Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก

เชียงราย – มูลนิธิพัฒนาชุมชนและพื้นที่ภูเขา ( CMADF ) ร่วมกับเครือข่ายและมูลนิธิส่งเสริมสุขภาพแห่งประเทศไทย ( ThaiHPF ) เปิดตัวโครงการ “ เด็กสุขภาพดี ” เพื่อพัฒนาสุขภาพของเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งรวมถึงด้านต่างๆ…

Published

on

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก

เชียงราย – มูลนิธิพัฒนาชุมชนและพื้นที่ภูเขา (CMADF) ร่วมกับเครือข่ายและมูลนิธิส่งเสริมสุขภาพแห่งภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย (ThaiHPF) เปิดตัวโครงการ “เด็กสุขภาพดี” เพื่อพัฒนาสุขภาพของเด็กและเยาวชนในเชียงราย">จังหวัดเชียงราย

ซึ่งรวมถึงด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย โภชนาการ และสภาพแวดล้อมรอบตัว ขณะเดียวกัน ข้อมูลสุขภาพย้อนหลังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจำนวนโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในเด็กอายุ 6-14 ปี ในจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568

ระดมความคิดขับเคลื่อน “เด็กกายดี” ใน 34 โรงเรียน

วันที่ 5 มี.ค. 2569 ที่โรงแรมเวียงอินน์ อำเภอเมืองเชียงราย พชภ. และ สสส. จัดประชุมระดมสมองหัวข้อ “การสร้างเสริมวิถีสุขภาวะเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ต้นน้ำจังหวัดเชียงราย” ภายใต้โครงการเด็กกายดี เป้าหมายคือผลักดันให้เด็กและเยาวชนมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงใน 34 โรงเรียน ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ เวียงแก่น แม่จัน แม่ฟ้าหลวง เชียงของ แม่สรวย และอำเภอเมือง

บรรยากาศในงานมีทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู อาจารย์ บุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอ ทีม รพ.สต. ตัวแทน อปท. และเทศบาล นักโภชนาการ รวมถึงเภสัชกร มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางทำงานร่วมกัน

นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิ พชภ. และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย เล่าว่าวิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยนเร็ว ความสะดวกสบายเข้าถึงพื้นที่สูงมากขึ้น ร้านสะดวกซื้อกระจายไปถึงชุมชนบนดอย ส่งผลให้เด็กและเยาวชนชาติพันธุ์หันไปกินอาหารที่หวาน มัน เค็ม และผ่านกระบวนการมากขึ้น

เพราะเหตุนี้ เธอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการภาษีอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และพลาสติกที่ย่อยสลายยาก ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการกินที่ถูกสุขลักษณะในมุมกว้าง เพื่อช่วยให้เด็กสุขภาพดีขึ้น และลดภาระค่ารักษาในระยะยาว

ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กรรมการมูลนิธิ พชภ. และประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ มองว่าเด็กยุคนี้เสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวานตั้งแต่อายุน้อย เพราะอาหารสะดวกซื้อเข้ามาแทนอาหารท้องถิ่น เขาย้ำว่าควรรีบทำให้เด็กกลับมาเห็นคุณค่าอาหารพื้นบ้านที่ปลอดภัย และกินง่ายในชีวิตจริง

ขยับตัวมากขึ้นด้วยการละเล่นพื้นบ้านและกิจกรรมในชุมชน

นางสาวจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่อาวุโส พชภ. อธิบายว่า พชภ. ทำงานด้านโภชนาการเด็กมาตั้งแต่ปี 2558 ผ่านโครงการ “เด็กดอยกินดี” ซึ่งพบว่าเด็กประมาณ 18% มีปัญหาโภชนาการ ต่อมาในช่วงโควิด-19 (ปี 2563-2566) การเรียนออนไลน์ทำให้เด็กติดหน้าจอมากขึ้น และเกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ชัดเจน

ดังนั้น พชภ. จึงต่อยอดเป็นโครงการ “เด็กกายดี” เพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวมากขึ้น โดยวางแนวทางหลักไว้ 4 ด้าน

  1. ปรับพื้นที่ให้เอื้อต่อการออกกำลังกาย ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กอยากออกแรง
  2. ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นตัวนำ นำศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นชาติพันธุ์มาประยุกต์ เช่น ตบมะผาบ ฟ้อนนกกินกะลา และการละเล่นของชาวอาข่า เพื่อให้สนุกและเข้าถึงง่าย
  3. เดินเรียนรู้ระบบนิเวศชุมชน จัดกิจกรรมเดินสำรวจป่าและพื้นที่ชุมชน เพื่อพาเด็กออกจากหน้าจอ
  4. สร้างกลไกเชิงนโยบายในท้องถิ่น ทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน อปท. และสาธารณสุข เพื่อให้ทำต่อเนื่องได้จริง

อีกกิจกรรมที่เห็นผลคือ “นักสืบกายดี” ที่ช่วยดึงเด็กให้มาเคลื่อนไหวมากขึ้น จากเดิมราว 45 คน เพิ่มเป็นประมาณ 500 คน โดยโครงการมีแผนลงพื้นที่ร่วมกับ อปท. ใน 6 อำเภอเพื่อออกแบบกิจกรรมร่วมกัน และเมื่อเปิดเทอมก็จะขยายกิจกรรมในโรงเรียนเป้าหมาย

เสียงจากพื้นที่ ชวนเล่นให้สนุก แต่ต้องกินให้ดีด้วย

ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายเอกราช ลือชา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการ เสนอว่า ถ้าเชื่อมการละเล่นชาติพันธุ์เข้ากับการออกกำลังกาย เด็กจะสนุกและมีแรงจูงใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าต้องเดินควบคู่กับเรื่องอาหาร เพราะถ้าเด็กออกแรงมาก แต่กินวัตถุดิบไม่ปลอดภัยหรือมีสารตกค้าง ผลลัพธ์ก็ไม่เต็มที่

ขณะที่นายจักรพรรณ ชื่นโชคชัย ข้าราชการบำนาญและตัวแทนผู้สูงอายุ มองว่าผู้ปกครองคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเด็กทำตามสิ่งที่เห็นในบ้าน หากพ่อแม่พาลูกออกกำลังกาย เช่น เดินให้ได้วันละหมื่นก้าว หรือทำกิจกรรมกีฬาในครอบครัว เด็กจะค่อยๆ คุ้นเคย นอกจากนี้เขายังชวนให้ครอบครัวและโรงเรียนปลูกผักสวนครัว เพื่อลดการพึ่งพาผักจากแหล่งที่อาจมีความเสี่ยงสารตกค้าง

ภาพรวมสุขภาพเด็กและวัยรุ่น นั่งนิ่งมากขึ้น โภชนาการน่าห่วง

น.ส.พรพรรณ เจริญปัญญากิจ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สสจ.เชียงราย สรุปสถานการณ์เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นว่า พฤติกรรมเนือยนิ่งยังเป็นประเด็นใหญ่ พื้นที่จึงตั้งเป้าคุมเวลาพฤติกรรมนี้ไม่เกิน 13 ชั่วโมงต่อวัน และพยายามดันสัดส่วนเด็กที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอให้ถึงร้อยละ 40

ขณะเดียวกัน แนวโน้มโภชนาการเด็กอายุ 6-14 ปี ย้อนหลัง 5 ปี (2563-2567) กลุ่ม “สูงดีสมส่วน” ลดลง จากร้อยละ 63.5 ในปี 2563 เหลือร้อยละ 56.0 ในปี 2567 และต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องมากกว่าร้อยละ 59

ส่วนภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนอยู่ในระดับสูง โดยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 14.9 ด้านภาวะเตี้ยในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 10.9 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าไม่เกินร้อยละ 10

ย้อนหลัง 3 ปี เด็กเชียงรายป่วย NCDs เพิ่มขึ้นทุกปี

ข้อมูลโรค NCDs ในเด็กอายุ 6-14 ปีของจังหวัดเชียงราย ช่วงปี 2566-2568 ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวล เพราะจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

  • โรคเบาหวาน ปี 2566 จำนวน 169 คน, ปี 2567 จำนวน 173 คน, ปี 2568 เพิ่มเป็น 198 คน
  • โรคความดันโลหิตสูง ปี 2566 จำนวน 177 คน, ปี 2567 จำนวน 186 คน, ปี 2568 เพิ่มเป็น 204 คน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเด็กเริ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังเร็วขึ้น และต้องรีบแก้ทั้งพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหว และสภาพแวดล้อมรอบตัว

6 อำเภอเป้าหมายเจอปัญหาทุพโภชนาการหลายแบบ

นายอินชัย อุ่นหน้อย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เสริมว่า ข้อมูลจาก สสจ. ชี้ชัดว่าเด็กในพื้นที่เป้าหมายกำลังเจอภาวะทุพโภชนาการแบบหลากหลาย ทั้งผอม เตี้ย อ้วน และเริ่มเสี่ยง NCDs ซึ่งท้ายที่สุดรัฐต้องใช้งบดูแลรักษาและค่ายาจำนวนมาก

เพราะฉะนั้น หากโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน อปท. และสาธารณสุขจับมือกันจริงจัง สถิติเหล่านี้จะไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนงาน เพื่อพาเด็กและเยาวชนเชียงรายไปสู่สุขภาวะที่ดีขึ้นในระยะยาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายเปิดตัว “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

เชียงรายจังหวัดเชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ล่าสุดหน่วยงานท้องถิ่นได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อเป็นผู้นำเที่ยว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีการเปิดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมมากมาย นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารสถานศึกษาและนักเรียนในพื้นที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานใหญ่ในการผลักดันเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ เป้าหมายหลักคือการสอนให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการท่องเที่ยววิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง พวกเขาจะสามารถนำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจและเป็นธรรมชาติ

ประเด็นสำคัญ  

  • ปั้นเยาวชนสู่มัคคุเทศก์: จังหวัดเชียงรายจัดอบรมเยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน
  • เรียนรู้จากพื้นที่จริง: นักเรียนได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติในสถานที่จริง
  • ต่อยอดเมืองสุขภาพ: โครงการนี้ช่วยผลักดันให้จังหวัดเชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน

การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดสามวัน ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม 2569 นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น เนื้อหาเริ่มต้นจากการปูพื้นฐานแนวคิดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกทักษะสำคัญที่มัคคุเทศก์ต้องมี เช่น การเล่าเรื่อง การใช้เสียง และการทำงานเป็นทีม

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้น่าสนใจและดึงดูดใจนักท่องเที่ยว การสื่อสารด้วยความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่วิทยากรเน้นย้ำตลอดการอบรม ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เยาวชนพร้อมรับมือกับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

การลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

เพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง นักเรียนจะได้ลงพื้นที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัด พวกเขาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านที่ศูนย์วัฒนธรรมอาข่าและควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ รวมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตเชิงสุขภาพที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเรื่องสมุนไพรที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

จุดเด่นของงานนี้คือการให้นักเรียนได้แสดงฝีมือผ่านกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ กิจกรรมแรกคือ Young Wellness Guide Challenge ที่ให้เยาวชนลองทำหน้าที่มัคคุเทศก์จริง นอกจากนี้ยังมีการประกวด Mini Tour Guide Show เพื่อนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ข้อมูลสนับสนุนจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ากิจกรรมรูปแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ ในการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นได้อย่างมาก

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเชียงราย

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้สื่อความหมายรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง เยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเกิดตนเอง พวกเขาไม่เพียงแค่นำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาจังหวัดเชียงรายต่อไป

การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อเยาวชนเข้าใจและรักในท้องถิ่น พวกเขาจะปกป้องและดูแลทรัพยากรของตนเองอย่างดี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเชียงรายจึงมีอนาคตที่สดใสและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาชุมชนในรูปแบบเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม: โครงการอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?

คำตอบ: โครงการนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนในพื้นที่ให้กลายเป็นยุวมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนของจังหวัดเชียงรายให้เติบโต

คำถาม: นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ไปทัศนศึกษาที่ไหนบ้าง?

คำตอบ: แหล่งเรียนรู้หลักในโครงการนี้ ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ น้ำพุร้อนโป่งพระบาท และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด

คำถาม: โครงการนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างไร?

คำตอบ: โครงการนี้ช่วยสร้างทักษะอาชีพให้เยาวชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสนับสนุนให้เชียงรายก้าวขึ้นเป็นเมืองสุขภาพระดับประเทศ ซึ่งจะนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

รักบี้เชียงรายระดมเยาวชนกว่า 600 ชีวิต โชว์พลังความสามัคคีเต็มสนาม

 

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

Rebecca Kim

Published

on

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้สร้างความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้สำเร็จด้วยดี โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ลงทะเบียนรอรับการบริจาคอวัยวะมาเป็นเวลานาน

การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นการปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นรายที่ 3 ของโรงพยาบาล ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน นอกจากนี้ยังยืนยันว่าระบบบริการของโรงพยาบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้ป่วยหนัก

ประเด็นสำคัญ 

  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
  • ความสำเร็จนี้ช่วยลดเวลาการรอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ภาคเหนือ
  • ทีมแพทย์และโรงพยาบาลขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะที่มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ให้กับผู้ป่วย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ การประสานงาน และการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย ไปจนถึงการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและรัดกุม

การปลูกถ่ายไตในพื้นที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงกรุงเทพฯ ทำให้ลดเวลาการรอคอยอวัยวะลงได้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตในภาคเหนือให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนในเชียงราย

ทีมแพทย์ของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการโรคร้ายแรง การผ่าตัดที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงมาก ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานสอดประสานกันเป็นทีมเดียว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์จากการฟอกเลือด การฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เวลานานและทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ดังนั้นการได้รับโอกาสปลูกถ่ายไตจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้

ระบบบริการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พร้อมรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การมีศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญอยู่ใกล้บ้านถือเป็นเรื่องดีและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

เชิดชูผู้บริจาค ผู้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต”

นอกเหนือจากความสามารถของแพทย์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้บริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ขอร่วมยกย่องและอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ครอบครัวของผู้บริจาคได้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ที่มีค่าที่สุดให้กับเพื่อนมนุษย์

เมื่อผู้ป่วยได้รับการเปลี่ยนไตใหม่ ร่างกายจะกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ พวกเขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และมีความสุขกับครอบครัวได้อีกครั้ง การบริจาคอวัยวะจึงเป็นการต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยที่เคยหมดหวังให้กลับมามีรอยยิ้มได้

โรงพยาบาลขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว และทีมงานผู้ดูแลทุกคน ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวหน้าต่อไป คุณสามารถติดตามข่าวสารสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ประเด็นสำคัญ

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก:สุราษฎร์ธานีเกมส์”

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก”

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ชื่อโครงการ “Chiang Rai Wellness City” อย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โครงการนี้เน้นการนำจุดแข็งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น มาสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

เทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนธรรมดา เป็นการเน้นดูแลสุขภาพและฟื้นฟูจิตใจ จังหวัดเชียงรายจึงนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น น้ำพุร้อน ชา กาแฟ และสมุนไพร มาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ประเด็นสำคัญ

  • เป้าหมายระดับโลก: เชียงรายเร่งพัฒนาเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
  • การพัฒนาชุมชน: มีการจัดอบรม 4 หลักสูตรใหญ่ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการและชาวบ้าน
  • กิจกรรมแจกรางวัล: เปิดตัวแคมเปญประกวดคลิปวิดีโอและบทความ ชิงรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 120,000 บาท

การผลักดันโครงการนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน นำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ ททท. สำนักงานเชียงราย ทุกฝ่ายตั้งใจเตรียมความพร้อมให้คนในพื้นที่อย่างจริงจัง คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก สยามรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับของการแถลงข่าวครั้งนี้

การทำงานครั้งนี้เน้นการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างการรับรู้ไปพร้อมกัน ตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 จะมีกิจกรรมมากมาย เพื่อวางรากฐานให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพอย่างแท้จริง

ด้านการพัฒนาคน จะมีการจัดอบรมอย่างเข้มข้นถึง 4 หลักสูตร เริ่มจาก “Chiang Rai Wellness Business Academy” ที่ช่วยเสริมความรู้ด้านการตลาดให้ธุรกิจสุขภาพ ต่อด้วยหลักสูตร “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” ที่สอนให้เด็กๆ ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร “นักสื่อความหมายท้องถิ่น” เพื่อยกระดับคนในพื้นที่ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ปิดท้ายด้วยหลักสูตร “Local Food Stylist” ที่สอนการจัดจานอาหารพื้นถิ่น ให้กลายเป็นเมนูสุขภาพที่น่าทานและมีราคา

การพัฒนาทักษะเหล่านี้ จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อชุมชนเข้มแข็ง การท่องเที่ยวก็จะเติบโตตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

แคมเปญสุดสร้างสรรค์ ดึงคนรุ่นใหม่โปรโมทเมือง

นอกจากการสอนคนในพื้นที่แล้ว เชียงรายยังจัดแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แคมเปญแรกคือการประกวดคลิปวิดีโอสั้น “Chiang Rai Wellness Moment” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาแชร์ช่วงเวลาดีๆ เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 70,000 บาท

แคมเปญที่สองคือ “Wellness Storytelling” เป็นการประกวดบทความและภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิต ผู้ชนะจะได้รับบัตรกำนัลที่พักและบริการสปา มูลค่ารวม 50,000 บาท แคมเปญเหล่านี้จะช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดี

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันชิงรางวัล แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าประสบการณ์จริง การพูดกันปากต่อปากบนโลกออนไลน์ จะช่วยให้คนรู้จักเมืองเชียงรายมากขึ้น

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

สัมผัสธรรมชาติกับแคมป์ปิ้งสุขภาพ และก้าวต่อไปของเชียงราย

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์คือ “Wellness Camping Life” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 งานนี้ชวนนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ระบุว่า ททท. พร้อมเดินหน้าโปรโมทผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยจะพาสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์มาร่วมทริป เพื่อช่วยรีวิวและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวตามรอยมาเที่ยวเชียงราย

ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ในอนาคตอันใกล้ เชียงรายจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลกที่ทุกคนต้องห้ามพลาด

การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองสุขภาพ ไม่เพียงแต่ดีต่อนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายด้วย เมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจดีขึ้น ความสุขของคนในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending