ฟุตบอล
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ยืนหยัด เสมออาร์เซนอลจ่าฝูง 0-0 แบบเข้มข้นที่ซิตี้ กราวด์
น็อตติงแฮม — เกมพรีเมียร์ลีกที่ซิตี้ กราวด์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2026 จบลงแบบไม่มีสกอร์ หลัง น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ต้านทานความกดดันได้ตลอด 90 นาที และแบ่งแต้มกับ อาร์เซนอล จ่าฝูงด้วยสกอร์ 0-0 ผลเสมอนี้ทำให้อาร์เซนอลทิ้งห่างหัวตารางเป็น 7 แต้ม หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อนหน้านั้น แต่ทีมของมิเกล อาร์เตต้ายังรู้สึกเสียดาย เพราะมีโอกาสดีหลายครั้งที่น่าจะปิดเกมได้
รูปเกมชัดเจนตั้งแต่ต้น ฟอเรสต์ที่อยู่อันดับ 17 และนำโซนตกชั้น 5 แต้ม เล่นเป็นระเบียบภายใต้การคุมทีมของฌอน ไดช์ ตั้งรับเป็นบล็อกแน่นและบีบพื้นที่ได้ดี ส่วนอาร์เซนอลครองบอลมากกว่า สร้างจังหวะเข้าทำได้เยอะกว่า แต่จบไม่ลง เจอทั้งเซฟสำคัญและการสกัดในจังหวะสุดท้าย

ไฮไลต์เกม
ครึ่งแรกค่อนข้างอึดอัด อาร์เซนอลคุมบอลได้ แต่เจาะแนวรับที่ยืนชิดกันของฟอเรสต์ลำบาก กาเบรียล มาร์ติเนลลีได้ลุ้นจากมุมแคบหลังสวนกลับเร็ว แต่ยิงหลุดกรอบ วิคตอร์ กีออเคเรสลองส่องลูกแฉลบให้มัตซ์ เซลส์ต้องออกแรงเซฟ ทว่าทีมเจ้าบ้านยังรักษาแผนได้ตามเดิม
เกมเริ่มเปิดมากขึ้นหลังผ่านชั่วโมง เมื่ออาร์เซนอลส่งบูกาโย ซาก้าลงสนาม ซาก้าทันทีที่ลงมาก็เพิ่มความเร็วให้เกมริมเส้น เปิดบอลอันตรายจนเดแคลน ไรซ์ได้วอลเลย์ แต่เซลส์รับไว้ไม่ยาก นาทีที่ 68 ซาก้าโหม่งจากลูกเปิดของไรซ์ บอลลอยไปทางมุมบนเหมือนจะเข้าอยู่แล้ว แต่เซลส์พุ่งปัดปลายมือออกหลังได้อย่างยอดเยี่ยม
จังหวะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นช่วงท้ายเกม บอลจากฝั่งขวาไปโดนแขนของโอลา ไอน่า นักเตะอาร์เซนอลและทีมงานประท้วงหนักเพื่อเอาจุดโทษ แต่ไมเคิล โอลิเวอร์ปล่อยให้เล่นต่อ และ VAR ยืนยันคำตัดสิน โดยมองว่าบอลไปโดนไหล่ก่อน และแขนอยู่ในท่าทางธรรมชาติ หลังเกมอาร์เตต้าแสดงความไม่พอใจชัดเจน โดยบอกว่าเป็น “จุดโทษชัดๆ”
ฝั่งฟอเรสต์แทบไม่ได้มีโอกาสจบแบบตรงกรอบเลย แต่เกมรับที่เป็นระบบของพวกเขา โดยมีมูริลโลกับนิโคลา มิเลนโควิชคุมแนวหลัง ช่วยปิดพื้นที่ได้ตลอด ทำให้อาร์เซนอลหงุดหงิด ผลเสมอนี้ยังเป็น 0-0 เกมลีกนัดที่ 2 ติดต่อกันของอาร์เซนอล ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นกับทีมที่ขึ้นชื่อว่าเกมรุกจัดจ้าน

สถิติเกมของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 40% |
| จำนวนยิง | 4 |
| ยิงเข้ากรอบ | 0 |
| เตะมุม | 2 |
| ฟาวล์ | 11 |
| ใบเหลือง | 2 |
| เซฟสำคัญ (มัตซ์ เซลส์) | 4 |
แนวรับของฟอเรสต์ รวมถึงฟอร์มเด่นของเซลส์และไอน่า ได้รับคำชมหลังเก็บคลีนชีตใส่ทีมที่เกมรุกอันตรายที่สุดทีมหนึ่งของลีก

สถิติเกมของอาร์เซนอล
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 60% |
| จำนวนยิง | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| เตะมุม | 7 |
| ฟาวล์ | 9 |
| ใบเหลือง | 1 |
| โอกาสทองที่พลาด | 3 |
แม้จะเป็นฝ่ายคุมเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่อาร์เซนอลเปลี่ยนความกดดันเป็นประตูไม่ได้ โดยเซลส์ถูกยกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมจากจังหวะเซฟหลายครั้ง
ผลเสมอทำให้อาร์เซนอลยังอยู่ในจุดที่ดีของการลุ้นแชมป์ แต่ก็ทิ้งความรู้สึกค้างคาว่าแต้มที่หลุดไปอาจสำคัญ ขณะที่ฟอเรสต์ได้กำลังใจเต็มๆ จากการหยุดทีมจ่าฝูงไว้ได้ ทั้งสองทีมเตรียมไปโฟกัสนัดถัดไป อาร์เซนอลมีคิวเจออินเตอร์ มิลานในแชมเปียนส์ลีก ส่วนฟอเรสต์มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรปในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก
เกมนี้ย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า พรีเมียร์ลีกยังไม่จบง่ายๆ เพราะแต้มที่หายไปในวันที่เจอทีมรองบ่อนที่เล่นมีวินัย อาจย้อนกลับมามีผลตอนท้ายฤดูกาลได้เสมอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ลิเวอร์พูลสะดุดอีกครั้ง, เปิดแอนฟิลด์เจ๊าเบิร์นลีย์ 1-1 แบบน่าหงุดหงิด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกดาร์บีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยุคคาร์ริค
ฟุตบอล
บาร์เซโลนาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 3-0 แม้จะพยายามบุกหนักในช่วงท้ายเกมแต่ก็ไม่เพียงพอ
บาร์เซโลนา – คืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สนามสปอติฟาย คัมป์ นู ทีมบาร์เซโลนาของ ฮันซี ฟลิค ใส่เต็มตลอด 90 นาที และเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ที่คุมโดย ดิเอโก้ ซีเมโอเน ไป 3-0 ในเกมนัดที่สอง รอบรองชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2025/26
รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ยังไม่ช่วยให้บาร์ซ่ากลับมาได้ เพราะเลกแรกพวกเขาโดนแอตเลติโกบุกถล่ม 4-0 ทำให้สกอร์รวมสองนัด บาร์เซโลนาแพ้ 3-4 และต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบรองฯ แบบน่าเสียดาย ส่วนแอตเลติโก มาดริด ตีตั๋วเข้าชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับจากชุดที่ได้แชมป์ในปี
ภาพรวมเกมที่คัมป์ นู
ตลอดเกมบาร์เซโลนาเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ครองบอลเกือบ 70% และสร้างโอกาสจบสกอร์เป็นชุด โดยยิงเข้ากรอบเกิน 10 ครั้ง แต่ถึงจะกดดันหนักแค่ไหน สุดท้ายก็ไล่ไม่ทันสกอร์รวม ทำให้ความฝันในการทำ “เรมอนตาด้า” ต้องจบลง
- นาทีที่ 29: มาร์ค เบอร์นัล มิดฟิลด์วัย 18 ปี ยิงให้บาร์เซโลนานำ 1-0 จากจังหวะที่ ลามีน ยามาล แทงทะลุช่องให้หลุดไปกดเข้ามุมแบบไม่พลาด
- นาทีที่ 45+5: ราฟิญา สังหารจุดโทษเป็น 2-0 หลัง เปดรี้ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ
- นาทีที่ 72: เบอร์นัล กดประตูที่สองของตัวเอง เป็นประตูที่สามของทีม จากการจ่ายของ โจเอา กันเซโล ทำให้สกอร์รวมขยับมาเหลือ 3-4 และเกมช่วงท้ายตึงมือทันที
ฝั่งแอตเลติโกเลือกเล่นแบบรัดกุม เน้นยืนต่ำและตัดจังหวะในพื้นที่สำคัญ แม้เสียถึงสามลูก แต่ยังปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้ดี โดยเฉพาะช่วง 20 นาทีสุดท้ายที่บาร์เซโลนาบุกหนักมาก ผู้รักษาประตูอย่าง ยาน โอบลัค (หรือบางรายงานระบุว่าเป็นนายทวารสำรอง) มีจังหวะเซฟสำคัญช่วยทีมหลายครั้ง
สถิติสำคัญของบาร์เซโลนา
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ประตูที่เสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 70% |
| ยิงทั้งหมด | 21+ |
| ยิงเข้ากรอบ | 10+ |
| ผู้ทำประตู | มาร์ค เบอร์นัล (2), ราฟิญา (จุดโทษ 1) |
| ผู้เล่นเด่น | มาร์ค เบอร์นัล, ลามีน ยามาล, ราฟิญา, เปดรี้ |
| จุดเปลี่ยนในเกม | การปรับแท็กติกและการเปลี่ยนตัวหลายจังหวะ (รวมอาการเจ็บของ บัลเด้ และ กุนเด้) |
เกมนี้บาร์ซ่าโชว์เกมรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล ที่ลากพาบอลและสร้างโอกาสได้ตลอด ขณะเดียวกัน มาร์ค เบอร์นัล กลายเป็นตัวชูโรงด้วยสองประตูจากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ทำให้เกมกลับมามีลุ้นจนถึงช่วงท้าย
สถิติสำคัญของแอตเลติโก มาดริด
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 0 |
| ประตูที่เสีย | 3 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 30% |
| ยิงทั้งหมด | น้อยกว่า 5 |
| ยิงเข้ากรอบ | มีน้อย |
| ผู้เล่นเด่น | ผู้รักษาประตูและแนวรับ (ช่วยกันเซฟและบล็อกหลายจังหวะ), ดิเอโก้ ซีเมโอเน (วางแผนเกม) |
| การเปลี่ยนตัว | ปรับเพิ่มเกมรับช่วงท้ายเพื่อประคองสกอร์รวม |
แม้เกมรับจะพลาดจนเสียสามประตู แต่แอตเลติโกยังคุมสถานการณ์ได้ตามเป้าหมาย เพราะไม่ยอมเสียเพิ่มในช่วงที่บาร์เซโลนาโหมสุดกำลัง สุดท้ายสกอร์รวมก็ยังพาทีมเข้าชิงได้แบบเฉือนกันหวุดหวิด
คำพูดหลังเกม
ฮันซี ฟลิค ยกย่องลูกทีมหลังจบเกม โดยบอกว่าเขาภูมิใจในความทุ่มเทของทุกคน เพราะทีมสู้จนเกือบทำเรื่องยากให้เกิดขึ้นจริง แม้ตกรอบ แต่เขามองว่านี่เป็นบทเรียนที่ดี และเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับเส้นทางในลีกและแชมเปียนส์ลีก
ด้าน ดิเอโก้ ซีเมโอเน ชี้ว่าเกมแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอในฟุตบอล เพราะทีมทำงานหนักในนัดแรกไว้แล้ว ส่วนเกมที่คัมป์ นู ต้องพึ่งเกมรับและความเหนียวแน่นเพื่อปิดงาน พร้อมกล่าวชื่นชมบาร์เซโลนาที่สู้เต็มที่
แม้บาร์เซโลนาจะจอดป้ายในโคปา เดล เรย์ แต่ฟอร์มในนัดนี้ทำให้เห็นว่าทีมเริ่มลงตัวมากขึ้นภายใต้การคุมของฟลิค และยังมีเป้าหมายให้ลุยต่อทั้งลาลีกาและถ้วยยุโรป
ท้ายที่สุด เกมนี้กลายเป็นอีกคืนที่มีดราม่าของฟุตบอลสเปน บาร์เซโลนาเกือบไล่ทันจนได้ลุ้นสุดตัว แต่เมื่อมองภาพรวมสองนัด แอตเลติโก มาดริด ยังเป็นทีมที่ทำได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายได้ไปต่อในรอบชิงชนะเลิศ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงให้ลิเวอร์พูล 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโมลินิวซ์
ฟุตบอล
วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงให้ลิเวอร์พูล 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโมลินิวซ์
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ จุดกระแสฮือฮาในพรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สนามโมลินิวซ์ ผลนัดนี้ส่งวูล์ฟส์คว้า 3 แต้มเต็มแบบต่อเนื่อง เพิ่มความหวังหนีตกชั้น ส่วนหงส์แดงเจ็บหนัก เพราะเสียแต้มสำคัญในเส้นทางลุ้นท็อปโฟร์
บทนำ, คืนที่โมลินิวซ์จำไม่ลืม – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
เกมนี้แฟนวูล์ฟส์น่าจะพูดถึงไปอีกนาน เพราะทีมของกุนซือ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ (มีบางแหล่งรายงานชื่อ Gary O’Neil แต่รายงานส่วนใหญ่ระบุ Edwards) สู้แบบไม่ถอย แม้ลิเวอร์พูลของ อาร์เน สล็อต จะครองบอลได้มากกว่า แต่กลับเจาะไม่เข้าในช่วงสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น วูล์ฟส์อ่านเกมแล้วเล่นสวนกลับได้คม พอถึงช่วงทดเจ็บก็ปิดบัญชีได้สำเร็จ สกอร์จบที่ วูล์ฟส์ 2-1 ลิเวอร์พูล และทั้งสามประตูเกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด

เหตุการณ์สำคัญในเกม
- นาที 78: โรดริโก โกเมส (Rodrigo Gomes) พาวูล์ฟส์นำ 1-0 หลังเลี้ยงผ่าน อิบราฮิมา โกนาเต้ แล้วซัดมุมไกลแบบเฉียบขาด แม้เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของทีม แต่เปลี่ยนรูปเกมทันที
- นาที 83: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตีเสมอ 1-1 ให้ลิเวอร์พูล จากจังหวะฉวยความผิดพลาดแนวรับเจ้าบ้าน แล้วยิงมุมใกล้แบบเด็ดขาด พร้อมหยุดสถิติไร้ประตูในลีกที่ยาวนาน 10 นัดติด
- นาที 90+4: อังเดร (Andre) กดประตูชัย 2-1 จากนอกกรอบ บอลไปแฉลบ โจ โกเมซ ก่อนเสียบเสาไกลผ่านมือ อลิสซอน ทำให้ทั้งสนามระเบิดเสียงเฮ
ตลอดเกม วูล์ฟส์เน้นรับให้แน่นแล้วรอสวนกลับ ขณะที่ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบแบบจะแจ้งมาไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก
สถิติทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| อันดับในตาราง | อันดับสุดท้าย (บ๊วย) |
| คะแนนรวม | 16 แต้ม (ราว 30 นัด) |
| ผลงานล่าสุด | ชนะ 2 นัดติด (รวมเกมนี้) |
| ภาพรวมเกมรุก | จำนวนประตูรวมไม่สูง แต่จบสกอร์คมในนัดนี้ |
| ผู้ทำประตูในเกม | โรดริโก โกเมส, อังเดร |
| กุนซือ | ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ |
| สนามเหย้า | โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม |
แม้สถานการณ์ในตารางจะกดดัน แต่ภาพในสนามบอกชัดว่า วูล์ฟส์ยังมีใจสู้ และพร้อมสู้ทุกแต้มเพื่ออยู่รอด
สถิติทีมลิเวอร์พูล
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| อันดับในตาราง | อันดับ 5 (ราว 48 แต้ม) |
| ผลงานล่าสุด | แพ้แบบเจ็บ เพราะเป็นการพ่ายทีมบ๊วย |
| ประตูในฤดูกาล | ซาลาห์ทำประตูที่ 5 ในฤดูกาล |
| ผู้ทำประตูในเกม | โมฮาเหม็ด ซาลาห์ |
| กุนซือ | อาร์เน สล็อต |
| ผู้รักษาประตู | อลิสซอน เบ็คเกอร์ |
| ผู้นำทีม | เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค |
ถึงจะมีคุณภาพผู้เล่นเหนือกว่า แต่ลิเวอร์พูลเสียหายจากรายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่โดนลูกยิงแฉลบกลายเป็นประตูแพ้
ครึ่งแรก, เงียบแต่ตึง
45 นาทีแรกทั้งสองทีมเล่นแบบรัดกุม ลิเวอร์พูลคุมจังหวะได้มากกว่า แต่ยังหาช่องเข้าทำแบบชัดๆ ไม่ได้ ขณะเดียวกัน วูล์ฟส์ถอยต่ำ รักษารูปเกม และรอโอกาสสวนกลับ สุดท้ายยังไม่มีทีมไหนยิงเข้ากรอบ จึงจบครึ่งแรกที่ 0-0
ครึ่งหลัง, เกมเปิดแล้วดราม่าก็ตามมา
หลังพักครึ่ง เกมเริ่มเข้มข้นขึ้น และช่วง 20 นาทีสุดท้ายยิ่งเดือด วูล์ฟส์ได้ประตูนำจากการสวนกลับที่จบด้วยความเฉียบของโรดริโก โกเมส จากนั้นไม่นาน ลิเวอร์พูลตอบโต้ทันทีด้วยซาลาห์ที่ใช้โอกาสไม่เปลือง
อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บกลายเป็นของเจ้าบ้าน เมื่ออังเดรซัดไกล บอลแฉลบเปลี่ยนทางจนอลิสซอนเอาไม่อยู่ วูล์ฟส์เลยเก็บ 3 แต้มเต็มแบบสุดระทึก และขยับหนีพื้นที่อันตรายได้เล็กน้อย
สรุปหลังเกม
สำหรับวูล์ฟส์ นี่คือชัยชนะที่เติมความหวังหนีตกชั้นแบบจริงจัง ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องกลับไปแก้ปัญหาให้เร็ว เพราะแต้มที่หล่นไปส่งผลต่อการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปโดยตรง
หลังเกม ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ พูดถึงลูกทีมว่า “เรารู้ดีว่าเราอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แต่เด็กๆ ใส่เต็มที่เพื่อทุกอย่าง, เพื่อตัวเอง, ครอบครัว และอนาคต”
เกมนี้ย้ำให้เห็นอีกครั้งว่าพรีเมียร์ลีกพลาดไม่ได้เลย เพราะแม้ทีมบ๊วยก็ล้มทีมใหญ่ได้ หากมีวินัยและจบสกอร์ในจังหวะสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟูลแฮม เปิดรังเฉือน ท็อตแนม 2-1! สเปอร์ส ยังไม่ชนะ 10 นัดติด เสี่ยงหล่นไปลุ้นหนีตกชั้น
ฟุตบอล
ฟูลแฮม เปิดรังเฉือน ท็อตแนม 2-1! สเปอร์ส ยังไม่ชนะ 10 นัดติด เสี่ยงหล่นไปลุ้นหนีตกชั้น
ฟูลแฮม เดินหน้าลุ้นโควตายุโรป ส่วน ท็อตแนม อาการหนักใกล้โซนอันตราย ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 28 วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ฟูลแฮม ลงเล่นที่ Craven Cottage ก่อนเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1 ในเกมลอนดอนดาร์บี้ที่เดือดพอสมควร ผลนี้ช่วยให้เจ้าบ้านขยับอันดับและเพิ่มความหวังเรื่องพื้นที่ยุโรป ขณะที่สเปอร์ส ภายใต้กุนซือชั่วคราว Igor Tudor ยังหาชัยชนะในลีกไม่เจอเป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน สถานการณ์จึงเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ

จังหวะสำคัญของเกม – รับชมไฮไลท์
- นาทีที่ 7: Harry Wilson ซัดให้ฟูลแฮมขึ้นนำ 1-0 จากวอลเลย์เท้าซ้าย หลังจังหวะปะทะที่ Raúl Jiménez มีเหมือนผลัก Radu Dragusin เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม VAR ไม่เปลี่ยนคำตัดสิน ทำให้ฝั่งท็อตแนมไม่พอใจ
- นาทีที่ 34: Alex Iwobi บวกสกอร์เป็น 2-0 ด้วยการยิงจังหวะแรกจากนอกกรอบราว 25 หลา บอลพุ่งไปชนเสาก่อนเข้าประตู หลังต่อเกมกับ Wilson ได้ลงตัว
- นาทีที่ 66: Richarlison ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งตีตื้นให้สเปอร์สไล่มา 2-1 จากลูกครอสของ Archie Gray ทำให้ช่วงท้ายเกมกลับมามีลุ้น
- ช่วงท้ายเกม ท็อตแนม โหมบุกต่อเนื่อง แต่ Bernd Leno เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง จึงช่วยให้ฟูลแฮมปิดเกมคว้า 3 แต้ม
ภาพรวมเกมนี้ ฟูลแฮมทำได้ดีกว่าในครึ่งแรก ทั้งความเร็วในการขึ้นเกมและความเฉียบคมหน้าประตู ตรงกันข้าม ท็อตแนมดูขาดความมั่นใจและจังหวะเกมไม่ไหลลื่น แม้จะได้ประตูจากตัวสำรอง แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน

สถิติและผู้เล่นเด่นฝั่งฟูลแฮม
ฟูลแฮมยังไว้ใจได้เวลาเล่นในบ้าน และแนวรุกจบงานค่อนข้างคม
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 2 (Wilson 7′, Iwobi 34′) |
| ผู้ทำประตู | Harry Wilson, Alex Iwobi |
| ผู้รักษาประตู | Bernd Leno (เซฟสำคัญหลายครั้ง) |
| ผู้เล่นเด่น | Alex Iwobi (มีประตูและมีส่วนร่วมกับเกมรุก), Harry Wilson (ยิงนำและสร้างโอกาส) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 8 (29 คะแนน จาก 28 นัด) |
| แนวโน้ม | ยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรป หากรักษาฟอร์มต่อเนื่อง |
หากฟูลแฮมยืนระยะได้แบบนี้ต่อไป โอกาสเบียดขึ้นไปโซนยุโรปยังเปิดกว้าง
สถิติและปัญหาของท็อตแนม
ฝั่งท็อตแนมยังอยู่ในช่วงฟอร์มตก และแต้มหนีตกชั้นไม่ได้ห่างมากนัก
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 (Richarlison 66′) |
| ผู้ทำประตู | Richarlison (ลงสำรองแล้วยิงได้) |
| ผู้รักษาประตู | Guglielmo Vicario (มีเซฟแต่เสีย 2 ประตู) |
| ผู้เล่นเด่น | Richarlison (ประตูช่วยปลุกความหวัง), Archie Gray (ทำแอสซิสต์) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 16 (ห่างโซนตกชั้น 4 คะแนน) |
| สถิติไร้ชัย | 10 นัดติดในพรีเมียร์ลีก |
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของสเปอร์สไม่ได้มีแค่สกอร์ในสนาม แต่ยังรวมถึงความมั่นใจ การจัดทีม และการตัดสินใจในรายละเอียดระหว่างเกมด้วย ขณะเดียวกัน Igor Tudor ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมไม่นาน ก็เริ่มต้นด้วยผลงานแพ้ 2 นัดรวด หลังเกมกุนซือชาวโครเอเชียยอมรับว่าปัญหาของทีม “ใหญ่กว่าที่คิด” และต้องเร่งแก้ทันที
สรุปหลังเกม
ลอนดอนดาร์บี้นัดนี้สะท้อนภาพของทั้งสองทีมในฤดูกาล 2025-26 ได้ชัด ฟูลแฮมเล่นเป็นระบบ จบสกอร์ได้ตามโอกาส และลงโทษความผิดพลาดคู่แข่งได้ดี ส่วนท็อตแนมยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ และต้องสู้กับแรงกดดันรอบด้านมากขึ้น
จากผลนี้ ฟูลแฮมได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่สูงกว่า ขณะที่ท็อตแนมต้องรีบกลับมาคว้าชัยให้ได้โดยเร็ว เพราะถ้ายังสะดุดต่อเนื่อง การหนีตกชั้นอาจกลายเป็นเรื่องจริงในช่วงท้ายฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์เฉือนเชลซี 2-1 กลับขึ้นนำพรีเมียร์ลีกห่าง 5 แต้ม
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน








