ายมากกว่า 200 บูธ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของจังหวัด รวมถึงสัมมนาหัวข้อ Winning the New Chinese Wave ที่พูดถึงการเตรียมตัวของธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจีน และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน

ผู้จัดงานยังเตรียมช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด่านกัมพูชา ด้วยการพาเข้ามาเจรจาในพื้นที่ใหม่ เพื่อหาตลาดทดแทนและคู่ค้าใหม่ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งไม่แน่นอน

ตัวเลขระดับประเทศชี้ชัด ปี 2025 การค้าผ่านแดนโตแรงและพยุงภาพรวม

การเดินหน้าของเชียงรายในปี 2026 ไม่ได้อิงแค่ความคาดหวัง แต่มีข้อมูลรองรับ

กรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า ปี 2025 มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนรวมอยู่ที่ 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี การส่งออกอยู่ที่ 1,063,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลการค้า 188,579 ล้านบาท

เมื่อดูรายละเอียด จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตมาจากคนละส่วน

การค้าชายแดนมีมูลค่า 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 522,007 ล้านบาท ลดลง 13.31 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 372,186 ล้านบาท ลดลง 0.69 เปอร์เซ็นต์

แต่การค้าผ่านแดนกลับโตสวนทาง มูลค่ารวมอยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 541,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.23 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าผ่านแดน 502,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.99 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลผ่านแดน 38,757 ล้านบาท

ภาพรวมจึงชัดเจน การค้าชายแดนโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านชะลอ แต่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามโตมากพอจะดันภาพรวมให้ขยายตัวต่อ

การค้าผ่านแดนไปจีนมีมูลค่า 608,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์ ทำให้จีนเป็นตลาดผ่านแดนอันดับ 1 ในชุดข้อมูลนั้น รองลงมาคือสิงคโปร์และเวียดนาม

ในมุมของเชียงราย นี่คือเหตุผลของความเร่งด่วน เมื่อแนวโน้มระดับประเทศชี้ว่าการส่งผ่านไปจีนเป็นแรงหลัก ด่านและเส้นทางต้องพร้อม ต้องมีมาตรฐานชัด และกระบวนการที่เชื่อถือได้

ตัวเลขเดือนธันวาคมย้ำซ้ำ การค้าผ่านแดนยังแรง แม้ส่งออกชายแดนลด

ข้อมูลเดือนธันวาคม 2025 สะท้อนภาพเดียวกัน มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมของเดือนอยู่ที่ 162,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงขับเคลื่อนของสองส่วนต่างกันชัด

การค้าชายแดนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 66,031 ล้านบาท ลดลง 15.16 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 38,426 ล้านบาท ลดลง 23.86 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 27,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87 เปอร์เซ็นต์

การค้าผ่านแดนเดือนเดียวกันอยู่ที่ 96,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 42,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้าผ่านแดนพุ่งเป็น 53,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.07 เปอร์เซ็นต์

สำหรับธุรกิจ บทสรุปใช้งานได้ทันที ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อการค้าพึ่งพาช่องทางชายแดนไม่กี่จุดที่เปลี่ยนแปลงง่ายจากการปิดด่านหรือกฎใหม่ ขณะที่โอกาสอยู่ที่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เพราะปริมาณยังเพิ่ม และผู้ส่งของต้องการเส้นทางที่ชัด โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐาน

เชียงรายจะโตยาก ถ้าโลจิสติกส์ยังติดขัด

ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า เชียงรายมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี 2025 สินค้าส่งออกสำคัญมีทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง

สิ่งนี้สะท้อนบทบาทของเชียงรายที่เป็นทางผ่านไปจีนตอนใต้และประเทศใกล้เคียงมานาน แต่คำว่า “ประตู” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อสินค้าเดินทางได้เร็ว ปลอดภัย และอยู่ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

เมื่อการค้าผ่านแดนไปจีนขยายตัว การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้จึงเหมือนการยกระดับจากทางผ่านท้องถิ่น ไปสู่ช่องทางที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับระหว่างประเทศ

หากการยกระดับเดินหน้าได้ตามแผน กลุ่มที่ได้ประโยชน์ก่อนคือเกษตรกรและผู้ส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ที่ต้องการเส้นทางบกซึ่งติดขัดน้อยและต้นทุนต่ำกว่า ธุรกิจขนส่ง ห้องเย็น และบริการชายแดนก็น่าจะมีงานเพิ่มตามไปด้วย

แต่การแข่งขันก็จะเข้มขึ้นเช่นกัน ระบบที่เร็วขึ้นทำให้ความคาดหวังด้านคุณภาพและส่งมอบตรงเวลาสูงขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องเตรียมตัวเรื่องมาตรฐาน เอกสาร และการขายผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่สัมมนาในงานการค้าพยายามช่วยต่อยอด

ด้วยเหตุนี้ งานมหกรรมการค้าชายแดนจึงไม่ใช่แค่งานขายของ แต่เป็นพื้นที่เพิ่มทักษะ และหาคำสั่งซื้อใหม่ในช่วงที่โครงสร้างการค้ากำลังเปลี่ยน

ความหมายของปี 2026 เชียงรายพยายามต่อยอดแรงส่งของการค้าผ่านแดน

ปี 2025 การค้าชายแดนหดตัว แต่ภาพรวมยังโตเพราะการค้าผ่านแดนพุ่งแรง แนวทางของเชียงรายในปี 2026 จึงสอดคล้องกับความจริงนี้ โดยทุ่มแรงไปยังส่วนที่กำลังโต และลดจุดอ่อนที่ทำให้การส่งของล่าช้า

สามเรื่องที่ต้องจับตาต่อไปคือ

  • ความคืบหน้าการนำแม่สายเข้าอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้ รวมถึงมาตรฐานตรวจสอบและความพร้อมด้านโลจิสติกส์
  • ผลลัพธ์ของงานมหกรรมการค้าชายแดนเชียงราย วัดจากคู่ค้าจริงและคำสั่งซื้อจริง
  • การปรับตัวของธุรกิจท้องถิ่นต่อการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ที่กติกาและจังหวะเปลี่ยนเร็ว

เมื่อการค้าผ่านแดนปี 2025 อยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ งานของเชียงรายไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่คือการเตรียมระบบให้รับปริมาณที่เพิ่มขึ้นได้ และไม่ปล่อยให้รายเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ตัวเลขสำคัญ

  • การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,937,629 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์), ส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์), นำเข้า 874,525 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์), เกินดุล 188,579 ล้านบาท
  • การค้าชายแดนรวม ปี 2025: 894,193 ล้านบาท (ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,043,436 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดนไปจีน ปี 2025: 608,165 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม เดือนธันวาคม 2025: 162,064 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดน เดือนธันวาคม 2025: 96,033 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์)

แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทศบาลนครเชียงราย เดินหน้ายกระดับ “สวนตุงและโคมนครเชียงราย”

 

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending