เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
เชียงราย กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด…
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงรายกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการขยับไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ของไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวปี 2568 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เชียงรายเป็นเมืองรองที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศ ราว 6,463,147 คน ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในปีเดียวกันอยู่ที่ 51,540 ล้านบาท ทำสถิติทะลุ 50,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทั้งปีทำรายได้ราว 49,420 ล้านบาท จะเห็นว่าการเติบโตเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มชัดว่าเชียงรายกำลังขยับจากการเน้น “จำนวนคนมาเที่ยว” ไปสู่การเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ให้มากขึ้น

เมืองรองทำเลดี เพราะเดินทางง่ายและเชื่อมต่อได้หลายทาง
นางสาวพรหมพร จินดาวอง เนตรหาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงราย ซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ซีอาร์ซีดี) (เอสอี) เปิดเผยกับ “ประชาชาติ บิสซิเนส” ว่า เชียงรายได้รับการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคมนาคมทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ทำให้การเข้าถึงสะดวกยิ่งขึ้น และจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ที่จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองปีข้างหน้า
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่มีบทบาทคล้าย “ประตูเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน” ได้จริง เชื่อมโยงได้หลายมิติ นี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต่างจากเมืองรองหลายแห่ง เพราะมีทั้งความเป็นเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติที่เด่น เป็นฐานเศรษฐกิจเฉพาะตัว
ถ้ามองโครงสร้างเมือง เชียงรายมีภาพคล้ายหาดใหญ่ตรงที่เป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เชียงรายโดดเด่นกว่าคือภูเขา ป่า และภูมิประเทศที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและพัฒนาไปไกล เช่น วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น รวมถึงสิงห์ปาร์ค (Singha Park) ที่เป็นทั้งพื้นที่กิจการเพื่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ รองรับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชียงรายยังได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทำให้ชื่อของเชียงรายไปไกลขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 60% แนวคิดที่เชียงรายนำเสนอในเวที UNESCO คือ “ดอยตุง” ในฐานะตัวอย่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน จึงดึงดูดคนที่อยากมาเรียนรู้ ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ

จุดดึงดูดใหม่ของเชียงราย คือท่องเที่ยวคุณภาพ และอยู่ได้นาน
นางพร้อมพรกล่าวว่า อีกแม่เหล็กสำคัญคือสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะชาและกาแฟ เชียงรายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมี Specialty Coffee ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ กาแฟบางสายพันธุ์อย่างเกอิชา มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ส่วนชาจากเชียงรายก็ได้รางวัลระดับนานาชาติ และส่งออกไปยังตลาดไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง
อีกทิศทางที่เชียงรายเริ่มเดินชัดขึ้นคือการพัฒนาเมืองสู่ Wellness City โดยไม่ยึดภาพตลาดหรูแบบเมืองท่องเที่ยวทะเล แต่ใช้จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดบริการด้าน Longevity และ Anti-Aging ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
เชียงรายยังเริ่มเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Long Stay และ Digital Nomad โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียที่มาพักช่วงหน้าหนาวปีละกว่า 500 คน พักยาว 4-5 เดือน ใช้ชีวิต ทำงาน และใช้จ่ายในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อคน ปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกเชียงรายคืออากาศดี ค่าครองชีพไม่สูง เดินทางสะดวก มีสนามบิน ห้าง และบรรยากาศเมืองที่ปลอดภัย
มุมมองสำคัญคือ การจะก้าวเป็นเมืองหลักไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่จำนวนคนเที่ยว แต่ควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงกลุ่มที่อยู่นาน ใช้จ่ายสูง และกลับมาอีก การสร้างความต่างเริ่มจากการเล่าเรื่องเมืองให้ชัด เปลี่ยนจากเที่ยวแบบ “เก็บแต้ม” ไปเป็นการทำให้คนรู้สึกว่าได้ประสบการณ์ เพราะเชียงรายไม่ได้ขายความหรู แต่ขายคุณภาพชีวิตและตัวตนของเมือง
การเติบโตของเชียงรายไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการสะสมศักยภาพต่อเนื่อง จนวันนี้เมืองรองที่เคยเงียบกำลังถูกจับตาในบทบาทใหม่ คือเมืองหลักที่ต้องเติบโตแบบมีทิศทาง สมดุล และยั่งยืน

เมืองดาวรุ่งที่พร้อมขยายตัว แต่ต้องเดินให้เป็นระบบ
ว่าที่ ร.ต.เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เชียงรายวันนี้ขยับจากเมืองรองไปเป็น “เมืองดาวรุ่ง” ได้ชัด ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทั้งสนามบิน โรงแรม ท่าเรือ และรถไฟทางคู่ที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 อำเภอ และมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนที่เชื่อมกับเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือเมียนมาและ สปป.ลาว รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงที่เดินทางต่อไปถึงจีนได้
ด้านการศึกษาและสุขภาพ เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลัก 4-5 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และมีศูนย์การแพทย์กับโรงพยาบาลรวมมากกว่า 5 แห่ง ทำให้แนวทางเมือง Wellness ไปต่อได้จริง
อีกบทบาทที่เชียงรายกำลังถูกผลักดันคือเมืองกีฬา (Sport City) จากการได้รับคัดเลือกจัด Spartan Race ต่อเนื่อง 3 ปี และมีการวางแนวทางดึงจุดเด่นของทั้ง 18 อำเภอให้ชัด เพื่อสร้างอัตลักษณ์รายพื้นที่ ไม่ให้ทุกที่เหมือนกันไปหมด
สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างชาและกาแฟก็ยังเป็นไพ่ใบใหญ่ หลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศมีฐานผลิตในพื้นที่ จังหวัดพยายามเชื่อมภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันทำเรื่องราวสินค้าและงานวิจัย เพิ่มมูลค่าให้เป็นระบบ
เชียงรายยังถูกพูดถึงในมุมความปลอดภัย และเหมาะกับกลุ่มที่ทำงานได้จากทุกที่ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเชียงรายจึงมักมีเป้าหมายชัด เช่น มาเรียนรู้วัฒนธรรม หรือมาพักเพื่อดูแลสุขภาพ และเพราะแต่ละอำเภอมีเสน่ห์ต่างกัน ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่เที่ยวได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อ

ขนส่งสาธารณะยังเป็นโจทย์ใหญ่ของเมือง
อย่างไรก็ตาม ค่าเดินทางภายในจังหวัดยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง ทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเอง
ตอนนี้มีการหารือเพื่อเชื่อมระบบเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สะดวกขึ้น อีกด้านคือการจัดการนักท่องเที่ยวตั้งแต่หน้าด่านจนถึงที่พัก ถ้าจังหวัดเชื่อมข้อมูลแบบ Real-Time ระหว่างตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานพื้นที่ได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้มาเยือน

เชียงราย ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย มองว่าเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็น “เมืองยุทธศาสตร์” ด้วยที่ตั้งชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และเป็นเส้นทางเชื่อมสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ระยะทางราว 240 กิโลเมตร
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจากจีนสู่ท่าเรือเชียงแสน หลังหยุดไป 4-5 ปี ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมภาพเศรษฐกิจและการเดินทาง ขณะที่แผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟเด่นชัย-เชียงของ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมกันมากขึ้น
สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เป็นสนามบินนานาชาติ ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมามีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนต่างชาติเดินทางได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมการท่องเที่ยวคุณค่า เชียงรายมีองค์ประกอบพร้อม ทั้งแนวทาง Wellness City ที่มีมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงฐานการผลิตชาและกาแฟที่ใหญ่และชัดที่สุดของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ภาพ “เมืองหลวงแห่งชาและกาแฟ” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง
แนวทางนี้ยังช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเชื่อมโยงกับปัญหา PM 2.5 ทำให้เชียงรายมีจุดความร้อนต่ำที่สุดในภาคเหนือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อีกอัตลักษณ์ที่เชียงรายมีไม่เหมือนใครคือความหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 30-40 กลุ่ม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ สามารถพัฒนาเป็นพลังด้านวัฒนธรรม ผ่านงานชาติพันธุ์และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แม้ภาพรวมจะพร้อม แต่ความท้าทายหลักยังเหมือนเดิม คือขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทั้งการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และการต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังมีต้นทุนสูง ถ้าโครงสร้างการเดินทางดีขึ้น เชียงรายจะรองรับการเติบโตแบบเมืองหลักได้สมดุลมากขึ้น
เมื่อเชียงรายทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดในกลุ่มเมืองรองได้แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่เสียตัวตนของเมือง เพราะการเป็นเมืองหลักไม่ได้วัดที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการเลือกเส้นทางที่ยังยึดโยงกับรากวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสมดุลของเชียงรายไว้ได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด
ประเด็นสำคัญ
- คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
- เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
- โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ
คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย


