เชียงราย - Chiang Rai News
กรมทางหลวงกำลังปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย-เชียงของ ให้เป็น 4 เลน เพื่อการค้าข้ามพรมแดนที่ดีขึ้น
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – กระทรวงคมนาคม โดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ สาย ชร.1023 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2570 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัย และรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนระหว่างไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งรัดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งทางถนน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองเชียงรายไปยังอำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นประตูหลักในการค้าขายและการท่องเที่ยวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมือง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน และยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ (การขนส่งสินค้า) เพื่อรองรับมูลค่าการค้าชายแดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ตามรายงานข่าวของ กรุงเทพธุรกิจ
ประเด็นสำคัญ
- พัฒนา 2 โครงการหลัก: ครอบคลุมการสร้างทางลอดบริเวณแยกศูนย์ราชการ (ชร.1023) และการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 เป็น 4 ช่องจราจร
- กำหนดเสร็จปี 2570: ทางลอดแยกศูนย์ราชการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570 ส่วนโครงการขยายทางหลวง 1020 จะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2570
- เน้นย้ำความปลอดภัย: กำชับให้ผู้รับจ้างติดตั้งสัญญาณเตือน ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเข้มงวดตลอดแนวพื้นที่ก่อสร้าง
เจาะลึก 2 โครงการใหญ่ ยกระดับคมนาคมเชียงราย
คณะตรวจราชการนี้นำโดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พร้อมด้วยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างสำคัญ 2 แห่งที่มีบทบาทต่อการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าในพื้นที่
1. โครงการทางลอดและปรับปรุงถนน สาย ชร.1023 (แยกศูนย์ราชการ)
โครงการนี้ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณจุดตัดแยกศูนย์ราชการ บนทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1023 มีระยะทางรวม 425.50 เมตร โดยออกแบบเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ)
นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการขยายสะพานข้ามแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มความกว้างช่องจราจรให้มีความสม่ำเสมอตลอดเส้นทาง การปรับปรุงนี้จะช่วยขจัดปัญหาคอขวดบริเวณสี่แยกฝั่งหมิ่น ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้อย่างรวดเร็ว

2. โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เชียงของ
กรมทางหลวง (ดล.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 1020 เพื่อยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงจากอำเภอเมืองเชียงราย ผ่านอำเภอเทิง และต่อยอดไปยังอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา มุ่งหน้าสู่ด่านชายแดนบ้านฮวก โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ตอนสำคัญ:
- ตอนที่ 1 (กม.7+420 – กม.18+600): ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.18 กิโลเมตร ปรับปรุงเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 1421 เพื่อมุ่งสู่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ท่าเรือเชียงแสน สปป.ลาว และจีนตอนใต้
- ตอนที่ 2 (กม.18+600 – กม.30+000): ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.40 กิโลเมตร เป็นการขยายเส้นทางหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความเร็วในการขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
รับฟังเสียงประชาชน พร้อมชูมาตรการความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากการตรวจความคืบหน้าเชิงวิศวกรรมแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายเตือนและไฟส่องสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุยามค่ำคืน
ขณะเดียวกัน คณะทำงานยังได้เดินทางไปยังวัดสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เพื่อร่วมประชุมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง โดยมีนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 5 และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการบูรณาการแก้ปัญหาต่อไป
การเร่งรัดและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูการค้าและการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน การเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 และด่านชายแดนบ้านฮวก จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่สถานที่สำคัญ เช่น ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า และอุทยานแห่งชาติภูซาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เปิดแล้ว”ผกาดจาดนัก ปี 2″ พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด
ประเด็นสำคัญ
- คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
- เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
- โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ
คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
-
ข่าว - News3 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย




