ข่าว - News
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทยเปิดรับสมัครขอรับทุนการศึกษา
กรุงเทพฯ – มูลนิธิหอการค้าได้เปิดรับสมัครทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยประจำปี 2568 ในปีนี้มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาและเป็นจำนวน 100 ทุน…
กรุงเทพฯ – มูลนิธิหอการค้าได้เปิดรับสมัครทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยประจำปี 2568 ในปีนี้มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาและเป็นจำนวน 100 ทุน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทยให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการให้การสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแก่นักเรียนในทุนหอการค้าฯ แล้ว ทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าฯ ได้สร้างผลกระทบขยายโอกาสในด้านอาชีพ ในระหว่างการรับทุนการศึกษาของโครงการนี้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และค่ายที่หอการค้าอเมริกันในภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย หรือ AMCHAM Thailand เพื่อช่วยพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะในชีวิตของนักเรียน เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานและโอกาสในอาชีพ ศิษย์เก่านักเรียนทุนหอการค้าฯได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับสมาชิกหอการค้าฯ ประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยวและบริการ สาธารณสุขและการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม การศึกษาและทรัพยากรบุคคล รวมไปถึงบริษัทข้ามชาติและอื่น ๆ
ในทุนหอการค้าฯ มีนักเรียนในโครงการจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ “มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยไม่เคยทอดทิ้งนักเรียนทุน แม้หลังจากสำเร็จการศึกษาหรือจบโครงการทุนมูลนิธิฯแล้ว ก็ยังคงติดต่อให้คำแนะนำและดูแลพวกเราเสมอและเหมือนครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง” ณัฐภัทร “นิว”แก้วจำนงค์, ศิษย์เก่ามูลนิธิหอการค้าฯ ปีการศึกษา 2566-2567 “หากไม่มีค่ายเหล่านี้ ดิฉันคงไม่ได้มีโอกาสได้สร้างเครือข่ายจากเพื่อนๆนักเรียนทุนและสมาชิกหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย” นางสาวศิริลักษณ์ “ศิริ” บุญมางำ กล่าวเพิ่มเติม
เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยได้ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนมากกว่า 3,000 ทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นปริญญาตรีและช่วยพัฒนาสานฝันอาชีพของนักเรียน นิสิต นักศึกษาให้เป็นเป็นจริง
ทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยระดับอุดมศึกษาเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 มิถุนายน 2569 และระดับอาชีวศึกษาจนถึง 13 พฤษภาคม 2569 นิสิต นักศึกษาที่สมัครเข้ารับทุนต้องมีเงื่อนไข ดังต่อประนี้ เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางการเงิน และมีคะแนนการเรียนเฉลี่ย (GPAX) 2.8 และ คะแนนการเรียนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษ (English GPAX) 3.0 หรือ สูงกว่า (สำหรับผู้สมัครทุนระดับอุดมศึกษา) ต้องทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ 20 ชั่วโมงต่อ1 ปีการศึกษาและเข้าร่วมกิจกรรมค่ายปฐมนิเทศ และค่ายเตรียมความรู้สู่โลกทำงาน (Career Camp) สามารถสมัครทุนและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amchamthailand.com/amcham-scholarships/ เกี่ยวกับมูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย
มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (ATF) ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในปี 2547 และได้รับการรับรองจากกระทรวงการคลังว่าเป็นองค์กรการกุศลสาธารณะ (หมายเลข 632) เงินบริจาคที่บริจาคให้มูลนิธิหอการค้าฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายของโครงการโดยตรง โดยมีเจ้าหน้าที่และสมาชิกของหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM Thailand) ดำเนินการบริหาร ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมประการใด สามารถติดต่อ ไพลินสิริ กรเพชร เจ้าหน้าที่ประสานงานของมูลนิธิหอการค้าอเมริกัน ที่อีเมล foundation@amchamthailand.com
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
“หนงหลิน” เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ทายาทตระกูล “สำรุ่ยเนทอง” ตีฆ้องได้อย่างชำนาญ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชม
ข่าว - News
อุบัติเหตุสุดสยอง! อุบัติเหตุชนประสานงาอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 รายในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงใหม่ – เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขวัญขึ้นบนถนนสายแม่ทา-แม่ออน บริเวณบ้านผาตั้ง ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รถกระบะของพ่อค้าแม่ค้าได้เสียหลักชนประสานงากับรถเก๋งของพนักงานโรงงานอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 6 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กเล็กที่เดินทางมากับครอบครัวด้วย
เรื่องราวนี้ยิ่งน่าเศร้าและน่าตกใจมากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญ ผู้บาดเจ็บจากรถทั้งสองคันนั้น แท้จริงแล้วเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน พวกเขาล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านห้วยทราย อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างกำลังเดินทางในวันหยุด แต่กลับต้องมาประสบอุบัติเหตุด้วยกัน
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรงบนทางตรง: รถกระบะและรถเก๋งเกิดการชนประสานงากันอย่างจังบนถนนสายแม่ทา-แม่ออน ทำให้สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รวมเด็กเล็ก: ผู้โดยสารจากรถทั้งสองคันได้รับบาดเจ็บทั้งหมด โดยมี 3 รายที่อาการสาหัสและต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือ
- บังเอิญเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน: ความสลดใจคือผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งสองฝ่าย มาจากหมู่บ้านเดียวกันในจังหวัดเชียงใหม่โดยบังเอิญ
นาทีชีวิต! กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ชีพไปถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาพบรถเก๋งสีดำยี่ห้อโตโยต้า วีออส สภาพพังเสียหายอย่างหนัก ภายในรถมีผู้โดยสารติดอยู่หลายคน โดยเฉพาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าที่ถูกอัดติดอยู่กับเบาะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งประเมินสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด
ภาพที่สร้างความสะเทือนใจคือ ที่บริเวณเบาะหลังของรถเก๋ง มีชายคนหนึ่งนอนบาดเจ็บแต่ยังคงกอดเด็กชายเอาไว้แน่น ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยใช้เวลามากกว่า 20 นาทีในการทำงาน พวกเขาค่อยๆ นำร่างของผู้บาดเจ็บออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่ทาทันที
อุบัติเหตุบนทางตรง ตำรวจเร่งสืบสวนหาสาเหตุ
สำหรับรถยนต์คู่กรณีคือรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ซึ่งสภาพรถด้านหน้าพังยับเยินเช่นเดียวกัน ผู้ขับขี่คือนายแดง อายุ 62 ปี เป็นพ่อค้าที่ตลาดหนองดอก จังหวัดลำพูน ในวันเกิดเหตุ เขากำลังขับรถพาภรรยากลับบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะมาเกิดการชนอย่างรุนแรง
ส่วนผู้โดยสารในรถเก๋งนั้น เป็นพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน พวกเขากำลังพาครอบครัวไปเลือกซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าในช่วงวันหยุดพักผ่อน แต่เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรง รถทั้งสองคันได้พุ่งชนประสานงากันอย่างจัง
บทเรียนจากอุบัติเหตุ และความสำคัญของการขับขี่ปลอดภัย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นถนนทางตรง ที่ผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วค่อนข้างสูง ตำรวจจะทำการสอบสวนพยานและผู้บาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเหตุใดรถทั้งสองคันจึงชนประสานงากัน
อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถทุกคนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ว่าจะขับบนถนนทางตรงหรือทางโค้ง การลดความเร็วและมีสติอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ หากคุณต้องการอ่านรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ข่าว MGR Online ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับที่รายงานเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์ที่มีเด็กเล็กอยู่ในรถขณะเกิดอุบัติเหตุ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของอุปกรณ์ความปลอดภัย พ่อแม่และผู้ปกครองควรติดตั้งคาร์ซีท (Car Seat) สำหรับเด็กทุกครั้งที่เดินทาง การให้เด็กนั่งในที่นั่งนิรภัย จะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บได้มากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทุกคน ก็เป็นกฎความปลอดภัยที่ไม่ควรละเลย การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้คุณและครอบครัวเดินทางกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ความไม่ประมาทคือสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้รถใช้ถนนในทุกๆ วัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
โดรนไฮเทคบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต่อสู้กับไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าว - News
ผู้เดินทางควรระมัดระวังเมื่อข้ามพรมแดนเชียงราย-เมียนมาร์ที่ด่านตะชีเลิก
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท">เชียงราย – นายอำเภอแม่สายได้ออกโรงเตือนประชาชนคนไทยอย่างเร่งด่วน สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามแดนไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเน้นย้ำให้ทุกคนเคารพกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการถูกจับกุม
ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากเดินทางข้ามพรมแดน ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง และทำธุรกิจส่วนตัว แต่บางครั้งความไม่รู้กฎหมายก็อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ได้
ประเด็นสำคัญ
- ต้องเคารพกฎหมาย: นายอำเภอแม่สายเตือนคนไทยให้ระมัดระวังพฤติกรรมเสี่ยงเมื่อข้ามแดนไปเยือนท่าขี้เหล็ก
- ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามถ่ายภาพในพื้นที่หวงห้าม ละเมิดกฎจราจร เล่นการพนัน หรือยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายเด็ดขาด
- ช่องทางช่วยเหลือ: หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนฝั่งไทยทันที
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาวไทยทุกคน การเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีข้อควรระวังมากมายที่คุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
พฤติกรรมบางอย่างที่เรามองว่าเป็นเรื่องปกติในบ้านเรา อาจเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงในประเทศเมียนมา ตัวอย่างเช่น การเดินหลงเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม หรือการละเมิดกฎจราจรในท้องถิ่น
พฤติกรรมต้องห้ามในท่าขี้เหล็ก
สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของการถ่ายภาพ คุณต้องระมัดระวังและมีสติอย่างมาก ห้ามถ่ายภาพในสถานที่ราชการหรือพื้นที่หวงห้ามของเมียนมาอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้
นอกจากนี้ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือการเข้าไปเล่นการพนัน ก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ทำให้คนไทยหลายคนต้องตกระกำลำบาก เจ้าหน้าที่เมียนมามีความเข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก
ผลกระทบหากฝ่าฝืนกฎหมายเมียนมา
หากคุณเผลอทำผิดกฎหมายของเขา ผลที่ตามมานั้นอาจรุนแรงกว่าที่คุณคิด เจ้าหน้าที่เมียนมามีสิทธิ์ควบคุมตัวคุณเพื่อทำการสอบสวนเบื้องต้นได้ทันที
หลังจากนั้น คุณอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศเมียนมา ซึ่งกระบวนการต่างๆ จะมีความซับซ้อนและใช้เวลานานมาก การไปเที่ยวเพื่อความสนุกสนานอาจกลายเป็นฝันร้ายได้ในพริบตา
เอกสารสำคัญที่ต้องพกติดตัวเสมอ
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คุณควรพกเอกสารแสดงตัวตนให้ครบถ้วนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรผ่านแดน (Border Pass)
เอกสารเหล่านี้คือเครื่องยืนยันตัวตนที่ดีที่สุดเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาก็เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรรับฟังและทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน?
แม้เราจะระมัดระวังตัวดีแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป
ให้คุณตั้งสติและรีบประสานงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนทันที อ้างอิงจากรายงานของเว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ หน่วยงานราชการของไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่
ท่าขี้เหล็ก: แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ต้องระวัง
จังหวัดท่าขี้เหล็กเป็นเมืองชายแดนที่มีเสน่ห์ และดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยมาอย่างยาวนาน ที่นี่มีตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่นไปจนถึงของใช้ราคาประหยัด
แต่นอกจากความสนุกในการจับจ่ายใช้สอยแล้ว นักท่องเที่ยวต้องไม่ลืมว่าเรากำลังยืนอยู่บนแผ่นดินของประเทศอื่น การให้ความเคารพต่อสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
ก่อนที่คุณจะวางแผนเดินทางไปเยือนท่าขี้เหล็ก การศึกษาข้อมูลข่าวสารล่าสุดเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์ตามแนวชายแดนและกฎระเบียบต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อใด สามารถเดินเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดนฝั่งไทยก่อนข้ามไปได้เลย การป้องกันและเตรียมตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่าการต้องมาตามแก้ปัญหาในภายหลังอย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
UNIDO และ JICA ส่งทีมงานไปเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
กลุ่มภาคประชาสังคมเชียงรายผลักดันให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ของจีน
ข่าว - News
บทสรุปดราม่ารถไฟฟ้า BTS! นักเรียนอิตาลีขอโทษสาวไทย ยอมรับผิดและจ่ายค่าปรับตามกฎหมาย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ณ สน.สำเหร่ กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลได้เข้าพบเพื่อขอโทษคุณซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย หลังเกิดเหตุโต้เถียงกันบนรถไฟฟ้า BTS เพื่อปรับความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับกลุ่มผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย ในขณะที่ผู้เสียหายยินดีรับคำขอโทษและวอนสังคมไทยยุติการคุกคาม เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถศึกษาดูงานในไทยต่อไปได้ตามกำหนดการ
เรื่องราวความขัดแย้งบนรถไฟฟ้า BTS ได้จบลงด้วยดีแล้วในขณะนี้ เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนางสาวซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเยาวชนชาวอิตาลี การแจ้งความเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และสร้างความสนใจให้กับสังคมออนไลน์อย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่ ได้ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยเชิญเยาวชนชาวอิตาลี 5 คน และผู้ดูแลอีก 1 คน มาพูดคุยที่สถานีตำรวจ การเจรจาครั้งนี้มีล่ามแปลภาษาคอยช่วยเหลือ โดยทั้งหมดได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและนางสาวซูกัสเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.
ประเด็นสำคัญ
- การยอมรับผิดและขอโทษ: กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลรู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริง และได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายชาวไทยอย่างเป็นทางการ
- การจัดการทางกฎหมายที่ชัดเจน: เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับผู้ก่อเหตุในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า และข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อสาธารณะ
- การให้อภัยจากผู้เสียหาย: ครอบครัวผู้เสียหายรับคำขอโทษ และขอให้ชาวไทยหยุดโจมตี เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศึกษาดูงานต่อ
การเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจ
การพูดคุยที่สถานีตำรวจใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา กลุ่มนักเรียนและผู้ดูแลได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกเขากล่าวขอโทษนางสาวซูกัส และยอมรับว่าพฤติกรรมที่แสดงออกไปนั้นไม่เหมาะสมและขาดความยั้งคิด
ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยจนตกลงกันได้ และเลือกที่จะยุติข้อพิพาททั้งหมดด้วยความเข้าใจ พวกเขาตกลงที่จะไม่ติดใจเอาความ หรือดำเนินคดีใดๆ ต่อกันอีกในอนาคต นอกจากนี้ ทุกคนยังยินยอมที่จะลบภาพและคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ออกจากโทรศัพท์ และลบออกจากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดร่วมกัน
หนึ่งในผู้ดูแลของคณะนักเรียนอิตาลีกล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก เขายืนยันว่าทางกลุ่มมีความเคารพและชื่นชมต่อวัฒนธรรมไทยเสมอมา เหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับทุกคนในกลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
ผู้ดูแลยังเน้นย้ำว่าจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งลักษณะนี้ขึ้นอีก เขาและเด็กๆ ทั้ง 5 คนที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ รู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริงต่อการกระทำของตนเอง และพร้อมที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
การให้อภัยและบทสรุปทางกฎหมาย
ทางด้านนางสาวซูกัส ผู้เสียหาย กล่าวว่าเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความสำนึกผิดอย่างจริงใจของอีกฝ่าย เธอเชื่อว่าบุคคลที่กล้ายอมรับผิดและเอ่ยคำขอโทษ สมควรได้รับโอกาสในการแก้ไขตัวเองเสมอ
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะคนไทย เธอต้องการส่งข้อความว่า ผู้ที่มาเยือนประเทศไทยควรเคารพสิทธิและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นด้วย เมื่ออีกฝ่ายเข้าใจข้อนี้แล้ว เธอจึงยินดีที่จะจบเรื่องราวทั้งหมดลง
นายประพัทธ์ พ่อของนางสาวซูกัส กล่าวว่า ในระหว่างการพูดคุย เขาได้อธิบายให้กลุ่มนักเรียนเข้าใจถึงมารยาทอันดีงามและวัฒนธรรมของสังคมไทย เขาขอขอบคุณทุกกำลังใจจากชาวไทยที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ (สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thairath News)
นายประพัทธ์ยังฝากคำขอร้องถึงคนไทยทุกคน ว่าอย่าคุกคามหรือต่อว่ากลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้อีกต่อไป เพราะทุกคนได้สำนึกผิดแล้วอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พวกเขายังมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศไทยต่อไปอีกหลายวันตามกำหนดการเดิม
ในส่วนของการดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ดูหมิ่นซึ่งหน้า” แก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน พร้อมสั่งปรับเป็นเงินคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วกลาง ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
ข้อหาเพิ่มเติมคือ การกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล ทำให้ผู้ที่ชูนิ้วกลางถูกเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 2,000 บาท หลังจากการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสร็จสิ้น ทั้งสองฝ่ายก็จับมือและยุติเรื่องราวทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
เกิดเหตุการณ์ดราม่าสุดเดือดบนรถไฟฟ้า BTS! หญิงชาวไทยปะทะคารมอย่างดุเดือดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเรื่องเสียงดัง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี






