เชียงใหม่ - Chiang Mai
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคม เวลาประมาณ 19.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ. เฉลิมพล วงษ์ขณาแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีลำปาง">ตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุชนแล้วหนี เหตุเกิดบนถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุคนขับรถได้เร่งเครื่องหลบหนีไปทันทีโดยไม่จอดรถลงมาให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่ทราบเรื่อง พ.ต.อ. ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้สั่งการด่วนให้ทีมสืบสวนลงพื้นที่ล่าตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เบื้องต้นพบว่าผู้เคราะห์ร้ายคือเด็กชายวัยเพียง 11 ขวบ ซึ่งถูกรถกระบะสีเทาพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีในเหตุการณ์ได้เร่งนำตัวน้องส่งไปยัง โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลแจ้งข่าวเศร้าว่าน้องได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในเวลาประมาณ 22.00 น.
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุชนแล้วหนี: รถกระบะพุ่งชนเด็กชายวัย 11 ขวบอย่างแรง จนผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
- การแกะรอยที่รวดเร็ว: ตำรวจตามรอยจากกล้องวงจรปิด จนพบรถกระบะต้องสงสัยและรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ทันควัน
- เมาแล้วขับคือต้นเหตุ: คนขับสารภาพว่าดื่มสุรา โดยมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดไปมาก
หลังจากส่งร่างของเด็กชายไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ทีมสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลป่าแดด ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ การค้นหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามรอยรถคันก่อเหตุที่พยายามขับหลบหนี
ในที่สุดความพยายามของตำรวจก็เป็นผล เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา คันหนึ่งจอดซ่อนตัวอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลป่าแดด รถคันนี้มีลักษณะตรงกับที่พยานให้การไว้ทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดรถและปิดล้อมพื้นที่ไว้เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมทันที
จากการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยความเสียหายที่ด้านหน้าฝั่งซ้ายอย่างชัดเจน ฝากระโปรงรถมีรอยบุบ กันชนหน้ามีรอยแตก และโลโก้หน้ารถหลุดหายไป ร่องรอยทั้งหมดนี้ตรงกับชิ้นส่วนหลักฐานที่ตำรวจเก็บได้จากจุดเกิดเหตุอย่างแม่นยำ ซึ่งมัดตัวว่านี่คือรถคันที่ก่อเหตุแน่นอน
จำนนต่อหลักฐานและผลตรวจแอลกอฮอล์
เวลาต่อมา ชายที่ระบุชื่อว่า “นายจอ” ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ได้เดินทางมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าว ตอนแรกเขายังมีท่าทีบ่ายเบี่ยงและตกใจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดให้ดู เขาก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน นายจอยอมรับสารภาพในที่สุดว่าตนเองคือคนขับรถในภาพ และเป็นคนชนเด็กชายก่อนจะขับหนีไปโดยไม่ได้ลงมาช่วย
สิ่งที่น่าตกใจและสะเทือนใจชาวบ้านที่ติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นภาคเหนือ คือ เมื่อตำรวจทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายจอ พบว่าตัวเลขพุ่งสูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้มาก แสดงให้เห็นถึงการขาดสติจากการเมาแล้วขับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้
การดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
จากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและคำสารภาพของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก 2 กระทงใหญ่กับนายจอเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาแรกคือ ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นด้วยความประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงและยอมความไม่ได้
ข้อหาที่สองคือ ขับรถประมาทจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าคดีชนแล้วหนี ขณะนี้ตัวผู้ต้องหา รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และหลักฐานทั้งหมด ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แล้ว เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาดที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดฉากปะทะเดือดกับกลุ่มขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่อายใกล้กับแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารต้องจัดกำลังลาดตระเวนอย่างหนักหลายวันเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของเรา
เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ทหารสังเกตพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คนเดินลัดเลาะมาตามป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตะโกนขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่ทหารก่อนทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ทหารกองกำลังผาเมืองยิงปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด พร้อมฝิ่นดิบ 17.6 กิโลกรัม
- สถิติการทำงานปีนี้พบว่ามีการปะทะถึง 62 ครั้ง และยึดยาบ้าได้กว่า 263 ล้านเม็ด
หลังจากการเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทางหน่วยได้เรียกกำลังเสริมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การกระทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเมื่อฟ้าสว่าง
เมื่อถึงเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่และพบกระสอบปุ๋ยที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 2 ใบ ภายในกระสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 150,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบฝิ่นดิบอีกจำนวน 11 ก้อน น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม พร้อมด้วยปืนแก๊ปและมีดของคนร้ายที่ทิ้งไว้ ติดตามข่าวอาชญากรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
การแถลงข่าวและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในช่วงสายของวันเดียวกัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมดด้วยตนเอง พันเอก สมเจตน์ ผลประเสริฐ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้สถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดที่รุนแรงตามแนวชายแดนภาคเหนือของเรา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากกว่า 434 ครั้งแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขการจับกุมที่สูงมากและน่าตกใจ
สถิติการจับกุมที่น่าสนใจในปีนี้
ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ทหารสามารถยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 263 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดยาไอซ์ได้เกือบ 6,000 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 20 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 62 ครั้ง
จากการปะทะที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปแล้ว 46 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อปกป้องชุมชนของเรา ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละเพื่อลดปัญหายาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เชียงใหม่ – เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนอกสะเทือนใจขึ้นกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในซอยสุริยวงศ์ 6 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุด พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ได้นำทีมงานจากมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ภาพที่ทุกคนเห็นคือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่ที่พิการ
สภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นน่าเวทนาอย่างมาก ผู้เป็นแม่มีความพิการที่ขาและไม่สามารถเดินได้เลย เธอต้องใช้วิธีไถตัวและคลานไปตามพื้นเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือเธอต้องคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด ลูกสาวคนนี้เคยเป็นเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไขสันหลังช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากการผ่าตัดครั้งนั้น เธอได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- แม่ที่พิการทางขาต้องใช้วิธีคลานไปรอบบ้าน เพื่อคอยดูแลลูกสาวที่ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดในทุกๆ วัน
- ลูกสาวเคยเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนโชคร้ายต้องรับการผ่าตัดไขสันหลังเมื่อเดือนเมษายนจนขยับตัวไม่ได้
- พระครูอ๊อดและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ได้เข้ามอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมวอนสังคมร่วมบริจาคช่วยเหลือ
น้ำใจจากมูลนิธิและชาวเชียงใหม่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก แม่ที่พิการต้องพยายามคลานไปหุงข้าว คลานไปเช็ดตัว และคลานไปเทปัสสาวะให้ลูกสาวทุกวัน เมื่อเห็นความยากลำบากนี้ พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ร่วมกับทีมงานของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ จึงได้รวบรวมความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา พวกเขาตั้งใจนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือเพื่อเป็นกำลังใจและต่อสู้ชีวิต
สิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากมาย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง นม และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ การมอบของช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้สองแม่ลูกมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ยังคงมีความหวัง
ไม่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกและเดินหน้าช่วยเหลือต่อ
ทีมงานผู้ช่วยเหลือยังมีความใส่ใจไปถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เนื่องจากคุณยายผู้พิการได้เลี้ยงแมวเพื่อนยากเอาไว้อีกถึง 4 ตัว ทางทีมงานจึงได้จัดเตรียมอาหารแมวไปมอบให้เพิ่มเติม การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์นี้ช่วยลดความกังวลใจของคุณยายลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวมีรอยยิ้มและกำลังใจที่ดีขึ้น
เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ทางมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่และพระครูอ๊อด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป พวกเขาจะไม่ทอดทิ้งให้สองแม่ลูกต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย
ทางมูลนิธิจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันแบ่งปันน้ำใจด้วยการบริจาคสิ่งของที่ยังมีความจำเป็น สิ่งของที่ต้องการมากในตอนนี้คือ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำใจของทุกท่านจะช่วยต่อความหวังและต่อลมหายใจให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ท่านสามารถติดตามข่าวสารหรือช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทางสื่อท้องถิ่นอย่าง เชียงใหม่นิวส์ และเพจของมูลนิธิโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
เชียงใหม่ - Chiang Mai
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดอุกอาจและสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคนงานดูแลสัตว์ของปางช้างชื่อดังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดักอุ้มและทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ชายกลุ่มนี้ตั้งด่านลอยเถื่อนเพื่อดักรอเหยื่อในเวลากลางคืน ก่อนจะทิ้งชายวัย 36 ปีให้นอนรอความตายในสภาพโคม่าอยู่ข้างทาง
คุณแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งเอลลิแฟนท์ เนเจอร์ ปาร์ค ได้ออกมาร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ลำปาง">ตำรวจอย่างเร่งด่วน เธอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบและนำตัวคนผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้สร้างความหวาดผวาและเป็นอันตรายต่อชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุลักพาตัวอุกอาจ: กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนตั้งด่านลอยเถื่อน และอุ้มคนงานของปางช้างไปทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส
- เหยื่ออยู่ในภาวะวิกฤต: คนงานวัย 36 ปีถูกพบทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างทาง มีอาการโคม่า สมองบวม และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน
- มีการตั้งรางวัลนำจับคนร้าย: ประธานปางช้างประกาศมอบเงิน 50,000 บาท สำหรับประชาชนที่แจ้งเบาะแสรถกระบะต้องสงสัย
เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายทุนอิ คนงานวัย 36 ปี กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เขาถูกเรียกให้จอดโดยกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากกว่า 10 คน
กลุ่มคนร้ายได้ตั้งด่านลอยโดยไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บริเวณถนนสายบ้านแม่ตะมาน อำเภอแม่แตง พวกเขาบังคับให้นายทุนอิขึ้นรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์สีบรอนซ์อย่างไม่เต็มใจ และยังยึดรถจักรยานยนต์ของเขาขึ้นรถกระบะสีขาวอีกคันแล้วขับหลบหนีไป
เพื่อนและญาติของเหยื่อบังเอิญขับรถสวนทางมาและเห็นเขานั่งอยู่ท้ายกระบะพอดี นายทุนอิพยายามลุกขึ้นส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต เขายังพยายามโทรศัพท์บอกพิกัดกับน้องชายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหายไปในความมืด
เหยื่ออาการโคม่า ต้องผ่าตัดด่วน
ช่วงเช้ามืดเวลาประมาณตีสี่ของวันต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบคนเจ็บนอนอยู่ริมถนน เขาถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ในพงหญ้าในสภาพที่ร่างกายถูกทำร้ายอย่างหนัก
ใบหน้าของเขาบวมช้ำอย่างรุนแรง และมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่เต็มใบหน้า คาดว่าเหยื่อพยายามตะเกียกตะกายคลานออกจากพงหญ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจนหมดแรงและสลบไป ปัจจุบันนายทุนอิยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียู
อาการของเขาวิกฤตมากเนื่องจากมีภาวะสมองบวมอย่างรุนแรงและมีเลือดคั่งตามจุดต่างๆ แพทย์ต้องทำการผ่าตัดด่วนเพื่อช่วยชีวิต ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่ทราบเรื่องอย่างมาก
คุณแสงเดือนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่นี้มักจะมีการตั้งด่านลอยในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง กลุ่มคนเหล่านี้มักไม่แสดงบัตรประจำตัว ไม่มีป้ายบอกด่านตรวจที่ชัดเจน และบางครั้งก็แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อตบตาประชาชน
เพื่อเป็นการเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น เธอได้ประกาศมอบเงินรางวัล 50,000 บาท ทันที รางวัลนี้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่สามารถให้เบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางของรถกระบะทั้งสองคันที่ใช้ก่อเหตุ โดยสามารถอ่านรายละเอียดและอัปเดตเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก เว็บไซต์ข่าว MGR Online ที่รายงานเรื่องนี้
ทางครอบครัวของเหยื่อได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีและมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันหยุดยั้งความรุนแรงในชุมชนของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
น่าเศร้า! ชายวัยกลางคนกระโดดลงจากสะพานดอนจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่เสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุม “ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่” ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต









