เชียงราย - Chiang Rai News
Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย
เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ
งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง
ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย
ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี
ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง

Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย
งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง
ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น

งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย
นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic

Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015
จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
เชียงราย - Chiang Rai News
ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงของเชียงรายมีเพียงพอต่อความต้องการ
เชียงราย – ช่วงวันที่ 5 มีนาคม มีรายงานว่าชาวเชียงรายจำนวนหนึ่งกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน จึงพากันนำรถไปเติมจนเต็มถังเพื่อสำรองไว้ ส่งผลให้บางสถานีน้ำมันน้ำมันหมดชั่วคราว เพราะความต้องการพุ่งขึ้นเร็วเกินคาด
เพื่อคลายความกังวล นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับ นายสุทัศน์ ลิ้มวณิชย์กุล นายอำเภอแม่ลาว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ที่ PTT Station สาขาจอมหมอกแก้ว ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว หลังพื้นที่ดังกล่าวเจอภาวะน้ำมันตึงตัวในระยะสั้น
ระหว่างตรวจติดตาม รถบรรทุกน้ำมันจากคลังจังหวัดลำปางเข้ามาส่งน้ำมันให้สถานีบริการพอดี คนขับรถบรรทุกเล่าว่าไปเข้าคิวรับน้ำมันตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่คลังน้ำมันลำปาง ก่อนขับมาส่งเชียงราย ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 5 ชั่วโมง เพราะเป็นรถบรรทุกหนักและต้องทำความเร็วตามกฎหมาย

ด้านนายสุชิน ฉ่อนเจริญ ผู้ประกอบการ PTT Station สาขาจอมหมอกแก้ว บอกว่า โดยปกติสถานีแห่งนี้ขายน้ำมันเฉลี่ยวันละราว 10,000 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าออกจังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้คนกังวล จึงแห่มาเติมน้ำมันจำนวนมาก ทำให้ปริมาณสำรองไม่ทันในบางช่วงเวลา
อย่างไรก็ดี ทางสถานีเร่งประสานรถขนส่งจากคลังลำปางให้ส่งน้ำมันเพิ่มต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมาบริการได้ตามปกติโดยเร็ว และลดโอกาสเกิดภาวะน้ำมันหมดหน้าปั๊มซ้ำ

ขณะที่นายปรศักดิ์ย้ำว่า ภาพรวมทั้งจังหวัดเชียงรายยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และติดตามข่าวจากหน่วยงานรัฐเป็นหลัก หากมีการปรับเปลี่ยนราคาน้ำมัน จะมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการดูแลราคา ทำให้ราคาขายปลีกตอนนี้ยังใกล้เคียงกับช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่ได้ปรับขึ้นแบบฉับพลัน พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือให้ใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น และงดการกักตุน เพราะจะยิ่งทำให้ความต้องการกระจุกตัว เกิดขาดแคลนชั่วคราว และเพิ่มภาระด้านการนำเข้าในภาพรวม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก
เชียงราย - Chiang Rai News
คริสตจักรแมนมิน เชียงราย ครบรอบ 15 ปี จัดนมัสการพิเศษ พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรม
เชียงราย – คริสตจักร โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) ภายใต้การนำของศิษยาภิบาลอาวุโส Dr. Soojin Lee เปิดเผยว่า คริสตจักรแมนมิน เชียงราย ในประเทศไทย จัดพิธีนมัสการครบรอบ 15 ปี เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากการนมัสการแล้ว ทางคริสตจักรยังเพิ่มกิจกรรมด้านวัฒนธรรม เพื่อให้สมาชิกได้ใช้เวลาร่วมกัน และทำความรู้จักกันมากขึ้น
ช่วงแรกของงาน Rev. Miyoung Lee รองประธานสมาคมศิษยาภิบาล ขึ้นเทศนาในหัวข้อ “มุ่งสู่เป้าหมาย” ผู้นำคริสตจักรบอกว่า วาระครบรอบครั้งนี้เป็นโอกาสทบทวนการทำงานตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และปรับมุมมองเพื่อวางแผนก้าวต่อไป

หลังจบพิธีนมัสการ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนแบบลงมือทำ ผู้ร่วมงานช่วยกันทำส้มตำ เมนูไทยที่หลายคนคุ้นเคย ผู้จัดงานเล่าว่า กิจกรรมนี้ทำให้ผู้คนได้คุยกันมากขึ้น หัวเราะร่วมกัน และสร้างความสนิทสนมแบบเป็นธรรมชาติ
ทางคริสตจักรเสริมว่า ก่อนหน้านี้เคยจัดกิจกรรม K-food เพื่อแบ่งปันอาหารเกาหลีด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงที่สมาชิกจากต่างประเทศ รวมถึงผู้มาเยือนจากไทย เดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อเข้าร่วมงาน มันมิน ซัมเมอร์ รีทรีท ประจำปี กิจกรรมครบรอบครั้งนี้จึงเหมือนการแลกเปลี่ยนกันทั้งสองทาง

ต่อมาในวันเดียวกัน ช่างแต่งหน้าจากทีมมิชชันนารีของคริสตจักรจัดคลาส K-beauty และแนะนำเทรนด์ความงามสไตล์เกาหลี เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้เข้าร่วมในพื้นที่สนใจมาก และติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกิจกรรม
ตัวแทนคริสตจักรกล่าวว่า การฉลองครบรอบ 15 ปี ช่วยย้ำแนวทางการทำงานที่เชื่อม “ความเชื่อและวัฒนธรรม” เข้าด้วยกัน และยังตั้งใจสานความสัมพันธ์กับคริสตจักรใกล้เคียงให้แน่นแฟ้นขึ้นในอนาคต

รู้จักคริสตจักรแมนมินในเชียงราย
คริสตจักรแมนมิน เชียงราย เป็นสาขาท้องถิ่นของ โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยคริสตจักรในเชียงรายทำหน้าที่ดูแลคริสเตียนในพื้นที่ และยังคงเชื่อมต่อกับเครือข่ายแมนมินในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาที่สื่อสารกันบ่อยจะเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยความเชื่อ การเป็นพยานส่วนตัว และการประกาศข่าวประเสริฐ โดยคริสตจักรแห่งนี้ทำงานกับชุมชนมาอย่างยาวนาน
ข้อมูลสำคัญ
- ศิษยาภิบาล: Lee Jaewon (บางครั้งระบุเป็น Pastor Jaewon Lee หรือ Missionary Jaewon Lee ในอัปเดตของคริสตจักร)
- กิจกรรมหลัก: สนับสนุนงานประกาศในเชียงราย มีการอธิษฐานร่วมกัน การแบ่งปันคำพยานของสมาชิก และเคยเปิดสอนภาษาเกาหลีฟรีให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย หลายเรื่องเล่ามักพูดถึงการรักษา ความรอดของผู้ที่เคยมีพื้นเพเป็นพุทธ และพระพรด้านจิตวิญญาณ นอกจากนี้ยังเข้าร่วมงานใหญ่ของเครือข่าย เช่น ค่ายฤดูร้อน
- ความเคลื่อนไหวล่าสุด: ต้นเดือนมีนาคม 2026 โบสถ์กลางแมนมิน (Manmin Central Church) (นำโดยศิษยาภิบาลอาวุโส Dr. Soojin Lee) กล่าวถึงการฉลองครบรอบ 15 ปีของคริสตจักรเชียงราย
โดยภาพรวม คริสตจักรแมนมิน เชียงราย เป็นชุมชนคริสเตียนขนาดไม่ใหญ่ แต่เน้นงานในพื้นที่ไทยอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเชื่อมโยงกับสาขาอื่นในประเทศไทยไว้เสมอ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน
เชียงรายร่วมกับอำเภอแม่สาย และฝั่งเมียนมา เร่งทำงานร่วมกันเพื่อรับมือไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน เป้าหมายหลักคือ ลดพื้นที่เผา และลดควันที่ลอยข้ามไปมาระหว่างไทยกับเมียนมาให้ได้มากที่สุด
กิจกรรมนี้ขับเคลื่อนโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยจัดทั้งงานเปิดตัวและประชุมทำงานร่วมกัน
เวทีหลักใช้ชื่อ “เริ่มโครงการสร้างแนวกันไฟเพื่อลดการเผาไหม้ข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ และความร่วมมือเมืองคู่ขนาน (การประชุมเพื่อลดหมอกควันข้ามพรมแดน)” จัดในแนวพื้นที่ทำแนวกันไฟที่เชื่อมหมู่บ้านคู่ขนาน จุดสำคัญอยู่ที่บ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
ลดควันข้ามแดน เพื่ออากาศที่ดีขึ้น
ความร่วมมือนี้เน้นการป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง การทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน และการดูแลแนวกันไฟให้ใช้งานได้จริงต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่ง ทีมงานยังช่วยกันสื่อสารกับชุมชนชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของหมอกควัน
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเดินหน้ากลไก “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สายและท่าขี้เหล็ก ให้ประสานงานได้เร็วขึ้น และทำงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนแบบต่อเนื่องในชีวิตจริง ระยะยาวทั้งสองฝั่งต้องการเห็นป่าฟื้นตัว ควันลดลง และทุกคนได้หายใจอากาศสะอาดร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมหลักประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย, ผู้ว่าราชการเมืองท่าขี้เหล็ก ตุน เว่ย ตง, ผู้อำนวยการ TEI ดร.วิจารณ์ สีมาชัย, นายอำเภอแม่สาย วรายุทธ คมบุญ และนายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ ฉัตรชัย ไชยศิริ
ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) และชาวบ้านจากทั้งสองประเทศก็ลงพื้นที่ร่วมกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมยังเข้ามาช่วยกิจกรรม “ทำแนวกันไฟสองประเทศ” เพื่อผลักดันทางออกของวิกฤตหมอกควันที่กระทบคนทั้งสองฝั่งชายแดน
ไฟลาม ควันข้ามแดน ยังเป็นโจทย์ใหญ่
สถานการณ์ “ไฟลาม ควันข้ามแดน” ยังน่ากังวล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนแถวตำบลเวียงพางคำ ตำบลแม่สาย ตำบลแม่สายมิตรภาพ และตำบลโป่งงาม ในอำเภอแม่สาย ที่ยังเผชิญไฟป่าซึ่งลุกลามข้ามแนวเขตได้
พื้นที่รอบบ้านผาหมีและผาฮี้เสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะภูมิประเทศชันและเป็นหน้าผา ทำให้ควัน ฝุ่น และมลพิษ PM2.5 ถูกลมพัดข้ามฝั่งได้ง่าย ผลกระทบจึงไปถึงสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนทั้งไทยและเมียนมา
เพราะเหตุนี้ หน่วยงานต่างๆ จึงรวมพลังกันแบบบูรณาการ ยึดตามสภาพจริงของพื้นที่ และเน้นงานที่เห็นผลได้ ไม่ใช่แค่ประชุมบนกระดาษ นอกจากการลงมือทำแนวกันไฟและฝึกปฏิบัติในพื้นที่แล้ว เป้าหมายร่วมยังรวมถึงการลดรอยไหม้ ลดการปะทุซ้ำ และป้องกันไฟลามในจุดเสี่ยงให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะปกป้องป่า และพาอากาศที่ดีขึ้นกลับมาสู่แม่สาย รวมถึงชุมชนฝั่งท่าขี้เหล็กในระยะยาว
ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดซ้ำทุกปีในเชียงราย
ทุกหน้าแล้ง เชียงรายมักเจอปัญหา หมอกควันข้ามแดน กลับมาเป็นประจำ ช่วงที่หนักมักอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศขมุกขมัวและเริ่มไม่ปลอดภัย เพราะมีฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 สะสมสูง แหล่งกำเนิดส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรและไฟป่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น ลาว เมียนมา และบางพื้นที่ของไทย
เมื่อกระแสลมตามฤดูกาลพัดเร็ว หมอกควันก็เคลื่อนข้ามพรมแดนได้ง่าย และเข้ามาปกคลุมจังหวัด ทำให้คุณภาพอากาศหลายช่วงลดลงไปอยู่ระดับกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปมักรายงานว่าช่วงพีกค่า PM2.5 อาจสูงเกิน 50 ถึง 100 µg/m³ ได้ในบางสัปดาห์
ผลกระทบเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น อาการระคายเคืองทางเดินหายใจ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทัศนวิสัยที่แย่ลง ซึ่งกระทบการเดินทางและงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ธุรกิจท้องถิ่นก็อาจได้รับแรงกดดันเมื่อการท่องเที่ยวชะลอตัว และแผนการทำเกษตรบางอย่างต้องปรับตามสภาพอากาศ
ที่ผ่านมา หน่วยงานและชุมชนพยายามทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น ทั้งโครงการแนวกันไฟไทย ลาว ในพื้นที่อย่างภูชี้ฟ้า รวมถึงความร่วมมือภายใต้ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย ลาว และเมียนมา ที่มุ่งลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หมอกควันยังกลับมาแทบทุกปี และหน้าแล้งยังเป็นช่วงที่เชียงรายต้องรับมือหนักเสมอ
ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท



