ข่าวอาชญากรรม - Crime
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย – กรม อาเซียน จัดประชุมที่ The Heritage Hotel ร่วมกับหน่วยงานจังหวัดเชียงราย บรรยากาศไม่ได้มาแบบพิธีการเท่านั้น แต่เหมือนนัดเช็กความจริงเรื่องชายแดนภาคเหนือ ทั้งปัญหา PM2.5 เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์…
เชียงราย – กรม อาเซียน จัดประชุมที่ The Heritage Hotel ร่วมกับหน่วยงานเชียงราย">จังหวัดเชียงราย บรรยากาศไม่ได้มาแบบพิธีการเท่านั้น แต่เหมือนนัดเช็กความจริงเรื่องชายแดนภาคเหนือ ทั้งปัญหา PM2.5 เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ย้ายฐานทันทีเมื่อการบังคับใช้กฎหมายเริ่มกดดัน
กิจกรรม การจัดแสดงสินค้าอาเซียน ภายใต้กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และสื่อท้องถิ่น Nakorn Chiang Rai ตั้งใจให้มากกว่าการบรรยายในห้องเรียน เพราะเชื่อมเรื่อง “อาเซียน” เข้ากับชีวิตจริงของคนชายแดน เจ้าของธุรกิจ นักเรียน ครู และหน่วยงานพื้นที่ ที่ต้องรับผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยพร้อมกัน
มีผู้เข้าร่วมราว 100 คน ประกอบด้วยหน่วยงานจังหวัดนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด คณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงครูจากเครือข่าย ห้องสมุดอาเซียน ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ
เพราะในห้องมีทั้งคนทำงานนโยบายและคนที่เจอปัญหาหน้างาน บทสนทนาจึงขยับจากโครงสร้างอาเซียนไปสู่ความต้องการจริงอย่างรวดเร็ว หลายคนอยากรู้แบบชัดๆ ว่ากลไกอาเซียนช่วยอะไรได้บ้าง และเชียงรายจะใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร

อาเซียนใกล้ตัวขึ้น เมื่ออยู่ติดชายแดน
การจัดงานที่เชียงรายส่งสารชัดเจน จังหวัดนี้เป็นประตูสำคัญของไทยสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งการค้า ท่องเที่ยว และการเดินทางของผู้คน ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเปลี่ยน ปัญหาก็อาจไหลเข้ามาถึงชุมชนชายแดนภายในไม่กี่วัน
ขณะเดียวกัน ขนาดของอาเซียนก็เปิดโอกาสให้พื้นที่ท้องถิ่นได้จริง ประชากรมีจำนวนมหาศาล และการท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวหลังโควิด หากผู้ประกอบการวางแผนเชื่อมตลาดภูมิภาคเป็นระบบ ก็มีโอกาสต่อยอดสินค้าและบริการของเชียงราย
อย่างไรก็ตาม โอกาสมักมากับความเสี่ยง เมื่อความเชื่อมโยงข้ามแดนเพิ่มขึ้น ช่องโหว่ชายแดนก็กลายเป็นจุดที่ปัญหาแทรกได้ง่าย หมอกควันกระจายเร็วเกินกว่าที่พื้นที่จะคุมได้ และขบวนการหลอกลวงออนไลน์โตเร็วกว่ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศ
ประเด็นหลัก: ฝุ่นข้ามแดนต้องร่วมมือแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ขอปีต่อปี
หนึ่งในหัวข้อสำคัญคือมลพิษทางอากาศข้ามแดน ภายใต้แนวทาง “Blue Sky Strategy” ที่ไทยผลักดันร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน นางสาวสุชาดา เมฆธารา รองอธิบดีกรมอาเซียน ระบุว่า PM2.5 กระทบสุขภาพโดยตรง และเป็นวาระสำคัญระดับประเทศ
เพราะเหตุนี้ ไทยจึงทำงานกับคู่ร่วมมือหลัก โดยเฉพาะเมียนมาและลาวแบบระยะยาว ไม่ใช่คุยกันเฉพาะช่วงควันหนัก
เธอยังกล่าวถึงเวทีหารือแบบหลายภาคส่วนที่จัดในเชียงรายเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งไทย ลาว และเมียนมาร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญจากจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น เพื่อหนุนการทำงานร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น เกษตรยั่งยืน การจัดการพื้นที่ป่า ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการติดตามจุดความร้อน เครื่องมือเหล่านี้สำคัญ เพราะช่วยให้การทำงานขั้นต่อไปเกิดขึ้นได้จริง
สารหลักของประเด็นนี้ตรงไปตรงมา ไทยแก้ปัญหาหมอกควันด้วยมาตรการในประเทศอย่างเดียวไม่พอ เพราะแหล่งกำเนิดบางส่วนอยู่นอกเขตอำนาจ และยังเชื่อมโยงกับวิธีทำเกษตร การดูแลป่า และระบบเตือนภัยที่ยังเชื่อมกันข้ามพรมแดนได้ไม่ดี
ในส่วนของกรอบความร่วมมืออาเซียนนั้น มี “ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน” ซึ่งร่างขึ้นในปี 2545 และบางส่วนในปี 2546 การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือในเชียงรายสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วน เนื่องจากปัญหายังไม่หายไป เพียงแต่ต้องการกรอบการทำงานที่เป็นรูปธรรมและมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่เขียนไว้บนกระดาษเท่านั้น
เรื่อง PM2.5 ยังไม่จบแค่ตัวเลขรายวัน แนวทางด้านสาธารณสุขระดับโลกชี้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับเกณฑ์คำแนะนำ PM2.5 ให้เข้มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะหลักฐานผลกระทบชัดขึ้น เมื่อมาตรฐานวิทยาศาสตร์เข้มขึ้น ระบบบริหารจัดการก็ต้องเข้มขึ้นด้วย โดยเฉพาะจังหวัดที่ภูมิประเทศเอื้อต่อการกักฝุ่นในช่วงลมสงบ
คนในพื้นที่ยังพูดถึงมุมปฏิบัติ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมไทยใช่มาตรฐาน PM2.5 แบบเฉลี่ย 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังในประเทศ เมื่อค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ ความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงขึ้นทันที ดังนั้นชุมชนจึงต้องได้คำแนะนำที่ชัดเจน ทั้งการป้องกันส่วนบุคคลและมาตรการในพื้นที่สาธารณะ
อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คนอยากได้การคุ้มครองที่ใช้ได้จริง
ถ้าหมอกควันเห็นได้ด้วยตา อาชญากรรมออนไลน์มักซ่อนตัว แต่สร้างความเสียหายทุกวัน ประเด็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใกล้ชายแดนเชียงรายจึงถูกยกขึ้นมาพูดแบบตรงๆ ชาวบ้านต้องการความร่วมมือที่หยุดการหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง และลดความเสียหายของเหยื่อให้ได้
วิทยากรอ้างถึงกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส แนวทางสำคัญคือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง แบ่งปันวิธีทำงานที่ได้ผล และพัฒนาไปสู่การสืบสวนร่วม เป้าหมายคือทำให้พื้นที่ปลอดภัยของเครือข่ายอาชญากรลดลง
นางสาวสุชาดา เมฆธารา อธิบายว่า อาเซียนมีการประชุม การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ เธอยังพูดถึงแผนความร่วมมือที่ไทยผลักดันเรื่องการบริหารจัดการชายแดน ซึ่งในทางปฏิบัติช่วยหนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล วิธีการร่วมกัน และงานเชิงลึกมากขึ้น เช่น การติดตามเส้นทางเงิน และการตรวจสอบบัญชีม้าที่ใช้โอนเงินที่ถูกหลอกมา
ภาพนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ของหลายประเทศในภูมิภาค กลุ่มหลอกลวงมักย้ายฐานไปพื้นที่ที่การบังคับใช้กฎหมายอ่อนกว่า หรือใช้ช่องว่างเขตอำนาจระหว่างชายแดนให้เป็นประโยชน์
หลายองค์กรระหว่างประเทศก็เตือนว่า เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โตเร็วและทำงานข้ามพรมแดน ดังนั้นประเทศปลายทางต้องช่วยเหยื่อให้ทันเวลา และตามเงินที่ไหลผ่านหลายชั้นให้ได้ สำหรับเชียงราย ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่จำนวนจับกุมเท่านั้น แต่รวมถึงการลดแรงจูงใจ ปิดช่องโหว่ด้านเทคโนโลยี และทำให้พื้นที่ตั้งฐานทำได้ยากขึ้น
ห้องสมุดอาเซียน เพราะความรู้ช่วยป้องกันได้ระยะยาว
นอกจากเรื่องหนักอย่างฝุ่นและอาชญากรรมข้ามชาติ งานโรดโชว์ยังเน้นเรื่องการเรียนรู้ผ่านโครงการ ASEAN Library เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2014 และขยายครบทั้ง 77 จังหวัดในปี 2025
นางสาวสุชาดาอธิบายว่า โรงเรียนใช้ ASEAN Libraries ทำกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน ช่วยให้นักเรียนเห็นภาพกว้าง เข้าใจบทบาทของไทยในภูมิภาค และฝึกอยู่ร่วมกับความหลากหลาย แนวคิดนี้จับต้องได้ เพราะสังคมที่แข็งแรงไม่ได้พึ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องมีการศึกษา ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน
ขั้นต่อไปที่พูดถึงในเวทีคือการอัปเดตเนื้อหา เพิ่มสื่อดิจิทัล และสร้างเครือข่ายครูใน 9 จังหวัดภาคเหนือ หากเครือข่ายนี้โตขึ้น ก็ช่วยกระจายข้อมูลความเสี่ยงได้เร็วขึ้น เช่น วิธีรับมือหมอกควัน การระวังมิจฉาชีพออนไลน์ และการรับมือข่าวปลอม ให้ถึงนักเรียนและครอบครัวในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
เชียงรายได้อะไรจาก Roadshow ครั้งนี้
ในเวทีมีการสรุปประโยชน์ของอาเซียนไว้ 3 มิติ คือความร่วมมือด้านการเมือง ความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม เมื่อความมั่นคงดี ธุรกิจเดินหน้าได้ รายได้ดีขึ้น และชุมชนที่เข้มแข็งก็เปราะบางต่อปัญหาข้ามแดนน้อยลง
สำหรับคนทำงานในพื้นที่ ภาพใหญ่ต้องตามด้วยการลงมือทำที่ชัดเจน
- สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ: เชียงรายควรทำให้ข้อมูลเตือนภัยแปลงเป็นการปฏิบัติได้จริงในชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน หน่วยงานต้องใช้ช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่กับพื้นที่เสี่ยงฝั่งเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง
- ความปลอดภัยและอาชญากรรมข้ามชาติ: การแลกเปลี่ยนข่าวกรองและวิธีทำงานควรถูกแปลงเป็นคำแนะนำที่คนทั่วไปทำตามได้ เช่น วิธีสังเกตกลโกง ขั้นตอนอายัดบัญชี ช่องทางแจ้งเหตุ และการป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อรายต่อไป ผ่านการสื่อสารชุมชนและโรงเรียน
- การศึกษาและทุนมนุษย์: เครือข่าย ASEAN Library ต่อไปควรหนุนทักษะพลเมืองดิจิทัลให้เข้มขึ้น ข่าวปลอมแพร่เร็วพอๆ กับหมอกควัน เนื้อหาที่ทันสมัยช่วยให้การป้องกันอยู่ได้นานกว่าแค่มาตรการระยะสั้น
เปลี่ยน “อาเซียน” ให้เป็นความสบายใจในชีวิตประจำวัน
สารที่ชัดจากเวทีนี้คือ ปัญหาหมอกควันและอาชญากรรมข้ามชาติลงกระทบคนโดยตรง ไทยจึงต้องทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเป็นฤดูกาล ในมุมของนโยบาย นี่คือความพยายามยกระดับปัญหาชายแดนจากแรงกดดันพื้นที่ ให้กลายเป็นวาระร่วมของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม คนจะตัดสินจากผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พวกเขาจะดูว่าอากาศดีขึ้นกี่วัน การแจ้งเตือนถึงกลุ่มเสี่ยงเร็วแค่ไหน จำนวนเหยื่อหลอกลวงลดลงหรือไม่ และช่องทางช่วยเหลือทำงานได้จริงเมื่อจำเป็น
เชียงรายอยู่แนวหน้าเสมอ
ASEAN Roadshow ที่เชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 สะท้อนความคาดหวังใหม่ สำหรับคนจำนวนมาก อาเซียนไม่ใช่คำไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่อยากเห็นการใช้งานจริง เพื่อรับมือ PM2.5 ข้ามแดน และอาชญากรรมออนไลน์ที่บ่อนทำลายความไว้ใจและเงินเก็บของผู้คน
เชียงรายอาจเป็นเพียงหนึ่งจังหวัดบนแผนที่ แต่หลายครั้งกลับรับแรงกระแทกก่อนและชัดที่สุด เพราะอย่างนั้น เวทีความรู้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อพาไปสู่การลงมือทำ กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคก็มีค่าก็ต่อเมื่อคนหายใจได้โล่งขึ้น รู้สึกปลอดภัยขึ้น และเห็นโอกาสที่ดีขึ้นในชุมชนของตัวเอง
ท้ายที่สุด งานนี้ไม่ได้ทิ้งไว้แค่กำหนดการหรือภาพหมู่ แต่ทิ้ง “งานร่วม” ให้หน่วยงานรัฐ โรงเรียน และชุมชนช่วยกันแปลงความร่วมมือระดับภูมิภาค ให้เป็นอากาศที่สะอาดขึ้น และสังคมที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับเชียงราย และประเทศไทยโดยรวม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Saucony Thailand เดินเกมปี’69 สู่ Lifestyle Running ปักหมุด ‘House of Endorphin’
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เปิดโปง “Rose Rose” หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – วงการค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจากเกิดคดีดังที่อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือแอร์โฮสเตส ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของบุคคลลึกลับที่ใช้ชื่อแฝงในโลกออนไลน์ว่า “Rose Rose”
จากการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบว่า ตัวจริงของบัญชีลึกลับนี้คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุชัดเจนว่าเธอไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระดับมหึมาในแถบชายแดน
ประเด็นสำคัญ
- ตัวตนที่แท้จริง: “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวจากอำเภอแม่สรวย ผู้ใช้ซิมการ์ดของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อติดต่อหาเหยื่อมารับจ้างหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ
- เครือข่ายครอบครัวสายสีเทา: สามีของเธอถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด และเธอยังเป็นน้องสะใภ้ของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งเป็นลูกเขยของผู้นำกองกำลังมูเซอ
- การหลบหนีล่าสุด: หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม น.ส.จันทราได้ตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เพื่อไปกบดานอยู่กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในฝั่งเมียนมา
ประวัติส่วนตัวของ น.ส.จันทรา ถือว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างลึกซึ้ง สามีของเธอคือนายวีรวัฒน์ หรือ ติ๊ก ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีข้อหาสมคบค้ายาเสพติดและถูกยึดทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงปี 2558 ถึง 2559 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์สามีของเทยังมีฐานะเป็นน้องชายของ นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัวและหลบหนีหมายจับมานานกว่า 10 ปี ที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายวีระมีสถานะเป็นลูกเขยของ พันเอกจะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังชาวมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เครือข่ายนี้จึงสามารถลักลอบนำเข้ายาบ้าและเฮโรอีนเข้ามาตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่องตามรายงานข่าวของ คมชัดลึก
กลอุบายล่าเหยื่อแอร์สาวและการหลบหนีข้ามฝั่ง
ในการทำงานค้ายาเสพติด น.ส.จันทราจะทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อที่มีโปรไฟล์ดีผ่านทางแอปพลิเคชันเมสเซนเจอร์ โดยเธอจงใจเลือกอดีตแอร์โฮสเตสและลูกสาวให้มารับงานหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย วิธีการพรางตัวของเธอคือการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยมาถึงตัวเธอได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครือข่ายผู้จ้างวานและนายหน้าอย่าง “รินริน” หรือนายเอกวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จับกุมตัวได้และให้การซัดทอดว่า น.ส.จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เธอไหวตัวทันและตัดสินใจเดินทางหลบหนีออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแดนไปกบดานอยู่กับนายวีระภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดรถบรรทุกพ่วงบรรทุกยาไอซ์ 300 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมเครือข่ายใหญ่: ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
- ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล: ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
- จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน: แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้
นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ
ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้
ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ
พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน
ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด
การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดช็อกสะเทือนวงการการศึกษาไทยได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ตำรวจนครปฐมบุกจับกุมครูสอนคณิตศาสตร์ชื่อดังดีกรีระดับ “ด็อกเตอร์” หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ชายหลายราย ผู้ก่อเหตุใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะครูหลอกล่อเหยื่อ ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อใช้ข่มขู่เด็ก ไม่ให้กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร คดีนี้สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพและไว้วางใจ
เรื่องราวสุดสลดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 14 ปี สังเกตเห็นลูกชายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ เมื่อพาไปพบแพทย์จึงทราบความจริงสุดช็อกว่าเด็กมีอาการอักเสบที่อวัยวะเพศ ในที่สุดเด็กยอมสารภาพด้วยความหวาดกลัวว่า ถูกครูสอนพิเศษคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 7 เดือนเต็ม
ประเด็นสำคัญ
- จับกุมครูดัง: ตำรวจรวบตัวครูคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี พบผู้เสียหายแล้วมากกว่า 20 ราย
- ยึดคลิปแบล็กเมล์: เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานสำคัญ เป็นคลิปวิดีโอแบล็กเมล์เหยื่อในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มากกว่า 500 คลิป
- ขยายผลจับกุม: ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อดูว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ พร้อมเตือนพ่อแม่ให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด
ผู้ต้องหารายนี้คือ “นายเอก” (นามสมมติ) เป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครปฐม เขาอาศัยความไว้วางใจจากพ่อแม่ที่จ้างไปสอนพิเศษที่บ้าน แต่กลับใช้โอกาสนี้ทำร้ายลูกศิษย์ของตนเอง เด็กชายผู้เสียหายให้การว่า เขาถูกล่วงละเมิดซ้ำๆ ถึง 22 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยไม่กล้าขัดขืน
ทุกครั้งที่ลงมือ ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เสมอ จากนั้นจะใช้คลิปเหล่านั้นข่มขู่เด็ก เขาขู่ว่าหากนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ เขาจะปล่อยคลิปประจานให้อับอายกันทั้งหมด คำขู่ร้ายแรงเหล่านี้ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก เด็กบางรายถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ตำรวจพบหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เป็นคลิปในมือถือกว่า 500 คลิป ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้
การจับกุมและการสืบสวนของตำรวจ
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ TICAC จนสามารถขอศาลออกหมายจับได้สำเร็จ การเข้าจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักในจังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ก่อนปี 2560 ปัจจุบันมีเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ตกเป็นเหยื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีการนำคลิปเหล่านี้ไปเผยแพร่หรือขายต่อบนโลกออนไลน์หรือไม่ หากพบว่ามีการซื้อขายสื่อลามกอนาจารเด็กจริง ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญหน้ากับข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมอย่างแน่นอน
บทลงโทษและคำเตือนถึงผู้ปกครอง
ความผิดในคดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและยอมความไม่ได้ การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากตำรวจพบว่ามีการส่งต่อหรือขายคลิปเพื่อแสวงหาผลกำไร โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุก 7 ปี ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจนครปฐม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดที่สุด เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อ
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ปกครองทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟังปัญหาของบุตรหลาน หากเด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยด้วยความรักและความเข้าใจ นอกจากนี้ ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องการใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อออนไลน์ของเด็กด้วย เพราะอาชญากรรมมักแฝงตัวมากับเทคโนโลยีที่เด็กๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน
แนวทางการป้องกันในอนาคต
คดีสะเทือนขวัญคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในเรื่องความปลอดภัยของเด็ก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวอย่างในบ้าน และอยู่กับครูที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้ปกครองจึงต้องมีความตื่นตัวและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ คือความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและการสื่อสารที่เปิดกว้างภายในครอบครัว
ตำรวจคาดว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่ยังหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสแบบเป็นความลับ เพื่อปกป้องสภาพจิตใจของเด็กและชื่อเสียงของครอบครัว ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันสอดส่องดูแล เพื่อกวาดล้างอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบของนักการศึกษาให้หมดไปอย่างถาวร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูคนหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใหญ่มหาจักรี ครั้งที่ 7
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ







