เชียงราย - Chiang Rai News
ชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
เชียงราย – ก่อนปิดหีบเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติฯ ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.เชียงราย และฝ่ายปกครอง ควบคุมตัวชายวัย 33 ปี หลังทำเครื่องหมายในบัตรแล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพภายในคูหา เจ้าหน้าที่ตรวจพบพร้อมหลักฐานในเครื่อง เจ้าตัวรับสารภาพ…
เชียงราย – ก่อนปิดหีบเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติฯ ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.เชียงราย และฝ่ายปกครอง ควบคุมตัวชายวัย 33 ปี หลังทำเครื่องหมายในบัตรแล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพภายในคูหา เจ้าหน้าที่ตรวจพบพร้อมหลักฐานในเครื่อง เจ้าตัวรับสารภาพ ก่อนถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันนี้ (8 ก.พ.) พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงแสน จังหวัดเตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย">เชียงราย จ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ จ.เชียงราย และฝ่ายปกครอง ควบคุมตัวชาย 1 ราย คือ นายสมชาติ อายุ 33 ปี ชาว ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย เหตุเกิดในหน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 20 ที่อาคารเอนกประสงค์หมู่บ้านเหล่าพัฒนา หมู่ 15 ต.บ้านดู่ ซึ่งมีการจัดให้ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และลงประชามติรัฐธรรมนูญ
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งระบุว่า ขณะนายสมชาติรับบัตรและเข้าไปในคูหา หลังทำเครื่องหมายแล้วได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบโทรศัพท์อยู่ในมือ และเมื่อสอบถาม นายสมชาติยอมรับว่าเป็นผู้ถ่ายภาพจริง เมื่อตรวจดูในโทรศัพท์ก็พบภาพบัตรที่บันทึกไว้ตามที่แจ้ง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนแล้ว” ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ปี พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน
ส่วนการรายงานผลนับคะแนนจาก บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.เชียงราย (ทั้งในเขต นอกเขต และต่างประเทศ) ระบุว่าในช่วงต้น ผู้สมัครจากพรรคประชาชนคือ นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ อดีต ส.ส. มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ขณะที่ นายธนรัช จงสุทธานามณี จากพรรคเพื่อไทยตามมาเป็นอันดับถัดไป ด้านคะแนนบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนก็นำเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลนับจากบัตรล่วงหน้าชุดที่ 1 จากทั้งหมด 11 ชุด
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายอาคารทางการเกษตรในเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในคืนวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณริมแม่น้ำโขง">แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย คุณรัตติกาล นิ่มนวล ชาวบ้านในพื้นที่ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นไฟกำลังลุกไหม้อาคารพาณิชย์ชั้นเดียวอย่างรุนแรง โดยอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ติดริมถนนแม่น้ำโขง หมู่ 3 ตำบลเวียง
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงอย่างมาก พื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่น ทำให้ผู้คนต่างตื่นตกใจและรีบขนย้ายสิ่งของหนีตายกันอย่างอลหม่าน เปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจากบริเวณส่วนบนของอาคารพาณิชย์ดังกล่าว
ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ (Key Takeaways)
- เกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ริมโขง อำเภอเชียงแสน ในคืนวันที่ 14 มิถุนายน
- พื้นที่เกิดเหตุเป็นชุมชนหนาแน่น ทำให้ชาวบ้านต้องรีบอพยพและขนย้ายสิ่งของ
- เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง ไม่ให้ลามไปยังตลาดใหญ่
- อาคารที่เสียหายเป็นร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ขณะนี้กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุ
การระดมกำลังเจ้าหน้าที่และการควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงแสนได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นทันที เทศบาลตำบลเวียงได้ส่งรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อระงับเหตุฉุกเฉินนี้ เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดกั้นถนนชั่วคราว เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนได้ระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เปลวไฟลุกลาม การปฏิบัติงานต้องแข่งกับเวลาเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในชุมชน คุณสามารถอ่านข่าวสารท้องถิ่นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเชียงรายได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์
ทีมดับเพลิงใช้เวลาทำงานประมาณหนึ่งชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ไฟได้ลุกลามไปยังอาคารที่อยู่ติดกันบางส่วน โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดไฟไว้ได้ทันเวลา จึงไม่ลุกลามไปยังชุมชนขนาดใหญ่หรือตลาดที่อยู่ใกล้เคียง
ความเสียหายของอุปกรณ์การเกษตรและการตรวจสอบพื้นที่
หลังจากการเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่าอาคารต้นเพลิงเป็นอาคารแถวที่ใช้สำหรับเก็บอุปกรณ์การเกษตร สินค้าและเครื่องใช้ต่างๆ ภายในอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเปลวไฟและน้ำ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นพื้นที่บริเวณดังกล่าวไว้ทั้งหมดแล้ว การกระทำนี้เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน และป้องกันอันตรายจากโครงสร้างอาคารที่อาจทรุดตัวลงมาในภายหลัง
ทางสถานีตำรวจภูธรเชียงแสนกำลังทำงานอย่างหนัก โดยได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ทีมงานจะเข้ามาตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
จุดประสงค์หลักของการตรวจสอบคือการหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชาวชุมชนริมโขงเชียงแสน
ข่าวเด่นเชียงราย
ช็อกริมโขง! ทหารเรือยึดยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด แก๊งค้ายาทิ้งไว้ชายแดนเชียงราย
กองทัพบกที่ 3 กำลังเร่งก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำในแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน
เชียงราย - Chiang Rai News
ช็อกริมโขง! ทหารเรือยึดยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด แก๊งค้ายาทิ้งไว้ชายแดนเชียงราย
เชียงแสน จังหวัดเชียงราย">เชียงราย – เจ้าหน้าที่ทหารเรือจากหน่วย นรข. เชียงราย ตรวจพบยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6 ล้านเม็ดริมฝั่งแม่น้ำโขง แก๊งค้ายาเสพติดได้ซุกซ่อนยาเสพติดเหล่านี้ไว้ในถุงดำจำนวน 17 กระสอบ โดยลักลอบขนขึ้นฝั่งที่อำเภอเวียงแก่นในช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าคนร้ายใช้เรือลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำมายังฝั่งไทยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำต้องสงสัยวางกองอยู่บริเวณบันไดทางขึ้นจากแม่น้ำโขงในเขตหมู่บ้านไทยเจริญ เมื่อเปิดกระสอบออกดู เจ้าหน้าที่พบยาบ้าที่มีตราประทับ Y1 สีแดง รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 6,024,000 เม็ด ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดครั้งใหญ่ในพื้นที่
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ปริมาณมหาศาล: ทหารเรือยึดยาบ้าได้มากกว่า 6 ล้านเม็ดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พรางตาเจ้าหน้าที่: ยาเสพติดถูกบรรจุในกระสอบและหุ้มด้วยถุงขยะสีดำถึง 17 ใบเพื่อหลบซ่อนในความมืด
- ฉวยโอกาสกลางดึก: คนร้ายลักลอบขนยาเสพติดขึ้นฝั่งในเวลากลางคืน ก่อนจะไหวตัวทันและหลบหนีไป
- เร่งขยายผลจับกุม: เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังร่วมมือกันสืบสวน เพื่อหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาด
การผนึกกำลังกวาดล้างยาเสพติดแนวชายแดน
หลังจากการตรวจพบยาบ้าจำนวนมหาศาล ผู้บังคับการ นรข. เขตเชียงราย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลทันที หัวหน้าสถานีเรือเชียงของได้นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวังเพื่อเก็บหลักฐานทุกชิ้นในที่เกิดเหตุอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ หน่วยงานปกครองอำเภอเวียงแก่นและทหารพรานจากกองกำลังผาเมือง ได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เวียงแก่น ก็เข้าร่วมตรวจสอบของกลางในครั้งนี้ด้วย ปัจจุบัน ยาเสพติดทั้งหมดถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปตรวจสอบและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
เพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องชายแดนไทย
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า แม่น้ำโขงยังคงเป็นช่องทางธรรมชาติที่แก๊งค้ายาเสพติดมักใช้ลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างหนักและออกลาดตระเวนตลอดทั้งคืน เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันปัญหายาเสพติดไม่ให้ลุกลาม
การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องของทหารเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดล็อตนี้ไม่ให้หลุดรอดไปถึงมือประชาชนได้สำเร็จ หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดของเหตุการณ์นี้เพิ่มเติม สามารถอ่านข่าวต้นฉบับและเจาะลึกข้อมูลจากแหล่งข่าวโดยตรงได้ที่ MGR Online
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ข่าวช็อกโลกจากเชียงราย! ชายวัย 55 ปี เกิดโมโหทำร้ายร่างกายหญิงคนหนึ่งอย่างรุนแรงด้วยค้อน
กองทัพบกที่ 3 กำลังเร่งก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำในแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน
เชียงราย - Chiang Rai News
กองทัพบกที่ 3 กำลังเร่งก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำในแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน
เชียงแสน จังหวัดเชียงราย">เชียงราย – แม่ทัพภาคที่ 3 นำคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้า การซ่อมแซมพนังกั้นน้ำถาวรบริเวณริมแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามงานป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำรอยอย่างใกล้ชิด
เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เร่งมืออุดช่องว่างด้วยถุงบิ๊กแบ็กตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ล่าสุดการดำเนินงานซ่อมแซมครั้งนี้มีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
ประเด็นสำคัญ
- ความคืบหน้าล่าสุด: โครงการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำสายดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
- กรอบเวลาทำงาน: คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อรับมือฤดูน้ำหลาก
- พื้นที่ความเสียหาย: เจ้าหน้าที่เน้นซ่อมแซมจุดชำรุดตลอดแนวชายแดนรวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 12.8 กิโลเมตร
- จุดเฝ้าระวังพิเศษ: ชุมชนหัวฝายและบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่สุด
พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปตรวจแนวพนังกั้นน้ำในพื้นที่ชายแดน อำเภอแม่สาย การซ่อมแซมในครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขจุดที่เคยชำรุดเสียหาย
จากรายงานข่าวของสำนักข่าว MGR Online เจ้าหน้าที่เน้นตรวจบริเวณชุมชนหัวฝาย ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มักจะได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง พื้นที่ตรงนี้เคยได้รับความเสียหายมากที่สุดจากอุทกภัยในช่วงปี 2567
แบ่งโซนทำงานเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
การทำงานครั้งนี้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน เพื่อให้การวางกระสอบทรายและถุงบิ๊กแบ็กมีความแน่นหนา ในส่วนของโซนเอนั้น เริ่มตั้งแตบริเวณด่านพรมแดนไปจนถึงซอยสันลมจอย ตลาดเวียงพางคำ
โครงสร้างเดิมได้รับการดูแลโดยกรมการทหารช่าง กองทัพบก ซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ปี 2568 แต่เกิดการชำรุดจากน้ำหลากซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงต้องเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติมบริเวณด้านหลังวัดเกาะทรายและอาคารราชพัสดุ
กองทัพภาคที่ 3 มั่นใจว่าการซ่อมแซมจะเสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา 45 วันอย่างแน่นอน การเร่งมือทำงานในครั้งนี้จะช่วยให้พนังกั้นน้ำพร้อมใช้งานได้ทันที ก่อนที่ฤดูฝนและน้ำหลากจะมาถึง
ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอแม่สายจะได้รับการปกป้องที่ดีขึ้น ระบบป้องกันน้ำท่วมที่แข็งแรงขึ้นนี้ จะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ชุมชนริมน้ำได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลฟรีชื่อดังของเชียงรายอาจปิดตัวลงใน 60 วัน เจ้าอาวาสวิงวอนขอความช่วยเหลือ
ข่าวช็อกโลกจากเชียงราย! ชายวัย 55 ปี เกิดโมโหทำร้ายร่างกายหญิงคนหนึ่งอย่างรุนแรงด้วยค้อน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
อุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days ago
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง



เพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องชายแดนไทย

