Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าว - News

ภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ในภาวะเตือนภัยระดับสูง!! เกิดน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา

Published

on

ภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงราย – กระทรวงมหาดไทยสั่งการด่วนให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดเสี่ยงหลักในตอนนี้ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งที่ชัดเจนให้ทำงานเชิงรุก เขาเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือต้องรวดเร็วกว่าภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง สิ่งนี้จะช่วยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านได้มากที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • มท.3 สั่งการด่วนให้พื้นที่เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา เฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือให้คนในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
  • สถานการณ์น้ำเริ่มลดลงบ้าง แต่ยังต้องดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

หลังจากได้รับคำสั่งฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทันที พวกเขาจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยและทีมช่วยเหลือไว้พร้อมแล้วตลอดเวลา หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ทีมงานจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ตอนนี้สถานการณ์ฝนตกหนักยังคงมีความเสี่ยงสูง กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ประชาชนจึงไม่ควรประมาทและต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจเปลี่ยนแปลอย่างรวดเร็ว

สรุปสถานการณ์น้ำป่าในพื้นที่ภาคเหนือ

จากรายงานล่าสุดพบว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายจุด นับเป็นเรื่องดีที่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เลย

ที่จังหวัดเชียงราย น้ำท่วมส่งผลกระทบในพื้นที่อำเภอแม่จันและอำเภอเมืองเป็นหลัก ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างช้าๆ แล้ว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำและสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมช่วยเหลือต่อไป

ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่อายเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับจังหวัดพะเยา พื้นที่อำเภอเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด ชาวบ้านกว่า 86 ครัวเรือนต้องเดือดร้อนจากน้ำป่า อย่างไรก็ตาม การเร่งทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงอย่างเห็นได้ชัด

ระบบเตือนภัยและคำแนะนำฉุกเฉิน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่าได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแล้ว ระบบ Cell Broadcast นี้ช่วยให้ชาวบ้านรู้ตัวและหนีน้ำได้ทันเวลา

นอกจากเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยาแล้ว ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และจันทบุรี ก็มีรายงานเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเช่นเดียวกันในรอบสัปดาห์นี้

ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง สามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้จาก สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ให้รีบขนของหนีขึ้นที่สูงทันที

หากท่านหรือคนใกล้ชิดต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ตลอดเวลา สายด่วนสาธารณภัยพร้อมให้บริการและช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

โดรนไฮเทคบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต่อสู้กับไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือของประเทศไทย

อุบัติเหตุสุดสยอง! อุบัติเหตุชนประสานงาอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 รายในภาคเหนือของประเทศไทย

 

Continue Reading

ข่าว - News

พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93

Naree Srisuk

Published

on

พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93

ข้อมูลเดือนกันยายนของ Passport Reports ระบุว่า หนังสือเดินทางไทยอยู่ในอันดับ 5 จาก 11 ประเทศอาเซียน ด้วยคะแนนการเดินทาง 93 และเข้าถึงจุดหมายทั่วโลกได้ 47.0% ผ่านการเข้าเมืองแบบไม่ต้องขอวีซ่า วีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือมาตรการเข้าประเทศแบบผ่อนปรน และ eTA โดย Passport Reports ซึ่งจัดทำและเผยแพร่รายงานหนังสือเดินทางของ 199 ประเทศใน 34 ภาษา จัดให้การจัดอันดับหนังสือเดินทางไทยอยู่ที่อันดับ 99 ของโลก และอันดับ 21 จาก 50 ประเทศในเอเชีย

คะแนนการเดินทาง 93 มาจากจุดหมายที่ไม่ต้องขอวีซ่า 40 แห่ง จุดหมายในหมวดวีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือการเข้าประเทศแบบผ่อนปรน 48 แห่ง และจุดหมายที่ใช้ eTA 5 แห่ง ขณะที่อีก 105 แห่งอยู่ในหมวดต้องขอวีซ่า รายงานระบุสัดส่วนการเข้าถึงแบบไม่ต้องขอวีซ่าที่ 20.2% แบบวีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือการเข้าประเทศแบบผ่อนปรนที่ 24.2% และแบบ eTA ที่ 2.5%

การเข้าถึงรายภูมิภาคและขั้นตอนการเดินทาง

ในเอเชีย ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเข้าถึงจุดหมายได้ 69.4% ตามข้อมูลในรายงาน แบ่งเป็นไม่ต้องขอวีซ่า 22 แห่ง วีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือการเข้าประเทศแบบผ่อนปรน 10 แห่ง eTA 2 แห่ง และต้องขอวีซ่า 15 แห่ง นอกจากนี้ รายงานยังระบุอัตราการเข้าถึงรวม 80.0% ในเอเชียกลาง 71.4% ในโอเชียเนีย 66.7% ในอเมริกาใต้ 56.3% ในแคริบเบียน 55.6% ในแอฟริกา 50.0% ในกลุ่มประเทศอ่าว 39.1% ในอเมริกาเหนือ 35.3% ในตะวันออกกลาง และ 6.4% ในยุโรป

รายละเอียดรายจุดหมายระบุช่วงพำนักแบบไม่ต้องขอวีซ่า 30 วันในจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม 15 วันในญี่ปุ่น 360 วันในจอร์เจีย และ 180 วันในเปรู บางจุดหมายมีขั้นตอนเพิ่มเติมควบคู่กับสิทธิ์เข้าประเทศ เช่น บัตรขาเข้าสำหรับมาเลเซียและสิงคโปร์ อีทิคเก็ตสำหรับสาธารณรัฐโดมินิกัน บัตรนักท่องเที่ยวสำหรับซูรินาม ระบบ EASE สำหรับกาบูเวร์ดี eVisitor สำหรับปาปัวนิวกินี การลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับโกตดิวัวร์ และการลงทะเบียนนักท่องเที่ยวสำหรับเซเชลส์

เมื่อเทียบในกลุ่มอื่น ไทยอยู่ที่อันดับ 94 จาก 159 ประเทศสมาชิก WTO อันดับ 17 จาก 21 เขตเศรษฐกิจ APEC และอันดับ 50 จาก 132 ประเทศในกลุ่ม G77 นอกจากนี้ยังอยู่ที่อันดับ 19 จาก 25 ประเทศที่รายงานจัดอยู่ในกลุ่มราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแบบรัฐสภา

การเปิดรับผู้เดินทางและความต่างแบบสองทิศทาง

ไทยอยู่ที่อันดับ 70 จาก 199 ประเทศในการจัดอันดับการเปิดรับผู้เดินทางของรายงาน ซึ่งสะท้อนเงื่อนไขการเข้าประเทศของผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ไม่ใช่สิทธิ์การเดินทางออกของผู้ถือหนังสือเดินทางไทย

ในด้านขาเข้า ข้อกำหนดวีซ่าสำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการเปรียบเทียบความต่างของเงื่อนไขวีซ่าแบบสองทิศทาง รายงานแสดง 59 ประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถเข้าไทยแบบไม่ต้องขอวีซ่า ด้วยการอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ หรือเมื่อเดินทางถึง ขณะที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าในทิศทางกลับกัน และอีก 40 ประเทศที่กำหนดให้ผู้ถือหนังสือเดินทางของตนต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าไทย ขณะที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยได้รับสิทธิ์แบบไม่ต้องขอวีซ่า การอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ หรือเมื่อเดินทางถึงในทิศทางตรงข้าม

ภาพรวมของรายงานจึงวางไทยไว้ที่อันดับ 5 ในอาเซียน อันดับ 21 ในเอเชีย และอันดับ 99 ของโลก พร้อมคะแนนการเดินทาง 93 การเข้าถึงทั่วโลก 47.0% และอันดับการเปิดรับผู้เดินทางที่ 70 จาก 199 ประเทศ

Passport Reports จัดอันดับหนังสือเดินทางโดยพิจารณาคะแนนการเดินทางเป็นเกณฑ์แรก คะแนนการเดินทางคือผลรวมของจุดหมายที่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จุดหมายที่เข้าถึงได้ด้วยวีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือมาตรการอื่นในหมวดการเข้าประเทศแบบผ่อนปรนเดียวกัน และจุดหมายที่เข้าถึงได้ด้วย eTA หากคะแนนการเดินทางเท่ากัน จะเปรียบเทียบตามลำดับคือ จำนวนจุดหมายที่ไม่ต้องขอวีซ่า จากนั้น eTA และจากนั้นวีซ่าเมื่อเดินทางถึงหรือหมวดการเข้าประเทศแบบผ่อนปรนที่เกี่ยวข้อง หากค่าทั้งสี่รายการเท่ากัน หนังสือเดินทางจะอยู่ในอันดับเดียวกัน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

 

Continue Reading

ข่าว - News

ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ

ลำปาง – รายงานข่าวอัปเดตล่าสุดจากพื้นที่ภาคเหนือเตรียมรับมือกับอุทกภัยรุนแรงในเดือนสิงหาคม">จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานฝ่ายปกครองกำลังเร่งสอบสวนกรณีการมรณภาพของสามเณรวัย 7 ขวบอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้เกิดขึ้นที่วัดถ้ำขุมทรัพย์จามเทวี ในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ข่าวนี้ได้สร้างความตกตะลึงและข้อสงสัยมากมายในหมู่ประชาชนรวมถึงชาวเน็ตทั่วประเทศ

เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสอ้างว่าสามเณรน้อยจมน้ำมรณภาพขณะออกไปเล่นน้ำตามลำพัง แต่ประเด็นที่น่าตกใจคือทางวัดกลับไม่มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุ ทางวัดได้นำร่างของสามเณรใส่โลงศพเตรียมจัดงานศพ พร้อมทั้งเปิดรับบริจาคเงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

ประเด็นสำคัญ

  • สามเณรชาวเมียนมาวัย 7 ขวบ จมน้ำมรณภาพ แต่ทางวัดละเลยการแจ้งตำรวจและไม่ส่งชันสูตร
  • เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้าอายัดศพ เพื่อส่งตัวไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลอย่างละเอียด
  • ทางวัดเปิดบัญชีรับบริจาคเงิน ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบความโปร่งใสทางบัญชีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อข่าวการเสียชีวิตแพร่กระจายออกไป ประชาชนและสื่อมวลชนเริ่มตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริงของการมรณภาพ หลายคนสงสัยว่าทำไมทางวัดถึงเลือกที่จะเงียบ และจัดการศพเองโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จึงได้นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าสามเณรที่มรณภาพเป็นชาวต่างด้าวสัญชาติเมียนมา และไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ ทางเจ้าอาวาสให้การว่า ท่านเข้าใจผิดคิดว่าไม่จำเป็นต้องแจ้งความเพราะผู้ตายเป็นชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กฎหมายของประเทศไทยระบุชัดเจนว่า การเสียชีวิตผิดธรรมชาติทุกกรณีต้องได้รับการแจ้งความและชันสูตร

กระบวนการทางกฎหมายและการชันสูตร

เพื่อความโปร่งใสและสร้างความกระจ่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์ได้ทำการอายัดศพของสามเณรในทันที จากนั้นร่างของสามเณรถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลลำปาง เพื่อทำการชันสูตรศพอย่างละเอียดโดยแพทย์นิติเวช การดำเนินการนี้ช่วยบรรเทาความกังวลของสังคม และยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

นอกเหนือจากการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว ทางวัดยังกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในประเด็นเรื่องเงินบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมียอดรวมกว่า 13,000 บาท แม้ทางวัดจะยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกจัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ แต่เจ้าหน้าที่ก็มีแผนที่จะดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดอย่างละเอียด

แนวทางการป้องกันและข้อคิด

กรณีที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสื่อสาร และทำความเข้าใจข้อกฎหมายพื้นฐานให้แก่องค์กรทางศาสนา ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะมีสัญชาติหรือสถานะทางสังคมรูปแบบใด กระบวนการยุติธรรมต้องครอบคลุมและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เจ้าหน้าที่จะไม่มีการละเว้น หรือยอมให้มีการข้ามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นควรจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้นำทางศาสนาและสมาชิกในชุมชน การให้ความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่รัฐ คือหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาและสร้างความโปร่งใส หากประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตในชุมชน ควรแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบทันที การตื่นตัวของสังคมในกรณีนี้ ถือเป็นพลังโซเชียลมีเดียที่ช่วยผลักดันให้เกิดความยุติธรรมในสังคมไทยอย่างแท้จริง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายจัดแข่งกีฬาปี 2569 มุ่งสานสัมพันธ์ทีม

เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.

 

Continue Reading

ข่าว - News

กบง. หั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร เริ่มวันนี้

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

กบง. หั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร เริ่มวันนี้

PM2.5">เชียงราย – ตั้งแต่วันนี้ (16 กันยายน 2569) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตรอย่างเป็นทางการ โดยนโยบายนี้จะลากยาวไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เป้าหมายหลักคือการป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำมัน และช่วยให้ราคาพลังงานในประเทศนิ่งขึ้น

การปรับลดราคาครั้งนี้เหมารวมน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด ทั้ง B0, B7 และ B20 การที่รัฐบาลเลือกไปลดราคาที่ต้นทางอย่างหน้าโรงกลั่น ก็เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตอนนี้กำลังติดลบหนัก การตัดสินใจนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ราคาขายปลีกตามปั๊มน้ำมันทั่วไปไม่ขยับขึ้นไปตามตลาดโลก ซึ่งจะช่วยดูแลค่าครองชีพให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี

ประเด็นสำคัญ 

  • ลดราคาทันที 2.40 บาทต่อลิตร: รัฐบาลสั่งลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นทุกประเภท (B0, B7 และ B20)
  • ช่วงเวลาที่บังคับใช้: เริ่มตรึงราคาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569
  • เป้าหมายเพื่อประชาชน: ป้องกันปัญหาน้ำมันขาดแคลน และช่วยพยุงสถานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อลดราคาที่หน้าโรงกลั่น แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร? คำตอบคือ การลดราคาตรงนี้จะถูกนำไปอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯ โดยตรง เพื่อให้กองทุนมีเงินไปพยุงราคาขายปลีกหน้าปั๊มไม่ให้แพงขึ้น ดังนั้น ราคาที่คุณจ่ายค่าน้ำมันในวันนี้จะยังคงที่ต่อไป ช่วยให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนการเดินทางที่แพงขึ้นอย่างฉับพลัน หากสนใจข้อมูลทางกฎหมายเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องการลดราคาดีเซล ได้เลย

การปรับตัวของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

นอกจากคนใช้รถทั่วไปแล้ว ภาคธุรกิจขนส่งถือเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เมื่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักไม่ปรับขึ้น ผู้ประกอบการก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค นโยบายนี้จึงเหมือนเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะข้าวของแพง หรือเงินเฟ้อพุ่งสูงในประเทศ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

หลังจากช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กบง. จะต้องจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง การลดราคา 2.40 บาทในรอบนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อซื้อเวลาให้ระบบเศรษฐกิจในบ้านเราได้ปรับตัว หากตลาดโลกยังผันผวนหนัก รัฐบาลก็คงต้องหาแผนใหม่มารองรับ แต่สำหรับตอนนี้ มาตรการนี้ช่วยให้ทั้งคนทำธุรกิจและประชาชนทั่วไป สามารถใช้ชีวิตและวางแผนการเงินได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ผู้ซื้อบ้านในเชียงใหม่ผงะ พบศพคุณยายที่หายตัวไป

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
เชียงราย - Chiang Rai News2 hours ago

ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์

พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93
ข่าว - News3 hours ago

พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93

ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ
ข่าว - News1 day ago

ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ

เชียงรายปั้น 60 อาสาฯ ชูเทคโนโลยีไบโอชาร์ ดับเครื่องชน PM2.5
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

เชียงรายปั้น 60 อาสาฯ ชูเทคโนโลยีไบโอชาร์ ดับเครื่องชน PM2.5

คำเตือนด่วน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักสำหรับภาคเหนือ
สภาพอากาศ - Weather2 days ago

เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.

ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด! แฉกลโกงใหม่แก๊งค้ายาภาคเหนือ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด! แฉกลโกงใหม่แก๊งค้ายาภาคเหนือ

ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้
สภาพอากาศ - Weather2 days ago

ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้

ตำรวจเชียงรายจัดแข่งกีฬาปี 2569 มุ่งสานสัมพันธ์ทีม
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago

ตำรวจเชียงรายจัดแข่งกีฬาปี 2569 มุ่งสานสัมพันธ์ทีม

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา

นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนและพลิคว่ำบนถนนไปยังภูทับเบี่ยง
ข่าว - News4 weeks ago

นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนและพลิคว่ำบนถนนไปยังภูทับเบี่ยง

ตำรวจจับกุมพระรูปหนึ่งในข้อหาครอบครองยาเมทแอมเฟตามีนในห้องพักของท่านในวัด
ข่าว - News4 weeks ago

ตำรวจจับกุมพระรูปหนึ่งในข้อหาครอบครองยาเมทแอมเฟตามีนในห้องพักของท่านในวัด

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู

จังหวัดน่านกำลังฟื้นตัวหลังจากน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน 21,000 หลัง
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

จังหวัดน่านกำลังฟื้นตัวหลังจากน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน 21,000 หลัง

ด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ

ทหารและอาสาสมัครเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในมณฑลน่าน
ข่าว - News4 weeks ago

ทหารและอาสาสมัครเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในมณฑลน่าน

ตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

Download Our App

Trending