เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
เชียงราย กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด…
เชียงรายกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการขยับไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ของไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวปี 2568 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เชียงรายเป็นเมืองรองที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศ ราว 6,463,147 คน ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในปีเดียวกันอยู่ที่ 51,540 ล้านบาท ทำสถิติทะลุ 50,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทั้งปีทำรายได้ราว 49,420 ล้านบาท จะเห็นว่าการเติบโตเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มชัดว่าเชียงรายกำลังขยับจากการเน้น “จำนวนคนมาเที่ยว” ไปสู่การเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ให้มากขึ้น

เมืองรองทำเลดี เพราะเดินทางง่ายและเชื่อมต่อได้หลายทาง
นางสาวพรหมพร จินดาวอง เนตรหาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงราย ซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ซีอาร์ซีดี) (เอสอี) เปิดเผยกับ “ประชาชาติ บิสซิเนส” ว่า เชียงรายได้รับการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคมนาคมทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ทำให้การเข้าถึงสะดวกยิ่งขึ้น และจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ที่จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองปีข้างหน้า
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่มีบทบาทคล้าย “ประตูเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน” ได้จริง เชื่อมโยงได้หลายมิติ นี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต่างจากเมืองรองหลายแห่ง เพราะมีทั้งความเป็นเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติที่เด่น เป็นฐานเศรษฐกิจเฉพาะตัว
ถ้ามองโครงสร้างเมือง เชียงรายมีภาพคล้ายหาดใหญ่ตรงที่เป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เชียงรายโดดเด่นกว่าคือภูเขา ป่า และภูมิประเทศที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและพัฒนาไปไกล เช่น วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น รวมถึงสิงห์ปาร์ค (Singha Park) ที่เป็นทั้งพื้นที่กิจการเพื่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ รองรับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชียงรายยังได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทำให้ชื่อของเชียงรายไปไกลขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 60% แนวคิดที่เชียงรายนำเสนอในเวที UNESCO คือ “ดอยตุง” ในฐานะตัวอย่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน จึงดึงดูดคนที่อยากมาเรียนรู้ ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ

จุดดึงดูดใหม่ของเชียงราย คือท่องเที่ยวคุณภาพ และอยู่ได้นาน
นางพร้อมพรกล่าวว่า อีกแม่เหล็กสำคัญคือสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะชาและกาแฟ เชียงรายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมี Specialty Coffee ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ กาแฟบางสายพันธุ์อย่างเกอิชา มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ส่วนชาจากเชียงรายก็ได้รางวัลระดับนานาชาติ และส่งออกไปยังตลาดไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง
อีกทิศทางที่เชียงรายเริ่มเดินชัดขึ้นคือการพัฒนาเมืองสู่ Wellness City โดยไม่ยึดภาพตลาดหรูแบบเมืองท่องเที่ยวทะเล แต่ใช้จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดบริการด้าน Longevity และ Anti-Aging ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
เชียงรายยังเริ่มเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Long Stay และ Digital Nomad โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียที่มาพักช่วงหน้าหนาวปีละกว่า 500 คน พักยาว 4-5 เดือน ใช้ชีวิต ทำงาน และใช้จ่ายในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อคน ปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกเชียงรายคืออากาศดี ค่าครองชีพไม่สูง เดินทางสะดวก มีสนามบิน ห้าง และบรรยากาศเมืองที่ปลอดภัย
มุมมองสำคัญคือ การจะก้าวเป็นเมืองหลักไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่จำนวนคนเที่ยว แต่ควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงกลุ่มที่อยู่นาน ใช้จ่ายสูง และกลับมาอีก การสร้างความต่างเริ่มจากการเล่าเรื่องเมืองให้ชัด เปลี่ยนจากเที่ยวแบบ “เก็บแต้ม” ไปเป็นการทำให้คนรู้สึกว่าได้ประสบการณ์ เพราะเชียงรายไม่ได้ขายความหรู แต่ขายคุณภาพชีวิตและตัวตนของเมือง
การเติบโตของเชียงรายไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการสะสมศักยภาพต่อเนื่อง จนวันนี้เมืองรองที่เคยเงียบกำลังถูกจับตาในบทบาทใหม่ คือเมืองหลักที่ต้องเติบโตแบบมีทิศทาง สมดุล และยั่งยืน

เมืองดาวรุ่งที่พร้อมขยายตัว แต่ต้องเดินให้เป็นระบบ
ว่าที่ ร.ต.เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เชียงรายวันนี้ขยับจากเมืองรองไปเป็น “เมืองดาวรุ่ง” ได้ชัด ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทั้งสนามบิน โรงแรม ท่าเรือ และรถไฟทางคู่ที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 อำเภอ และมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนที่เชื่อมกับเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือเมียนมาและ สปป.ลาว รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงที่เดินทางต่อไปถึงจีนได้
ด้านการศึกษาและสุขภาพ เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลัก 4-5 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และมีศูนย์การแพทย์กับโรงพยาบาลรวมมากกว่า 5 แห่ง ทำให้แนวทางเมือง Wellness ไปต่อได้จริง
อีกบทบาทที่เชียงรายกำลังถูกผลักดันคือเมืองกีฬา (Sport City) จากการได้รับคัดเลือกจัด Spartan Race ต่อเนื่อง 3 ปี และมีการวางแนวทางดึงจุดเด่นของทั้ง 18 อำเภอให้ชัด เพื่อสร้างอัตลักษณ์รายพื้นที่ ไม่ให้ทุกที่เหมือนกันไปหมด
สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างชาและกาแฟก็ยังเป็นไพ่ใบใหญ่ หลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศมีฐานผลิตในพื้นที่ จังหวัดพยายามเชื่อมภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันทำเรื่องราวสินค้าและงานวิจัย เพิ่มมูลค่าให้เป็นระบบ
เชียงรายยังถูกพูดถึงในมุมความปลอดภัย และเหมาะกับกลุ่มที่ทำงานได้จากทุกที่ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเชียงรายจึงมักมีเป้าหมายชัด เช่น มาเรียนรู้วัฒนธรรม หรือมาพักเพื่อดูแลสุขภาพ และเพราะแต่ละอำเภอมีเสน่ห์ต่างกัน ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่เที่ยวได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อ

ขนส่งสาธารณะยังเป็นโจทย์ใหญ่ของเมือง
อย่างไรก็ตาม ค่าเดินทางภายในจังหวัดยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง ทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเอง
ตอนนี้มีการหารือเพื่อเชื่อมระบบเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สะดวกขึ้น อีกด้านคือการจัดการนักท่องเที่ยวตั้งแต่หน้าด่านจนถึงที่พัก ถ้าจังหวัดเชื่อมข้อมูลแบบ Real-Time ระหว่างตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานพื้นที่ได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้มาเยือน

เชียงราย ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย มองว่าเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็น “เมืองยุทธศาสตร์” ด้วยที่ตั้งชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และเป็นเส้นทางเชื่อมสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ระยะทางราว 240 กิโลเมตร
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจากจีนสู่ท่าเรือเชียงแสน หลังหยุดไป 4-5 ปี ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมภาพเศรษฐกิจและการเดินทาง ขณะที่แผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟเด่นชัย-เชียงของ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมกันมากขึ้น
สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เป็นสนามบินนานาชาติ ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมามีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนต่างชาติเดินทางได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมการท่องเที่ยวคุณค่า เชียงรายมีองค์ประกอบพร้อม ทั้งแนวทาง Wellness City ที่มีมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงฐานการผลิตชาและกาแฟที่ใหญ่และชัดที่สุดของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ภาพ “เมืองหลวงแห่งชาและกาแฟ” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง
แนวทางนี้ยังช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเชื่อมโยงกับปัญหา PM 2.5 ทำให้เชียงรายมีจุดความร้อนต่ำที่สุดในภาคเหนือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อีกอัตลักษณ์ที่เชียงรายมีไม่เหมือนใครคือความหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 30-40 กลุ่ม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ สามารถพัฒนาเป็นพลังด้านวัฒนธรรม ผ่านงานชาติพันธุ์และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แม้ภาพรวมจะพร้อม แต่ความท้าทายหลักยังเหมือนเดิม คือขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทั้งการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และการต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังมีต้นทุนสูง ถ้าโครงสร้างการเดินทางดีขึ้น เชียงรายจะรองรับการเติบโตแบบเมืองหลักได้สมดุลมากขึ้น
เมื่อเชียงรายทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดในกลุ่มเมืองรองได้แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่เสียตัวตนของเมือง เพราะการเป็นเมืองหลักไม่ได้วัดที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการเลือกเส้นทางที่ยังยึดโยงกับรากวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสมดุลของเชียงรายไว้ได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง สกัดจับกุมชายชาวเมียนมาวัย 21 ปี ขณะพยายามลักลอบนำเงินสดสกุลบาทไทยจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดน
จากการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย รวมมูลค่ากว่า 3.57 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ข้ามแดนมาด้วยท่าทางมีพิรุธชัดเจน จึงนำตัวไปสอบสวนตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online) อย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
• ยึดเงินสดก้อนโต: เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมหนุ่มเมียนมาวัย 21 ปี พร้อมยึดเงินสดไทยรวม 3,572,240 บาท บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1
• ละเมิดกฎหมายการเงิน: การนำเข้าเงินตราเกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
• เร่งสอบสวนขยายผล: ตำรวจ สภ.แม่สาย รับมอบตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาและขยายผลเส้นทางการเงิน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการนอกกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ชายหนุ่มชาวเมียนมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าใบใหญ่ข้ามสะพานมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดสังเกตและแสดงอาการลุกลน จึงเรียกขอตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าออก เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยถูกจัดเรียงเป็นมัดขนาดใหญ่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 3,560 ใบ ธนบัตร 500 บาท จำนวน 7 ใบ ธนบัตร 100 บาท จำนวน 61 ใบ และธนบัตร 20 บาท อีกจำนวน 132 ใบ รวมเงินของกลางทั้งหมด 3,572,240 บาท
เปิดข้อกฎหมายควบคุมเงินตราและบทลงโทษ
การลักลอบนำเงินสดสกุลบาทข้ามพรมแดนเข้าออกประเทศโดยไม่สำแดง เป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ร่วมกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายกำหนดให้ผู้พกพาเงินสดเกินกว่าอัตราที่อนุญาตต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายจึงบันทึกการจับกุม พร้อมยึดเงินสดและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อคลี่คลายที่มาและจุดหมายปลายทางของเงินสดก้อนนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน
แม่สายถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าและการเงินระหว่างสองประเทศ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นช่วยป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมทั้งตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 261.5 กิโลกรัม เอาไว้ได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.50 น. ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามธรรมชาติบ้านศรีชัยภูมิ ก่อนจะพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยเดินเท้าข้ามลำน้ำเข้ามา จึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ• การปะทะเดือด 5 นาที: ทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ยิงปะทะกลุ่มคาราวานยาเสพติด 5-6 คน บริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย • ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กก.: ผลการตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบดำ 7 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 261.5 กิโลกรัม • คุมเข้มชายแดนแม่สาย: พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งส่งมอบของกลางให้ สภ.เกาะช้าง พร้อมขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด |
ตามนโยบายเข้มงวดของกองทัพบกและรัฐบาลในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังจากกองร้อยทหารม้าที่ 4 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างการเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ที่ 10 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 6 คน แบกกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ ทหารจึงแสดงตัวพร้อมให้สัญญาณหยุดเพื่อขอเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสาดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดยาวนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในภูมิประเทศป่าเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ จากการตรวจสอบกำลังพลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เปิดผลตรวจยึดไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เวลาประมาณ 06.20 น. ชุดปฏิบัติการได้สนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุโดยรอบอย่างละเอียด จากการตรวจค้นอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำกันน้ำตกกระจายอยู่บริเวณพงหญ้าชายน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 7 กระสอบ
เมื่อแกะตรวจสอบสิ่งของภายใน พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ (Methamphetamine) เกรดบริสุทธิ์ บรรจุแยกเป็นห่อชาสีเขียวและสีทอง ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดได้ 261.5 กิโลกรัม คาดว่าขบวนการเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล
กองกำลังผาเมืองประสาน สภ.เกาะช้าง ขยายผลตัดรากถอนโคน
จนกระทั่งเวลา 11.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบของกลางพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน
พันเอก สุพรรณ เปิดเผยว่ากลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมักอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในการลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารได้ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 261.5 กิโลกรัม ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นกลางเมืองเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานที่เปี่ยมด้วยเมตตาสะท้อนว่าทุกชีวิตบนโลกนี้ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันเสมอ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้โบราณสถานสำคัญ เจ้าหน้าที่พบสุนัขโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึกข้างวัดพระแก้วอย่างน่าเวทนา ทีมกู้ภัยจึงวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ประเด็นสำคัญ• เหตุเกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย นำกำลังเข้าช่วยชีวิตสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัดพระแก้ว • ทีมกู้ภัยวางแผนรัดกุม ใช้ทักษะเฉพาะทางพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาตรฐานจนนำสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดแผลฉกรรจ์ • เทศบาลนครเชียงรายตอกย้ำนโยบายดูแลสวัสดิภาพสัตว์และช่วยเหลือทุกชีวิตในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม สร้างความประทับใจแก่ประชาชน |
จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกที่มีน้ำขังและมีผนังปูนค่อนข้างลื่นชัน สุนัขตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้บันไดและสายรัดเฉพาะทางโรยตัวลงไปปฏิบัติการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวและคล้องตัวสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยืนส่งกำลังใจอยู่โดยรอบ สุนัขมีอาการสำลักน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับน้ำสะอาดดื่มทันที
มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ในเขตเทศบาล
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปตามหลักความปลอดภัยระดับสากลที่เจ้าหน้าที่ยึดถืออย่างเคร่งครัด ทีมงานมีการประเมินโครงสร้างบ่อน้ำและระดับออกซิเจนก่อนลงปฏิบัติการจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์ที่กำลังตกใจ
การดูแลสัตว์ไม่มีเจ้าของเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมของงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนให้รับมือกับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ประสบภัยจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ร่วมโลกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในยามคับขัน
พลังแห่งความเมตตาและเสียงชื่นชมจากชุมชนเชียงราย
หลังภารกิจเสร็จสิ้น ชุมชนท้องถิ่นต่างแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงานอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าภาพเหตุการณ์นี้สะท้อนวัฒนธรรมความเมตตาอันดีงามของชาวเชียงราย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติงานด้วยหัวใจเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสงบสุขของประชาชน ทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย และภารกิจนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในสังคมเมืองเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


