ฟุตบอล
เวสต์แฮม vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ประตูของเชโก้ทำให้สถิติชนะรวดของคาร์ริคต้องหยุดลง
ลอนดอน สเตเดี้ยม – ศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 จบลงแบบเจ็บปวดสำหรับเจ้าถิ่น เมื่อเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ทั้งที่นำอยู่เกือบทั้งครึ่งหลัง โทมัส โซเช็คโขกให้ขุนค้อนขึ้นนำ แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+6 เบนจามิน เซสโก้ ตัวสำรองของทีมเยือน ซัดตีเสมอพาปีศาจแดงรอดพ้นความพ่ายแพ้ไปได้
เกมนี้บรรยากาศในสนามเดือดตั้งแต่เริ่ม เวสต์แฮมต้องการแต้มเพื่อหนีโซนอันตราย ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของไมเคิล คาร์ริค กำลังมั่นใจ หวังเดินหน้าต่อด้วยผลงานที่ดีต่อเนื่อง – ชมไฮไลท์

ครึ่งแรก: เปิดเกมแลกกัน แต่ยังไม่คมพอ
เริ่มเกมมา ทั้งสองทีมเล่นเร็วและกล้าเข้าทำ เวสต์แฮมอาศัยเสียงเชียร์ในบ้าน เดินหน้ากดดันผ่านจารอด โบเว่น และคริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ที่พยายามหาช่องเข้าพื้นที่อันตรายหลายครั้ง แต่แนวรับแมนยูยังยืนตำแหน่งแน่น ปิดทางจบสกอร์ได้ดี
ฝั่งผู้มาเยือนก็มีจังหวะโต้กลับและลูกนิ่งให้ลุ้นเหมือนกัน จอชัว เซอร์กซี กับคาเซมิโร่ช่วยกันคุมจังหวะแดนกลาง ทำให้เกมไม่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม โอกาสจะแจ้งยังไม่มากพอจะเปลี่ยนเป็นประตู จบครึ่งแรกเสมอ 0-0

ครึ่งหลัง: โซเช็คพาเฮก่อน แต่เซสโก้ยิงดับฝันเจ้าถิ่น
กลับมาครึ่งหลังได้ไม่นาน เวสต์แฮมมาได้ประตูขึ้นนำ นาทีที่ 50 โจชัว เซอร์กซีเปิดบอลจากริมเส้นไปถึงโทมัส โซเช็ค ก่อนเจ้าตัวโหม่งเข้าเสาแรกอย่างเฉียบขาด สกอร์ขยับเป็น 1-0 เรียกเสียงเฮลั่นลอนดอน สเตเดี้ยม และยังเป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญในสถิติการยิงของมิดฟิลด์ชาวเช็กในพรีเมียร์ลีก
หลังจากนำแล้ว เวสต์แฮมเลือกถอยลงมาตั้งรับให้แน่น เน้นปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ และรอจังหวะสวนกลับ แมนยูครองบอลมากกว่า (ราว 65%) แต่จังหวะเข้าทำยังติด ๆ ขัด ๆ ไมเคิล คาร์ริคแก้เกมช่วงท้าย ส่งเบนจามิน เซสโก้ลงมาเพิ่มความอันตรายในแดนหน้า
ความกดดันสะสมเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเป็นประตูในช่วงสุดท้าย นาทีที่ 90+6 เซสโก้ได้บอลจากจังหวะเปิดเข้ามาของเพื่อนร่วมทีม แล้ววอลเลย์เน้น ๆ ส่งบอลพุ่งเสียบเสาไกลแบบหมดจด เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ที่ทำให้แมนยูได้แต้มสำคัญกลับออกไป และยังไม่แพ้ต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค

สรุปเกม: ขุนค้อนช้ำใจ ปีศาจแดงได้หายใจโล่งขึ้น
ผลเสมอนัดนี้ทำให้เวสต์แฮมยังต้องลุ้นหนักในกลุ่มหนีตกชั้น เพราะแต้มที่ควรได้ 3 คะแนนหลุดมือไปในวินาทีสุดท้าย ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเกาะกลุ่มบนของตารางได้ต่อ แม้จะพลาดโอกาสเก็บชัยชนะเพื่อทำแต้มทิ้งห่าง
หลังเกม นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ กุนซือเวสต์แฮมพูดแบบตรงไปตรงมาว่า “เราน่าจะได้ 3 แต้ม แต่ฟุตบอลมันโหด ประตูช่วงทดเจ็บแบบนี้มันเจ็บจริง ๆ”
ส่วนไมเคิล คาร์ริคยกเครดิตให้ผู้ทำประตูว่า “มันเป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม เซสโก้ช่วยทีมไว้ได้”
รายชื่อผู้เล่นเวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ตัวจริงและตัวเปลี่ยนหลัก)
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| GK | ฮิวมานน์ | |
| DF | แอรอน วาน-บิสซาก้า | |
| DF | แอ็กเซล ดิสาสี | |
| DF | คอนสแตนติโนส มาฟโรปานอส | |
| DF | ดิอุฟ | เปลี่ยนออก น.79 (สการ์เลส) |
| MF | โทมัส โซเช็ค | ทำประตู น.50 |
| MF | เอแดร์สัน | |
| FW | จารอด โบเว่น | แอสซิสต์ |
| FW | คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ | |
| FW | อื่น ๆ |
(หมายเหตุ: ตารางนี้สรุปผู้เล่นหลักจากรายงานการแข่งขัน)
รายชื่อผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและตัวเปลี่ยนหลัก)
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| GK | เซนเน่ ลัมเมนส์ | |
| DF | ดิโอโก้ ดาโลต์ | ได้ใบเหลือง |
| DF | ลูก้า ดิสาสี | |
| DF | แฮร์รี่ แม็กไกวร์ | |
| MF | คาเซมิโร่ | |
| MF | ค็อบบี้ ไมนู | |
| MF | เบรียน เอ็มเบวโม | แอสซิสต์ |
| FW | จอชัว เซอร์กซี | |
| FW | เบนจามิน เซสโก้ | ทำประตู น.90+6 (ตัวสำรอง) |
| FW | อื่น ๆ |
(หมายเหตุ: เซสโก้ลงมาจากม้านั่งสำรองและเปลี่ยนรูปเกมช่วงท้าย)
บทสรุปและสิ่งที่ต้องจับตา
เกมนี้สะท้อนชัดว่าเวสต์แฮมยังมีปัญหาเรื่องการปิดเกม เมื่อขึ้นนำแล้วแต่รักษาสกอร์ไม่ได้จนจบ ส่วนแมนยูยังมีจุดเด่นเรื่องความพยายาม และไม่ยอมปล่อยเกมหลุดมือแม้เหลือเวลาไม่กี่นาที นัดถัดไป ขุนค้อนต้องรีบเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุด ขณะที่ปีศาจแดงยังเดินหน้าลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกแซงลิเวอร์พูล 2-1 พรีเมียร์ลีก, ดราม่าท้ายเกมที่แอนฟิลด์
ฟุตบอล
เบรนท์ฟอร์ด เสมอ อาร์เซนอล 1-1 อาร์เซนอลเสียแต้มในเส้นทางลุ้นแชมป์
เบรนท์ฟอร์ดโชว์ความแข็งแกร่งในบ้าน แบ่งแต้มกับจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในเกมล่าสุด คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนาม Gtech Community Stadium ส่งผลให้อาร์เซนอลนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 4 แต้ม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์เกมแบบจังหวะต่อจังหวะ
เกมนี้ใส่กันตลอด 90 นาที เบรนท์ฟอร์ดของโธมัส แฟรงค์ เล่นดุดันตามสไตล์ เน้นความแน่นและอาวุธลูกตั้งเตะ ส่วนอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า ครองบอลได้มากกว่า แต่จบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร
ครึ่งแรกยังไม่มีประตู อาร์เซนอลมีลุ้นจากลูกนิ่งหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับเจ้าถิ่น ขณะเดียวกัน เบรนท์ฟอร์ดยืนตำแหน่งกันดี แล้วคอยสวนกลับเมื่อมีช่อง
กลับมาครึ่งหลัง อาร์เซนอลเร่งเกมบุกชัดเจน และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 61 เมื่อ Noni Madueke โหม่งจากลูกครอสเข้าเขตโทษ ส่งทีมเยือนนำ 1-0 ประตูนี้ช่วยให้เกมของกันเนอร์ไหลลื่นขึ้น เพราะเป็นโอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของพวกเขาในนัดนี้
อย่างไรก็ตาม เบรนท์ฟอร์ดไม่ถอย และใช้ทีเด็ดเดิมตอบโต้ได้ทันที นาทีที่ 71 Keane Lewis-Potter โหม่งตีเสมอ 1-1 จากจังหวะ long throw ของ Michael Kayode ที่ทำให้กรอบเขตโทษชุลมุน นี่คือรูปแบบที่เบรนท์ฟอร์ดทำได้อันตรายเสมอ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมใหญ่

ช่วงท้ายเกมต่างฝ่ายต่างเปิดหน้าแลก อาร์เซนอลเกือบได้ประตูชัยจาก Gabriel Martinelli ที่หลุดไปยิงตัวต่อตัว แต่ Caoimhín Kelleher เซฟสำคัญช่วยทีมไว้ได้ ด้านเบรนท์ฟอร์ดก็มีโอกาสปิดเกมเหมือนกัน เมื่อ Igor Thiago ได้จังหวะจบสกอร์ แต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
ผลเสมอนี้ทำให้อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์ ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดได้แต้มล้ำค่าในบ้าน และย้ำชัดว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้
หลังเกม มิเกล อาร์เตต้า พูดถึงความผิดหวังว่า “เราเสียแต้มที่น่าผิดหวัง แต่เรายังควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องกลับไปโฟกัสเกมต่อไป” ส่วน โธมัส แฟรงค์ ชมทีมของเขาว่า “นี่คือจุดแข็งของเรา เราสู้ไม่ถอยแม้เจอจ่าฝูง”

ตารางคะแนนเบรนท์ฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 7 | Brentford | 25 | 12 | 3 | 10 | – | – | 39 |
(เบรนท์ฟอร์ดรั้งอันดับ 7 ฟอร์มในบ้านแข็ง และมักทำให้ทีมใหญ่เจองานหนัก)
ผู้เล่นตัวหลักของเบรนท์ฟอร์ด (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | Caoimhín Kelleher | 1 | ไอร์แลนด์ | 27 | นายทวารมือหนึ่ง, เซฟสำคัญหลายจังหวะ |
| DF | Aaron Hickey | 2 | สกอตแลนด์ | 23 | แบ็คขวาแข็งแกร่ง |
| DF | Rico Henry | 3 | อังกฤษ | 28 | แบ็คซ้ายตัวหลัก |
| DF | Ethan Pinnock | 5 | อังกฤษ | 32 | เซ็นเตอร์แบ็คมากประสบการณ์ |
| DF | Sepp van den Berg | 4 | เนเธอร์แลนด์ | 24 | เซ็นเตอร์แบ็คหน้าใหม่ |
| MF | Jordan Henderson | 6 | อังกฤษ | – | แกนหลักแดนกลาง, กัปตันทีม |
| FW | Keane Lewis-Potter | – | อังกฤษ | – | ทำประตูตีเสมอเกมนี้ |
| FW | Kevin Schade | 7 | เยอรมนี | – | ปีกความเร็วสูง |
ตารางคะแนนอาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 25 | – | – | – | – | – | – |
(อาร์เซนอลยังนำเป็นจ่าฝูง แต่ระยะห่างลดเหลือ 4 แต้มจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจบเกมนี้)
ผู้เล่นตัวหลักของอาร์เซนอล (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | David Raya | 1 | สเปน | 30 | นายทวารตัวจริง |
| DF | William Saliba | 2 | ฝรั่งเศส | – | เซ็นเตอร์แบ็คตัวหลัก |
| DF | Gabriel | 6 | บราซิล | – | ยืนคุมแนวรับร่วมกับซาลีบา |
| DF | Ben White | 4 | อังกฤษ | – | เล่นได้หลายบทบาทในแนวรับ |
| MF | Martin Ødegaard | 8 | นอร์เวย์ | – | กัปตันทีม, ตัวทำเกม |
| FW | Bukayo Saka | 7 | อังกฤษ | – | ปีกขวาคนสำคัญ (อาจบาดเจ็บบางเกม) |
| FW | Gabriel Martinelli | 11 | บราซิล | 24 | พลาดโอกาสสำคัญช่วงท้าย |
| FW | Noni Madueke | – | อังกฤษ | – | โหม่งประตูนำ นาทีที่ 61 |
โดยรวมแล้ว เกมนี้สะท้อนความโหดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ชัด ต่อให้เป็นทีมอันดับ 1 ก็พลาดแต้มได้ทุกนัด โดยเฉพาะเมื่อเจอเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นเป็นระบบ และอันตรายมากจากลูกตั้งเตะ
ฝั่งอาร์เซนอลน่าจะเสียดาย เพราะมีจังหวะปิดเกมแต่ทำไม่ได้ ส่วนแฟนเบรนท์ฟอร์ดมีเหตุผลให้ภูมิใจ เพราะทีมสู้ถึงที่สุด และเก็บแต้มสำคัญได้อีกครั้ง ต่อจากนี้ทั้งสองทีมต้องรีบปรับให้ไว เพื่อเดินหน้าลุ้นเป้าหมายของตัวเองในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
ฟุตบอล
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
แอตเลติโก มาดริด ทำแฟนบอลทั้งสเปนตะลึง หลังไล่ถล่ม บาร์เซโลนา 4-0 ในศึกโคปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเมโทรโปลิตาโน่ (ริยาด แอร์ เมโทรโปลิตาโน่) ภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่พาลูกทีมเล่นเกมสวนกลับได้คมกริบ และจบสกอร์ได้แบบไม่ไว้หน้า
แอตเลติโก มาดริด พบกับ บาร์เซโลนา – ชมไฮไลท์
อีกด้านหนึ่ง บาร์เซโลนาของ ฮันซี่ ฟลิค ซึ่งกำลังนำเป็นจ่าฝูงลาลีกา เจอคืนที่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่โดนไปถึง 4 ประตู ทำให้นัดสองที่สปอติฟาย คัมป์ นู กลายเป็นงานหนักสุด ๆ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะ

ไฮไลต์เกม: ครึ่งแรกยิงกระจาย ครึ่งหลังคุมจังหวะจบงาน
เกมเปิดฉากได้ไม่นาน บาร์เซโลนาเสียหายจากความผิดพลาดของแนวรับ นาทีที่ 6 เอริค การ์เซีย พยายามคืนหลังให้ผู้รักษาประตู แต่บอลไหลผ่าน ฌอน การ์เซีย ที่ออกมาตัดสินใจพลาด สุดท้ายกลายเป็นประตูเข้าประตูตัวเอง ส่งให้แอตเลติโกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม
จากนั้นแค่ 8 นาที นาทีที่ 14 อันโตนี่ กรีซมันน์ อดีตผู้เล่นบาร์ซ่า รับบอลจากแดนกลางแล้วลากเข้าเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายแบบเฉียบขาดเป็น 2-0 และเจ้าตัวก็ฉลองใส่อดีตทีมแบบสะใจ
เจ้าบ้านยังเดินเกมได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 33 แอตเลติโกสวนกลับเร็วจากแดนหลัง บอลไปถึง จูเลียน อัลวาเรซ ก่อนต่อให้ อเดโมลา ลุคแมน จับแล้วซัดไม่พลาด หนีเป็น 3-0

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 จูเลียน อัลวาเรซ จัดให้แฟนบอลทั้งสนามลุกฮือ ด้วยการยิงไกลนอกกรอบด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม จบครึ่งแรกที่ 4-0
ครึ่งหลัง บาร์เซโลนาพยายามเร่งเกมเพื่อเอาประตูคืน อย่างไรก็ตาม แอตเลติโกยืนตำแหน่งแน่น และปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้โอกาสจบแบบจะแจ้งแทบไม่มา แม้ฟลิคส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ลามีน ยามาล ลงมาเพิ่มมิติเกมรุก แต่ก็ยังเจาะไม่เข้า สุดท้ายจบเกมด้วยชัยชนะขาดลอยของแอตเลติโก 4-0

สถิติทีมแอตเลติโก มาดริด
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 4 |
| ประตูเสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 48% |
| ช็อตทั้งหมด | 12 (เข้ากรอบ 6) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| ผู้ทำประตู | Eric Garcia (OG), Griezmann, Lookman, Alvarez |
| ผู้เล่นเด่น | Griezmann, Alvarez, Lookman |
ภาพรวมแล้ว แอตเลติโกยังคงเป็นทีมสไตล์ซิเมโอเน่ที่แฟนบอลคุ้นตา พวกเขารับให้แน่น แล้วสวนกลับเร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือแนวรุก 4 คนอย่าง Griezmann, Alvarez, Lookman และ Giuliano Simeone ช่วยกดดันแนวรับบาร์ซ่าจนเล่นเกมไลน์สูงได้ไม่ถนัด
สถิติทีมบาร์เซโลนา
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 0 |
| ประตูเสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 52% |
| ช็อตทั้งหมด | 8 (เข้ากรอบ 2) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ปานกลาง |
| โอกาสสำคัญ | น้อยมาก |
| ผู้เล่นเด่น | ยังไม่มีใครเด่นชัด |
ฝั่งบาร์เซโลนามีปัญหาชัดในแนวรับ โดยเฉพาะจังหวะเสียบอลและการยืนสูงที่โดนสวนกลับทันที นอกจากนี้ เกมรุกก็ขาดความเฉียบคม พอเสียประตูเร็ว ความมั่นใจก็ยิ่งหาย ทำให้รูปเกมยิ่งเข้าทางเจ้าบ้าน
ซิเมโอเน่ ชนะฟลิคแบบขาด ๆ ในเกมแท็กติก
หลังเกม ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ พูดประมาณว่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทีมเล่นด้วยพลังและความตั้งใจเต็มที่ และพร้อมสำหรับนัดสอง ส่วน ฮันซี่ ฟลิค ยอมรับว่านี่คือคืนที่แย่มาก เพราะทีมเสียประตูเร็วเกินไป แล้วแก้เกมกลับมาไม่ได้ เขายังขอโทษแฟนบอล และยืนยันว่าจะสู้ต่อในบ้าน
สำหรับนัดที่สอง จะเตะวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สปอติฟาย คัมป์ นู ซึ่งบาร์เซโลนาต้องยิงอย่างน้อย 4 ลูกและห้ามเสียประตู เพื่อมีโอกาสกลับมาเข้ารอบ และถ้าโดนสวนเสียเพิ่ม งานจะยากขึ้นไปอีก
ผลสกอร์นัดแรกทำให้แอตเลติโก มาดริด ขยับเข้าใกล้รอบชิงชนะเลิศมากขึ้น โดยทีมที่ผ่านเข้าชิงจะต้องไปเจอกับผู้ชนะระหว่าง เรอัล โซเซียดาด หรือ แอธเลติก บิลเบา ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
ฟุตบอล
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
ค่ำคืนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมเหมือนจะเป็นของเชลซีเต็มๆ ทีมของ ลิอัม โรเซนิเออร์ เกือบคว้าชัยในลีกเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และมีโอกาสขยับขึ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ด้วย แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในครึ่งหลัง เมื่อลีดส์ ยูไนเต็ดที่กำลังมั่นใจ ไล่จากตาม 0-2 กลับมาเสมอ 2-2 ทำให้ “สิงห์บลู” ทำแต้มหล่นแบบน่าเสียดาย
เชลซีออกสตาร์ตได้ดี ครองบอลมากกว่าและเจาะได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 24 โคล พาลเมอร์ แทงทะลุช่องให้ โจเอา เปดรู หลุดเดี่ยว ก่อนยกบอลข้ามหัวคาร์ล ดาร์โลว์เข้าไปอย่างเหนือชั้น เจ้าถิ่นนำ 1-0 แบบสมเหตุสมผล – ชมไฮไลท์
จบครึ่งแรก เชลซีดูคุมเกมได้ชัด ลีดส์แทบไม่ค่อยมีจังหวะจบสกอร์ใส่โรเบิร์ต ซานเชซ

ครึ่งหลังเชลซีมาได้เพิ่ม นาทีที่ 58 ผู้ตัดสินให้จุดโทษหลังเปดรูโดน แจกา บิโจล เบียดล้มในเขตโทษ พาลเมอร์รับหน้าที่สังหาร ยิงเรียดไปมุมขวาล่างไม่พลาด สกอร์เป็น 2-0 บรรยากาศในสนามเหมือนชัยชนะกำลังอยู่แค่เอื้อม
แต่ลีดส์ไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 67 ทีมเยือนได้จุดโทษคืน เมื่อ โมอิเซส ไกเซโด ไปทำฟาวล์ เจย์เดน โบเกิล ในกรอบเขตโทษ ลุคัส นเมชา ยิงเข้ามุมซ้ายอย่างเฉียบคม ไล่มา 2-1
จากนั้นอีก 6 นาที เกมก็กลับมาเท่ากัน นาทีที่ 73 แนวรับเชลซีมีพลาดจังหวะสำคัญ เปิดทางให้ โนอาห์ โอกาฟอร์ ตัวสำรองของลีดส์ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเป็น 2-2 ทำเอาสแตมฟอร์ด บริดจ์เงียบลงทันที ขณะที่แฟนทีมเยือนฉลองกันสุดเสียง

ท้ายเกมเชลซีเร่งหาประตูชัย ช่วงทดเจ็บ โจเรล ฮาโต้ เปิดบอลโค้งให้เปดรูโหม่ง แต่บอลชนคานเต็มๆ ต่อด้วยโอกาสทองของพาลเมอร์จากจังหวะเปิดต่ำเข้ามาหน้าประตู เขายิงข้ามคานจากระยะใกล้มากแบบไม่น่าเชื่อ กลายเป็นช็อตที่แฟนบอลพูดถึงกันทั้งเกม
หลังจบเกม ลิอัม โรเซนิเออร์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราน่าเก็บชัยชนะได้ เราเริ่มเกมดีมาก แต่เราเสียประตูจากจุดโทษ และมีข้อผิดพลาดในแนวรับจนเสียแต้ม พาลเมอร์พลาดโอกาสท้ายเกมก็จริง แต่เขาคือนักเตะระดับท็อป เราไม่โทษใคร นี่คือฟุตบอล เราต้องเรียนรู้และไปต่อ”
ฝั่ง แดเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์พอใจกับหนึ่งแต้ม “กลับมาจากตามหลังสองประตูที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไม่ใช่เรื่องง่าย นักเตะสู้กันสุดใจ แต้มนี้สำคัญมากกับเป้าหมายหนีโซนตกชั้นของเรา”

สรุปผลการแข่งขันและไฮไลท์สำคัญ
- เชลซีคุมบอลและสร้างโอกาสได้เยอะ แต่จบไม่เด็ดขาด
- ลีดส์อาศัยจุดโทษและความผิดพลาดคู่แข่ง กลับมามีแต้ม
- VAR มีบทบาทกับจุดโทษทั้งสองฝั่ง แต่ไม่มีดราม่าใหญ่
- เชลซีอดขยับขึ้นอันดับ 4 หลังแมนยูฯ เสมอเวสต์แฮม

ตารางนักเตะเชลซี (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | โรเบิร์ต ซานเชซ | มีเซฟสำคัญ แต่ช่วยไม่ได้กับ 2 ประตู |
| กองหลัง | มาร์ค คูคูเรญ่า (ออก) → โจเรล ฮาโต้ | เปลี่ยนครึ่งหลัง ฮาโต้เติมเกมและสร้างโอกาส |
| กองหลัง | เวสลีย์ โฟฟานา | โดยรวมแน่น แต่มีส่วนกับจังหวะเสียประตูตีเสมอ |
| กองหลัง | เทรโวห์ ชาโลบาห์ | อ่านเกมดี แต่แผงหลังหลุดสมาธิช่วงสำคัญ |
| กองหลัง | ริซ เจมส์ | จ่ายบอลดี แต่จังหวะเข้าพื้นที่อันตรายมีไม่มาก |
| กองกลาง | โมอิเซส ไกเซโด | เสียจุดโทษและโดนใบเหลือง |
| กองกลาง | เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ | คุมจังหวะและเชื่อมเกมได้ดี |
| ปีกขวา | โคล พาลเมอร์ | ยิงจุดโทษ 1 ประตู แต่พลาดโอกาสทองท้ายเกม |
| ปีกซ้าย | เอสเตวอง วิลเลียน | มีส่วนกับการขึ้นเกม แต่จังหวะจบยังไม่คม |
| กองหน้า | โจเอา เปดรู | ยิง 1 ประตู เรียกจุดโทษ เกือบเป็นฮีโร่ช่วงท้าย |
| กองหน้า | นิโคลัส แจ็คสัน | ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า |
เชลซีมีเพิ่มเป็น 44 คะแนน จาก 26 นัด รั้งอันดับ 5 ชั่วคราว
ตารางนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | คาร์ล ดาร์โลว์ | เจองานหนัก เซฟหลายครั้งแต่เสีย 2 ประตู |
| กองหลัง | แจกา บิโจล | เสียจุดโทษให้เชลซี |
| กองหลัง | โจ ราดซินสกี้ | ช่วยเกมรับดี โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก |
| กองหลัง | เบน คริสเตนเซ่น | อ่านเกมรับและซ้อนตำแหน่งได้ดี |
| แบ็กขวา | เจย์เดน โบเกิล | เรียกจุดโทษให้ทีม จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม |
| กองกลาง | อิลลาน เมซลิเยร์ | ทำหน้าที่กลางสนามได้เนียน คุมจังหวะช่วยทีม |
| กองกลาง | อาร์เซน ซัคก้า | ช่วยต่อบอลและพาเกมรุกเดินหน้า |
| ปีก | ลุคัส นเมชา | ยิงจุดโทษไล่คืน เป็นคีย์แมนของการคัมแบ็ก |
| ปีก | ดาเนียล เจมส์ | ลงมาเพิ่มความเร็วและช่วยไล่เพรส |
| กองหน้า | โจเอล พิโร่ | ลงมาช่วยเก็บบอลและกดดันแนวรับ |
| กองหน้า | โนอาห์ โอกาฟอร์ | ตัวสำรองซูเปอร์ซับ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 |
ลีดส์เก็บเพิ่มเป็น 30 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ปลอดภัยขึ้นจากโซนตกชั้น
เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเชลซี แม้จะเล่นดีแต่การเสียสมาธิเพียงชั่วครู่ก็ทำให้เสียแต้มสำคัญ ส่วนลีดส์แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ ภายใต้แดเนียล ฟาร์เก้ พวกเขายังมีลุ้นรอดพ้นตกชั้นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เวสต์แฮม vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ประตูของเชโก้ทำให้สถิติชนะรวดของคาร์ริคต้องหยุดลง
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวระดับชาติ - National2 days ago“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
-
ข่าวการเมือง6 days agoซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2026 และก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างมั่นคง

