เชียงราย - Chiang Rai News
นายหน้าจัดหางานปลอมเผชิญโทษจำคุก หลังหลอกลวงผู้คนหลายสิบรายในจังหวัดเชียงราย
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ทุกวันนี้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงเป็นความหวังของใครหลายคนที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัวและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ความฝันนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจในวงการแรงงาน เมื่อหนุ่มชาวอาข่าวัย 24 ปี ก่อเหตุหลอกลวงผู้คนนับสิบราย โดยอ้างว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกสได้ แต่สุดท้ายกลับเชิดเงินหนี ปล่อยให้เหยื่อต้องสูญเงินรวมกันจำนวนมาก
รายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 คน ทยอยเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน

พฤติกรรมสุดแสบ: สร้างภาพน่าเชื่อถือ ลวงเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย
นายกร (นามสมมติ) หนุ่มชาวอาข่า อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มแผนการหลอกลวงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยใช้วิธีการเข้าหาเหยื่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตีสนิทในงานเลี้ยง การประกาศผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กจัดหางาน และการอาศัยเครือข่ายคนรู้จักแนะนำต่อๆ กันไป เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจและหลงเชื่อ นายกรจะอ้างว่าตนเองมีช่องทางและสามารถดำเนินการพาส่งไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกส พร้อมอ้างว่ามีสัญญาจ้างงานระยะยาวถึง 5 ปี 3 เดือน จากนั้นเขาจะเริ่มเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการต่างๆ อย่างเป็นระบบ
รายการค่าใช้จ่ายที่มิจฉาชีพแอบอ้างเพื่อเรียกเก็บเงิน มีดังนี้:
- ค่าดำเนินการขอวีซ่า: ประมาณ 9,800 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ: ประมาณ 4,550 – 4,650 บาท
- เงินมัดจำเบื้องต้นเพื่อจองสิทธิ์: 5,000 บาท
- ค่าใบสมัครและจัดการเอกสาร: สูงถึง 25,000 บาท
เบ็ดเสร็จแล้ว เหยื่อแต่ละคนต้องสูญเสียเงินให้กับนายหน้าเถื่อนรายนี้ตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 83,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนถูกหลอกให้โอนเงินในขั้นตอนใดบ้าง

เมื่อความจริงปรากฏ: ฝันสลายแถมถูกข่มขู่
หลังจากที่ผู้เสียหายได้โอนเงินและส่งมอบเอกสารสำคัญไปให้แล้ว เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะต้องเดินทาง นายกรกลับเงียบหายและพยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงมาตลอด เมื่อเหยื่อพยายามทวงถามถึงความคืบหน้าบ่อยเข้า มิจฉาชีพรายนี้ก็เริ่มแสดงท่าทีเปลี่ยนไป จากเดิมที่พูดจาหว่านล้อม ก็กลายเป็นการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
สิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายเจ็บใจมากที่สุดคือ เมื่อทวงถามเงินคืน นายกรได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์มาข่มขู่เหยื่ออย่างหน้าตาเฉยว่า จะไม่คืนเงินให้เด็ดขาด หากอยากได้เงินคืน ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเองตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เย้ยหยันกฎหมายเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่เอาจริง! นำทีมเดินสายแจ้งความ 11 โรงพักทั่วประเทศ
หลังจากรับทราบเรื่องราวความเดือดร้อน นายชินกร สถิตเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ประจำสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งบันทึกการสนทนาผ่านไลน์ ข้อความในเฟซบุ๊ก คลิปวิดีโอใน TikTok รวมถึงสลิปการโอนเงินทุกรายการ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำผู้เสียหายเดินสายแจ้งความดำเนินคดีกับนายกร เพื่อยับยั้งไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้หลบหนี หรือไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่นได้อีก โดยเบื้องต้นมีการแจ้งความไปแล้วถึง 11 สถานีตำรวจ ในหลายจังหวัด ได้แก่:
- พื้นที่จังหวัดเชียงราย: สภ.แม่จัน, สภ.แม่ยาว, สภ.แม่ฟ้าหลวง, สภ.เมืองเชียงราย, สภ.บ้านดู่ และ สภ.แม่สรวย
- พื้นที่จังหวัดอื่นๆ: สภ.เมืองอุดรธานี (จ.อุดรธานี), สภ.โพธิ์ตาก และ สภ.เมืองหนองคาย (จ.หนองคาย), สภ.เมืองระยอง (จ.ระยอง) และ สภ.พานทอง (จ.ชลบุรี)
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมตั้งข้อหาหนัก ทั้งการเป็นธุระจัดหาแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ และข้อหาฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกหมายเรียก และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ การรู้เท่าทันกลโกงจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:
- ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเสมอ: ก่อนจ่ายเงินหรือเซ็นเอกสารใดๆ ต้องตรวจสอบชื่อบริษัทจัดหางาน หรือชื่อนายหน้ากับ “กรมการจัดหางาน” ทุกครั้ง ว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่
- ระวังการโฆษณาชวนเชื่อบนโซเชียลมีเดีย: อย่าหลงเชื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก หรือ TikTok ที่อ้างว่าได้เงินเดือนสูงเกินจริง หรือมีขั้นตอนที่ง่ายดายจนผิดสังเกต
- ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด: บริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง มักจะให้ทำธุรกรรมผ่านบัญชีของบริษัทที่ตรวจสอบได้ การให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก
- สอบถามข้อมูลที่ถูกต้อง: หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 เพื่อรับข้อมูลที่เชื่อถือได้
การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะช่วยให้คุณได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและเป็นธรรมแล้ว ยังช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของคุณในต่างแดนอีกด้วย อย่าปล่อยให้ความฝันของครอบครัว ต้องถูกทำลายโดยมิจฉาชีพที่หวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว
หากใครพบเบาะแส หรือเคยตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงในลักษณะนี้ สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที เพื่อร่วมกันกวาดล้างคนผิดให้หมดไปจากสังคม
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ชาวบ้านเชียงรายเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
อาสาสมัครและวิศวกรทหารกำลังสร้างกำแพงกระสอบทรายขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด
ประเด็นสำคัญ
- คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
- เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
- โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ
คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
-
ข่าว - News3 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย


