เชียงราย - Chiang Rai News
Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย
เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ
งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง
ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย
ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี
ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง
Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย
งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง
ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น
งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย
นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic
Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015
จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
เชียงราย - Chiang Rai News
คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร
เชียงราย – ชาวเมืองหลายคนคุ้นเคยกับคู่สามีภรรยาสูงวัยคู่นี้ที่ร้องเพลงในที่พลุกพล่านของเมือง ภาพที่คุ้นเคยคือคุณปู่เข็นรถเข็นของภรรยา เดินอย่างช้าๆ และไม่เร่งรีบ ในวันที่อากาศร้อน พวกเขายังออกจากห้องพักไปตลาดสด สำนักงานราชการ หรือย่านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นระยะทางไปกลับประมาณ 10-16 กิโลเมตรต่อวัน
แม้ทั้งคู่จะชราภาพและเจ็บป่วย แต่ก็ยังพยายามทำมาหากินด้วยตัวเอง ความตั้งใจของเขาทำให้หลายคนที่ยังแข็งแรงต้องหยุดคิด เพราะคนสองคนนี้ “สู้ชีวิต” แบบไม่ยอมถอย
ชีวิตก่อนมาเจอกัน ต่างคนต่างลำบาก
คุณยายชื่อ นางสมบูรณ์ สมพระมิตร อายุ 67 ปี ป่วยเป็นอัมพาตและมีโรคประจำตัว เดิมอยู่บ้านสันต้นแหน หมู่ 1 ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เธอไม่มีลูก และไม่ได้อยู่กับญาติพี่น้อง หลังล้มป่วยก็ถูกทอดทิ้ง จนต้องอาศัยศาลากลางหมู่บ้าน ก่อนจะระหกระเหินไปอยู่ที่วัดห้วยปลากั้ง และอยู่ในการดูแลของทางวัดช่วงหนึ่ง
ส่วนคุณตาชื่อ นายสม วังโต อายุ 75 ปี สุขภาพตามวัย หูตาฝ้าฟาง ภรรยาเดิมเสียชีวิตแล้ว เขามีลูกชาย 1 คน คือ นายปัญญา วังโต อายุราว 41 ปี ช่วงหนึ่งยังติดต่อกันได้ แต่ตลอด 3 ปีหลังสุดกลับติดต่อไม่ได้อีกเลย คุณตาไม่รู้ข่าวคราวว่าลูกชายอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างไร เพราะอยากมีคนพึ่งพาในบั้นปลายชีวิต แต่ก็ทำไม่ได้ สุดท้ายจึงไปอาศัยอยู่ที่วัดห้วยปลากั้งเช่นกัน
จากคนดูแลกันในวัด สู่คู่ชีวิตที่ต้องออกมายืนด้วยตัวเอง
ระหว่างอยู่ศูนย์ดูแลผู้ยากไร้ของวัดห้วยปลากั้ง ทั้งสองช่วยกันดูแลและพยุงกันในแต่ละวัน จนกลายเป็นความผูกพัน อย่างไรก็ตาม วัดเป็นเขตอภัยทาน จึงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตคู่ ทั้งสองจึงตัดสินใจขอออกมา แล้วเก็บเงินเท่าที่พอมีเพื่อเริ่มต้นใหม่
ต่อมาทั้งคู่มาเช่าห้องพักที่บังออน เลขที่ 138/18 หมู่ 21 บ้านเกาะลอย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และอาศัยอยู่ที่นี่จนถึงปัจจุบัน
รายได้จากเปิดหมวก วันไหนคนเยอะก็พอหายใจได้
เมื่อออกไปร้องเพลงเปิดหมวก คุณตาจะเข็นวีลแชร์ให้คุณยายไปตามเส้นทางในเมือง บางช่วงทางไม่ดีหรือเหนื่อยมากก็มีหกล้ม แล้วต้องช่วยกันพยุงขึ้นมาใหม่ บางวันคุณยายร้องไม่ไหว ก็เปิดเพลงอย่างเดียวเพื่อพอมีรายได้เข้ามาบ้าง
รายได้แต่ละวันไม่แน่นอน ถ้าคนเยอะอาจได้ราว 200 กว่าบาท แต่ถ้าคนน้อยก็เหลือแค่ 100 กว่าบาท ทั้งคู่ต้องเอาเงินก้อนนี้ไปจ่ายค่าห้องเดือนละ 1,200 บาท และค่าน้ำค่าไฟอีกราว 500 บาท ดังนั้นบางช่วงที่รายได้ไม่พอ ก็ต้องไปขออาหารเพื่อประทังชีวิต หรือบางวันก็แทบไม่ได้อะไรเลย
ก่อนหน้านี้เคยมีเจ้าหน้าที่ พมจ. เชียงราย เข้ามาดูแลบ้าง และเคยได้รับข้าวสาร 1 กระสอบ ส่วนเวลาป่วย คุณตาจะเข็นวีลแชร์พาคุณยายไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง แม้จะไปได้ช้าแต่ก็ยังไป
สิ่งที่อยากได้คืออุปกรณ์ทำมาหากิน และความหวังได้เจอลูกชาย
สิ่งที่ทั้งคู่อยากได้จากผู้มีเมตตา คืออุปกรณ์สำหรับหาเลี้ยงชีพ เช่น ลำโพงสำหรับเปิดเพลง และแฮนดี้ไดรฟ์เพลง เพื่อใช้ทำงานได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน คุณตายังอยากตามหาลูกชาย เพราะขาดการติดต่อมานานกว่า 3 ปี และอยากฝากชีวิตช่วงท้ายไว้กับลูกที่เหลืออยู่คนเดียว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารสกัดรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว” ใหม่เอี่ยม 2 คัน ใกล้ชายแดนเชียงราย-แม่สาย ซึ่งเชื่อว่ามีจุดหมายปลายทางเพื่อส่งออกไปยังเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารสกัดรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว” ใหม่เอี่ยม 2 คัน ใกล้ชายแดนเชียงราย-แม่สาย ซึ่งเชื่อว่ามีจุดหมายปลายทางเพื่อส่งออกไปยังเมียนมาร์
เชียงราย – ทหารม้าจากกองกำลังเฉพาะกิจตากสิน กองบัญชาการผาเมือง ไล่ล่าและสกัดรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่” สี่ประตูใหม่เอี่ยม 2 คันอย่างรวดเร็ว หลังจากที่รถทั้งสองคันขับผ่านด่านชายแดนแม่สายในเวลากลางคืน คนขับทั้งสองถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนและสารภาพว่าจอดรถไว้เพื่อรอการขนส่งข้ามชายแดนไปยังเมียนมาร์
วันที่ 23 ก.พ. เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม.2 ฉก.ทัพเจ้าตาก ตรวจยึดรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า ไฮลักซ์ทราโว่ สีเทาเรนโบว์ ทะเบียน ขธ 1367 เชียงราย 1 คัน และสีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีก 1 คัน พร้อมควบคุมตัวชาย 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 22 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 23 ก.พ. ชุดปฏิบัติการตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และคดียาเสพติด บริเวณจุดตรวจโกดังผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จากนั้นพบรถต้องสงสัย 2 คันขับผ่านด้วยความเร็วสูง จึงออกติดตามทันที
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตามไปจนถึงจุดตรวจช่องทางนาแก บ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย และสามารถหยุดรถทั้งสองคันไว้ได้ เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่า คนขับคือ นายธวัชชัย และนายเมทัด ซึ่งเป็นชาว ต.โป่งงาม อ.แม่สาย ทั้งคู่
ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับว่าไปรับรถทั้ง 2 คันมาจากร้านแห่งหนึ่งบริเวณแยกจันกะผัก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย แล้วจะนำไปจอดไว้ที่ลานจอดรถบ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม เพื่อรอจังหวะลักลอบส่งข้ามไปประเทศเมียนมา โดยได้ค่าจ้างคนละ 5,000 บาท
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.แม่สาย และเพิ่มความเข้มงวดในการวางกำลังเฝ้าระวังตามแนวชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปรับปรุงการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่แสบ” เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ปรับปรุงการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่แสบ” เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย – กรมชลประทานกำลังทบทวนแผนแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มน้ำแม่คำ หลังจากที่อำเภอแม่จันและอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันเป็นเวลานาน
ในครั้งนี้ แนวทางแก้ไขจะถูกปรับเปลี่ยน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงแบบก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำแม่คำเผชิญความเสียหายซ้ำ ทั้งต่อผลผลิตทางการเกษตร รายได้ครัวเรือน และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กรมชลประทานจึงเดินหน้าโครงการ “อ่างเก็บน้ำแม่แสลบ” ในฐานะแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญ และเป็นตัวอย่างการจัดการน้ำที่ให้ความสำคัญกับเสียงของคนพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้งและหาทางออกที่อยู่ร่วมกันได้
พรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน อธิบายว่า จุดเริ่มมาจากความเดือดร้อนของชาวแม่จันที่เจอน้ำแล้งและน้ำท่วมรุนแรงขึ้นทุกปี กรมชลประทานเริ่มศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำตั้งแต่ปี 2563 เดิมมีแนวคิดทำอ่างเดียว ความจุราว 142 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบกินวงกว้างไปถึงชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จึงเกิดความกังวลและความไม่เข้าใจกัน
หลังจากนั้น กรมชลประทานจึงกลับมาปรับแผน โดยเปิดกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแก้แบบให้แยกเป็น 2 อ่าง ได้แก่ “อ่างเก็บน้ำแม่คำ” และ “อ่างเก็บน้ำแม่แสลบ” ทำให้ความจุรวมอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร เป้าหมายคือ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่ต้องเสียสละ และทำให้โครงการเดินหน้าได้บนความเข้าใจร่วมกัน
เพื่อให้ชุมชนเห็นภาพมากขึ้น หน่วยงานยังพากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปดูงาน “อ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง” อำเภอแม่สรวย ซึ่งเคยมีความขัดแย้งคล้ายกันมาก่อน แต่คลี่คลายได้ด้วยรูปแบบการมีส่วนร่วมแบบชลประทานท้องถิ่น จนเกิดฉันทมติและก่อสร้างได้สำเร็จ อีกทั้งได้รับรางวัลเลิศรัฐ ปี 2565
สมเพชร จือเปาะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบยังไม่มั่นใจเรื่องเงินชดเชย แต่เมื่อมีเวทีพูดคุยมากขึ้น และได้ไปดูงานพื้นที่จริง ชาวบ้านก็เริ่มสบายใจ และหวังว่าจะได้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่แสลบเพื่อทำเกษตรในอนาคต
ฝั่งผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำแม่คำก็สะท้อนปัญหาชัดเจน ผาย วงศ์ฟั่น ประธานเหมืองฝายผาม้า บอกว่า ทุกเดือนมีนาคมมักเกิดการแย่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างหนัก แต่พอเข้าฤดูฝนกลับเจอน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ขยะและตะกอนดินถูกพัดมาทับถมในเหมืองฝาย ทำให้แม่น้ำคำตื้นเขิน ต้องขุดลอกแทบทุกปี เขาจึงอยากเห็นอ่างเก็บน้ำแม่แสลบเกิดขึ้น เพื่อช่วยผ่อนแรงให้เกษตรกรและชุมชน
ด้าน สมหวัง นารินคำ ประธานกรรมการฝายกล้วยคำ มองว่า โครงการนี้จะช่วยชุมชนท้ายน้ำได้มาก เพราะเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและช่วยหน่วงน้ำหลาก ที่ผ่านมาหลายหมู่บ้านต้นน้ำทำพนังกั้นน้ำริมตลิ่ง ส่งผลให้ท้ายน้ำท่วมเร็วและท่วมหนักกว่าเดิม ช่วงน้ำหลากบางพื้นที่โดนน้ำสูงกว่า 1-2 เมตรเป็นประจำ แต่หน้าแล้งน้ำกลับไหลมาไม่ถึง ทำให้ข้าวยืนต้นตาย พอฝนมา ข้าวนาปีก็เสี่ยงเสียหายจากน้ำท่วมอีก เขาจึงอยากให้โครงการเดินหน้าโดยเร็ว
ด้านงานออกแบบ พิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ระบุว่า อ่างเก็บน้ำแม่แสลบอยู่ระหว่างจัดทำแบบต้นร่างรายละเอียด (Draft Detail Design) งานสำรวจและออกแบบเดินตามแผน และตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ส่วนมาตรฐานความปลอดภัย กรมชลประทานนำมาตรฐานการออกแบบเขื่อนต้านแผ่นดินไหว พ.ศ. 2568 มาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางระดับสากล มีการจำลองพฤติกรรมเขื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ โดยอ้างอิงค่าความสั่นสะเทือนของรอยเลื่อนแม่จันและรอยเลื่อนใกล้เคียง เพื่อออกแบบเขื่อนชนิดหินทิ้งแกนดินเหนียวให้ปลอดภัยสูง รองรับแรงสั่นไหวได้ถึงระดับ 7 แมกนิจูด ซึ่งสูงกว่าระดับเหตุแผ่นดินไหวในเชียงรายครั้งที่ผ่านมา
เรื่องที่ดินและการชดเชย ชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 ย้ำว่า จะมีมาตรการจ่ายค่าทดแทนเป็นกรณีพิเศษตามมติ ครม. สำหรับที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านมากที่สุด โครงการมีกรอบลงทุนประมาณ 1,654.98 ล้านบาท คาดว่าเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ช่วงปลายปี 2571 และเริ่มก่อสร้างในช่วงปี 2572
ทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย เสริมว่า อ่างเก็บน้ำแม่แสลบมีความจุเก็บกัก 20.41 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำงานคู่กับอ่างเก็บน้ำแม่คำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำแม่คำ โดยช่วยเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูฝนได้ถึง 45,500 ไร่ และฤดูแล้ง 33,200 ไร่ อีกทั้งยังสามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ปีละ 980,000 ลูกบาศก์เมตร และช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศท้ายน้ำ ครอบคลุมประโยชน์ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่จัน แม่สาย และเชียงแสน
นอกเหนือจากบทบาทด้านน้ำ กรมชลประทานยังวางแนวทางให้พื้นที่พัฒนาไปได้มากกว่าอ่างเก็บน้ำ โดยส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น กิจกรรมล่องแพ เพื่อให้ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในตำบลแม่สลองใน มีรายได้เสริมควบคู่กันไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กรมควบคุมมลพิษชู “ร่องบอนโมเดล” เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
โรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงรายจัดแสดงโขนกลางแจ้ง โดยมีนักแสดงเยาวชนท้องถิ่นกว่า 200 คน
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days ago
กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา
-
สุขภาพและการแพทย์6 days ago
หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
YouTube ประสบปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก








