เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านเชียงรายเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ตัวแทนจากชาวบ้านและนักวิชาการได้ร่วมกันยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับการปนเปื้อนของโลหะหนักจากประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามสัญญาในการสร้างแหล่งน้ำบาดาลสำหรับชุมชน
ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับปัญหาสารพิษและโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ อ้างอิงจากรายงานของ MGR Online ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในฐานะตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ส่งแถลงการณ์ตรงถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ความกังวลเรื่องการย้ายจุดตรวจคุณภาพน้ำ
ประเด็นหลักที่เป็นชนวนเหตุของความไม่พอใจในครั้งนี้ คือการทำงานของกรมควบคุมมลพิษ ชาวบ้านและเครือข่ายตั้งข้อสังเกตว่า มีการย้ายจุดตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ถอยร่นจากจุดเดิมบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เข้ามาในเขตประเทศไทยลึกถึง 15-20 กิโลเมตร โดยมาตั้งอยู่ที่บริเวณสะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
การย้ายจุดตรวจนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักว่า อาจเป็นการปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลต้นตอของสารพิษ ซึ่งเชื่อกันว่าไหลมาจากเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา การตรวจสอบที่ปลายน้ำอาจทำให้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า โลหะหนักเหล่านี้ข้ามแดนมาตั้งแต่เมื่อไหร่และมีปริมาณเท่าใด
5 ข้อเรียกร้องสำคัญถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายประชาชนฯ ได้เสนอแนวทาง 5 ข้อต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ดังนี้:
- คืนจุดตรวจเดิม (KK01): ขอให้กรมควบคุมมลพิษกลับไปใช้จุดตรวจที่บ้านแก่งตุ๋ม ซึ่งอยู่ติดชายแดน เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าสารพิษมาจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านจริง แม้หน่วยงานจะอ้างว่าเข้าถึงยาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ก็ยืนยันว่าพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
- ขยายการตรวจสอบครอบคลุมแม่น้ำโขง: ขอให้เพิ่มจุดตรวจโลหะหนักในแม่น้ำโขง บริเวณอำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อให้มีข้อมูลคุณภาพน้ำที่ครบถ้วนตลอดแนวพรมแดนไทย-ลาว
- ทวงสัญญาน้ำบาดาลเพื่อชาวบ้าน: เรียกร้องให้เร่งรัดการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนใน 11 หมู่บ้านของอำเภอแม่อาย ซึ่งท่านรัฐมนตรีเคยรับปากไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีบ่อน้ำบาดาลตามที่สัญญาไว้แม้แต่บ่อเดียว
- จัดหาแหล่งน้ำใหม่เพื่อการเกษตร: ขอให้สำรวจและหาแหล่งน้ำสะอาดแห่งใหม่ เพื่อรองรับพื้นที่เพาะปลูกกว่า 130,000 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ทดแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน เพื่อรักษามาตรฐานของพืชผล เช่น ข้าว ข้าวโพด กระเทียม และผักสวนครัว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
- ทบทวนงบประมาณโครงการที่ไม่จำเป็น: เสนอให้พิจารณางบประมาณ 40 ล้านบาทของโครงการศึกษาพื้นที่พรุหญ้าท่าตอนใหม่ โดยให้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จัดหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้านแทน
ความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสารโลหะหนัก
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมชาวบ้านถึงต้องตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ คำตอบนั้นชัดเจนมาก สารโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับน้ำ ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างร้ายแรง เมื่อเกษตรกรนำน้ำที่ปนเปื้อนไปใช้รดพืชผัก สารพิษเหล่านี้จะสะสมอยู่ในดินและถูกดูดซึมเข้าสู่ผลผลิต เมื่อผู้บริโภคซื้อไปรับประทาน สารพิษก็จะเข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในระยะยาว การป้องกันที่ต้นทางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด
เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่
การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งเอกสารร้องเรียน แต่เป็นเสียงสะท้อนความกังวลของประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ชาวบ้านในพื้นที่มองว่า แม่น้ำกกเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา การทำงานของภาครัฐในเวลานี้จึงต้องเน้นความโปร่งใส ควรใช้การสื่อสารด้วยภาษาที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงได้อย่างเท่าเทียม
ดรามาการเมืองและความตึงเครียด
นอกจากนี้ เรื่องราวนี้ยังมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น เพิ่งเกิดเหตุการณ์ปะทะคารมกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังถูกซักถามถึงการตรวจสอบการทำงานของกรมควบคุมมลพิษในประเด็นนี้ โดยมีภาพเหตุการณ์ที่แสดงถึงความไม่พอใจของท่านรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายสุชาติได้เข้าไปขอโทษสื่อมวลชนอาวุโสเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสร้างความกดดันให้กับทุกฝ่าย
ในท้ายที่สุด ปัญหาลุ่มน้ำเหนือไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมระดับชาติ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะมีการตอบรับและแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของประชาชนอย่างไร การทำงานที่รวดเร็วและจริงใจเท่านั้น ที่จะช่วยคืนความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ด่วน! ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งบัญชีม้าเชียงราย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกลงทุน สูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท
ระทึก! ตำรวจทางหลวงเชียงรายรวบสาวซิ่งเบนซ์หรู สวมทะเบียนปลอมคาด่าน เจ้าตัวอ้างแฟนหนุ่มให้มาใช้
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด
ประเด็นสำคัญ
- คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
- เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
- โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ
คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู


