เชียงราย - Chiang Rai News
นายหน้าจัดหางานปลอมเผชิญโทษจำคุก หลังหลอกลวงผู้คนหลายสิบรายในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย – ทุกวันนี้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงเป็นความหวังของใครหลายคนที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัวและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ความฝันนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจในวงการแรงงาน เมื่อหนุ่มชาวอาข่าวัย 24 ปี ก่อเหตุหลอกลวงผู้คนนับสิบราย โดยอ้างว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกสได้ แต่สุดท้ายกลับเชิดเงินหนี ปล่อยให้เหยื่อต้องสูญเงินรวมกันจำนวนมาก
รายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 คน ทยอยเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน
พฤติกรรมสุดแสบ: สร้างภาพน่าเชื่อถือ ลวงเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย
นายกร (นามสมมติ) หนุ่มชาวอาข่า อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มแผนการหลอกลวงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยใช้วิธีการเข้าหาเหยื่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตีสนิทในงานเลี้ยง การประกาศผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กจัดหางาน และการอาศัยเครือข่ายคนรู้จักแนะนำต่อๆ กันไป เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจและหลงเชื่อ นายกรจะอ้างว่าตนเองมีช่องทางและสามารถดำเนินการพาส่งไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกส พร้อมอ้างว่ามีสัญญาจ้างงานระยะยาวถึง 5 ปี 3 เดือน จากนั้นเขาจะเริ่มเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการต่างๆ อย่างเป็นระบบ
รายการค่าใช้จ่ายที่มิจฉาชีพแอบอ้างเพื่อเรียกเก็บเงิน มีดังนี้:
- ค่าดำเนินการขอวีซ่า: ประมาณ 9,800 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ: ประมาณ 4,550 – 4,650 บาท
- เงินมัดจำเบื้องต้นเพื่อจองสิทธิ์: 5,000 บาท
- ค่าใบสมัครและจัดการเอกสาร: สูงถึง 25,000 บาท
เบ็ดเสร็จแล้ว เหยื่อแต่ละคนต้องสูญเสียเงินให้กับนายหน้าเถื่อนรายนี้ตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 83,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนถูกหลอกให้โอนเงินในขั้นตอนใดบ้าง

เมื่อความจริงปรากฏ: ฝันสลายแถมถูกข่มขู่
หลังจากที่ผู้เสียหายได้โอนเงินและส่งมอบเอกสารสำคัญไปให้แล้ว เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะต้องเดินทาง นายกรกลับเงียบหายและพยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงมาตลอด เมื่อเหยื่อพยายามทวงถามถึงความคืบหน้าบ่อยเข้า มิจฉาชีพรายนี้ก็เริ่มแสดงท่าทีเปลี่ยนไป จากเดิมที่พูดจาหว่านล้อม ก็กลายเป็นการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
สิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายเจ็บใจมากที่สุดคือ เมื่อทวงถามเงินคืน นายกรได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์มาข่มขู่เหยื่ออย่างหน้าตาเฉยว่า จะไม่คืนเงินให้เด็ดขาด หากอยากได้เงินคืน ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเองตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เย้ยหยันกฎหมายเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่เอาจริง! นำทีมเดินสายแจ้งความ 11 โรงพักทั่วประเทศ
หลังจากรับทราบเรื่องราวความเดือดร้อน นายชินกร สถิตเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ประจำสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งบันทึกการสนทนาผ่านไลน์ ข้อความในเฟซบุ๊ก คลิปวิดีโอใน TikTok รวมถึงสลิปการโอนเงินทุกรายการ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำผู้เสียหายเดินสายแจ้งความดำเนินคดีกับนายกร เพื่อยับยั้งไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้หลบหนี หรือไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่นได้อีก โดยเบื้องต้นมีการแจ้งความไปแล้วถึง 11 สถานีตำรวจ ในหลายจังหวัด ได้แก่:
- พื้นที่จังหวัดเชียงราย: สภ.แม่จัน, สภ.แม่ยาว, สภ.แม่ฟ้าหลวง, สภ.เมืองเชียงราย, สภ.บ้านดู่ และ สภ.แม่สรวย
- พื้นที่จังหวัดอื่นๆ: สภ.เมืองอุดรธานี (จ.อุดรธานี), สภ.โพธิ์ตาก และ สภ.เมืองหนองคาย (จ.หนองคาย), สภ.เมืองระยอง (จ.ระยอง) และ สภ.พานทอง (จ.ชลบุรี)
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมตั้งข้อหาหนัก ทั้งการเป็นธุระจัดหาแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ และข้อหาฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกหมายเรียก และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ การรู้เท่าทันกลโกงจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:
- ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเสมอ: ก่อนจ่ายเงินหรือเซ็นเอกสารใดๆ ต้องตรวจสอบชื่อบริษัทจัดหางาน หรือชื่อนายหน้ากับ “กรมการจัดหางาน” ทุกครั้ง ว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่
- ระวังการโฆษณาชวนเชื่อบนโซเชียลมีเดีย: อย่าหลงเชื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก หรือ TikTok ที่อ้างว่าได้เงินเดือนสูงเกินจริง หรือมีขั้นตอนที่ง่ายดายจนผิดสังเกต
- ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด: บริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง มักจะให้ทำธุรกรรมผ่านบัญชีของบริษัทที่ตรวจสอบได้ การให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก
- สอบถามข้อมูลที่ถูกต้อง: หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 เพื่อรับข้อมูลที่เชื่อถือได้
การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะช่วยให้คุณได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและเป็นธรรมแล้ว ยังช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของคุณในต่างแดนอีกด้วย อย่าปล่อยให้ความฝันของครอบครัว ต้องถูกทำลายโดยมิจฉาชีพที่หวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว
หากใครพบเบาะแส หรือเคยตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงในลักษณะนี้ สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที เพื่อร่วมกันกวาดล้างคนผิดให้หมดไปจากสังคม
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ชาวบ้านเชียงรายเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
อาสาสมัครและวิศวกรทหารกำลังสร้างกำแพงกระสอบทรายขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง สกัดจับกุมชายชาวเมียนมาวัย 21 ปี ขณะพยายามลักลอบนำเงินสดสกุลบาทไทยจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดน
จากการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย รวมมูลค่ากว่า 3.57 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ข้ามแดนมาด้วยท่าทางมีพิรุธชัดเจน จึงนำตัวไปสอบสวนตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online) อย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
• ยึดเงินสดก้อนโต: เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมหนุ่มเมียนมาวัย 21 ปี พร้อมยึดเงินสดไทยรวม 3,572,240 บาท บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1
• ละเมิดกฎหมายการเงิน: การนำเข้าเงินตราเกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
• เร่งสอบสวนขยายผล: ตำรวจ สภ.แม่สาย รับมอบตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาและขยายผลเส้นทางการเงิน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการนอกกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ชายหนุ่มชาวเมียนมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าใบใหญ่ข้ามสะพานมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดสังเกตและแสดงอาการลุกลน จึงเรียกขอตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าออก เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยถูกจัดเรียงเป็นมัดขนาดใหญ่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 3,560 ใบ ธนบัตร 500 บาท จำนวน 7 ใบ ธนบัตร 100 บาท จำนวน 61 ใบ และธนบัตร 20 บาท อีกจำนวน 132 ใบ รวมเงินของกลางทั้งหมด 3,572,240 บาท
เปิดข้อกฎหมายควบคุมเงินตราและบทลงโทษ
การลักลอบนำเงินสดสกุลบาทข้ามพรมแดนเข้าออกประเทศโดยไม่สำแดง เป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ร่วมกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายกำหนดให้ผู้พกพาเงินสดเกินกว่าอัตราที่อนุญาตต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายจึงบันทึกการจับกุม พร้อมยึดเงินสดและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อคลี่คลายที่มาและจุดหมายปลายทางของเงินสดก้อนนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน
แม่สายถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าและการเงินระหว่างสองประเทศ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นช่วยป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมทั้งตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 261.5 กิโลกรัม เอาไว้ได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.50 น. ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามธรรมชาติบ้านศรีชัยภูมิ ก่อนจะพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยเดินเท้าข้ามลำน้ำเข้ามา จึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ• การปะทะเดือด 5 นาที: ทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ยิงปะทะกลุ่มคาราวานยาเสพติด 5-6 คน บริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย • ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กก.: ผลการตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบดำ 7 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 261.5 กิโลกรัม • คุมเข้มชายแดนแม่สาย: พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งส่งมอบของกลางให้ สภ.เกาะช้าง พร้อมขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด |
ตามนโยบายเข้มงวดของกองทัพบกและรัฐบาลในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังจากกองร้อยทหารม้าที่ 4 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างการเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ที่ 10 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 6 คน แบกกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ ทหารจึงแสดงตัวพร้อมให้สัญญาณหยุดเพื่อขอเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสาดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดยาวนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในภูมิประเทศป่าเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ จากการตรวจสอบกำลังพลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เปิดผลตรวจยึดไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เวลาประมาณ 06.20 น. ชุดปฏิบัติการได้สนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุโดยรอบอย่างละเอียด จากการตรวจค้นอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำกันน้ำตกกระจายอยู่บริเวณพงหญ้าชายน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 7 กระสอบ
เมื่อแกะตรวจสอบสิ่งของภายใน พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ (Methamphetamine) เกรดบริสุทธิ์ บรรจุแยกเป็นห่อชาสีเขียวและสีทอง ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดได้ 261.5 กิโลกรัม คาดว่าขบวนการเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล
กองกำลังผาเมืองประสาน สภ.เกาะช้าง ขยายผลตัดรากถอนโคน
จนกระทั่งเวลา 11.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบของกลางพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน
พันเอก สุพรรณ เปิดเผยว่ากลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมักอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในการลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารได้ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 261.5 กิโลกรัม ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นกลางเมืองเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานที่เปี่ยมด้วยเมตตาสะท้อนว่าทุกชีวิตบนโลกนี้ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันเสมอ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้โบราณสถานสำคัญ เจ้าหน้าที่พบสุนัขโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึกข้างวัดพระแก้วอย่างน่าเวทนา ทีมกู้ภัยจึงวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ประเด็นสำคัญ• เหตุเกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย นำกำลังเข้าช่วยชีวิตสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัดพระแก้ว • ทีมกู้ภัยวางแผนรัดกุม ใช้ทักษะเฉพาะทางพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาตรฐานจนนำสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดแผลฉกรรจ์ • เทศบาลนครเชียงรายตอกย้ำนโยบายดูแลสวัสดิภาพสัตว์และช่วยเหลือทุกชีวิตในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม สร้างความประทับใจแก่ประชาชน |
จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกที่มีน้ำขังและมีผนังปูนค่อนข้างลื่นชัน สุนัขตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้บันไดและสายรัดเฉพาะทางโรยตัวลงไปปฏิบัติการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวและคล้องตัวสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยืนส่งกำลังใจอยู่โดยรอบ สุนัขมีอาการสำลักน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับน้ำสะอาดดื่มทันที
มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ในเขตเทศบาล
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปตามหลักความปลอดภัยระดับสากลที่เจ้าหน้าที่ยึดถืออย่างเคร่งครัด ทีมงานมีการประเมินโครงสร้างบ่อน้ำและระดับออกซิเจนก่อนลงปฏิบัติการจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์ที่กำลังตกใจ
การดูแลสัตว์ไม่มีเจ้าของเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมของงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนให้รับมือกับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ประสบภัยจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ร่วมโลกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในยามคับขัน
พลังแห่งความเมตตาและเสียงชื่นชมจากชุมชนเชียงราย
หลังภารกิจเสร็จสิ้น ชุมชนท้องถิ่นต่างแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงานอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าภาพเหตุการณ์นี้สะท้อนวัฒนธรรมความเมตตาอันดีงามของชาวเชียงราย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติงานด้วยหัวใจเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสงบสุขของประชาชน ทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย และภารกิจนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในสังคมเมืองเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


