ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อกสระบุรี! เฒ่าวัย 60 คลั่งรักหึงโหด บุกยิงแม่ลูกเจ็บ ก่อนลั่นไกหนีผิดปิดคดีสลด
เมื่อเวลาประมาณ 8:10 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์น่าสยดสยองขึ้นในตำบลหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นายประยง อายุ 60 ปี ใช้ปืนผิดกฎหมายยิงเพื่อนบ้านซึ่งเป็นแม่และลูกสาว คือ นางบุษบา อายุ 45 ปี และลูกสาววัย 15 ปี ในห้องเช่า ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส
เพื่อนบ้านเปิดเผยว่าแรงจูงใจคือความหึงหวง นายประยงเคยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกสาววัย 15 ปีมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้เธอกลับตีตัวออกห่างและเริ่มคบกับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุ ตำรวจหนองแคได้ปิดล้อมพื้นที่และพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายประยงยอมมอบตัว แต่สุดท้ายเขาก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเสียชีวิตในห้องพัก จบเรื่องราวความรักอันแสนเศร้าลงอย่างน่าสลดใจ
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ผู้ก่อเหตุและเหยื่อ: ชายวัย 60 ปี (คนสวนในนิคมอุตสาหกรรม) ก่อเหตุยิงแม่วัย 45 ปี และเด็กสาววัย 15 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องเช่าฝั่งตรงข้ามกัน
- ปมเหตุแห่งความรุนแรง: เกิดจากความหึงหวงที่เด็กสาววัย 15 ปี ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยให้เงินเลี้ยงดูแบบสายเปย์ เริ่มไปคบหากับชายหนุ่มรุ่นเดียวกัน
- การเอาชีวิตรอด: สองแม่ลูกรอดชีวิตมาได้เพราะกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ และได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่พยุงร่างโชกเลือดออกไปขอความช่วยเหลือที่ปากซอย
- จุดจบของคดี: ตำรวจใช้ยุทธวิธีปิดล้อมกดดัน แต่ผู้ก่อเหตุขังตัวเองในห้องและตัดสินใจยิงตัวตายหนีความผิด ทิ้งไว้เพียงอาวุธปืนเถื่อนเป็นหลักฐาน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหนองแค ได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 191 พวกเขาได้รีบลงพื้นที่พร้อมด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลหนองแคและหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู ภาพที่เจ้าหน้าที่พบเมื่อไปถึงคือห้องเช่าที่ตั้งเรียงรายหันหน้าเข้าหากัน ข้าวของภายในห้องที่เกิดเหตุกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังด้วยความตื่นตระหนกว่า หลังจากได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด พวกเขาได้รีบออกมาดู และพบเห็นสองแม่ลูกในสภาพเลือดอาบ โดยนางสาวบุษบาผู้เป็นแม่ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย ส่วนลูกสาววัย 15 ปีถูกสะเก็ดกระสุนปืนที่หน้าอก เพื่อนบ้านจึงรีบช่วยกันพยุงร่างของทั้งสองคน เดินเท้าไปขอความช่วยเหลือที่บริเวณปากซอยซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 70 เมตร ก่อนที่ทีมแพทย์จะรีบนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน การตัดสินใจที่รวดเร็วของเพื่อนบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สองแม่ลูกรอดชีวิตมาได้
ปฏิบัติการปิดล้อมและการเจรจาของตำรวจ
หลังจากที่ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล สถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อตำรวจทราบว่านายประยงค์ ผู้ก่อเหตุ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักของเขาเองซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจตระหนักดีว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนอยู่ในมือ จึงต้องทำงานด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุด
- การขอกำลังสนับสนุน: ทีมตำรวจชุดแรกประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่ควรบุกเข้าไปโดยพลการ จึงเรียกกำลังเสริมพร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัวเพื่อความปลอดภัย
- การเกลี้ยกล่อมที่ยาวนาน: เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการเจรจาเกลี้ยกล่อมผ่านประตูอยู่นาน เพื่อให้นายประยงค์ใจเย็นลงและยอมมอบตัวตามกระบวนการทางกฎหมาย
- เสียงปืนนัดสุดท้าย: ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกหนึ่งนัดจากภายในห้องพัก เมื่อสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ได้มองลอดช่องประตูและตัดสินใจพังประตูเข้าไป สิ่งที่พบคือร่างของนายประยงค์ที่เสียชีวิตคาที่ จากการชันสูตรพบว่าเขาใช้ปืนยิงทะลุแก้มตัวเอง โดยมีอาวุธปืนเถื่อนตกอยู่ข้างกาย
ปมเหตุแห่งโศกนาฏกรรม: ความสัมพันธ์และการให้เงินเลี้ยงดู
จากการลงพื้นที่สืบสวนและพูดคุยกับชาวบ้าน ทำให้เราได้ทราบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ นายประยงค์มีอาชีพเป็นคนดูแลสวนในนิคมอุตสาหกรรม และอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งนี้กับลูกสาวของเขามานานเป็นปี โดยที่เขาไม่มีภรรยา ในขณะที่นางสาวบุษบาก็อาศัยอยู่กับลูกสาวเพียง 2 คนเช่นกัน
แหล่งข่าวระบุอย่างชัดเจนว่า ก่อนหน้านี้ตัวนายประยงค์มักจะคอยให้เงินสนับสนุนเด็กสาววัย 15 ปีคนนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าเด็กสาวจะขอเงินหลักร้อยหรือหลักพัน เขาก็ยินดีควักกระเป๋าจ่ายให้เสมอ แต่รอยร้าวเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อช่วงหลังๆ เด็กสาวหน้าตาดีคนนี้เริ่มมีเพื่อนชายวัยรุ่นที่อายุใกล้เคียงกันเข้ามาคบหาดูใจ ความรู้สึกหึงหวงและแค้นใจที่ตนเองทุ่มเทเงินทองให้แต่กลับถูกทิ้ง จึงสะสมอยู่ในใจของนายประยงค์ จนกระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ เขาตัดสินใจนำปืนบุกเข้าไปก่อเหตุอุกอาจในที่สุด
สำหรับใครที่ต้องการตรวจสอบแหล่งที่มาและอ่านข่าวต้นฉบับเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ ไทยรัฐออนไลน์
บทเรียนที่สังคมต้องนำมาทบทวน
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคม ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้ดังนี้:
- อันตรายจากการครอบครองปืนเถื่อน: อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนไม่มีใบอนุญาต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ในการลักลอบซื้อขายอาวุธที่นำไปสู่ความสูญเสียได้ง่ายดาย
- ความสัมพันธ์ที่ใช้เงินเป็นตัวนำ: การที่ผู้ใหญ่ใช้เงินเพื่อแลกกับความรู้สึกจากเด็กวัยรุ่น มักจะสร้างความคาดหวังที่เกินจริง และเมื่อไม่เป็นไปตามหวังก็เสี่ยงที่จะจบลงด้วยความรุนแรง
- ความสำคัญของเพื่อนบ้าน: ชุมชนที่ใส่ใจและช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉิน อย่างเช่นเพื่อนบ้านในเหตุการณ์นี้ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยชีวิตคน
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างของนายประยงค์ส่งให้สถาบันนิติเวชเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งเก็บอาวุธปืนเถื่อนไว้เป็นหลักฐาน และจะมีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อสรุปสำนวนคดีตามกฎหมายต่อไป คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่เตือนให้เราทุกคนมีสติในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง เพราะการตัดสินใจชั่ววูบด้วยความโกรธแค้น ไม่เพียงแต่ทำร้ายคนอื่น แต่ยังเป็นการทำลายชีวิตของตนเองในท้ายที่สุดด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โลหะหนักที่เป็นพิษคุกคามพื้นที่เกษตรกรรม 60,000 ไร่ในจังหวัดเชียงราย
ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในคดีทำให้ทารกอายุ 4 เดือนจมน้ำเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
อยุธยา – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บุกจับกุมตัวนายเฉลิมชัย หรือเหน่ง อายุ 36 ปี ชายคนสนิทของแม่เด็ก หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีการเสียชีวิตปริศนาของเด็กทารกวัย 4 เดือน โดยผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายอย่างชัดเจน
จากการเค้นสอบสวนอย่างเข้มข้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนแอบพายเรือไปอุ้มเด็กออกจากบ้านพักกลางดึก แต่เกิดอุบัติเหตุทำเด็กร่วงหลุดมือจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถอ่านรายงานข่าวต้นทางเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ประเด็นสำคัญ• ผู้ต้องหาคือ ชายคนสนิทของแม่ รับสารภาพว่าแอบพายเรือมาอุ้มเด็กวัย 4 เดือนกลางดึก ก่อนทำร่วงหลุดมือตกน้ำเสียชีวิต • ผลการตรวจร่างกาย พบสารเสพติดในตัวนายเหน่ง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเรือพลาสติกสีส้มและไม้พายของกลางไปตรวจพิสูจน์ • ตำรวจ สภ.บางปะอิน แจ้งข้อหาหนักดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางบรรยากาศการทำแผนสุดเดือดจากทางญาติและแม่เด็ก |
เปิดคำสารภาพสิ้นไส้: อ้างเอ็นดูเด็ก พลาดพลั้งทำหลุดมือ
นายเหน่งเปิดเผยต่อพนักงานสอบสวนว่า ตนคบหาดูใจอยู่กับแม่ของเด็ก แต่ยายของเด็กตั้งแง่กีดกันความรัก ทำให้ตนต้องแอบพายเรือลัดเลาะตามคลองบ้านเลนมาหาอยู่เป็นประจำในยามค่ำคืน
ผู้ต้องหาอ้างว่า ตนรักและเอ็นดูเด็กทารกคนนี้มาก และเคยเอ่ยปากขอเด็กมาเลี้ยงดูแต่ทางแม่ไม่ยินยอม ในคืนเกิดเหตุตนจึงลอบเข้าไปอุ้มเด็กออกจากมุ้งขณะที่คนในบ้านหลับสนิท สามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ได้ที่ ข้อมูลอำเภอบางปะอิน
ทว่าระหว่างที่กำลังอุ้มเด็กพาดบ่าเพื่อก้าวลงเรือพลาสติกสีส้ม เด็กกลับลื่นพลัดตกลงไปในสายน้ำที่เชี่ยวกราก ด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตนจึงตัดสินใจพายเรือหนีกลับบ้านโดยไม่บอกใคร
บรรยากาศทำแผนประกอบคำรับสารภาพสุดตึงเครียด
ต่อมา พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่คุมตัวนายเหน่งลงเรือเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดเกิดเหตุ ติดตามแนวทางปฏิบัติงานได้ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อเดินทางไปถึงบ้านพักที่เกิดเหตุ มารดาของเด็กทารกที่อยู่ในอาการโศกเศร้าได้ปรี่ตรงเข้าหานายเหน่งพร้อมตะโกนด่าทอด้วยความแค้น จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบกันตัวเพื่อความปลอดภัย
นายเหน่งได้ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายเด็กแม้แต่น้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อนำไปฝากขังดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
เชียงราย — กองกำลังผาเมืองเปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนืออย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจสอบของกลางยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 4 ล้านเม็ด หลังเปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มคาราวานลักลอบลำเลียงยาเสพติดในเขตป่าเขาบ้านผาแตก ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
การปะทะเกิดขึ้นกลางดึกเมื่อทหารร้อย ม.3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ตรวจพบกลุ่มติดอาวุธลอบขนกระสอบฟางข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอตรวจค้น กลุ่มคนร้ายกลับเปิดฉากยิงอาวุธปืนเข้าใส่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้ทหารต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว ก่อนที่ขบวนการจะทิ้งกระสอบฟางบรรจุยาบ้า 16 ใบไว้ในแนวป่าแล้วล่าถอยหนีไป
สรุปประเด็นสำคัญ• ยึดยาบ้ามหาศาล: กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นยาบ้าสะสมกว่า 18.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 120 กก. ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนของปีงบประมาณใหม่ • ปะทะเดือดชายแดน: เกิดเหตุปะทะกับขบวนการลำเลียงยาเสพติด 4 ครั้ง ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตรวม 3 ราย • จุดเพ่งเล็งแม่สาย: เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ล่าสุด 4 ล้านเม็ด บริเวณบ้านผาแตก อำเภอแม่สาย หลังคาราวานคนร้ายยิงเปิดทางหนี |
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม พลตรีสาธิตย์ ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอกสุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยพันเอกบัณฑิต ชาวกัณหา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก และนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางสีรุ้งดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังจำนวน 16 ใบ ซุกซ่อนยาบ้ารวมกว่า 4,000,000 เม็ด ซึ่งกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดวางแผนลักลอบลำเลียงเข้ามาพักในหมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดน เพื่อเตรียมกระจายส่งต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศตามคำสั่งของเครือข่ายรายใหญ่
คำสั่งเข้มงวดสกัดกั้นยาเสพติดตลอด 24 ชั่วโมง
พันเอกสุทธิเขต เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ รายงานสถิติผลการปฏิบัติงานของ กองกำลังผาเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าสามารถสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดได้มากถึง 26 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 24 ราย เกิดการปะทะติดอาวุธ 4 ครั้ง และมีคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต 3 ศพ
สรุปยอดจับกุมสะสม: ยาบ้าทะลุ 18 ล้านเม็ด เชียงรายครองสถิติสูงสุด
ยอดตรวจยึดของกลางรวมประกอบด้วย ยาบ้า 18,470,529 เม็ด, ยาไอซ์ 120 กิโลกรัม, ฝิ่นดิบ 102.4 กิโลกรัม และคีตามีนอีก 139 กิโลกรัม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพียงจังหวัดเดียว มีการสกัดกั้นได้ถึง 9 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย ปะทะ 2 ครั้ง และยึดยาบ้าได้มากถึง 13,385,605 เม็ด
กองทัพภาคที่ 3 และฝ่ายปกครองยืนยันจะเดินหน้ากดดันขบวนการค้ายาเสพตามแนวป่าเขาชายแดนไทย-เมียนมาอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติไม่ให้ทะลักเข้ามาทำลายความมั่นคงและเศรษฐกิจของสังคมไทยในทุกมิติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิด Life Artist Exhibition โชว์งานผ้าดันเที่ยว
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อกวัดอ่างทอง พระบวช 24 พรรษา ผูกคอมรณภาพปริศนา
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นที่วัดอ่างทองในช่วงปลายเทศกาลเข้าพรรษา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพระภิกษุรูปหนึ่งเสียชีวิตกะทันหันภายในที่พักของท่าน เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจและเศร้าโศกแก่ฆราวาสและพระภิกษุรูปอื่นๆ ในวัด ตำรวจและทีมแพทย์นิติเวชได้เดินทางมาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตในทันที
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สิงพา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุด่วน จึงได้ประสานแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลกำแพงเพชรและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานรุดไปยังวัดอ่างทอง หมู่ 1 บ้านปากอ่าง ต.อ่างทอง จุดเกิดเหตุเป็นกุฏิไม้ติดกับศาลาการเปรียญ ซึ่งพบร่างของพระภิกษุใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับไม้แปกุฏิในสภาพกึ่งยืนกึ่งนั่งย่อเข่า
ประเด็นสำคัญ• พบศพพระสมบุญ ใบพะออม อายุ 57 ปี บวชมานาน 24 พรรษา มรณภาพในกุฏิไม้ โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย • โยมพ่อวัย 76 ปีติดต่อลูกชายไม่ได้ จึงขึ้นไปเรียกพร้อมพระลูกวัดก่อนพังประตูพบร่างผูกคอติดกับไม้แป • สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความเครียดปัญหาสุขภาพระบบทางเดินหายใจ ประกอบกับความวิตกกังวลเรื่องลี้ลับหลังเผาตอไม้ |
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดภายในที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตคือ พระสมบุญ ใบพะออม หรือฉายา ปภสฺสโร อายุ 57 ปี โดยสภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย และข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องยังคงวางเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินใดๆ ภายในกุฏิไม้หลังดังกล่าว
สอบถามพระลูกวัดผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าว่า โยมพ่อของพระสมบุญได้เดินทางมาตามหาลูกชายที่วัดเนื่องจากโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ทั้งสองจึงช่วยกันขึ้นไปเรียกที่หน้าประตูกุฏิแต่กลับไม่มีเสียงขานรับหรือสัญญาณตอบกลับใดๆ ออกมา ทุกคนจึงตัดสินใจช่วยกันพังประตูเข้าไป ก่อนที่โยมพ่อจะสังเกตเห็นร่างของพระลูกชายผูกคออยู่บริเวณมุมห้องและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ทางด้าน นายอัครพล ใบพะออม อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นโยมพ่อของพระสมบุญ ได้เปิดเผยข้อมูลด้วยน้ำตาและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยระบุว่าพระลูกชายได้อุทิศตนในร่มกาสาวพัสตร์บวชเรียนมาอย่างยาวนานถึง 24 พรรษา และมีอุปนิสัยร่าเริงเป็นมิตรกับทุกคน อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีปัญหากระทบกระทั่งกับใครในชุมชนวัดแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว
ปมปริศนาความเครียดและลางบอกเหตุก่อนมรณภาพ
อย่างไรก็ตาม โยมพ่อได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเมื่อไม่นานมานี้ พระสมบุญได้ไปทำการเผาตอไม้ต้นหนึ่งภายในบริเวณวัด หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พระลูกชายเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนเงียบขรึม มีสีหน้าหมองคล้ำและมักบ่นว่ารู้สึกเหมือนมีคนคอยติดตามเอาชีวิตตลอดเวลา แม้ว่าจะมีหมอดูทักเตือนให้รีบทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้เคล็ด แต่พระสมบุญก็ยังไม่ได้มีโอกาสประกอบพิธีดังกล่าวแต่อย่างใด
ในส่วนของวันก่อนเกิดเหตุ โยมพ่อยังคงเดินทางมาร่วมทำบุญวันออกพรรษาตามประเพณีและได้นัดหมายกับพระลูกชายไว้ล่วงหน้า โดยตกลงกันว่าจะมาช่วยกางร่มให้ในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะช่วงเช้า แต่วันรุ่งขึ้นกลับไม่เห็นพระสมบุญลงมารับบิณฑบาต จนกระทั่งรอถึงช่วงเย็นด้วยความเป็นห่วงจึงตัดสินใจเดินทางมาตรวจสอบที่กุฏิและพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต
ขณะเดียวกันกลุ่มญาติโยมและพระลูกวัดต่างให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า เมื่อวันก่อนพระสมบุญยังคงขึ้นแสดงธรรมเทศนามหาชาติกัณฑ์ที่สองตามหน้าที่ ทว่าในขณะแสดงธรรมนั้นมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ช่วงเย็นจะยังคงลงมากวาดลานวัดตามกิจวัตรสงฆ์ แต่พอถึงเช้าวันถัดไปก็ไม่ปรากฏตัวในพิธีตักบาตรเทโว และพบว่าจานภัตตาหารที่นำมาถวายไว้หน้ากุฏิยังคงวางอยู่โดยไม่ได้เปิดฉัน
สรุปแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชสันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นว่า อาจเกิดจากภาวะความเครียดสะสมจากปัญหาสุขภาพทางกาย โดยเฉพาะอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือโรคปอด ซึ่งพระสมบุญเคยบ่นกับคนใกล้ชิดว่ามีอาการเหนื่อยหอบอยู่เป็นประจำ บวกกับความวิตกกังวลทางจิตใจเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนจะมาปองร้ายหลังจากเผาตอไม้ จึงอาจเป็นแรงกดดันที่ทำให้ตัดสินใจจบชีวิตลง
ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ทำการบันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุไว้อย่างครบถ้วน พร้อมส่งมอบร่างของพระสมบุญให้ทีมแพทย์นำไปชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนจะอนุญาตให้ทางครอบครัวรับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
พระภิกษุรูปหนึ่งถูกปลดจากตำแหน่งและถูกจับกุมหลังก่อเหตุทารุณกรรมลูกสุนัขอย่างน่าตกใจ
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

