Connect with us

เชียงราย - Chiang Rai News

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Published

on

เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ

งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง

ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย

ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี

ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย

งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย

นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015

จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน

Naree Srisuk

Published

on

เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน

เชียงรายร่วมกับอำเภอแม่สาย และฝั่งเมียนมา เร่งทำงานร่วมกันเพื่อรับมือไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน เป้าหมายหลักคือ ลดพื้นที่เผา และลดควันที่ลอยข้ามไปมาระหว่างไทยกับเมียนมาให้ได้มากที่สุด

กิจกรรมนี้ขับเคลื่อนโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยจัดทั้งงานเปิดตัวและประชุมทำงานร่วมกัน

เวทีหลักใช้ชื่อ “เริ่มโครงการสร้างแนวกันไฟเพื่อลดการเผาไหม้ข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ และความร่วมมือเมืองคู่ขนาน (การประชุมเพื่อลดหมอกควันข้ามพรมแดน)” จัดในแนวพื้นที่ทำแนวกันไฟที่เชื่อมหมู่บ้านคู่ขนาน จุดสำคัญอยู่ที่บ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา

ลดควันข้ามแดน เพื่ออากาศที่ดีขึ้น

ความร่วมมือนี้เน้นการป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง การทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน และการดูแลแนวกันไฟให้ใช้งานได้จริงต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่ง ทีมงานยังช่วยกันสื่อสารกับชุมชนชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของหมอกควัน

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเดินหน้ากลไก “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สายและท่าขี้เหล็ก ให้ประสานงานได้เร็วขึ้น และทำงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนแบบต่อเนื่องในชีวิตจริง ระยะยาวทั้งสองฝั่งต้องการเห็นป่าฟื้นตัว ควันลดลง และทุกคนได้หายใจอากาศสะอาดร่วมกัน

ผู้เข้าร่วมหลักประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย, ผู้ว่าราชการเมืองท่าขี้เหล็ก ตุน เว่ย ตง, ผู้อำนวยการ TEI ดร.วิจารณ์ สีมาชัย, นายอำเภอแม่สาย วรายุทธ คมบุญ และนายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ ฉัตรชัย ไชยศิริ

ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) และชาวบ้านจากทั้งสองประเทศก็ลงพื้นที่ร่วมกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมยังเข้ามาช่วยกิจกรรม “ทำแนวกันไฟสองประเทศ” เพื่อผลักดันทางออกของวิกฤตหมอกควันที่กระทบคนทั้งสองฝั่งชายแดน

ไฟลาม ควันข้ามแดน ยังเป็นโจทย์ใหญ่

สถานการณ์ “ไฟลาม ควันข้ามแดน” ยังน่ากังวล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนแถวตำบลเวียงพางคำ ตำบลแม่สาย ตำบลแม่สายมิตรภาพ และตำบลโป่งงาม ในอำเภอแม่สาย ที่ยังเผชิญไฟป่าซึ่งลุกลามข้ามแนวเขตได้

พื้นที่รอบบ้านผาหมีและผาฮี้เสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะภูมิประเทศชันและเป็นหน้าผา ทำให้ควัน ฝุ่น และมลพิษ PM2.5 ถูกลมพัดข้ามฝั่งได้ง่าย ผลกระทบจึงไปถึงสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนทั้งไทยและเมียนมา

เพราะเหตุนี้ หน่วยงานต่างๆ จึงรวมพลังกันแบบบูรณาการ ยึดตามสภาพจริงของพื้นที่ และเน้นงานที่เห็นผลได้ ไม่ใช่แค่ประชุมบนกระดาษ นอกจากการลงมือทำแนวกันไฟและฝึกปฏิบัติในพื้นที่แล้ว เป้าหมายร่วมยังรวมถึงการลดรอยไหม้ ลดการปะทุซ้ำ และป้องกันไฟลามในจุดเสี่ยงให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะปกป้องป่า และพาอากาศที่ดีขึ้นกลับมาสู่แม่สาย รวมถึงชุมชนฝั่งท่าขี้เหล็กในระยะยาว

ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดซ้ำทุกปีในเชียงราย

ทุกหน้าแล้ง เชียงรายมักเจอปัญหา หมอกควันข้ามแดน กลับมาเป็นประจำ ช่วงที่หนักมักอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศขมุกขมัวและเริ่มไม่ปลอดภัย เพราะมีฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 สะสมสูง แหล่งกำเนิดส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรและไฟป่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น ลาว เมียนมา และบางพื้นที่ของไทย

เมื่อกระแสลมตามฤดูกาลพัดเร็ว หมอกควันก็เคลื่อนข้ามพรมแดนได้ง่าย และเข้ามาปกคลุมจังหวัด ทำให้คุณภาพอากาศหลายช่วงลดลงไปอยู่ระดับกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปมักรายงานว่าช่วงพีกค่า PM2.5 อาจสูงเกิน 50 ถึง 100 µg/m³ ได้ในบางสัปดาห์

ผลกระทบเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น อาการระคายเคืองทางเดินหายใจ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทัศนวิสัยที่แย่ลง ซึ่งกระทบการเดินทางและงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ธุรกิจท้องถิ่นก็อาจได้รับแรงกดดันเมื่อการท่องเที่ยวชะลอตัว และแผนการทำเกษตรบางอย่างต้องปรับตามสภาพอากาศ

ที่ผ่านมา หน่วยงานและชุมชนพยายามทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น ทั้งโครงการแนวกันไฟไทย ลาว ในพื้นที่อย่างภูชี้ฟ้า รวมถึงความร่วมมือภายใต้ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย ลาว และเมียนมา ที่มุ่งลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หมอกควันยังกลับมาแทบทุกปี และหน้าแล้งยังเป็นช่วงที่เชียงรายต้องรับมือหนักเสมอ

ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน

สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด

Published

on

ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด

เชียงราย – ปริมาณน้ำมันตามปั๊มหลายจุดในจังหวัดเชียงรายลดลงอย่างรวดเร็ว หลังมีคนขับรถจำนวนมากแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมกันตลอดทั้งวันวันที่ 3 มีนาคม หลายคนเติมเต็มถัง และบางส่วนเติมใส่แกลลอนสำรองด้วย พอช่วงเย็น ปั๊มหลายแห่งแจ้งว่าน้ำมันหมด และปิดให้บริการก่อนเวลา

จากรายงานในพื้นที่ บางปั๊มหมดดีเซลก่อน ขณะที่บางแห่งหมดแก๊สโซฮอล์ 95 ยังมีบางจุดพอเหลือน้ำมันบางชนิด แต่เริ่มจำกัดการขาย หรือหยุดจ่ายชั่วคราวเมื่อสต็อกใกล้หมด

เช้าวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวในเชียงรายระบุว่า ความต้องการที่พุ่งขึ้นเริ่มจากความกังวลของชาวบ้านต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้คนออกไปเติมเต็มถังมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดใช้เพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน

ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด

ช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม ปั๊มน้ำมันหลายแห่งทั่วจังหวัดติดป้ายแจ้งน้ำมันหมด แล้วปิดทำการเร็วขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดทั้งในเขตเมืองและอำเภอชายแดน

ด้านหัวหน้าสำนักงานพลังงานจังหวัด (Provincial Energy Office) ประสัก งามสมบัก พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สุภามิตร เต็งเผ่า ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อตรวจสถานีบริการ โดยเน้นแนวชายแดนไทย เมียนมา โดยเฉพาะแม่สายและแม่จัน

ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่พบว่าหลายปั๊มหยุดจำหน่ายชั่วคราว หรือปิดก่อนเวลา เพราะน้ำมันหมดในถัง ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า จะมีการส่งน้ำมันเข้ามาเพิ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 4 มีนาคม และหลังได้รับของแล้ว การให้บริการน่าจะกลับมาเป็นปกติครบทุกรายการ

ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด

สุภามิตร เต็งเผ่า ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์แล้ว และยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ โดยมีปริมาณสำรองรองรับได้ราว 30 ถึง 60 วัน แม้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ

เธอยังขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หากพบพฤติกรรมที่ดูผิดปกติ เช่น ปั๊มปิดโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้

ขณะเดียวกัน มีรายงานฝั่งท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามเชียงรายว่า มีผู้ค้าบางรายซื้อน้ำมันจากปั๊มแล้วนำไปแบ่งใส่ขวดเล็กเพื่อขายต่อ ทำให้ราคาเพิ่มเร็ว

ช่วงต้นวัน ขวดขนาด 1.50 ลิตร มีรายงานว่าขายอยู่ราว 100 ถึง 200 บาท แต่พอตกเย็น ราคาขยับขึ้นมาประมาณ 250 บาท ขณะที่ปริมาณลดลงเหลือราว 700 มิลลิลิตร

สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

Published

on

รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี

คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ

เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า

เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย

จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ

ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก

รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ

ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ

  • วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
  • ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย

เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร

ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย

ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน

อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน

คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม

ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น

หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน

ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Trending