Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

การเงิน -Finance

ทำไม Bitcoin Price ถึงร่วงในกุมภาพันธ์ 2026, อ่านปัจจัยให้ขาดก่อนตัดสินใจ

Bitcoin ขึ้นลงแรง เป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ที่ซื้อขาย 24 ชั่วโมง และขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังล้วนๆ แต่รอบที่ Bitcoin Price ร่วงหนัก มักไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว มันเหมือนเรือที่เจอลมสวนหลายทิศพร้อมกัน ต่อให้ลำเรือแข็งแรง ก็ยังโคลงง่ายกว่าปกติ…

Rebecca Kim

Published

on

ทำไมราคา Bitcoin ถึงลดลง

Bitcoin ขึ้นลงแรง เป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ที่ซื้อขาย 24 ชั่วโมง และขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังล้วนๆ แต่รอบที่ Bitcoin Price ร่วงหนัก มักไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว มันเหมือนเรือที่เจอลมสวนหลายทิศพร้อมกัน ต่อให้ลำเรือแข็งแรง ก็ยังโคลงง่ายกว่าปกติ

ต้นกุมภาพันธ์ 2026 บรรยากาศตลาดเต็มไปด้วยความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐ เงินไหลออกจากกองทุนคริปโต และแรงขายจากรายใหญ่ พอคนจำนวนมากอยากลดความเสี่ยงในเวลาใกล้กัน ราคาเลยไหลลงเร็วกว่าเดิม

บทความนี้อธิบายแบบภาษาง่าย เพื่อช่วยแยกให้ออกว่า การร่วงรอบนี้เป็นแรงขายระยะสั้น ที่เกิดจากความกลัวและแรงบังคับขาย หรือกำลังเป็นสัญญาณว่าเทรนด์ใหญ่เปลี่ยนจริง

แรงกดดันหลักที่ทำให้ Bitcoin Price ร่วงในกุมภาพันธ์ 2026

ภาพรวมของรอบนี้ มี 3 แรงกดหลักที่ซ้อนกัน คือ กระแสเงินจากสถาบันที่ชะลอหรือไหลออก ความกลัวว่าอัตราดอกเบี้ยจะ “สูงนาน” และแรงขายที่เกิดจากการจัดพอร์ตของรายใหญ่ เมื่อปัจจัยพวกนี้เกิดพร้อมกัน ตลาดจะเหมือนทางลงเขาที่พื้นลื่น แค่มีแรงผลักเล็กๆ ก็เกิดการไถลต่อเนื่องได้

อีกจุดที่ทำให้ร่วงดู “น่ากลัว” คือ สภาพคล่องในบางช่วงบางตลาดบางแพลตฟอร์มบางลง พอแรงซื้อหายไป ช่วงที่มีข่าวลบ ราคามักลงเป็นชั้นๆ และการเด้งกลับก็ดูอ่อนแรง นี่เป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่า รอบนี้ไม่ใช่การย่อธรรมดา แม้จริงๆ แล้วต้นเหตุยังผูกกับพฤติกรรมลดความเสี่ยงของคนในตลาดเป็นหลัก

เงินไหลออกจากกองทุนและ ETF ทำให้แรงซื้อหายไป

คำว่า “เงินไหลออก” ของกองทุนหรือ ETF แปลเป็นภาษาคน คือ นักลงทุนขายหน่วยลงทุนคืน ผู้จัดการกองทุนจึงต้องขายสินทรัพย์ตามสัดส่วน เพื่อให้เงินสดพอสำหรับการไถ่ถอน เมื่อการขายเกิดเป็นชุดๆ ความต้องการซื้อในตลาดสปอตก็ลดลง และแรงรับก็เบาลงทันตา

ข้อมูลช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 สะท้อนว่าแรงซื้อจากฝั่งสถาบันไม่ได้หนุนเหมือนช่วงก่อนหน้า และเมื่อมีแรงขายเข้ามา ราคาเลยลงง่ายขึ้น ข่าวที่เล่าภาพเรื่องกระแสเงินออกและผลต่อราคา สามารถดูเพิ่มได้จากบทวิเคราะห์ของ Whale Alert ในประเด็น ETF outflows และความกลัวในตลาด เช่น สรุปแรงกดจาก ETF outflows

สิ่งที่ควรจำคือ ETF ไม่ได้เป็น “ผู้ร้าย” แต่มันเป็นทางผ่านของเงินก้อนใหญ่ พอทางผ่านนี้กลับทิศ ตลาดจึงรับแรงกระแทกเต็มๆ โดยเฉพาะช่วงที่นักลงทุนอยากถือเงินสดมากขึ้น

ความกลัวเรื่องดอกเบี้ยและทิศทางเฟดกดสินทรัพย์เสี่ยง

คริปโตถูกจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงในสายตาตลาดกระแสหลัก ดังนั้นเมื่อคนเริ่มเชื่อว่า ดอกเบี้ยอาจอยู่ระดับสูงนานกว่าที่คิด เงินมักไหลกลับไปหาสินทรัพย์ที่ “ดูปลอดภัยกว่า” หรืออย่างน้อยก็มีผลตอบแทนดอกเบี้ยรองรับ

ต้นกุมภาพันธ์ 2026 ตลาดคุยกันมากเรื่องท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ และความเป็นไปได้ของนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ข่าวระดับมหภาคแบบนี้ไม่ได้ทำให้ Bitcoin ตกทันทีเสมอไป แต่จะค่อยๆ บีบความอยากเสี่ยง เมื่อแรงซื้อหาย พอมีข่าวลบเล็กน้อย ราคาเลยลงแรงกว่าที่ควรเป็น

ผลลัพธ์คือ Bitcoin Price ไม่ได้แพ้เพราะ “เรื่องคริปโต” อย่างเดียว แต่มันโดนกฎเหล็กของตลาดการเงิน คือช่วงที่คนกลัวดอกเบี้ยสูง สินทรัพย์เสี่ยงมักถูกขายก่อน

พฤติกรรมในตลาดที่ทำให้ราคาดิ่งเร็วกว่าเดิม

การร่วงที่ดูเหมือนหลุดมือ มักเกิดจากกลไกโดมิโน ไม่ใช่แค่คน “เปลี่ยนใจ” แต่เป็นการขายที่ถูกเร่งด้วยระบบ เช่น การตัดขาดทุนอัตโนมัติ การถูกบังคับปิดสถานะของสายฟิวเจอร์ส และการไล่ราคาจากความตื่นตระหนกบนโซเชียล

เมื่อแท่งราคาลงเร็ว ความเชื่อมั่นจะหายไปชั่วคราว แม้คนจำนวนหนึ่งยังเชื่อระยะยาว แต่คนกลุ่มนั้นมักไม่รีบซื้อทันที เพราะรอให้ความผันผวนสงบก่อน นี่ทำให้การเด้งกลับช้ากว่าเวลาขึ้น

วาฬและสถาบันขายทำกำไร พอแรงขายมากกว่าคนซื้อราคาก็ไหล

“วาฬ” คือผู้ถือรายใหญ่ หรือกลุ่มที่มีทุนมากพอจะทำให้สมุดคำสั่งซื้อบางลงได้ในช่วงสั้นๆ เมื่อรายใหญ่ทยอยขาย (หรือขายพร้อมกัน) ราคาอาจหล่นเป็นขั้น เพราะคำสั่งซื้อที่รอรับมีไม่พอรับแรงขายก้อนใหญ่

ที่เจ็บกว่าคือ ผลทางจิตวิทยา รายย่อยเห็นราคาหล่นเร็ว ก็เริ่มกลัวว่ามี “ข่าววงใน” ทั้งที่จริงๆ อาจเป็นแค่การปรับพอร์ตหรือทำกำไรตามแผน แล้วความกลัวนั้นเองที่ดันให้การขายลามต่อ

บางสำนักข่าวตีความเหตุการณ์ลักษณะนี้ว่าเป็น whale dump และเชื่อมกับแรงขายต่อเนื่องในตลาดช่วงต้นเดือน เช่น มุมมองข่าวเรื่อง whale dump ซึ่งอย่างน้อยช่วยให้เห็นภาพว่า ทำไมแรงขายจากรายใหญ่ถึงทำให้กราฟดูโหดกว่าปกติ

เลเวอเรจและการถูกบังคับปิดสถานะ ยิ่งทำให้ลงแรง

ฟิวเจอร์สและมาร์จิ้นทำให้คน “ยืมแรง” มาทำกำไรได้ แต่ข้างล่างของมันคือความเสี่ยงแบบทวีคูณ เมื่อราคาลงถึงจุดหนึ่ง ระบบจะบังคับปิดสถานะเพื่อหยุดการขาดทุน นั่นแปลว่าเกิด “การขายเพิ่มอัตโนมัติ” โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของพอร์ตตัดสินใจ

พอการบังคับขายเกิดเป็นทอดๆ ราคาจะไหลเร็วขึ้น และความผันผวนก็พุ่งสูงขึ้น ข่าวตลาดช่วงนี้ที่พูดถึง heavy liquidations ช่วยยืนยันกลไกนี้ได้ดี เช่นรายงานจาก สรุปสถานการณ์การล้างเลเวอเรจ

ดูอย่างไรว่าเป็นการย่อตัวปกติ หรือกำลังเข้าโหมดขาลงจริง

การทำนายจุดต่ำสุดทำได้ยากมาก ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ยังแพ้ “ข่าวใหม่” ได้เสมอ แต่สิ่งที่ทำได้จริงคือดูกรอบใหญ่ ว่าตลาดกำลังย่อแบบพักแรง หรือกำลังเปลี่ยนโหมดเป็นขาลงที่ยาวขึ้น

วิธีคิดที่ช่วยได้คือ แยกสัญญาณออกเป็น 3 กลุ่ม คือ โครงสร้างราคา (รับและต้าน), กระแสเงิน (เข้าออกกองทุนและตลาด), และอารมณ์ตลาด (กลัวหรือโลภเกินไป) ถ้า 3 อย่างนี้แย่พร้อมกัน ก็ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงของการลงต่อสูงขึ้น

สัญญาณที่คนส่วนใหญ่ใช้ดู เช่น แนวรับใหญ่ และค่าเฉลี่ยระยะยาว

แนวรับ คือโซนที่ในอดีตมีคนกลับมาซื้อเยอะ จึงมักมีแรงรับซ่อนอยู่ พอ Bitcoin Price หลุดแนวรับสำคัญ มันไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” แต่เป็นสัญญาณว่าคนที่เคยมั่นใจ เริ่มยอมถอย

อีกตัวที่หลายคนใช้คือค่าเฉลี่ยระยะยาว เพื่อดูว่าราคาอยู่ “เหนือหรือใต้” เส้นที่สะท้อนต้นทุนเฉลี่ยของตลาดในภาพใหญ่ แน่นอนว่ามันไม่แม่น 100% แต่ช่วยลดการตัดสินใจตามอารมณ์รายวันได้

นักวิเคราะห์บางกลุ่มยังจับตาโซนราคาหลักหมื่นปลายถึงกลาง (หน่วยดอลลาร์) เป็นพื้นที่ที่ตลาดอาจชะลอแรงขาย แต่ประเด็นสำคัญคือ ไม่มีใครควรฟันธงว่าโซนไหน “ต้องเด้ง” เพราะตลาดสามารถไหลทะลุได้ หากกระแสเงินยังไหลออก

เช็ก “อารมณ์ตลาด” และเงินไหลเข้าออก เพื่อไม่หลงกับข่าวรายวัน

ช่วงที่ตลาดกลัวมาก คนมักขายในจุดที่แย่ที่สุด เพราะอยากให้ความเครียดจบลงเร็วๆ การดูอารมณ์ตลาดจึงสำคัญพอๆ กับการดูกราฟ แม้บทสรุปข้อมูลล่าสุดจะไม่ได้ให้ตัวเลขดัชนีความกลัวและความโลภแบบชัดเจน แต่แนวคิดยังใช้ได้ คือเมื่อฟีดข่าวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ต้องระวังการตัดสินใจแบบหุนหัน

ภาพที่ควรดูร่วมกันคือ เงินไหลเข้าออกกองทุน ปริมาณการซื้อขาย และข่าวเศรษฐกิจใหญ่ เช่นทิศทางดอกเบี้ย มากกว่าตามโพสต์สั้นๆ ที่ชอบสรุปว่า “พังแล้ว” หรือ “เดี๋ยวก็เด้ง” เพราะตลาดมักลงตอนคนมั่นใจเกิน และมักเด้งตอนคนหมดหวังสุดๆ

สิ่งที่คนถือ Bitcoin ควรทำเมื่อราคาแดง (ลดความเสี่ยงแบบคนทั่วไปทำได้)

เวลาตลาดแดง ความยากไม่ใช่การหาข้อมูล แต่คือการคุมตัวเองไม่ให้ตัดสินใจแบบแกว่งไปกับแท่งราคา คนทั่วไปลดความเสี่ยงได้ด้วยการมีแผนง่ายๆ และทำให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องซับซ้อน

แนวทางเหล่านี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง แต่เป็นหลักจัดการความเสี่ยงที่ใช้ได้กับสินทรัพย์ผันผวนส่วนใหญ่

ตั้งแผนก่อนตัดสินใจ เช่น แบ่งเงินเป็นก้อน และกำหนดเวลาถือ

คนที่รับความผันผวนได้ มักแยกเงินเป็นก้อน และใช้ “เงินเย็น” เท่านั้น แล้วกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าถือเพื่ออะไร ระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าเป้าหมายไม่ชัด ทุกการย่อจะดูเหมือนวิกฤต

อีกวิธีที่ช่วยลดความเครียดคือ แบ่งซื้อเป็นงวด แทนการทุ่มครั้งเดียว วิธีนี้ไม่ได้ทำให้กำไรดีที่สุดเสมอไป แต่ทำให้ไม่ต้องพนันกับการจับจังหวะ ซึ่งเป็นเกมที่ยากแม้สำหรับมืออาชีพ

หลีกเลี่ยงการตัดสินใจตอนตื่นตระหนก และระวังข่าวลือ

ช่วงที่ราคาแกว่งแรง ข่าวลือจะวิ่งเร็วกว่าเหตุผล คนที่อยู่รอดมักทำสิ่งง่ายๆ ซ้ำๆ เช่น รอข้อมูลจากหลายแหล่ง ตรวจว่าข่าวนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือความเห็น และหลีกเลี่ยงกลุ่มที่ชวนซื้อขายตามอารมณ์

เช็กลิสต์สั้นๆ ที่ใช้ได้จริงคือ ตั้งขอบเขตการขาดทุนที่รับได้ ไม่เพิ่มเลเวอเรจเพื่อหวังเอาคืน และหยุดไถหน้าจอถ้ารู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะความเครียดคือศัตรูตัวจริงของการตัดสินใจ

สรุปภาพรวม, ทำไมร่วง และควรโฟกัสอะไรต่อ

การที่ Bitcoin Price ร่วงในกุมภาพันธ์ 2026 มาจากแรงกดที่ซ้อนกัน ทั้งเงินไหลออกจากกองทุนและ ETF, ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐ, แรงขายจากวาฬและสถาบัน รวมถึงเอฟเฟกต์จากเลเวอเรจที่ถูกบังคับปิดสถานะ ทำให้การลงดูแรงและเร็วขึ้น

เมื่ออารมณ์ตลาดอยู่ฝั่งกลัวมาก คนมักเผลอตัดสินใจผิดจังหวะได้ง่าย ทางออกที่เป็นรูปธรรมคือกลับไปโฟกัส “แผน” และการจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่การพยายามทายจุดต่ำสุดให้เป๊ะ เพราะการอยู่รอดในช่วงผันผวน คือเงื่อนไขของโอกาสในรอบถัดไป และ วินัย มักมีค่ากว่าความมั่นใจเสมอ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ราคาบิตคอยน์ดิ่งเหว! ร่วงเกือบ 50% จากจุดสูงสุด หลุด $63,000 ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี

การเงิน -Finance

ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด

Published

on

ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้ ปรับลดลงทันที 300 บาทต่อบาททองคำ ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 67,000 บาท ขณะที่ราคารับซื้อทองรูปพรรณอยู่ที่ 65,800 บาท ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุน หลังราคาพุ่งแตะระดับสถิติใหม่ในช่วงก่อนหน้านี้

ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาในเช้านี้ มาจากกระแสคาดการณ์เรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกต่างพากันชะลอการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อรอฟังความชัดเจนจากรายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่กดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงตาม

ประเด็นสำคัญ

  • ทองไทยร่วง 300 บาท: ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดปรับลงแรง ส่งผลให้ทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ระดับ 67,000 บาท
  • จับตาถ้อยแถลงเฟด: นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอทิศทางอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • บาทแข็งกดดันซ้ำ: การขยับแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้การคำนวณราคาทองคำแท่งและรูปพรรณในประเทศย่อตัวลง

สรุปราคาทองคำประจำวันและการปรับตัวของตลาด

สำหรับการเปิดตลาดรอบแรกวันนี้ ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 66,200 บาท และขายออกบาทละ 66,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 65,800 บาท และขายออกบาทละ 67,000 บาท ผู้สนใจสามารถตรวจสอบประกาศราคาอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ได้ที่ สมาคมค้าทองคำ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนราคาตามสภาวะตลาดตลอดทั้งวัน

บรรยากาศการซื้อขายย่านเยาวราชเช้านี้เริ่มมีประชาชนและนักลงทุนทยอยเข้ามาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ระบุว่าแรงซื้อทองคำแท่งเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยหลังราคาผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นของขวัญหรือสะสมระยะยาวยังคงเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อราคาเริ่มย่อตัวลงมาเปิดโอกาสให้เข้าซื้อรอบใหม่

ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์การลงทุน

ในฝั่งของตลาดต่างประเทศ สัญญาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แกว่งตัวในกรอบจำกัดเนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปมากแล้ว ขณะเดียวกัน ท่าทีของประธานเฟดที่มีต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด หากตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง เฟดอาจส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและกดดันราคาทองคำต่อ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง ควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนและรอจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ ทั้งนี้ การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายจะช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้ดีที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ยื่นภาษี 2026 ให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก, รู้แบบ รู้วัน รู้เอกสาร

สเตเบิลคอยน์กำลังวางรากฐานสำหรับยุคใหม่ของการเงินในประเทศไทย

 

Continue Reading

การเงิน -Finance

เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้

CTN News

Published

on

เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบเพิ่มเติม เปิดให้ประชาชนกดยืนยันรับสิทธิแล้วตั้งแต่วันนี้ ใครที่พลาดการตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบก่อน สามารถเข้ามาดำเนินการได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาล โดยระบบจะเปิดรับสิทธิตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม 2569

สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือของโครงการนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเงินส่วนตัวเพียง 40% ผู้ที่ได้รับสิทธิจะมีวงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ ซึ่งสามารถใช้สแกนจ่ายได้ไม่เกินวันละ 200 บาท หากคุณยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มสแกนใช้จ่ายได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569

ประเด็นสำคัญ

  • เปิดให้กดยืนยันรับสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” รอบเพิ่มเติมผ่านแอปเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
  • โครงการนี้รัฐช่วยจ่ายค่าครองชีพ 60% โดยให้วงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาท และจำกัดการใช้ไม่เกินวันละ 200 บาท
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

วิธีการยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง

การยืนยันรับสิทธิสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ตโฟนของคุณทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตังที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว จากนั้นให้กดเข้าไปที่แบนเนอร์ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ที่แสดงอยู่บนหน้าจอหลัก เมื่อคุณอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการจบแล้ว ให้กดยอมรับข้อตกลงเพื่อยืนยันการรับสิทธิของคุณได้เลย

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง คุณจะต้องทำการสมัครและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากที่ระบบยืนยันตัวตนผ่านแล้ว คุณสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อเตรียมไว้สำหรับจ่ายเงินในส่วน 40% ของตัวคุณเอง การใช้งานจริงนั้นก็เพียงแค่นำสมาร์ตโฟนไปสแกนจ่ายค่าสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการตามปกติ

เงื่อนไขและข้อควรระวังในการใช้จ่าย

มาตรการช่วยเหลือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลออกนโยบายสมทบทุนแบบ 60/40 จะช่วยให้การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมีความคล่องตัวมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดสดหรือร้านอาหารรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน สิ่งนี้จะช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนได้อย่างแท้จริง

แม้คุณจะได้รับสิทธิแล้ว แต่ก็มีเงื่อนไขการใช้จ่ายสำคัญที่คุณควรทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เสียสิทธิไปฟรีๆ การใช้จ่ายผ่านโครงการนี้จะไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ และต้องใช้สแกนผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น นอกจากนี้ วงเงิน 1,000 บาทที่รัฐบาลสมทบให้ จะมีระยะเวลาสิ้นสุดการใช้สิทธิภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น คุณควรวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละวันให้ดี เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าสูงสุดก่อนที่โครงการจะหมดเขต

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวในช่วงปลายปี หากใครที่เข้าเกณฑ์และยังไม่ได้กดยืนยันสิทธิ ก็อย่าลืมเข้าไปทำรายการในแอปเป๋าตังภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน การเตรียมความพร้อมและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้

Continue Reading

การเงิน -Finance

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

CTN News

Published

on

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – กระทรวงการคลังประกาศข่าวดีสำหรับประชาชนที่รอคอยการช่วยเหลือจากภาครัฐ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รอบทบทวนสิทธิ มีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 1.75 ล้านคนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ที่ได้รับสิทธิในรอบนี้ สามารถเริ่มใช้งานสวัสดิการต่างๆ ได้ทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลมุ่งหวังที่จะลดภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุดที่สุด

การประกาศผลรอบทบทวนสิทธินี้ ทำให้ยอดรวมของผู้ได้รับสิทธิทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 11.25 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทุกคนจะต้องรีบดำเนินการยืนยันตัวตน หรือกระบวนการ e-KYC ให้เรียบร้อยเสียก่อน หากคุณสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้สำเร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง รวมถึงเงินพิเศษเพิ่มเติมอีก 700 บาทตามมติของคณะรัฐมนตรี

ประเด็นสำคัญ

  • ผ่านเกณฑ์เพิ่ม 1.75 ล้านคน: กระทรวงการคลังอนุมัติสิทธิรอบทบทวน ทำให้ยอดรวมผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งแตะ 11.25 ล้านคนทั่วประเทศ
  • เริ่มใช้สิทธิได้ทันที: ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติสามารถเริ่มรับวงเงินสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
  • ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC): ผู้รับสิทธิจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” หรือธนาคารที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินโอน

สำหรับผู้ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่าตนเองผ่านเกณฑ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ คุณสามารถทำขั้นตอน e-KYC ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือไปติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 นอกจากนี้ คุณยังสามารถยืนยันตัวตนผ่านธนาคารของรัฐอื่นๆ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือ ธอส. ได้จนถึงช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 การทำตามขั้นตอนนี้อย่างถูกต้อง จะช่วยรับประกันว่าคุณจะไม่เสียสิทธิที่พึงได้

หลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว วงเงินสวัสดิการที่คุณจะได้รับนั้นครอบคลุมหลายส่วนในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบไปด้วยวงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม และวงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะอีก 750 บาท ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของภาครัฐที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน หากคุณต้องการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด สามารถเข้าไปเช็กผลได้ที่เว็บไซต์ ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงการคลังโดยตรง

ทางเลือกสำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน

ในทางกลับกัน หากคุณเข้าไปตรวจสอบรายชื่อแล้วพบว่าตนเองไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบทบทวนสิทธินี้ ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง รัฐบาลยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) เพื่อรับการเยียวยาเพิ่มเติม โครงการนี้จะมอบเงินช่วยเหลือให้คุณ 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 2 เดือน คือในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่กดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ภายในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 นี้เท่านั้น

ท้ายที่สุด โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นหนึ่งในมาตรการหลักในการดูแลประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก การที่รัฐบาลปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ จะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณเกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ประชาชนจึงควรติดตาม ข่าวเศรษฐกิจล่าสุด อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตนเองสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลได้อย่างครบถ้วนและทันท่วงที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน

โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้

Continue Reading

SOi Dog FOundation

พาเที่ยวงาน Freedom 250 อเมริกันแฟร์ เชียงใหม่ สุดยิ่งใหญ่
เชียงใหม่ - Chiang Mai17 hours ago

งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
ข่าวอาชญากรรม - Crime18 hours ago

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ข่าวอาชญากรรม - Crime18 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

AIS ได้เผยแพร่ "รายงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ปี 2026" แล้ว
เทคโนโลยี - Tech18 hours ago

AIS ได้เผยแพร่ “รายงานข่าวความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยประจำปี 2026” แล้ว

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
เชียงใหม่ - Chiang Mai2 days ago

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
ข่าวกีฬา Sports2 days ago

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
เทคโนโลยี - Tech3 days ago

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

สลด! น้ำป่าพัดหญิงวัย 54 ปีดับ พบศพห่าง 5 กม. ที่แม่สรวย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบศพหญิงอายุ 54 ปี จากเชียงราย ที่ถูกกระแสน้ำท่วมฉับพลันพัดพาไปแล้ว

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance2 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว

Download Our App

Trending