เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเร่งยกระดับถนนและความปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานการประชุมครั้งแรกของปี 2569 ของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย หลายหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม…
เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานการประชุมครั้งแรกของปี 2569 ของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย หลายหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม เพื่อวางแผนให้ชัดขึ้นทั้งเรื่องระเบียบจราจร ความปลอดภัยสาธารณะ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน หลังการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง
งานประชุมแบบนี้อาจดูเหมือนงานหลังบ้าน แต่สำหรับหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย">เชียงรายแล้ว มันเชื่อมตรงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะจังหวัดพึ่งพางานบริการ การท่องเที่ยว และการเดินทางเชื่อมกับพื้นที่รอบข้าง เมื่อการจราจรติดขัด ความเสียหายไม่ได้หยุดแค่บนถนน แต่ลามไปถึงเวลาของคนทำงาน รายได้ร้านค้าเล็กๆ ภาพจำของนักท่องเที่ยว และต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่รถชะลอ
แกนหลักของการคุยในที่ประชุมคือทำให้ระบบจราจร “ทำงานเป็นทีม” มากขึ้น จังหวัดอยากให้แต่ละหน่วยไม่ทำงานแยกกัน แต่ใช้ข้อมูลร่วมกันและลงมือร่วมกัน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานขนส่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อเดินไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะมองเห็นคอขวด จุดเสี่ยง และพฤติกรรมซ้ำๆ ที่พาไปสู่อุบัติเหตุบ่อยครั้งได้เร็วกว่าเดิม
ในเมืองท่องเที่ยว งานจราจรมักต้องถือสองเรื่องพร้อมกัน
อย่างแรกคือ “ลดความเสี่ยง” ด้วยการปรับจุดอันตรายให้คนเห็นผลจริง เช่น จัดช่องทางให้ชัด ปรับจังหวะไฟสัญญาณให้เหมาะ และทำทัศนวิสัยให้ดีขึ้นตามโค้ง ทางแยก หรือจุดตัดที่รถตัดกันบ่อย
อีกเรื่องคือ “เวลาเดินทางที่คาดเดาได้” เพราะพอท่องเที่ยวโต ความหนาแน่นจะไม่เกิดแบบสุ่ม แต่จะมีแพตเทิร์นตามชั่วโมง วันหยุดสุดสัปดาห์ และฤดูกาล ถ้าไม่เตรียมก่อน คนในพื้นที่จะรับผลก่อน ทั้งเวลาเสียเปล่า ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และความเครียดที่เพิ่มตามมา
โครงการคมนาคมหลักของเชียงรายที่ติดตามความคืบหน้า
ที่ประชุมยังติดตามงานโครงการคมนาคมสำคัญของจังหวัดด้วย เช่น โครงการรถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ (Den Chai to Chiang Rai to Chiang Khong railway project) รวมถึงแผนพัฒนา Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport อีกทั้งยังหยิบแนวคิดเรื่องการเชื่อมเส้นทางจากสถานีรถไฟในอนาคตไปสนามบิน เพื่อให้การเดินทางต่อเนื่องและใช้เวลาได้คุ้มขึ้น
เพราะลำพังมีโครงสร้างใหญ่ยังไม่พอ ถ้าช่วงต้นทางและปลายทางยังสับสนหรือช้า เมืองจะได้แค่ “คนเดินทางเพิ่ม” แต่ไม่ได้ “คุณภาพการเดินทางที่ดีขึ้น” สุดท้ายรายได้อาจไม่โตเท่าที่ควร ขณะเดียวกันความเสี่ยงรถติดและอุบัติเหตุก็มีโอกาสสูงขึ้น
ข้อมูลจาก Nakorn Chiang Rai ชี้ว่า ช่วงปี 2025 ถึง 2026 เรื่องท่องเที่ยวไทยไม่ใช่วัดกันที่จำนวนคนอย่างเดียวแล้ว แต่ไปอยู่ที่คุณภาพทริป การใช้จ่ายต่อหัว และระยะเวลาพัก ตลาดอินเดียถูกพูดถึงมาก เพราะโตเร็วจากมาตรการยกเว้นวีซ่าและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
สื่อเศรษฐกิจในอินเดียที่อ้างบทสัมภาษณ์ตัวแทนท่องเที่ยวไทยในอินเดีย รายงานว่าปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มแรง และยังคาดว่าปีถัดไปจะทำสถิติใหม่ได้ ขณะเดียวกัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมของไทยในปี 2025 และประมาณการที่อัปเดตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ย้ำชัดว่าท่องเที่ยวมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากแค่ไหน และการโตต้องคุมให้ดี
สำหรับเชียงรายที่โดดเด่นเรื่องวัฒนธรรม ธรรมชาติ และสายพักผ่อนแบบสุขภาพ แนวโน้มนี้กระทบทันที เพราะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายมักให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ทางเลือกการเดินทางที่ชัดเจน และประสบการณ์ที่ราบรื่นตั้งแต่มาถึงจนกลับ
เมืองต้องมีข้อมูลสาธารณะที่ดีและเชื่อมกันมากขึ้น
อีกแรงกดดันมาจากพฤติกรรมวางแผนทริปของนักท่องเที่ยว หลายคนเริ่มจากแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศรีเฟรชแอป Amazing Thailand ให้เป็นเครื่องมือข้อมูลและช่วยวางแผนทริปที่ครบขึ้น โดยมีแผนทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อเพิ่มฟีเจอร์อย่าง AI chatbot สำหรับแนะนำสถานที่ และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ในไทยบางชิ้นสะท้อนโจทย์ตั้งต้นว่า ถ้าเฟสแรกยังเน้นให้ข้อมูลเป็นหลัก แอปต้อง “มีประโยชน์พอ” ในตลาดที่นักท่องเที่ยวใช้แพลตฟอร์มเอกชนและเครื่องมือ AI อยู่แล้ว
ประเด็นนี้ลงมาถึงระดับจังหวัดทันที เพราะเมื่อการวางแผนเริ่มจากออนไลน์ เมืองต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับสิ่งที่เจอจริงบนถนน
ข้อมูลที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ไม่ได้มีแค่สถานที่เที่ยว แต่รวมถึงแผนที่การเดินทาง จุดจอดรถ จุดรับส่ง ตัวเลือกขนส่งสาธารณะ จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และแผนจราจรช่วงวันหยุด ถ้าข้อมูลพวกนี้กระจัดกระจาย ประสบการณ์ท่องเที่ยวจะสะดุดง่าย และความเชื่อมั่นก็ลดลงได้ แม้ไม่มีเหตุใหญ่เกิดขึ้น
การแข่งขันท่องเที่ยวไม่ได้แข่งกันที่แหล่งเที่ยวอย่างเดียวแล้ว
ฝั่งแพลตฟอร์มเอกชนก็เดินเร็วเช่นกัน ตัวอย่างคือ TrueMoney ที่เพิ่มหมวดบริการท่องเที่ยวในแอป รวมการจองและการจ่ายเงินเข้ากับบริการด้านอินเทอร์เน็ตและประกันการเดินทาง โดยบริษัทชี้ว่าการใช้งานเติบโตต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าการท่องเที่ยวผูกกับการจ่ายเงินผ่านแอปมากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพรวมนี้ทำให้การแข่งขันท่องเที่ยวขยายไปไกลกว่าเดิม เมืองไม่ได้แข่งกันแค่สถานที่สวยหรือกิจกรรมสนุก แต่แข่งกันที่ระบบสนับสนุนรอบทริปด้วย เช่น ถนนปลอดภัย การจ่ายเงินสะดวก และข้อมูลเชื่อถือได้ เมืองที่ตามทันมักได้ความมั่นใจจากคนเดินทางมากกว่า ส่วนเมืองที่แก้ปัญหาแบบวันต่อวัน มักเสียทั้งรายได้และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว
สำหรับเชียงราย งานวางแผนจราจรต้องรักษาสมดุลระหว่างการโตกับความเป็นธรรม เพราะถนนเส้นเดียวกันรองรับทั้งรถตู้ทัวร์ รถรับส่งนักเรียน รถบรรทุก รถของเกษตรกร และคนทำงานประจำวัน
ถ้าออกแบบระบบเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว คนท้องถิ่นจะเป็นฝ่ายจ่ายราคา แต่ถ้าโฟกัสแค่กิจวัตรประจำวันโดยไม่รับมือช่วงพีค เมืองก็เสียรายได้และงานที่ท่องเที่ยวนำมาให้
สิ่งที่คนอยากเห็นต่อจากนี้คือเปลี่ยน “สรุปการประชุม” ให้เป็น “ผลลัพธ์หน้างาน” ที่วัดได้ เช่น แผนแก้จุดเสี่ยงแบบต่อเนื่อง ป้ายบอกทางและที่จอดรถที่ชัดขึ้น การรณรงค์วินัยจราจรที่ทำจริงจัง และการจัดการจราจรที่เข้มแข็งขึ้นในจุดสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
สุขภาพและการแพทย์ Health7 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เทศบาลเมืองเชียงรายชูพลัง “บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน” จุดเทียนพรรษาปี 2569 สืบสานวิถีพุทธอย่างยั่งยืน
-
ข่าว - News7 days ago
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด







