Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม

เชียงรายเดินหน้ามาตรการห้ามเผา 86 วัน รับมือฝุ่น PM2.5 ชูอากาศดีเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว

Rebecca Kim

Published

on

จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม

เชียงราย –  บรรยากาศในห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายวันนั้นเหมือนการประชุมช่วงหน้าแล้งทั่วไป แต่สารที่ย้ำชัดคือเรื่องใหญ่กว่าการดับไฟ เพราะเชียงรายกำลังสู้เพื่ออากาศที่คนในพื้นที่ต้องหายใจทุกวัน เมืองท่องเที่ยวและเมืองชายแดนที่เจอหมอกควันซ้ำๆ จนกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงอากาศนิ่งที่ฝุ่นสะสมง่าย

นายชูชีพ พงษ์ไชย ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการเข้มงวดงดเผาในที่โล่ง เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ปี 2569 โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการร่วมประชุม

แกนของปีนี้คือ “ยกระดับ” จากการขอความร่วมมือไปสู่คำสั่งที่ชัดเจน จังหวัดแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ

  • ระยะที่ 1 (1 ม.ค. ถึง 13 ก.พ.) เน้นขอความร่วมมือ ลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ ใช้วิธีไถกลบ ทำปุ๋ย จัดการเศษวัสดุ และหลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง
  • ระยะที่ 2 (14 ก.พ. ถึง 10 พ.ค.) ช่วงวิกฤตรวม 86 วัน ออกคำสั่งห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ครอบคลุมพื้นที่เกษตร เศษวัสดุทางการเกษตร ขยะมูลฝอย และวัชพืช ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

ผู้ว่าฯ ย้ำว่า งานป้องกันไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ต้องพึ่งพาความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการสื่อสารให้คนเข้าใจเหตุผลและทำตามจริง เพื่อให้อากาศปลอดภัยขึ้นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยลดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ท่องเที่ยวและรายได้ของชุมชน เป้าหมายคือให้คนเชียงรายและนักท่องเที่ยวได้หายใจในอากาศที่ดีขึ้นร่วมกัน

ตั้งเป้าชัด ลดจุดความร้อน และลดวันค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

มาตรการห้ามเผาครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ “เรียบร้อย” อย่างเดียว จังหวัดตั้งเป้าผลลัพธ์ไว้ชัดเจน คือ ลดจุดความร้อนลง 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และลดจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน 15 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์

คำว่า “เกินมาตรฐาน” อิงเกณฑ์ PM2.5 ของประเทศไทยตามที่กรมควบคุมมลพิษเผยแพร่ โดยค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยรายปี 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นการลดวันเกินมาตรฐานจึงหมายถึงลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ทำตัวเลขให้ดูดี

แต่ในทางปฏิบัติ ความท้าทายของเชียงรายไม่ได้มีแค่การหยุดเผาในจังหวัด เพราะพื้นที่เป็นแอ่งล้อมเขา และยังมีควันข้ามแดนที่ควบคุมได้จำกัด ทำให้การทำให้มาตรการเห็นผลจริงต้องเข้มและต่อเนื่อง

ข้อมูลบทเรียนจาก “รายงานการวิเคราะห์พลวัตจุดความร้อนและการจัดการวิกฤตหมอกควัน จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2568” ถูกนำมาใช้เป็นฐานคิดสำคัญของปี 2569 ประเด็นที่เห็นชัดคือ จำนวนจุดความร้อนลดลงมาก แต่พื้นที่เผาไหม้จริงลดลงไม่มากเท่าที่ควร

รายงานระบุว่า ช่วงฤดูไฟป่า 1 กุมภาพันธ์ ถึง 8 พฤษภาคม ปี 2568 จุดความร้อนสะสมลดจาก 3,885 จุด (ปี 2567) เหลือ 611 จุด ลดลงร้อยละ 84.3 แต่พื้นที่เผาไหม้จริงลดลงเพียงร้อยละ 16.33 จาก 62,521 ไร่ เหลือ 52,311 ไร่ นั่นสะท้อนว่าการจุดไฟอาจน้อยลง แต่ไฟแต่ละครั้งลุกลามหนักขึ้น หรือดับไม่ทัน

เมื่อมองในเชิงนโยบาย บทเรียนนี้เตือนว่าใช้ “จำนวนจุดความร้อน” เป็นตัวชี้วัดอย่างเดียวไม่พอ ไฟที่เริ่มจากจุดเล็กอาจขยายวงกว้างก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึง โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูง ป่าลึก และแนวรอยต่อเกษตรที่เข้ายาก

ดาวเทียมช่วยสั่งการเร็วขึ้น แต่ยังต้องแก้ที่เชื้อเพลิงและการเข้าถึงพื้นที่

การเฝ้าระวังจุดความร้อนของไทยอาศัยข้อมูลดาวเทียมที่หน่วยงานรัฐใช้ต่อเนื่อง โดย GISTDA มีข้อมูลจากหลายระบบ รวมถึง VIIRS ที่มีความละเอียดประมาณ 375 เมตร ซึ่งใช้กันแพร่หลายในการติดตามและวิเคราะห์พื้นที่ นอกจากนี้เอกสารวิชาการของกรมส่งเสริมการเกษตรก็อธิบายการใช้ข้อมูลดาวเทียมและระบบตรวจจับความร้อนเพื่อช่วยดูแลพื้นที่เกษตรและติดตามการเผา

อย่างไรก็ดี ตัวเลขปี 2568 บอกชัดว่า ต่อให้ตรวจพบเร็วขึ้น แต่ถ้าเข้าพื้นที่ช้า หรือมีเชื้อเพลิงสะสมมาก ไฟเพียงครั้งเดียวก็สร้างความเสียหายได้มาก ปี 2569 จึงเน้นทั้งคำสั่งห้ามเผา และการจัดการเชื้อเพลิงด้วยทางเลือกที่ทำได้จริง เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ย จัดการเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงควบคุมขยะและวัชพืชไม่ให้กลายเป็นเชื้อไฟ

ต่อให้ควบคุมการเผาในพื้นที่ได้ดีขึ้นบางช่วง เชียงรายยังต้องเจอความเสี่ยงจากหมอกควันข้ามแดนจากพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อทิศทางลมเปลี่ยน อำเภอชายแดนอย่างแม่สายและเชียงของมักได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่อื่น

อีกเรื่องที่หนีไม่พ้นคือภูมิประเทศที่ทำให้มลพิษค้างในอากาศง่าย ช่วงหน้าแล้งภาคเหนือมักเกิดอุณหภูมิผกผัน อากาศอุ่นปิดทับอากาศเย็นด้านล่าง ฝุ่นจึงลอยออกยาก เมื่อควันในพื้นที่รวมกับควันข้ามแดน ค่าฝุ่นอาจพุ่งขึ้นได้แม้จุดความร้อนไม่สูงมาก นี่เป็นเหตุผลที่จังหวัดสื่อสารเรื่อง “ห้ามเผา” ควบคู่กับ “สุขภาพ” และ “ท่องเที่ยว” เพื่อให้คนเห็นภาพและร่วมมือจริงในระดับครัวเรือน

ดูแลสุขภาพควบคู่ ห้องปลอดฝุ่นและการป้องกันในวันวิกฤต

ด้านสาธารณสุขเป็นอีกเสาที่ช่วยลดความเสี่ยงในวันที่ค่าฝุ่นสูง ข้อมูลระบุว่าจังหวัดมีห้องปลอดฝุ่นในหน่วยบริการและพื้นที่สาธารณะรวม 903 แห่ง ขณะที่กรมอนามัยมีแนวทางจัดห้องปลอดฝุ่นแบบเป็นระบบ เช่น ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ลดช่องรั่ว ทำความสะอาดแบบเช็ดถู และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มฝุ่น

เมื่อเดินทั้งสองทางพร้อมกัน ภาพของเชียงรายจึงไม่ใช่แค่ “สั่งห้ามแล้วจบ” แต่เป็นการลดต้นเหตุ พร้อมมีมาตรการรองรับเพื่อให้คนใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้นในช่วงที่ฝุ่นหนัก

สำหรับเชียงราย คุณภาพอากาศไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่มันสะท้อนภาพลักษณ์เมือง และส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวโดยตรง จากนั้นก็ไปถึงรายได้ของร้านค้า ที่พัก โฮมสเตย์ คนทำทัวร์ และชุมชนท่องเที่ยวในหลายอำเภอ

จังหวัดพยายามสื่อสารให้เข้าใจง่ายว่า ช่วงนี้การลดควันและงดเผา คือการดูแลคนในบ้านและคนมาเยือน ถ้ามาตรการ 86 วันทำให้อากาศดีขึ้นจริง เมืองได้ประโยชน์ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ คนในพื้นที่จะกระทบก่อน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

โจทย์ใหญ่ของการห้ามเผา คือการบังคับใช้ที่เป็นธรรม และทางเลือกของเกษตรกร

การห้ามเผาแบบเด็ดขาดจะเกิดผลได้ ต้องทำให้คนมีทางเลือกพอจะทำตาม เพราะในภาคเกษตร การเผามักถูกมองว่าเร็วและต้นทุนต่ำ ปี 2569 จึงผลักดันทางเลือก เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ย และจัดการวัชพืชให้เหมาะสม

อีกด้านคือการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ และทำควบคู่กับการสื่อสารแบบเข้าใจคน เพื่อลดแรงปะทะระหว่างรัฐกับชุมชน การตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และมาตรการเชิงรุกตามที่ระบุไว้ จึงเป็นจุดที่จะบอกได้ว่าเชียงรายคุมสถานการณ์ได้มากแค่ไหนในช่วง 86 วันนี้

มาตรการปี 2569 ของเชียงรายคือการต่อยอดจากบทเรียนปี 2568 ที่ชี้ว่า ลดจุดความร้อนได้มาก ไม่ได้แปลว่าความเสียหายจะลดตามเสมอ ปีนี้จังหวัดเลือกเดินทางที่เข้มขึ้น ด้วยคำสั่งห้ามเผาทุกชนิด 86 วัน ตั้งเป้าลดจุดความร้อนและลดวันฝุ่นเกินมาตรฐาน พร้อมเสริมการสื่อสาร ทางเลือกจัดการเชื้อเพลิง และการดูแลสุขภาพผ่านห้องปลอดฝุ่น

เป้าหมายปลายทางไม่ใช่แค่ตัวเลขบนรายงาน แต่คือทำให้วันธรรมดาของคนเชียงรายกลับมาหายใจได้เต็มปอด และทำให้เมืองกลางหุบเขาและชายแดนมีความเชื่อมั่นพอจะต้อนรับผู้มาเยือนได้ โดยไม่ต้องคอยลุ้นว่าท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเทาเมื่อไร

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
  • โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
  • ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง

สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ

ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

Naree Srisuk

Published

on

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน

ประเด็นสำคัญ

  • มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
  • เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
  • ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท

ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น

อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย

นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน

นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง

ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

Naree Srisuk

Published

on

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง

ประเด็นสำคัญ

  • ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
  • จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
  • เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ

งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน

ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้

การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง

เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม

ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย

พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว

ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าวกีฬา Sports3 hours ago

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?
เทคโนโลยี - Tech6 hours ago

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai19 hours ago

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News1 day ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอล4 weeks ago

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
ข่าว - News4 weeks ago

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายอาคารทางการเกษตรในเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายอาคารทางการเกษตรในเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ฟุตบอล4 weeks ago

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

Download Our App

Trending