ข่าวกีฬา
เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ บีจี ปทุมยูไนเต็ด 1-0
เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ของตารางไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ในเกมเหย้าที่พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เชียงราย ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ
เกมเริ่มต้นด้วยความพยายามอย่างแท้จริงที่จะสร้างโอกาสทำประตูตั้งแต่ 30 นาทีแรก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำลายความตันได้สำเร็จ โดย มนตรี พรหมสวัสดิ์ เปิดบอลจากทางขวาเข้าประตูให้ สิทธิโชค กันนู ยิงประตูให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 45 ของครึ่งแรก คาร์ลอส อิฟรี ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยิงจากระยะใกล้ให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณา VAR ผู้ตัดสินไม่ให้แต้ม เนื่องจากก่อนหน้านี้ คริสเตียน โกมิส ของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เคยทำฟาวล์มาก่อน ครึ่งแรกจบลงโดย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นำอยู่ 1-0
ครึ่งหลัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กดดันหนักขึ้น หวังจะตีเสมอ นาทีที่ 72 อิกซาน ฟานดี้ ดูเหมือนจะได้จุดโทษ หลังจากโดนกองหลังสิงห์ เชียงราย เตะล้มในกรอบเขตโทษ อย่างไรก็ตาม หลังจากปรึกษากับ VAR ผู้ตัดสินตัดสินใจว่าไม่ได้ฟาวล์
ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้อีก และเกมจบลงด้วยชัยชนะของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เหนือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1-0 เชียงราย ยูไนเต็ด บีจี ปทุม รายชื่อตัวจริง
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด : อภิรักษ์ วรวงศ์ (จีเค), ลี จุง มุน, จอร์แดน เอ็มมาวี, ฮูลิโอ ซีซาร์, ฮาล์ฟ มาชาโด้ ดิอาส, โจนาตา เวอร์ซูรา, ทักษิณ ใจหาญ, อติกุล มีท้วม, มนตรี พรมสวัสดิ์
คาร์ลอส ไอวอรี่, สิทธิโชค กันหนู
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด : พิศาล ดอกไม้ แก้ว (จีเค), สัญชัย นนทศิลา, กฤษฎา คามาน, ฮวาง มยอง ฮยอน, สันติภาพ จันทร์กลม, คริสเตียน โกมิส, วาริศ ชูทอง, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธุ์, รานิล ซานตาน่า, อิคสัน ฟานดี
เชียงราย ยูไนเต็ด อันดับ 12 ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ลงสนาม 18 นัด ยิงได้ 15 ประตู เฉลี่ยนัดละ 0.83 ประตู จบเกม 6 นัด เสมอ 2 แพ้ 10 คิดเป็น 38.89% ของจำนวนเกม ประตูรวมในเกมนั้นเกิน 2.5 (Over 2.5) คิดเป็น 77.78% ของจำนวนเกม ประตูรวมในเกมนั้นเกิน 1.5 (Over 1.5) 6 นัด เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่เสียประตูเลย 5 นัด ทั้งสองทีมยิงได้ทีมละ 1 ประตู เฉลี่ยนัดละ 0.83 ประตู
นักเตะหลักของเชียงราย ยูไนเต็ด ในทุกลีก ได้แก่ คันนู ยิงได้ 4 ประตู, เบเซรา ดา ซิลวา ยิงได้ 3 ประตู, ประจวบ ยิงได้ 2 ประตู, สจ๊วร์ต ยิงได้ 1 ประตู, พรหมสวัสดิ์ ยิงได้ 1 ประตู, ปิยะเอ็ด ยิงได้ 1 ประตู, ส.สุวรรณเศรษฐ์ ยิงได้ 1 ประตู, พณิชการ ยิงได้ 1 ประตู และ แย้มแสน ยิงได้ 1 ประตู
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถล่ม เชียงราย ยูไนเต็ด ยับเยิน 8-0 ที่สนามช้าง สเตเดี้ยม
ฟุตบอล
วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 อาร์เซนอล: เกมสุดดุเดือดจบลงด้วยความวุ่นวาย เมื่อผู้เล่นปะทะกัน
คืนวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ดราม่าหนักระหว่าง วูลเวอร์แฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ (Wolverhampton Wanderers) กับ อาร์เซนอล จบแบบช็อกแฟนบอลที่สกอร์ 2-2 ทั้งที่ทีมเยือนออกนำไปก่อน 2-0 แต่ครึ่งหลังวูล์ฟส์เร่งเครื่องกลับมาได้ ก่อนที่ช่วงทดเจ็บจะเกิดความผิดพลาดกันเองจนเสียประตู และยังมีจังหวะปะทะเดือดหลังเสียงนกหวีด ทำให้นัดนี้ถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ร้อนแรงที่สุดของฤดูกาล – รับชมไฮไลท์ได้ที่นี่
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 5: บูกาโย ซาก้า พาอาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากลูกโหม่งที่จบสกอร์ได้คม หลังรับบอลยาวจากเพื่อนร่วมทีม และยังเป็นการหยุดสถิติไร้ประตู 15 นัดติดของเขาด้วย
- ตลอดครึ่งแรก: อาร์เซนอลคุมจังหวะได้มากกว่า แต่สกอร์ยังห่างแค่ลูกเดียว เพราะวูล์ฟส์ตั้งรับแน่นและไม่เปิดพื้นที่ง่ายๆ
- ช่วงต้นครึ่งหลัง (นาที 50+): ปีเอโร ฮินคาปิเย่ (Piero Hincapié) ยิงให้อาร์เซนอลหนีเป็น 2-0 หลัง VAR เช็กแล้วให้ประตู (เป็นประตูแรกของเขากับอาร์เซนอล)
- นาที 60: ฮูโก บูเอโน (Hugo Bueno) ซัดไกลบอลโค้งสวยตีไข่แตกเป็น 2-1 ทันทีที่ประตูนี้มา โมเมนตัมเกมก็เปลี่ยน
- ช่วงทดเจ็บ (90+4): แนวรับอาร์เซนอลพลาดกันเอง กาเบรียล มากัลยาแอส กับ เดวิด รายา ชนกันจนบอลหลุดไปเข้าทาง ทอม เอโดซี (Tom Edozie) ยิงชนเสาก่อนเด้งมาโดน ริคคาร์โด คาลาฟิโอรี (Riccardo Calafiori) กลายเป็นทำเข้าประตูตัวเอง จบที่ 2-2
- หลังจบเกม: อารมณ์เดือดปะทุเมื่อ กาเบรียล เชซุส (Gabriel Jesus) มีปะทะกับ เยร์ซอน มอสเกรา (Yerson Mosquera) กองหลังวูล์ฟส์ จังหวะผลักกันทำให้มอสเกราล้มลง จากนั้นผู้เล่นทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาเคลียร์และมีการผลักกันวุ่นวาย สุดท้ายเชซุสโดนใบเหลืองจากเหตุการณ์นี้
ผลเสมอนัดนี้ทำให้อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในช่วงที่ต้องการเก็บชัยเพื่อทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังมีเกมในมือ และยิ่งทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้มข้นขึ้นไปอีก
สถิติและตารางคะแนนอาร์เซนอล (หลังนัดนี้)
แม้อาร์เซนอลยังยืนเป็นจ่าฝูง แต่ช่องว่างกับแมนฯ ซิตี้ลดเหลือ 5 แต้ม โดยอาร์เซนอลแข่งมากกว่า 1 นัด
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | +/- | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 27 | 17 | 7 | 3 | 52 | 20 | +32 | 58 |
| 2 | Manchester City | 26 | 16 | 5 | 5 | 54 | 24 | +30 | 53 |
| 3 | Aston Villa | 26 | 15 | 5 | 6 | 37 | 27 | +10 | 50 |
| 4 | Manchester Utd | 26 | 12 | 9 | 5 | 47 | 37 | +10 | 45 |
(ข้อมูลอัปเดตหลังเกม Wolves 2-2 Arsenal, 19 ก.พ. 2569)
สถิติและตารางคะแนนวูลเวอร์แฮมป์ตัน (Wolverhampton Wanderers)
ฝั่งวูล์ฟส์ยังจมอยู่โซนอันตรายเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม แต้มนี้ช่วยต่อชีวิตได้พอสมควร เพราะได้มาจากเกมกับทีมลุ้นแชมป์
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | +/- | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 20 | Wolverhampton Wanderers | 27 | 1 | 7 | 19 | 18 | 50 | -32 | 10 |
(วูล์ฟส์ยังอยู่อันดับสุดท้าย แต่เก็บแต้มสำคัญจากทีมใหญ่ได้)
ความเห็นหลังเกม
มิเกล อาร์เตตา กุนซืออาร์เซนอล ยอมรับตรงๆ ว่า “นี่เป็นความผิดพลาดที่เราไม่ควรพลาด เราเสียสองประตูจากความผิดพลาดของตัวเอง และเราต้องรับผิดชอบ” ขณะเดียวกัน แฟนบอลอาร์เซนอลจำนวนมากแสดงความไม่พอใจในโซเชียล โดยโฟกัสไปที่จังหวะพลาดของกาเบรียลและรายาในช่วงท้ายเกม
ส่วนแฟนวูล์ฟส์ต่างยกย่องทีมที่สู้ไม่ถอย แม้เป็นฝ่ายตาม 0-2 ก็ยังกลับมาแบ่งแต้มได้ และฉลองกันแบบโล่งใจหลังจบเกม
สรุป: ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์
การเจ๊าครั้งนี้ทำให้อาร์เซนอลเสียแต้มสำคัญ และเปิดทางให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีโอกาสไล่ทันหรือแซงได้ หากเก็บชัยชนะในเกมที่เหลือได้ตามเป้า พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 เลยยิ่งเดือดขึ้น และเกมนี้มีโอกาสถูกจดจำว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก
ฟุตบอล
นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก
บากู, อาเซอร์ไบจาน, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มโหดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025/26 หลังบุกไปไล่ถล่ม คาราบัก 6-1 ในเกมแรกของรอบเพลย์ออฟ เมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามโทฟิก บาห์รามอฟ สเตเดียม – รับชมไฮไลท์
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ “สาลิกาดง” ของ เอ็ดดี้ โฮว์ แทบวางมือข้างหนึ่งบนตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว เพราะทิ้งห่างถึง 5 ประตู ก่อนกลับไปเล่นเลกสองที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
ไฮไลต์เกม: กอร์ดอนกด 4 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก
นิวคาสเซิลเปิดฉากด้วยจังหวะบุกเร็วและกดดันต่อเนื่อง ตั้งแต่นาทีแรก คาราบักตั้งเกมไม่ทัน และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกทีมชาติอังกฤษวัย 24 ปี กลายเป็นตัวเอกของเกมนี้ หลังยิงคนเดียว 4 ประตูในครึ่งแรก
- นาทีที่ 3: กอร์ดอนซัดให้ทีมขึ้นนำ 1-0 จากบอลที่ แดน เบิร์น วางมาอย่างแม่น
- นาทีที่ 8: มัลลิค เทียว เติมขึ้นมาโหม่งจากลูกเตะมุมของ เคียแรน ทริปเปียร์ พานิวคาสเซิลหนีเป็น 2-0
- นาทีที่ 32: กอร์ดอนสังหารจุดโทษเป็น 3-0
- นาทีที่ 33: ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจ กอร์ดอนยิงเพิ่มทันที กลายเป็น 4-0
- นาทีที่ 45+1: กอร์ดอนปิดครึ่งแรกด้วยจุดโทษอีกครั้ง ทำแฮตทริกเกินมาตรฐานเป็น 4 ประตู และพาทีมนำ 5-0
ครึ่งหลัง คาราบักพยายามปรับเกมให้แน่นขึ้น และได้ประตูปลอบใจจาก เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ นาทีที่ 54 อย่างไรก็ตาม นิวคาสเซิลยังคุมจังหวะได้หมด แล้วมาบวกเพิ่มอีกลูกจาก จาค็อบ เมอร์ฟี ที่ลงมาเป็นสำรอง ก่อนยิงเป็น 6-1 ในนาทีที่ 72 ปิดเกมแบบขาดลอย
นอกจากจำนวนประตูแล้ว กอร์ดอนยังสร้างสถิติสำคัญ เขาทำลายสถิติของ อลัน ชีarer ในฐานะดาวยิงสูงสุดของสโมสรในแชมเปียนส์ลีกต่อหนึ่งฤดูกาล และยังกลายเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ ที่ยิงได้ 4 ประตูในครึ่งแรกของเกมน็อกเอาต์รายการนี้
สรุปผลงานนักเตะเด่น นิวคาสเซิล (เกมนี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อตส์ | ผ่านบอลสำเร็จ (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| แอนโธนี่ กอร์ดอน | ปีก/กองหน้า | 4 | 0 | สูงสุด | สูง |
| มัลลิค เทียว | กองหลัง | 1 | 0 | – | – |
| จาค็อบ เมอร์ฟี | ปีก (ตัวสำรอง) | 1 | 0 | – | – |
| เคียแรน ทริปเปียร์ | แบ็คขวา | 0 | 1 (เตะมุม) | – | สูง |
| แดน เบิร์น | กองหลัง | 0 | 1 | – | – |
ภาพรวมทั้งเกม นิวคาสเซิลเหนือกว่าชัดเจน ทีมยิงตรงกรอบ 14 ครั้ง ขณะที่คาราบักทำได้เพียง 2 ครั้ง ส่วนค่า xG อยู่ที่ 3.97 ซึ่งสะท้อนว่าโอกาสของทีมเยือนมีคุณภาพและจบสกอร์ได้เฉียบคม
สรุปผลงานนักเตะเด่น คาราบัก (เกมนี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อตส์ | ผ่านบอลสำเร็จ (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ | กองกลาง/ปีก | 1 | 0 | – | – |
| มาเตอุช โคชัลสกี | ผู้รักษาประตู | 0 | 0 | – | – |
| ภาพรวมทีม | – | 1 | – | ต่ำ | ต่ำกว่า |
สำหรับคาราบัก แม้เป็นแชมป์ลีกอาเซอร์ไบจานและได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน แต่เกมนี้พวกเขารับมือความเร็ว การเพรสซิ่ง และการเข้าทำที่หลากหลายของนิวคาสเซิลไม่อยู่ โดยเฉพาะครึ่งแรกที่เสียถึง 5 ประตู ซึ่งนับเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่หนักที่สุดของสโมสรบนเวทียุโรป
โฮว์ชมทีมเต็มที่ ย้ำเลกสองยังต้องโฟกัส
หลังจบเกม เอ็ดดี้ โฮว์ พูดถึงผลงานลูกทีมด้วยความพอใจ เขาบอกว่าเป็นค่ำคืนที่ดีมากของสโมสร แม้ต้องเดินทางไกลกว่า 5,000 ไมล์ แต่ทุกคนยังเล่นด้วยความมุ่งมั่น และเขาชื่นชมกอร์ดอนเป็นพิเศษในเกมนี้ อย่างไรก็ตาม โฮว์ย้ำว่ายังมีงานต้องทำในเลกสอง เพียงแต่ผลสกอร์ที่เกิดขึ้นช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมอย่างมาก
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นสกอร์ขาดลอยที่สุดของนิวคาสเซิลในเกมยุโรป นับตั้งแต่กลับมาลุยถ้วยใหญ่ และยังเป็นสัญญาณชัดว่า “แม็กพายส์” พร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์แบบจริงจัง หลังพลาดท็อป 8 ในรอบลีกเฟสแบบเฉียดฉิว
เมื่อกลับไปเล่นที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค เกมเลกสองน่าจะกลายเป็นคืนที่แฟนบอลได้ลุ้นฉลอง หากทีมรักษามาตรฐานเดิม และไม่ปล่อยให้ความได้เปรียบหลุดมือ
นิวคาสเซิลกำลังเดินหน้าสร้างเรื่องราวในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มสุดร้อนแรงของกอร์ดอน และความแข็งแกร่งทั้งทีม ซึ่งทำให้รอบเพลย์ออฟคู่นี้เหมือนถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่เกมแรก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-1 ขึ้นนำจ่าฝูงลาลีกาโดยไม่มี เอ็มบาปเป้
ฟุตบอล
อาร์เซนอลถล่มวีแกน แอธเลติก 4-0 เอฟเอคัพ รอบ 4, ครึ่งแรกยิงยับก่อนลิ่วรอบ 16 ทีม
อาร์เซนอลผ่านเข้ารอบ 5 ของเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังคว้าชัยชนะในบ้านเหนือทีมจากลีกวันอย่างขาดลอย ไฮไลท์ ผู้ทำประตู และสถิติที่น่าสนใจต่างๆ ได้ถูกรวมไว้ด้วย – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
ลอนดอน, 16 กุมภาพันธ์ 2569 อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า โชว์ฟอร์มดุในเอฟเอคัพ รอบ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม ถล่ม วิแกนแอธเลติก 4-0 แบบไม่ให้ตั้งตัว ส่งผลให้ “ปืนใหญ่” ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย (รอบ 5) ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาลที่คว้าแชมป์ในปี 2020
นอกจากนี้ ผลงานนัดนี้ยังทำให้อาร์เซน่อลยังอยู่บนเส้นทางลุ้นความสำเร็จหลายรายการในซีซัน 2025/26 เพราะทีมยังนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก, เข้าชิงคาราบาวคัพ และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกแล้ว
แม้เกมนี้จะมีการหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่รูปเกมยังคุมได้หมด ที่สำคัญคืออาร์เซน่อลยิงได้ครบ 4 ประตูตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ทำให้วิแกนที่มาจากลีกวัน (ระดับ 3) ตั้งเกมแทบไม่ทัน ท่ามกลางแฟนบอลราว 60,000 คนที่ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักตลอดเกม
ไฮไลต์เกม, 4 ประตูเร็วใน 17 นาที
อาร์เซน่อลเปิดเกมด้วยจังหวะกดดันสูง และเร่งเครื่องช่วงนาที 11-27 จนสกอร์ไหลทันที
- นาที 11: นอนิ มาดูเอเก จบสกอร์ให้ทีมขึ้นนำ 1-0 จากบอลแทงทะลุช่องของ เอเบเรชี เอเซ ก่อนแตะครั้งเดียวแล้วซัดเข้าไปอย่างนิ่ง
- นาที 18-19: กาเบรียล มาร์ติเนลลี บวกเพิ่มเป็น 2-0 จากการทำเกมของเอเซอีกครั้ง แล้วกดด้วยซ้ายเข้าเสียบมุมล่างขวา
- นาที 23: วิแกนเสียประตูที่สามจาก แจ็ค ฮันต์ ที่พลาดทำเข้าประตูตัวเอง หลัง บูกาโย ซาก้า หลุดเข้าเขตโทษแล้วตัดกลับมา ทำให้หน้าประตูวุ่นวาย
- นาที 27: กาเบรียล เชซุส ปิดบัญชีเป็น 4-0 จากบอลยาวข้ามแนวรับของ คริสเตียน นอร์การ์ด ก่อนแตะหนีผู้รักษาประตูแล้วยิงเข้าไปสวยงาม
หลังพักครึ่ง อาร์เซน่อลลดจังหวะลง เน้นครองบอลและคุมพื้นที่เป็นหลัก ขณะเดียวกัน วิแกนแทบหาจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้งไม่ได้ เกมจบด้วยสกอร์ 4-0 แบบคลีนชีต
สำหรับเกมนี้ยังถูกพูดถึงในแง่สถิติด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการระบุว่าทีมจากพรีเมียร์ลีกยิงได้ 4 ประตูในช่วง 30 นาทีแรกของเกมเอฟเอคัพ ซึ่งสะท้อนความเฉียบคมของอาร์เซน่อลในนัดดังกล่าว
สถิติผู้เล่นอาร์เซน่อล (Arsenal Player Statistics)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| นอนิ มาดูเอเก | ปีกขวา | 1 | 0 | 90 | ยิงประตูขึ้นนำ |
| กาเบรียล มาร์ติเนลลี | ปีกซ้าย | 1 | 0 | 90 | ทำประตูที่สอง |
| กาเบรียล เชซุส | กองหน้า | 1 | 0 | 90 | ยิงปิดท้าย |
| บูกาโย ซาก้า | ปีกขวา | 0 | 1 | 90 | จังหวะตัดกลับนำไปสู่ OG |
| เอเบเรชี เอเซ | กองกลาง | 0 | 2 | 90 | แทงทะลุช่อง 2 ครั้ง |
| คริสเตียน นอร์การ์ด | กองกลาง | 0 | 1 | 90 | วางบอลยาวให้เชซุส |
| อื่นๆ (ภาพรวมทีม) | – | – | – | – | ครองบอลมากกว่า 70% |
(สถิติโดยประมาณจากรายงานแมตช์หลัก)
สถิติผู้เล่นวิแกนแอธเลติก (Wigan Athletic Player Statistics)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| แจ็ค ฮันต์ | กองหลัง | 0 (OG 1) | 0 | 90 | ทำเข้าประตูตัวเอง |
| ผู้รักษาประตู (Tickle) | GK | – | – | 90 | เสีย 4 ประตู |
| ทีมรวม | – | 0 | 0 | – | ยิงไม่เข้ากรอบ 2 ครั้ง |
| – | – | – | – | – | ครองบอลต่ำกว่า 30% |
โดยรวมแล้ว วิแกนพยายามถอยมาตั้งรับให้แน่น แต่โดนความเร็วและความแม่นยำของเกมรุกอาร์เซน่อลเล่นงานตั้งแต่ช่วงแรก ทำให้รูปเกมแทบหลุดมือทันที
สรุปหลังเกม
เกมนี้ชี้ให้เห็นว่าอาร์เซน่อลมีขุมกำลังให้ใช้งานได้หลากหลาย แม้มีการปรับทีมหลายตำแหน่ง แต่คุณภาพเกมรุกยังชัดเจน และทีมปิดงานได้ตั้งแต่ครึ่งแรก
จากนี้ อาร์เซน่อลได้แรงส่งก่อนโปรแกรมสำคัญนัดต่อไป ส่วนวิแกนต้องกลับไปตั้งหลักในลีก เพราะภารกิจหนีตกชั้นยังต้องใช้แต้มอีกมากในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอกับ ระยอง เอฟซี 1-1 ในช่วงท้ายเกมสุดระทึก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
คนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด











