Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์

เชียงราย – กรม อาเซียน จัดประชุมที่ The Heritage Hotel ร่วมกับหน่วยงานจังหวัดเชียงราย บรรยากาศไม่ได้มาแบบพิธีการเท่านั้น แต่เหมือนนัดเช็กความจริงเรื่องชายแดนภาคเหนือ ทั้งปัญหา PM2.5 เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์

เชียงราย – กรม อาเซียน จัดประชุมที่ The Heritage Hotel ร่วมกับหน่วยงานเชียงราย">จังหวัดเชียงราย บรรยากาศไม่ได้มาแบบพิธีการเท่านั้น แต่เหมือนนัดเช็กความจริงเรื่องชายแดนภาคเหนือ ทั้งปัญหา PM2.5 เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ย้ายฐานทันทีเมื่อการบังคับใช้กฎหมายเริ่มกดดัน

กิจกรรม การจัดแสดงสินค้าอาเซียน ภายใต้กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และสื่อท้องถิ่น Nakorn Chiang Rai ตั้งใจให้มากกว่าการบรรยายในห้องเรียน เพราะเชื่อมเรื่อง “อาเซียน” เข้ากับชีวิตจริงของคนชายแดน เจ้าของธุรกิจ นักเรียน ครู และหน่วยงานพื้นที่ ที่ต้องรับผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยพร้อมกัน

มีผู้เข้าร่วมราว 100 คน ประกอบด้วยหน่วยงานจังหวัดนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด คณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงครูจากเครือข่าย ห้องสมุดอาเซียน ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ

เพราะในห้องมีทั้งคนทำงานนโยบายและคนที่เจอปัญหาหน้างาน บทสนทนาจึงขยับจากโครงสร้างอาเซียนไปสู่ความต้องการจริงอย่างรวดเร็ว หลายคนอยากรู้แบบชัดๆ ว่ากลไกอาเซียนช่วยอะไรได้บ้าง และเชียงรายจะใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร

อาเซียน จัดประชุมที่

อาเซียนใกล้ตัวขึ้น เมื่ออยู่ติดชายแดน

การจัดงานที่เชียงรายส่งสารชัดเจน จังหวัดนี้เป็นประตูสำคัญของไทยสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งการค้า ท่องเที่ยว และการเดินทางของผู้คน ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเปลี่ยน ปัญหาก็อาจไหลเข้ามาถึงชุมชนชายแดนภายในไม่กี่วัน

ขณะเดียวกัน ขนาดของอาเซียนก็เปิดโอกาสให้พื้นที่ท้องถิ่นได้จริง ประชากรมีจำนวนมหาศาล และการท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวหลังโควิด หากผู้ประกอบการวางแผนเชื่อมตลาดภูมิภาคเป็นระบบ ก็มีโอกาสต่อยอดสินค้าและบริการของเชียงราย

อย่างไรก็ตาม โอกาสมักมากับความเสี่ยง เมื่อความเชื่อมโยงข้ามแดนเพิ่มขึ้น ช่องโหว่ชายแดนก็กลายเป็นจุดที่ปัญหาแทรกได้ง่าย หมอกควันกระจายเร็วเกินกว่าที่พื้นที่จะคุมได้ และขบวนการหลอกลวงออนไลน์โตเร็วกว่ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศ

ประเด็นหลัก: ฝุ่นข้ามแดนต้องร่วมมือแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ขอปีต่อปี

หนึ่งในหัวข้อสำคัญคือมลพิษทางอากาศข้ามแดน ภายใต้แนวทาง “Blue Sky Strategy” ที่ไทยผลักดันร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน นางสาวสุชาดา เมฆธารา รองอธิบดีกรมอาเซียน ระบุว่า PM2.5 กระทบสุขภาพโดยตรง และเป็นวาระสำคัญระดับประเทศ

เพราะเหตุนี้ ไทยจึงทำงานกับคู่ร่วมมือหลัก โดยเฉพาะเมียนมาและลาวแบบระยะยาว ไม่ใช่คุยกันเฉพาะช่วงควันหนัก

เธอยังกล่าวถึงเวทีหารือแบบหลายภาคส่วนที่จัดในเชียงรายเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งไทย ลาว และเมียนมาร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญจากจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น เพื่อหนุนการทำงานร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น เกษตรยั่งยืน การจัดการพื้นที่ป่า ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการติดตามจุดความร้อน เครื่องมือเหล่านี้สำคัญ เพราะช่วยให้การทำงานขั้นต่อไปเกิดขึ้นได้จริง

อาเซียน จัดประชุมที่

สารหลักของประเด็นนี้ตรงไปตรงมา ไทยแก้ปัญหาหมอกควันด้วยมาตรการในประเทศอย่างเดียวไม่พอ เพราะแหล่งกำเนิดบางส่วนอยู่นอกเขตอำนาจ และยังเชื่อมโยงกับวิธีทำเกษตร การดูแลป่า และระบบเตือนภัยที่ยังเชื่อมกันข้ามพรมแดนได้ไม่ดี

ในส่วนของกรอบความร่วมมืออาเซียนนั้น มี “ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน” ซึ่งร่างขึ้นในปี 2545 และบางส่วนในปี 2546 การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือในเชียงรายสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วน เนื่องจากปัญหายังไม่หายไป เพียงแต่ต้องการกรอบการทำงานที่เป็นรูปธรรมและมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่เขียนไว้บนกระดาษเท่านั้น

เรื่อง PM2.5 ยังไม่จบแค่ตัวเลขรายวัน แนวทางด้านสาธารณสุขระดับโลกชี้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับเกณฑ์คำแนะนำ PM2.5 ให้เข้มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะหลักฐานผลกระทบชัดขึ้น เมื่อมาตรฐานวิทยาศาสตร์เข้มขึ้น ระบบบริหารจัดการก็ต้องเข้มขึ้นด้วย โดยเฉพาะจังหวัดที่ภูมิประเทศเอื้อต่อการกักฝุ่นในช่วงลมสงบ

คนในพื้นที่ยังพูดถึงมุมปฏิบัติ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมไทยใช่มาตรฐาน PM2.5 แบบเฉลี่ย 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังในประเทศ เมื่อค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ ความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงขึ้นทันที ดังนั้นชุมชนจึงต้องได้คำแนะนำที่ชัดเจน ทั้งการป้องกันส่วนบุคคลและมาตรการในพื้นที่สาธารณะ

อาเซียน จัดประชุมที่

อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คนอยากได้การคุ้มครองที่ใช้ได้จริง

ถ้าหมอกควันเห็นได้ด้วยตา อาชญากรรมออนไลน์มักซ่อนตัว แต่สร้างความเสียหายทุกวัน ประเด็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใกล้ชายแดนเชียงรายจึงถูกยกขึ้นมาพูดแบบตรงๆ ชาวบ้านต้องการความร่วมมือที่หยุดการหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง และลดความเสียหายของเหยื่อให้ได้

วิทยากรอ้างถึงกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส แนวทางสำคัญคือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง แบ่งปันวิธีทำงานที่ได้ผล และพัฒนาไปสู่การสืบสวนร่วม เป้าหมายคือทำให้พื้นที่ปลอดภัยของเครือข่ายอาชญากรลดลง

นางสาวสุชาดา เมฆธารา อธิบายว่า อาเซียนมีการประชุม การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ เธอยังพูดถึงแผนความร่วมมือที่ไทยผลักดันเรื่องการบริหารจัดการชายแดน ซึ่งในทางปฏิบัติช่วยหนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล วิธีการร่วมกัน และงานเชิงลึกมากขึ้น เช่น การติดตามเส้นทางเงิน และการตรวจสอบบัญชีม้าที่ใช้โอนเงินที่ถูกหลอกมา

ภาพนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ของหลายประเทศในภูมิภาค กลุ่มหลอกลวงมักย้ายฐานไปพื้นที่ที่การบังคับใช้กฎหมายอ่อนกว่า หรือใช้ช่องว่างเขตอำนาจระหว่างชายแดนให้เป็นประโยชน์

หลายองค์กรระหว่างประเทศก็เตือนว่า เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โตเร็วและทำงานข้ามพรมแดน ดังนั้นประเทศปลายทางต้องช่วยเหยื่อให้ทันเวลา และตามเงินที่ไหลผ่านหลายชั้นให้ได้ สำหรับเชียงราย ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่จำนวนจับกุมเท่านั้น แต่รวมถึงการลดแรงจูงใจ ปิดช่องโหว่ด้านเทคโนโลยี และทำให้พื้นที่ตั้งฐานทำได้ยากขึ้น

อาเซียน จัดประชุมที่

ห้องสมุดอาเซียน เพราะความรู้ช่วยป้องกันได้ระยะยาว

นอกจากเรื่องหนักอย่างฝุ่นและอาชญากรรมข้ามชาติ งานโรดโชว์ยังเน้นเรื่องการเรียนรู้ผ่านโครงการ ASEAN Library เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2014 และขยายครบทั้ง 77 จังหวัดในปี 2025

นางสาวสุชาดาอธิบายว่า โรงเรียนใช้ ASEAN Libraries ทำกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน ช่วยให้นักเรียนเห็นภาพกว้าง เข้าใจบทบาทของไทยในภูมิภาค และฝึกอยู่ร่วมกับความหลากหลาย แนวคิดนี้จับต้องได้ เพราะสังคมที่แข็งแรงไม่ได้พึ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องมีการศึกษา ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน

ขั้นต่อไปที่พูดถึงในเวทีคือการอัปเดตเนื้อหา เพิ่มสื่อดิจิทัล และสร้างเครือข่ายครูใน 9 จังหวัดภาคเหนือ หากเครือข่ายนี้โตขึ้น ก็ช่วยกระจายข้อมูลความเสี่ยงได้เร็วขึ้น เช่น วิธีรับมือหมอกควัน การระวังมิจฉาชีพออนไลน์ และการรับมือข่าวปลอม ให้ถึงนักเรียนและครอบครัวในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

เชียงรายได้อะไรจาก Roadshow ครั้งนี้

ในเวทีมีการสรุปประโยชน์ของอาเซียนไว้ 3 มิติ คือความร่วมมือด้านการเมือง ความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม เมื่อความมั่นคงดี ธุรกิจเดินหน้าได้ รายได้ดีขึ้น และชุมชนที่เข้มแข็งก็เปราะบางต่อปัญหาข้ามแดนน้อยลง

สำหรับคนทำงานในพื้นที่ ภาพใหญ่ต้องตามด้วยการลงมือทำที่ชัดเจน

  • สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ: เชียงรายควรทำให้ข้อมูลเตือนภัยแปลงเป็นการปฏิบัติได้จริงในชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน หน่วยงานต้องใช้ช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่กับพื้นที่เสี่ยงฝั่งเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง
  • ความปลอดภัยและอาชญากรรมข้ามชาติ: การแลกเปลี่ยนข่าวกรองและวิธีทำงานควรถูกแปลงเป็นคำแนะนำที่คนทั่วไปทำตามได้ เช่น วิธีสังเกตกลโกง ขั้นตอนอายัดบัญชี ช่องทางแจ้งเหตุ และการป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อรายต่อไป ผ่านการสื่อสารชุมชนและโรงเรียน
  • การศึกษาและทุนมนุษย์: เครือข่าย ASEAN Library ต่อไปควรหนุนทักษะพลเมืองดิจิทัลให้เข้มขึ้น ข่าวปลอมแพร่เร็วพอๆ กับหมอกควัน เนื้อหาที่ทันสมัยช่วยให้การป้องกันอยู่ได้นานกว่าแค่มาตรการระยะสั้น

เปลี่ยน “อาเซียน” ให้เป็นความสบายใจในชีวิตประจำวัน

สารที่ชัดจากเวทีนี้คือ ปัญหาหมอกควันและอาชญากรรมข้ามชาติลงกระทบคนโดยตรง ไทยจึงต้องทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเป็นฤดูกาล ในมุมของนโยบาย นี่คือความพยายามยกระดับปัญหาชายแดนจากแรงกดดันพื้นที่ ให้กลายเป็นวาระร่วมของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม คนจะตัดสินจากผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พวกเขาจะดูว่าอากาศดีขึ้นกี่วัน การแจ้งเตือนถึงกลุ่มเสี่ยงเร็วแค่ไหน จำนวนเหยื่อหลอกลวงลดลงหรือไม่ และช่องทางช่วยเหลือทำงานได้จริงเมื่อจำเป็น

เชียงรายอยู่แนวหน้าเสมอ

ASEAN Roadshow ที่เชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 สะท้อนความคาดหวังใหม่ สำหรับคนจำนวนมาก อาเซียนไม่ใช่คำไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่อยากเห็นการใช้งานจริง เพื่อรับมือ PM2.5 ข้ามแดน และอาชญากรรมออนไลน์ที่บ่อนทำลายความไว้ใจและเงินเก็บของผู้คน

เชียงรายอาจเป็นเพียงหนึ่งจังหวัดบนแผนที่ แต่หลายครั้งกลับรับแรงกระแทกก่อนและชัดที่สุด เพราะอย่างนั้น เวทีความรู้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อพาไปสู่การลงมือทำ กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคก็มีค่าก็ต่อเมื่อคนหายใจได้โล่งขึ้น รู้สึกปลอดภัยขึ้น และเห็นโอกาสที่ดีขึ้นในชุมชนของตัวเอง

ท้ายที่สุด งานนี้ไม่ได้ทิ้งไว้แค่กำหนดการหรือภาพหมู่ แต่ทิ้ง “งานร่วม” ให้หน่วยงานรัฐ โรงเรียน และชุมชนช่วยกันแปลงความร่วมมือระดับภูมิภาค ให้เป็นอากาศที่สะอาดขึ้น และสังคมที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับเชียงราย และประเทศไทยโดยรวม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

Saucony Thailand เดินเกมปี’69 สู่ Lifestyle Running ปักหมุด ‘House of Endorphin’

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์

ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
  • พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
  • ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ

เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด

หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย

การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

 ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
  • ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
  • คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด

ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่

จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที

ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ

พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี

หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด

แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง

ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด

ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี

ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด

ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

Rebecca Kim

Published

on

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต

รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
  • พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป

แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด

แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา

หญิงขอความคุ้มครองจาก<a href=ตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด" width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-768x433.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />

ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม

ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ

จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending