เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านเชียงรายเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ฝนตกหนัก">เชียงราย – ตัวแทนจากชาวบ้านและนักวิชาการได้ร่วมกันยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับการปนเปื้อนของโลหะหนักจากประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามสัญญาในการสร้างแหล่งน้ำบาดาลสำหรับชุมชน
ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทย ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับปัญหาสารพิษและโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ อ้างอิงจากรายงานของ MGR Online ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในฐานะตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ส่งแถลงการณ์ตรงถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ความกังวลเรื่องการย้ายจุดตรวจคุณภาพน้ำ
ประเด็นหลักที่เป็นชนวนเหตุของความไม่พอใจในครั้งนี้ คือการทำงานของกรมควบคุมมลพิษ ชาวบ้านและเครือข่ายตั้งข้อสังเกตว่า มีการย้ายจุดตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ถอยร่นจากจุดเดิมบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เข้ามาในเขตประเทศไทยลึกถึง 15-20 กิโลเมตร โดยมาตั้งอยู่ที่บริเวณสะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
การย้ายจุดตรวจนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักว่า อาจเป็นการปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลต้นตอของสารพิษ ซึ่งเชื่อกันว่าไหลมาจากเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา การตรวจสอบที่ปลายน้ำอาจทำให้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า โลหะหนักเหล่านี้ข้ามแดนมาตั้งแต่เมื่อไหร่และมีปริมาณเท่าใด
5 ข้อเรียกร้องสำคัญถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายประชาชนฯ ได้เสนอแนวทาง 5 ข้อต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ดังนี้:
- คืนจุดตรวจเดิม (KK01): ขอให้กรมควบคุมมลพิษกลับไปใช้จุดตรวจที่บ้านแก่งตุ๋ม ซึ่งอยู่ติดชายแดน เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าสารพิษมาจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านจริง แม้หน่วยงานจะอ้างว่าเข้าถึงยาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ก็ยืนยันว่าพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
- ขยายการตรวจสอบครอบคลุมแม่น้ำโขง: ขอให้เพิ่มจุดตรวจโลหะหนักในแม่น้ำโขง บริเวณอำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อให้มีข้อมูลคุณภาพน้ำที่ครบถ้วนตลอดแนวพรมแดนไทย-ลาว
- ทวงสัญญาน้ำบาดาลเพื่อชาวบ้าน: เรียกร้องให้เร่งรัดการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนใน 11 หมู่บ้านของอำเภอแม่อาย ซึ่งท่านรัฐมนตรีเคยรับปากไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีบ่อน้ำบาดาลตามที่สัญญาไว้แม้แต่บ่อเดียว
- จัดหาแหล่งน้ำใหม่เพื่อการเกษตร: ขอให้สำรวจและหาแหล่งน้ำสะอาดแห่งใหม่ เพื่อรองรับพื้นที่เพาะปลูกกว่า 130,000 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ทดแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน เพื่อรักษามาตรฐานของพืชผล เช่น ข้าว ข้าวโพด กระเทียม และผักสวนครัว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
- ทบทวนงบประมาณโครงการที่ไม่จำเป็น: เสนอให้พิจารณางบประมาณ 40 ล้านบาทของโครงการศึกษาพื้นที่พรุหญ้าท่าตอนใหม่ โดยให้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จัดหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้านแทน
ความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสารโลหะหนัก
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมชาวบ้านถึงต้องตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ คำตอบนั้นชัดเจนมาก สารโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับน้ำ ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างร้ายแรง เมื่อเกษตรกรนำน้ำที่ปนเปื้อนไปใช้รดพืชผัก สารพิษเหล่านี้จะสะสมอยู่ในดินและถูกดูดซึมเข้าสู่ผลผลิต เมื่อผู้บริโภคซื้อไปรับประทาน สารพิษก็จะเข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในระยะยาว การป้องกันที่ต้นทางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด
เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่
การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งเอกสารร้องเรียน แต่เป็นเสียงสะท้อนความกังวลของประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ชาวบ้านในพื้นที่มองว่า แม่น้ำกกเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา การทำงานของภาครัฐในเวลานี้จึงต้องเน้นความโปร่งใส ควรใช้การสื่อสารด้วยภาษาที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงได้อย่างเท่าเทียม
ดรามาการเมืองและความตึงเครียด
นอกจากนี้ เรื่องราวนี้ยังมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น เพิ่งเกิดเหตุการณ์ปะทะคารมกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังถูกซักถามถึงการตรวจสอบการทำงานของกรมควบคุมมลพิษในประเด็นนี้ โดยมีภาพเหตุการณ์ที่แสดงถึงความไม่พอใจของท่านรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายสุชาติได้เข้าไปขอโทษสื่อมวลชนอาวุโสเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสร้างความกดดันให้กับทุกฝ่าย
ในท้ายที่สุด ปัญหาลุ่มน้ำเหนือไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมระดับชาติ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะมีการตอบรับและแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของประชาชนอย่างไร การทำงานที่รวดเร็วและจริงใจเท่านั้น ที่จะช่วยคืนความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ด่วน! ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งบัญชีม้าเชียงราย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกลงทุน สูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท
ระทึก! ตำรวจทางหลวงเชียงรายรวบสาวซิ่งเบนซ์หรู สวมทะเบียนปลอมคาด่าน เจ้าตัวอ้างแฟนหนุ่มให้มาใช้
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย – ประชาชนริมฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งในอำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจะเร่งอุดรอยรั่วแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้ทัน แต่ตลาดท่าล้อในฝั่งเมียนมากลับถูกน้ำท่วมขังอย่างหนักแล้วในขณะนี้
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยและเมียนมาเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ชาวบ้านทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ตอนเหนือได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง ล่าสุดระดับน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาจนสัมผัสกับคานใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่อาศัยและค้าขายอยู่บริเวณริมตลิ่งอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำสายพุ่งสูงฉับพลัน จนแตะคานใต้สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งอุดรอยรั่วของแนวกระสอบทราย (Big Bag) ป้องกันน้ำทะลัก
- ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็กได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างแล้ว
แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังไม่เอ่อล้นข้ามแนวกำแพงกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยรั่วซึมบริเวณแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ในบางจุด ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั่วขณะ
หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องรีบระดมกำลังคนพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ลงพื้นที่เพื่ออุดรอยรั่วและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ สำนักข่าวไทย รายงานว่าทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอแม่สายให้ปลอดภัยสูงสุด
ท่าขี้เหล็กวิกฤต น้ำท่วมตลาดสำคัญ
เมื่อมองข้ามแม่น้ำสายไปยังฝั่งประเทศเมียนมา สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด พื้นที่ลุ่มต่ำในเมืองท่าขี้เหล็กไม่สามารถต้านทานมวลน้ำที่หลากลงมาได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและแหล่งการค้าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ตลาดท่าล้อ” ซึ่งเป็นตลาดชายแดนชื่อดัง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าต้องรีบขนย้ายสินค้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางความทุลักทุเลและระดับน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายทั้งสองประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนและอาจมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในพื้นที่ตอนเหนือ
การเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเก็บสิ่งของมีค่าและการวางแผนอพยพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การตื่นตัวและติดตามข่าวสารจะช่วยลดความสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
- ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้
การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที
ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน
เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ
พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก
เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย
พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด
พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี






