ฟุตบอล
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
เรอัล มาดริด จุดกระแสฮือฮาในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก หลังเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบขาดลอย 3-0 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันที่ 11 มีนาคม 2569 (2026) โดย เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัย สวมบทพระเอกเต็มตัว ซัดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรกเพียงคนเดียว ส่งให้ทัพ “ราชันชุดขาว” กุมความได้เปรียบก้อนโต ก่อนยกพลไปเล่นเลกสองที่เอติฮัด สเตเดี้ยม
เกมนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการชนกันของสองทีมระดับท็อปยุโรป ฝั่งเรอัล มาดริด ที่มี อัลบาโร อาร์เบโลอา คุมทีม (ตามข้อมูลล่าสุด) เล่นด้วยความดุดันและจบสกอร์เฉียบคม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เจองานหนักตลอด 90 นาที และกลายเป็นหนึ่งในคืนที่น่าผิดหวังที่สุดของฤดูกาลนี้ – รับชมไฮไลท์ได้ที่นี่

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 20: เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จาก เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ หลังรับบอลยาวแม่น ๆ จาก ติบอต์ กูร์กัวส์ ก่อนพาบอลหนีกองหลัง แล้วแตะหลบจานลุยจิ ดอนนารุมม่า จากนั้นยิงมุมแคบเข้าไป
- นาทีที่ 27: วัลเวร์เด้ บวกเพิ่มเป็น 2-0 จากจังหวะวิ่งฉีกแนวรับ รับบอลจาก วินิซิอุส จูเนียร์ แล้วซัดด้วยซ้ายข้ามดอนนารุมม่าเข้าไปอย่างสวยงาม
- นาทีที่ 42: วัลเวร์เด้ ปิดแฮตทริกแรกของตัวเองกับเรอัล มาดริด จากบอลชิพของ บราฮิม ดิอาซ เขาล็อบข้าม มาร์ค เกอี ก่อนวอลเลย์ด้วยขวาส่งบอลเข้าตาข่าย ทำให้จบครึ่งแรกที่สกอร์ 3-0
- ครึ่งหลัง: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามปรับเกมแล้ว แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คม เรอัล มาดริด ได้โอกาสหนีห่างจากจุดโทษ ทว่า วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงติดเซฟดอนนารุมม่า (นาที 57) สกอร์จึงไม่ขยับจนจบเกม
ภาพรวมทั้งนัด เรอัล มาดริด ครองเกมได้มากกว่า และสร้างโอกาสจะแจ้งหลายครั้ง ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดความเฉียบในพื้นที่สุดท้าย โดยเฉพาะ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่แทบไม่ได้จบแบบเน้น ๆ ตามถนัด

สถิติผู้เล่นและทีมเรอัล มาดริด
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีที่ลงเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ | กองกลาง | 3 | 0 | 90 | แฮตทริกแรกกับมาดริด |
| วินิซิอุส จูเนียร์ | ปีกซ้าย | 0 | 1 | 90 | ยิงจุดโทษไม่เข้า |
| บราฮิม ดิอาซ | กองกลางตัวรุก | 0 | 1 | 80 | แอสซิสต์ประตูที่ 3 |
| ติบอต์ กูร์กัวส์ | ผู้รักษาประตู | 0 | 1 | 90 | วางบอลยาวเป็นจุดเริ่มประตูแรก |
| จู๊ด เบลลิงแฮม | กองกลาง | 0 | 0 | 90 | คุมจังหวะกลางสนามได้ดี |
เรอัล มาดริด เล่นได้สมดุลทั้งรุกและรับ โดยแนวรับช่วยกันปิดพื้นที่ได้แน่น ทำให้ซิตี้หาจังหวะเข้าทำยากตลอดเกม
สถิติผู้เล่นและทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีที่ลงเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| เออร์ลิง ฮาลันด์ | กองหน้า | 0 | 0 | 90 | แทบไม่มีโอกาสจะแจ้ง |
| จานลุยจิ ดอนนารุมม่า | ผู้รักษาประตู | 0 | 0 | 90 | เซฟจุดโทษได้ |
| เควิน เดอ บรอยน์ | กองกลาง | 0 | 0 | 70 | ถูกเปลี่ยนตัวออก |
| มาร์ค เกอี | กองหลัง | 0 | 0 | 90 | โดนเล่นจังหวะล็อบในประตูที่ 3 |
| ฆูเลียน อัลวาเรซ | ปีก/กองหน้า | 0 | 0 | 60 | มีความพยายามแต่ไม่เกิดผล |
หลังแพ้ 0-3 ซิตี้ต้องหาทางปรับทีมครั้งใหญ่ในเลกสอง ถ้าหวังกลับมาให้ได้
วิเคราะห์หลังเกม
สกอร์นัดแรกทำให้เรอัล มาดริด ขยับเป็นทีมที่เข้าใกล้รอบต่อไปมากกว่าแบบชัดเจน เพราะรูปเกมและโอกาสยิงเข้าทางเจ้าถิ่นแทบทั้งหมด โดยค่า xG ก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด (ประมาณ 2.59 ต่อ 0.56) และที่สำคัญ วัลเวร์เด้ ไม่ได้เด่นแค่สามประตู เขายังเป็นแกนหลักของเกมเพรสซิงและการพาบอลขึ้นหน้าอีกด้วย
ฝั่งเป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องรีบหาคำตอบ ก่อนเลกสองวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่ต้องชนะ แต่ต้องชนะด้วยผลต่างเยอะ ซึ่งกดดันตั้งแต่นาทีแรก แฟนบอลแมนซิตี้ยังมีความหวัง แต่เส้นทางกลับมาครั้งนี้หนักกว่าที่คุ้นเคย
เรอัล มาดริด ย้ำภาพเดิมอีกครั้งว่า พวกเขายืนระยะในแชมเปียนส์ ลีก ได้เสมอ และพร้อมเดินหน้าต่อในศึก UCL
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
ฟุตบอล
ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
ลีดส์ ยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีก ที่คุมทีมโดย แดเนียล ฟาร์เก เปิดเอลแลนด์ โร้ด ไล่ต้อน นอริช ซิตี้ ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ 3-0 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026 ส่งให้ “ยูงขาว” ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003
เกมนี้น่าสนใจตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะฟาร์เกเคยคุมทัพนอริชมาก่อน อย่างไรก็ตาม ในสนามลีดส์ดูครบกว่า ทั้งคุณภาพเกมบุกที่จบสกอร์คม และเกมรับที่คุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาที 32: ฌอน ลองสตาฟฟ์ พาลีดส์ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะ กาเบรียล กุดมุนด์สัน ตั้งบอลให้ หลังรับต่อจาก วิลฟรีด กนอนโต้ ก่อนลองสตาฟฟ์วอลเลย์ส่งบอลเสียบตาข่าย เป็นประตูแรกของเขานับตั้งแต่เดือนกันยายน
- นาที 43: เจ้าบ้านหนีเป็น 2-0 เมื่อ กาเบรียล กุดมุนด์สัน ลากบอลเข้าเขตโทษแล้วกดจบสกอร์แบบเด็ดขาด ทำให้ลีดส์นำห่างก่อนหมดครึ่งแรก
- นาที 85: โยเอล ปีโร มายิงปิดกล่อง 3-0 จากการรับบอลในกรอบ ก่อนซัดมุมต่ำเข้าไปอย่างเฉียบคม ช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตและเข้ารอบแบบสบายๆ
นอกจากสามประตู ลีดส์ยังสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง โดยมีจังหวะของปีโรที่ยิงชนคาน และลูกยิงของ อนิส เบน สลิเมน ที่ไปชนกรอบประตู ขณะที่นอริชแทบหาโอกาสจะแจ้งไม่ได้ตลอด 90 นาที
สถิติเด่นของลีดส์ ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่าของลีดส์ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ประตูที่เสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 60% (อ้างอิงจากรายงาน) |
| ช็อตทั้งหมด | มากกว่า 15 |
| ช็อตตรงกรอบ | 8+ |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | หลายครั้ง (Lucas Perri เด่น) |
| ผู้ทำประตู | Longstaff (32′), Gudmundsson (43′), Piroe (85′) |
| ผู้เล่นที่ผลงานโดดเด่น | Gabriel Gudmundsson, Jaka Bijol (เกมรับ) |
ภาพรวมลีดส์เล่นเนียนตา ทั้งเกมรุกที่เข้าทำหลากหลาย และแนวรับที่ยืนตำแหน่งดี โดยมี จาคา บิโจล คุมหลังบ้านได้แข็งแกร่ง ส่วน ลูคัส เปร์รี ก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง
สถิติเด่นของนอริช ซิตี้
| รายการ | ค่าของนอริช |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 0 |
| ประตูที่เสีย | 3 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 40% |
| ช็อตทั้งหมด | น้อยกว่า 5 |
| ช็อตตรงกรอบ | 1-2 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | หลายครั้ง แต่เอาไม่อยู่ |
| ใบแดง | ไม่มี |
| ผู้เล่นที่พอเด่น | Liam Gibbs (พยายามทำเกม) |
ฝั่งนอริชวางแผนรับลึกแล้วรอสวนกลับ แต่ต่อบอลขึ้นหน้าต่อเนื่องไม่ได้ และเจาะแนวรับลีดส์ไม่เข้า สุดท้ายจึงแพ้ขาดและต้องยุติเส้นทางในเอฟเอ คัพ ไว้เพียงรอบนี้
บรรยากาศในสนามและคำพูดหลังเกม
เอลแลนด์ โร้ดคึกคักจากแฟนบอลกว่า 36,000 คนที่ส่งเสียงเชียร์ตลอดเกม แม้ฟาร์เกจะติดโทษแบนและต้องชมจากอัฒจันทร์ แต่หลังจบเกมเขาแสดงความยินดีกับลูกทีม พร้อมพูดว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้ผ่านเข้ารอบ และความฝันยังไปต่อ” ส่วนปีโรที่ยิงปิดท้ายก็ย้ำว่า “ดีใจมากที่ทำประตูได้และช่วยทีมคว้าชัย”
ชัยชนะ 3-0 นัดนี้ทำให้ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี และเป็นอีกก้าวสำคัญของทีมในยุคฟาร์เก ที่ยังอยากไปให้ไกลกว่านี้ในถ้วยรายการนี้
สำหรับรอบก่อนรองชนะเลิศ จะมีการจับสลากในวันจันทร์ ซึ่งแฟนบอลลีดส์กำลังรอลุ้นคู่แข่งรายต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ข่าวกีฬายอดนิยม
เชลซีเอาชนะเร็กซ์แฮม 4-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ
ฟุตบอล
เชลซีเอาชนะเร็กซ์แฮม 4-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ
เชลซีจากพรีเมียร์ลีกเจองานหนักเกินคาดในการไปเยือน Wrexham จากแชมเปี้ยนชิพ เกมนี้เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งพลิกไปพลิกมา และมีจังหวะให้ลุ้นแทบทุกช่วง สุดท้ายทีมเยือนอาศัยคุณภาพและความนิ่งในช่วงต่อเวลา บุกชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
ด้าน Wrexham ที่มีเจ้าของเป็นคนดังอย่าง Ryan Reynolds และ Rob McElhenney สร้างกระแสไปทั่วโลก และเกือบทำเซอร์ไพรส์ใหญ่ในเอฟเอคัพให้ได้แล้ว แต่เชลซีภายใต้การคุมทีมของ Liam Rosenior ยังยืนระยะได้ดี โดยเฉพาะการแก้เกมและพลังจากตัวสำรอง

เหตุการณ์สำคัญในเกม – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาทีที่ 18: Wrexham ออกนำ 1-0 จาก Sam Smith ที่วิ่งสอดไปรับบอลยาวของ Callum Doyle ก่อนยิงผ่าน Robert Sanchez แบบคมกริบ
- นาทีที่ 40: เชลซีกลับมาเป็น 1-1 จากจังหวะลูกตั้งเตะที่ทำให้ Arthur Okonkwo ทำเข้าประตูตัวเอง
- นาทีที่ 78: เจ้าถิ่นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ Callum Doyle เข้าทำจากจังหวะเตะมุมได้อย่างเฉียบขาด
- นาทีที่ 80+: George Dobson โดนใบแดง ทำให้ Wrexham เหลือ 10 คน และเกมเปลี่ยนทันที
- นาทีที่ 82: Josh Acheampong ซัดไกลสุดสวยให้เชลซีตามตีเสมอ 2-2 พาทีมกลับมาอยู่ในเกมอีกครั้ง
- นาทีที่ 96 (ต่อเวลาพิเศษ): Alejandro Garnacho ยิงให้เชลซีนำ 3-2 จากจังหวะเข้าทำระยะเผาขน หลัง Dario Essugo แทงทะลุแนวรับให้แบบได้ลุ้นเต็มๆ
- นาทีที่ 125 (ต่อเวลาพิเศษ): João Pedro ปิดกล่องเป็น 4-2 ด้วยการยิงมุมแคบอย่างเยือกเย็น การันตีตั๋วรอบ 8 ทีม
แม้ Wrexham จะโดนนำช่วงต่อเวลา แต่ภาพรวมต้องให้เครดิตเรื่องหัวใจและวินัย เพราะพวกเขานำก่อนถึงสองครั้ง และยังสู้แม้เหลือผู้เล่นน้อยกว่า นอกจากนี้ยังมีดราม่า VAR ในช่วงต่อเวลาที่ริบประตูของ Lewis Brunt เนื่องจากล้ำหน้าแบบเฉียดมาก

สรุปสกอร์และรายชื่อผู้ทำประตู
Wrexham (2 ประตู)
- Sam Smith (น.18)
- Callum Doyle (น.78)
Chelsea (4 ประตู)
- Arthur Okonkwo (เข้าประตูตัวเอง, น.40)
- Josh Acheampong (น.82)
- Alejandro Garnacho (น.96)
- João Pedro (น.125)

ตารางคะแนนนักเตะเด่น เชลซี (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Robert Sanchez | GK | 120 | – | – | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยประคองทีม |
| Josh Acheampong | DF | 120 | 1 | – | ยิงตีเสมอ 2-2 เปลี่ยนโมเมนตัม |
| Alejandro Garnacho | FW | 120 | 1 | – | ยิงประตูขึ้นนำในช่วงต่อเวลา |
| João Pedro | FW | 120 | 1 | – | จบสกอร์ประตูที่ 4 แบบเด็ดขาด |
| Dario Essugo (สำรอง) | MF | 60+ | – | 2 | ลงมาแล้วทำเกมทันที แอสซิสต์สองลูก |
| Liam Rosenior | ผู้จัดการทีม | – | – | – | ปรับเกมและเปลี่ยนตัวได้ผล |
(หมายเหตุ: เป็นสรุปจากผู้เล่นเด่นและเหตุการณ์หลักในเกม)
ตารางคะแนนนักเตะเด่น Wrexham (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Arthur Okonkwo | GK | 120 | – | – | แม้มีจังหวะทำเข้าประตูตัวเอง แต่ยังเซฟหลายครั้ง |
| Sam Smith | FW | 90+ | 1 | – | จบสกอร์เปิดเกมให้เจ้าถิ่นนำ |
| Callum Doyle | DF | 120 | 1 | 1 | ทำประตูนำครั้งที่สอง และมีส่วนร่วมกับเกมรุก |
| George Dobson | MF | 80 | – | – | ใบแดงช่วงท้าย ส่งผลหนักต่อรูปเกม |
| Lewis Brunt (สำรอง) | DF | 30+ | – | – | มีจังหวะทำประตูแต่โดน VAR ยกเลิก |
ถึงจะแพ้ Wrexham ก็ยังได้เสียงชื่นชมไม่น้อยจากแฟนบอลและสื่อ เพราะเกมนี้สนุก เข้มข้น และมีครบทั้งความผิดพลาด ความกล้า และความหวัง แบบที่แฟนบอลชอบในฟุตบอลถ้วย
หลังจากนี้ เชลซีรอพบคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป ส่วน Wrexham กลับไปโฟกัสเป้าหมายหลักคือการลุ้นเลื่อนชั้นในลีกตามเดิม
ข่าวกีฬายอดนิยม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแน่นในรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ นัดที่สอง ด้วยการเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับอาร์เซนอล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
ชมไฮไลท์การแข่งขัน
เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จัดทัพ “เรือใบสีฟ้า” ลงเล่นแบบไม่ผ่อน หลังจากนัดแรกบุกชนะ 2-0 ที่สเต เจมส์ พาร์ค ซิตี้ยังเดินเกมรุกตั้งแต่ต้น และปิดงานได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนคุมสถานการณ์จนจบเกม

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 7: โอมา มาร์มูช (Omar Marmoush) ยิงให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ด้วยจังหวะจบสกอร์เฉียบคม
- นาทีที่ 29: มาร์มูช กดประตูที่สองของตัวเอง พาทีมหนีเป็น 2-0
- นาทีที่ 32: ติจจานี เรย์นเดอร์ส (Tijjani Reijnders) เติมขึ้นมายิงปิดท้ายครึ่งแรกเป็น 3-0 หลังเจาะแนวรับทีมเยือนสำเร็จ
- นาทีที่ 62: แอนโธนี เอลังกา (Anthony Elanga) ยิงตีไข่แตกให้ นิวคาสเซิล ไล่มา 3-1 แต่ไม่ทันเปลี่ยนเกม
ภาพรวมครึ่งแรก ซิตี้คุมเกมได้ชัด ทั้งการครองบอลและจำนวนโอกาสเข้าทำ ขณะที่นิวคาสเซิลพยายามเร่งในครึ่งหลังและหาจังหวะโต้กลับ อย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังยืนระยะได้ดีและไม่เปิดช่องมากนัก ชัยชนะนัดนี้ทำให้กวาร์ดิโอลาเข้าใกล้แชมป์คาราบาว คัพ สมัยที่ 5 และเตรียมดวลอาร์เซนอลในนัดชิงที่เวมบลีย์

สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ผู้ทำประตู | Omar Marmoush (7′, 29′), Tijjani Reijnders (32′) |
| การครองบอล | 65% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | 8 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 2-3 |
แนวรุกของซิตี้ทำงานได้ครบ โดยเฉพาะมาร์มูชที่ร้อนแรงและกดดันแนวรับนิวคาสเซิลตลอดเกม

สถิติทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ผู้ทำประตู | Anthony Elanga (62′) |
| การครองบอล | 35% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 7-9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ต่ำกว่า |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 5+ |
ทีมของเอ็ดดี้ โฮว์ สู้เต็มที่ แต่พอเสียประตูเร็ว เกมรับต้องถอยและเปิดพื้นที่มากขึ้น จึงโดนลงโทษต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก แม้เอลังกาจะยิงได้หนึ่งประตูในครึ่งหลัง แต่สกอร์รวมยังห่างเกินกว่าจะกลับมาได้
วิเคราะห์หลังเกม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ย้ำภาพทีมที่เล่นถ้วยนี้ได้มั่นใจ เกมรุกที่จบคมในครึ่งแรกทำให้รูปเกมชัดตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจบเกม กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องการคว้าแชมป์ทุกใบ และการเจออาร์เซนอลในนัดชิงจะเป็นการทดสอบที่ดีมาก”
ด้านนิวคาสเซิลต้องยุติเส้นทางป้องกันแชมป์คาราบาว คัพ ลงอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขายังมีภารกิจในพรีเมียร์ลีกและรายการอื่นให้ลุ้นต่อ
ค่ำคืนนี้จึงเป็นอีกเกมที่แฟนแมนเชสเตอร์ ซิตี้จดจำได้ไม่ยาก เพราะทีมเล่นได้ลงตัว และกลับไปยืนบนเวทีรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoคริสตจักรแมนมิน เชียงราย ครบรอบ 15 ปี จัดนมัสการพิเศษ พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรม
ข่าวระดับชาติ - National6 days agoเหตุการณ์สุดช็อกในพัทยา! หญิงข้ามเพศเปลือยกายสองคนไล่ตามนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoปริมาณสำรองเชื้อเพลิงของเชียงรายมีเพียงพอต่อความต้องการ
สุขภาพและการแพทย์6 days agoผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก






