ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0
คืนวันที่ 13 มกราคม 2026 ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก เกมคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกอัดแชมป์เก่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 จากประตูของ อองตวน เซเมนโย และตัวสำรองอย่าง รายาน แชร์กี ทำให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือไพ่เหนือกว่าก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่เอติฮัด สเตเดียม ขณะที่ทีมของเอ็ดดี ฮาว ต้องเจองานหนักขึ้นในการป้องกันแชมป์
เกมภายใต้ไฟสนามและบรรยากาศกดดันเต็มพิกัด นิวคาสเซิลสู้ได้ดีและมีโอกาสจะแจ้งหลายครั้ง แต่ซิตี้เฉียบขาดกว่าในจังหวะสำคัญ
ครึ่งแรกอึดอัด ทั้งคู่ยังไม่กล้าเปิดหน้า
45 นาทีแรกเป็นเกมแบบระวังตัว ทั้งสองทีมค่อยๆ วัดจังหวะกัน นิวคาสเซิลเริ่มได้คึกจากแรงเชียร์ในบ้าน และเกือบขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อ โยอาน วิสซา ได้โอกาสทองจากการต่อบอลของแอนโธนี กอร์ดอน กับเจค็อบ เมอร์ฟี แต่ยิงข้ามคานจากระยะใกล้แบบน่าเสียดาย
ฝั่งซิตี้ยังต่อเกมไม่ค่อยติดในช่วงต้น สร้างโอกาสชัดๆ ได้น้อย ครึ่งแรกเลยจบแบบไร้สกอร์ พร้อมความตึงเครียดที่สะสมไปถึงช่วงครึ่งหลัง

เซเมนโยปลดล็อก ซิตี้ขึ้นนำก่อน
พอกลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมเริ่มเปิดมากขึ้น และในนาทีที่ 53 ซิตี้ได้ประตูสำคัญจาก อองตวน เซเมนโย แข้งใหม่ที่ลงเล่นให้ทีมเป็นนัดที่สอง เขาเข้าชาร์จจากบอลครอสเรียดทางซ้ายของเจเรมี โดคู แล้วจบสกอร์แบบนิ่งๆ เป็นประตูที่สองติดต่อกันของเขาในสีเสื้อฟ้า และทำให้แฟนเจ้าถิ่นเงียบลงทันที
เซเมนโยออกสตาร์ตกับซิตี้ได้สวย เขาเล่นด้วยความมั่นใจและกดดันแนวรับนิวคาสเซิลต่อเนื่อง
นิวคาสเซิลเร่งเครื่อง แต่ทราฟฟอร์ดช่วยทีมไว้
หลังเสียประตู นิวคาสเซิลตอบโต้ทันควัน พวกเขาดันเกมสูงและสร้างโอกาสใหญ่หลายครั้ง จน เจมส์ ทราฟฟอร์ด นายด่านซิตี้ต้องออกแรงเซฟ วิสซายิงให้เขาต้องปัดบอลไปชนคานแบบหวุดหวิด ขณะที่ บรูโน กิมาไรส์ ก็ซัดต่ำแรงจนไปกระแทกเสาเช่นกัน
ภาพรวมเจ้าบ้านมีช่วงที่กดได้ต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือความคมในจังหวะสุดท้าย โอกาสสำคัญหลุดมือไปหลายหน

ดราม่า VAR ยาว เซเมนโยโดนริบประตู
ความเดือดของเกมเพิ่มขึ้นเมื่อเซเมนโยส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่ต้องหยุดรอการเช็ก VAR นานราว 5 นาทีครึ่ง ก่อนที่ผู้ตัดสินคริส คาวานาห์จะยกเลิกประตู โดยมองว่ามีจังหวะล้ำหน้าแบบตีความได้ในขั้นตอนขึ้นเกม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเออร์ลิง ฮาลันด์
จังหวะนี้ทำให้ทั้งนักเตะและแฟนบอลอารมณ์ขึ้น เกมยิ่งแข็งขึ้นตามไปด้วย และทั้งเกมมีใบเหลืองรวมถึง 8 ใบ
แชร์กีปิดกล่องท้ายเกม ซิตี้หนีเป็น 2 ลูก
ช่วงทดเวลา นิวคาสเซิลพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อเอาคืนให้ได้ แต่กลับโดนสวนกลับ และในนาทีที่ 98 ตัวสำรองอย่าง รายาน แชร์กี ยิงเรียดเข้าไปไม่พลาด จากแอสซิสต์ของรายาน ไอต์-นูรี ปิดบัญชีให้ซิตี้ชนะ 2-0 แบบได้ใจ
ผลนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบชัดเจนก่อนนัดสองวันที่ 3 หรือ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ส่วน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยังมีโอกาส แต่การพลิกสถานการณ์ที่เอติฮัดต้องออกมาสมบูรณ์แบบกว่านี้

สถิติสำคัญของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| ค่า xG โดยประมาณ | ~1.4 |
| โอกาสทองที่พลาด | 4 |
| เตะมุม | 7 |
| ใบเหลือง | 5 |
นิวคาสเซิลทำเกมได้น่ากลัวเป็นช่วงๆ แต่จบไม่คมพอ จึงต้องจ่ายราคาแพง
สถิติสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 11 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ค่า xG โดยประมาณ | ~1.1 |
| โอกาสทองที่สร้างได้ | 3 |
| เตะมุม | 5 |
| ใบเหลือง | 3 |
ซิตี้ไม่จำเป็นต้องยิงเยอะ แต่ใช้โอกาสได้คุ้ม พร้อมมีทราฟฟอร์ดช่วยเซฟจังหวะสำคัญ ทำให้ผลการแข่งขันออกมาขาดกว่ารูปเกมบางช่วง
มุมมองหลังเกม
เอ็ดดี ฮาวยอมรับว่าประตูท้ายเกมเหมือนโดนหนักๆ แต่ยังยืนยันว่าคู่นี้ยังไม่จบ และชื่นชมลูกทีมที่สู้จนสุดทาง ด้านเป๊ป กวาร์ดิโอลาพอใจฟอร์มทีม โดยบอกว่าทุกคนทุ่มเทมากกับเกมที่ยากและคู่แข่งที่แข็ง
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เส้นทางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคาราบาวคัพยังไปต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม และนิวคาสเซิลต้องงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา หากหวังกลับมาเอาตั๋วเข้าชิงให้ได้ในเลกสอง
ไบรท์ตันช็อกโอลด์ แทรฟฟอร์ด บุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ศึกเอฟเอ คัพ
ฟุตบอล
บาร์เซโลนาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 3-0 แม้จะพยายามบุกหนักในช่วงท้ายเกมแต่ก็ไม่เพียงพอ
บาร์เซโลนา – คืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สนามสปอติฟาย คัมป์ นู ทีมบาร์เซโลนาของ ฮันซี ฟลิค ใส่เต็มตลอด 90 นาที และเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ที่คุมโดย ดิเอโก้ ซีเมโอเน ไป 3-0 ในเกมนัดที่สอง รอบรองชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2025/26
รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ยังไม่ช่วยให้บาร์ซ่ากลับมาได้ เพราะเลกแรกพวกเขาโดนแอตเลติโกบุกถล่ม 4-0 ทำให้สกอร์รวมสองนัด บาร์เซโลนาแพ้ 3-4 และต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบรองฯ แบบน่าเสียดาย ส่วนแอตเลติโก มาดริด ตีตั๋วเข้าชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับจากชุดที่ได้แชมป์ในปี
ภาพรวมเกมที่คัมป์ นู
ตลอดเกมบาร์เซโลนาเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ครองบอลเกือบ 70% และสร้างโอกาสจบสกอร์เป็นชุด โดยยิงเข้ากรอบเกิน 10 ครั้ง แต่ถึงจะกดดันหนักแค่ไหน สุดท้ายก็ไล่ไม่ทันสกอร์รวม ทำให้ความฝันในการทำ “เรมอนตาด้า” ต้องจบลง
- นาทีที่ 29: มาร์ค เบอร์นัล มิดฟิลด์วัย 18 ปี ยิงให้บาร์เซโลนานำ 1-0 จากจังหวะที่ ลามีน ยามาล แทงทะลุช่องให้หลุดไปกดเข้ามุมแบบไม่พลาด
- นาทีที่ 45+5: ราฟิญา สังหารจุดโทษเป็น 2-0 หลัง เปดรี้ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ
- นาทีที่ 72: เบอร์นัล กดประตูที่สองของตัวเอง เป็นประตูที่สามของทีม จากการจ่ายของ โจเอา กันเซโล ทำให้สกอร์รวมขยับมาเหลือ 3-4 และเกมช่วงท้ายตึงมือทันที
ฝั่งแอตเลติโกเลือกเล่นแบบรัดกุม เน้นยืนต่ำและตัดจังหวะในพื้นที่สำคัญ แม้เสียถึงสามลูก แต่ยังปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้ดี โดยเฉพาะช่วง 20 นาทีสุดท้ายที่บาร์เซโลนาบุกหนักมาก ผู้รักษาประตูอย่าง ยาน โอบลัค (หรือบางรายงานระบุว่าเป็นนายทวารสำรอง) มีจังหวะเซฟสำคัญช่วยทีมหลายครั้ง
สถิติสำคัญของบาร์เซโลนา
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ประตูที่เสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 70% |
| ยิงทั้งหมด | 21+ |
| ยิงเข้ากรอบ | 10+ |
| ผู้ทำประตู | มาร์ค เบอร์นัล (2), ราฟิญา (จุดโทษ 1) |
| ผู้เล่นเด่น | มาร์ค เบอร์นัล, ลามีน ยามาล, ราฟิญา, เปดรี้ |
| จุดเปลี่ยนในเกม | การปรับแท็กติกและการเปลี่ยนตัวหลายจังหวะ (รวมอาการเจ็บของ บัลเด้ และ กุนเด้) |
เกมนี้บาร์ซ่าโชว์เกมรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล ที่ลากพาบอลและสร้างโอกาสได้ตลอด ขณะเดียวกัน มาร์ค เบอร์นัล กลายเป็นตัวชูโรงด้วยสองประตูจากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ทำให้เกมกลับมามีลุ้นจนถึงช่วงท้าย
สถิติสำคัญของแอตเลติโก มาดริด
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 0 |
| ประตูที่เสีย | 3 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 30% |
| ยิงทั้งหมด | น้อยกว่า 5 |
| ยิงเข้ากรอบ | มีน้อย |
| ผู้เล่นเด่น | ผู้รักษาประตูและแนวรับ (ช่วยกันเซฟและบล็อกหลายจังหวะ), ดิเอโก้ ซีเมโอเน (วางแผนเกม) |
| การเปลี่ยนตัว | ปรับเพิ่มเกมรับช่วงท้ายเพื่อประคองสกอร์รวม |
แม้เกมรับจะพลาดจนเสียสามประตู แต่แอตเลติโกยังคุมสถานการณ์ได้ตามเป้าหมาย เพราะไม่ยอมเสียเพิ่มในช่วงที่บาร์เซโลนาโหมสุดกำลัง สุดท้ายสกอร์รวมก็ยังพาทีมเข้าชิงได้แบบเฉือนกันหวุดหวิด
คำพูดหลังเกม
ฮันซี ฟลิค ยกย่องลูกทีมหลังจบเกม โดยบอกว่าเขาภูมิใจในความทุ่มเทของทุกคน เพราะทีมสู้จนเกือบทำเรื่องยากให้เกิดขึ้นจริง แม้ตกรอบ แต่เขามองว่านี่เป็นบทเรียนที่ดี และเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับเส้นทางในลีกและแชมเปียนส์ลีก
ด้าน ดิเอโก้ ซีเมโอเน ชี้ว่าเกมแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอในฟุตบอล เพราะทีมทำงานหนักในนัดแรกไว้แล้ว ส่วนเกมที่คัมป์ นู ต้องพึ่งเกมรับและความเหนียวแน่นเพื่อปิดงาน พร้อมกล่าวชื่นชมบาร์เซโลนาที่สู้เต็มที่
แม้บาร์เซโลนาจะจอดป้ายในโคปา เดล เรย์ แต่ฟอร์มในนัดนี้ทำให้เห็นว่าทีมเริ่มลงตัวมากขึ้นภายใต้การคุมของฟลิค และยังมีเป้าหมายให้ลุยต่อทั้งลาลีกาและถ้วยยุโรป
ท้ายที่สุด เกมนี้กลายเป็นอีกคืนที่มีดราม่าของฟุตบอลสเปน บาร์เซโลนาเกือบไล่ทันจนได้ลุ้นสุดตัว แต่เมื่อมองภาพรวมสองนัด แอตเลติโก มาดริด ยังเป็นทีมที่ทำได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายได้ไปต่อในรอบชิงชนะเลิศ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงให้ลิเวอร์พูล 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโมลินิวซ์
ฟุตบอล
วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงให้ลิเวอร์พูล 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโมลินิวซ์
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ จุดกระแสฮือฮาในพรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สนามโมลินิวซ์ ผลนัดนี้ส่งวูล์ฟส์คว้า 3 แต้มเต็มแบบต่อเนื่อง เพิ่มความหวังหนีตกชั้น ส่วนหงส์แดงเจ็บหนัก เพราะเสียแต้มสำคัญในเส้นทางลุ้นท็อปโฟร์
บทนำ, คืนที่โมลินิวซ์จำไม่ลืม – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
เกมนี้แฟนวูล์ฟส์น่าจะพูดถึงไปอีกนาน เพราะทีมของกุนซือ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ (มีบางแหล่งรายงานชื่อ Gary O’Neil แต่รายงานส่วนใหญ่ระบุ Edwards) สู้แบบไม่ถอย แม้ลิเวอร์พูลของ อาร์เน สล็อต จะครองบอลได้มากกว่า แต่กลับเจาะไม่เข้าในช่วงสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น วูล์ฟส์อ่านเกมแล้วเล่นสวนกลับได้คม พอถึงช่วงทดเจ็บก็ปิดบัญชีได้สำเร็จ สกอร์จบที่ วูล์ฟส์ 2-1 ลิเวอร์พูล และทั้งสามประตูเกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด

เหตุการณ์สำคัญในเกม
- นาที 78: โรดริโก โกเมส (Rodrigo Gomes) พาวูล์ฟส์นำ 1-0 หลังเลี้ยงผ่าน อิบราฮิมา โกนาเต้ แล้วซัดมุมไกลแบบเฉียบขาด แม้เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของทีม แต่เปลี่ยนรูปเกมทันที
- นาที 83: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตีเสมอ 1-1 ให้ลิเวอร์พูล จากจังหวะฉวยความผิดพลาดแนวรับเจ้าบ้าน แล้วยิงมุมใกล้แบบเด็ดขาด พร้อมหยุดสถิติไร้ประตูในลีกที่ยาวนาน 10 นัดติด
- นาที 90+4: อังเดร (Andre) กดประตูชัย 2-1 จากนอกกรอบ บอลไปแฉลบ โจ โกเมซ ก่อนเสียบเสาไกลผ่านมือ อลิสซอน ทำให้ทั้งสนามระเบิดเสียงเฮ
ตลอดเกม วูล์ฟส์เน้นรับให้แน่นแล้วรอสวนกลับ ขณะที่ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบแบบจะแจ้งมาไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก
สถิติทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| อันดับในตาราง | อันดับสุดท้าย (บ๊วย) |
| คะแนนรวม | 16 แต้ม (ราว 30 นัด) |
| ผลงานล่าสุด | ชนะ 2 นัดติด (รวมเกมนี้) |
| ภาพรวมเกมรุก | จำนวนประตูรวมไม่สูง แต่จบสกอร์คมในนัดนี้ |
| ผู้ทำประตูในเกม | โรดริโก โกเมส, อังเดร |
| กุนซือ | ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ |
| สนามเหย้า | โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม |
แม้สถานการณ์ในตารางจะกดดัน แต่ภาพในสนามบอกชัดว่า วูล์ฟส์ยังมีใจสู้ และพร้อมสู้ทุกแต้มเพื่ออยู่รอด
สถิติทีมลิเวอร์พูล
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| อันดับในตาราง | อันดับ 5 (ราว 48 แต้ม) |
| ผลงานล่าสุด | แพ้แบบเจ็บ เพราะเป็นการพ่ายทีมบ๊วย |
| ประตูในฤดูกาล | ซาลาห์ทำประตูที่ 5 ในฤดูกาล |
| ผู้ทำประตูในเกม | โมฮาเหม็ด ซาลาห์ |
| กุนซือ | อาร์เน สล็อต |
| ผู้รักษาประตู | อลิสซอน เบ็คเกอร์ |
| ผู้นำทีม | เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค |
ถึงจะมีคุณภาพผู้เล่นเหนือกว่า แต่ลิเวอร์พูลเสียหายจากรายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่โดนลูกยิงแฉลบกลายเป็นประตูแพ้
ครึ่งแรก, เงียบแต่ตึง
45 นาทีแรกทั้งสองทีมเล่นแบบรัดกุม ลิเวอร์พูลคุมจังหวะได้มากกว่า แต่ยังหาช่องเข้าทำแบบชัดๆ ไม่ได้ ขณะเดียวกัน วูล์ฟส์ถอยต่ำ รักษารูปเกม และรอโอกาสสวนกลับ สุดท้ายยังไม่มีทีมไหนยิงเข้ากรอบ จึงจบครึ่งแรกที่ 0-0
ครึ่งหลัง, เกมเปิดแล้วดราม่าก็ตามมา
หลังพักครึ่ง เกมเริ่มเข้มข้นขึ้น และช่วง 20 นาทีสุดท้ายยิ่งเดือด วูล์ฟส์ได้ประตูนำจากการสวนกลับที่จบด้วยความเฉียบของโรดริโก โกเมส จากนั้นไม่นาน ลิเวอร์พูลตอบโต้ทันทีด้วยซาลาห์ที่ใช้โอกาสไม่เปลือง
อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บกลายเป็นของเจ้าบ้าน เมื่ออังเดรซัดไกล บอลแฉลบเปลี่ยนทางจนอลิสซอนเอาไม่อยู่ วูล์ฟส์เลยเก็บ 3 แต้มเต็มแบบสุดระทึก และขยับหนีพื้นที่อันตรายได้เล็กน้อย
สรุปหลังเกม
สำหรับวูล์ฟส์ นี่คือชัยชนะที่เติมความหวังหนีตกชั้นแบบจริงจัง ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องกลับไปแก้ปัญหาให้เร็ว เพราะแต้มที่หล่นไปส่งผลต่อการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปโดยตรง
หลังเกม ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ พูดถึงลูกทีมว่า “เรารู้ดีว่าเราอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แต่เด็กๆ ใส่เต็มที่เพื่อทุกอย่าง, เพื่อตัวเอง, ครอบครัว และอนาคต”
เกมนี้ย้ำให้เห็นอีกครั้งว่าพรีเมียร์ลีกพลาดไม่ได้เลย เพราะแม้ทีมบ๊วยก็ล้มทีมใหญ่ได้ หากมีวินัยและจบสกอร์ในจังหวะสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟูลแฮม เปิดรังเฉือน ท็อตแนม 2-1! สเปอร์ส ยังไม่ชนะ 10 นัดติด เสี่ยงหล่นไปลุ้นหนีตกชั้น
ฟุตบอล
ฟูลแฮม เปิดรังเฉือน ท็อตแนม 2-1! สเปอร์ส ยังไม่ชนะ 10 นัดติด เสี่ยงหล่นไปลุ้นหนีตกชั้น
ฟูลแฮม เดินหน้าลุ้นโควตายุโรป ส่วน ท็อตแนม อาการหนักใกล้โซนอันตราย ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 28 วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ฟูลแฮม ลงเล่นที่ Craven Cottage ก่อนเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1 ในเกมลอนดอนดาร์บี้ที่เดือดพอสมควร ผลนี้ช่วยให้เจ้าบ้านขยับอันดับและเพิ่มความหวังเรื่องพื้นที่ยุโรป ขณะที่สเปอร์ส ภายใต้กุนซือชั่วคราว Igor Tudor ยังหาชัยชนะในลีกไม่เจอเป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน สถานการณ์จึงเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ

จังหวะสำคัญของเกม – รับชมไฮไลท์
- นาทีที่ 7: Harry Wilson ซัดให้ฟูลแฮมขึ้นนำ 1-0 จากวอลเลย์เท้าซ้าย หลังจังหวะปะทะที่ Raúl Jiménez มีเหมือนผลัก Radu Dragusin เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม VAR ไม่เปลี่ยนคำตัดสิน ทำให้ฝั่งท็อตแนมไม่พอใจ
- นาทีที่ 34: Alex Iwobi บวกสกอร์เป็น 2-0 ด้วยการยิงจังหวะแรกจากนอกกรอบราว 25 หลา บอลพุ่งไปชนเสาก่อนเข้าประตู หลังต่อเกมกับ Wilson ได้ลงตัว
- นาทีที่ 66: Richarlison ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งตีตื้นให้สเปอร์สไล่มา 2-1 จากลูกครอสของ Archie Gray ทำให้ช่วงท้ายเกมกลับมามีลุ้น
- ช่วงท้ายเกม ท็อตแนม โหมบุกต่อเนื่อง แต่ Bernd Leno เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง จึงช่วยให้ฟูลแฮมปิดเกมคว้า 3 แต้ม
ภาพรวมเกมนี้ ฟูลแฮมทำได้ดีกว่าในครึ่งแรก ทั้งความเร็วในการขึ้นเกมและความเฉียบคมหน้าประตู ตรงกันข้าม ท็อตแนมดูขาดความมั่นใจและจังหวะเกมไม่ไหลลื่น แม้จะได้ประตูจากตัวสำรอง แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน

สถิติและผู้เล่นเด่นฝั่งฟูลแฮม
ฟูลแฮมยังไว้ใจได้เวลาเล่นในบ้าน และแนวรุกจบงานค่อนข้างคม
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 2 (Wilson 7′, Iwobi 34′) |
| ผู้ทำประตู | Harry Wilson, Alex Iwobi |
| ผู้รักษาประตู | Bernd Leno (เซฟสำคัญหลายครั้ง) |
| ผู้เล่นเด่น | Alex Iwobi (มีประตูและมีส่วนร่วมกับเกมรุก), Harry Wilson (ยิงนำและสร้างโอกาส) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 8 (29 คะแนน จาก 28 นัด) |
| แนวโน้ม | ยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรป หากรักษาฟอร์มต่อเนื่อง |
หากฟูลแฮมยืนระยะได้แบบนี้ต่อไป โอกาสเบียดขึ้นไปโซนยุโรปยังเปิดกว้าง
สถิติและปัญหาของท็อตแนม
ฝั่งท็อตแนมยังอยู่ในช่วงฟอร์มตก และแต้มหนีตกชั้นไม่ได้ห่างมากนัก
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 (Richarlison 66′) |
| ผู้ทำประตู | Richarlison (ลงสำรองแล้วยิงได้) |
| ผู้รักษาประตู | Guglielmo Vicario (มีเซฟแต่เสีย 2 ประตู) |
| ผู้เล่นเด่น | Richarlison (ประตูช่วยปลุกความหวัง), Archie Gray (ทำแอสซิสต์) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 16 (ห่างโซนตกชั้น 4 คะแนน) |
| สถิติไร้ชัย | 10 นัดติดในพรีเมียร์ลีก |
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของสเปอร์สไม่ได้มีแค่สกอร์ในสนาม แต่ยังรวมถึงความมั่นใจ การจัดทีม และการตัดสินใจในรายละเอียดระหว่างเกมด้วย ขณะเดียวกัน Igor Tudor ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมไม่นาน ก็เริ่มต้นด้วยผลงานแพ้ 2 นัดรวด หลังเกมกุนซือชาวโครเอเชียยอมรับว่าปัญหาของทีม “ใหญ่กว่าที่คิด” และต้องเร่งแก้ทันที
สรุปหลังเกม
ลอนดอนดาร์บี้นัดนี้สะท้อนภาพของทั้งสองทีมในฤดูกาล 2025-26 ได้ชัด ฟูลแฮมเล่นเป็นระบบ จบสกอร์ได้ตามโอกาส และลงโทษความผิดพลาดคู่แข่งได้ดี ส่วนท็อตแนมยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ และต้องสู้กับแรงกดดันรอบด้านมากขึ้น
จากผลนี้ ฟูลแฮมได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่สูงกว่า ขณะที่ท็อตแนมต้องรีบกลับมาคว้าชัยให้ได้โดยเร็ว เพราะถ้ายังสะดุดต่อเนื่อง การหนีตกชั้นอาจกลายเป็นเรื่องจริงในช่วงท้ายฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์เฉือนเชลซี 2-1 กลับขึ้นนำพรีเมียร์ลีกห่าง 5 แต้ม
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน








