ข่าวธุรกิจ Business
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
กรุงเทพฯ, 18 มกราคม 2026 ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยร่วงลงแรงจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ทั้งจำนวนโอนและมูลค่าซื้อขายสะท้อนภาวะซบเซายาว ๆ จากหนี้ครัวเรือนที่สูง สินเชื่อเข้มงวดขึ้น และกำลังซื้อที่อ่อนลง ข้อมูลอุตสาหกรรมปี 2025…
กรุงเทพฯ, 18 มกราคม 2026 ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยร่วงลงแรงจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ทั้งจำนวนโอนและมูลค่าซื้อขายสะท้อนภาวะซบเซายาว ๆ จากหนี้ครัวเรือนที่สูง สินเชื่อเข้มงวดขึ้น และกำลังซื้อที่อ่อนลง ข้อมูลอุตสาหกรรมปี 2025 ชี้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศลดลงชัดเจน ต่อเนื่องจากการหดตัวก่อนหน้า จนกิจกรรมตลาดกลับไปใกล้ช่วงปี 2018-2019 นักวิเคราะห์มองว่ารอบนี้หนักที่สุดรอบหนึ่งนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนใหม่เพื่ออยู่รอด และลุ้นจังหวะฟื้นตัวในปี 2026
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2025 ยอดโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศลดลงมาก ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี หดตัวได้มากถึง 49% สำหรับฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยอดโอนช่วง 8 เดือนแรกปรับลดราว 15% เมื่อเทียบกับปี 2024 ส่วนโครงการใหม่จากผู้พัฒนาลดลงได้ถึงประมาณ 20% ภาพนี้ต่อยอดจากปี 2023 ที่ยอดโอนลดลงราว 15% จนเป็นสัญญาณชัดว่าปริมาณธุรกรรมแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
สต็อกคงค้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหน่วยเหลือขายมากกว่า 235,000 ยูนิตในช่วงล่าสุด ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018
ปัญหาอุปทานล้น กระทบกลุ่มลักชัวรีและคอนโดสูงมากสุด
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ากลุ่มลักชัวรีและคอนโดอาคารสูงเจอแรงกดดันจาก อุปทานล้น (oversupply) หนักกว่ากลุ่มอื่น ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ มีสินค้าคงค้างจำนวนมาก การเปิดตัวโครงการใหม่ของบางรายชะลอลง แต่ยอดดูดซับยังช้า ทำให้แรงระบายสต็อกไม่ทัน ในภาพรวมประเทศ คอนโดเหลือขายยังอยู่ในระดับสูง โดยมีมุมมองว่าปัญหาบางส่วนเป็นเชิงโครงสร้างในกลุ่มกลางถึงบน
เมื่อยอดขายไม่ทันแผน หลายโครงการเริ่มปรับราคา ทำโปรโมชัน และเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อเร่งปิดการขาย โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและต้องการลดภาระต้นทุนถือครอง
อย่างไรก็ดี บางตลาดยังพอไปต่อได้ เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางภูมิภาคอย่างภูเก็ตยังมีแรงซื้อจากต่างชาติค่อนข้างสม่ำเสมอ การโอนคอนโดยังเดินหน้า และมีการคาดการณ์ว่าราคามีโอกาสโตเฉลี่ยราว 8-10% ต่อปีไปถึงปี 2026 จากเทรนด์อยู่อาศัยระยะยาวและการมีโรงเรียนนานาชาติรองรับ แต่ในกรุงเทพฯ คอนโดสูงเผชิญความกังวลของผู้ซื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบค้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายในปี 2025 ทำให้ความมั่นใจหายไปบางส่วน
มาตรการรัฐช่วยประคองระยะสั้น แต่ยังไม่พลิกเกม
ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นแบบชั่วคราวต่อเนื่องถึงกลางปี 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายเกณฑ์ Loan-to-Value (LTV) เปิดทางให้กู้ได้ถึง 100% ในบางกรณี ขณะเดียวกันรัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงมีมาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% สำหรับปี 2026 เพื่อช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม
แม้มาตรการเหล่านี้ช่วยพยุงบรรยากาศได้บ้าง แต่ภาพรวมยังฟื้นแบบจำกัด ประมาณการปี 2026 ยังค่อนข้างระวัง โดยบางสำนักมองว่าจะยังหดตัวต่อ แต่ชะลอลงเหลือราว 6% และค่อย ๆ ปรับสมดุลเมื่อผู้ประกอบการลดการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ คาดว่าอุปทานคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ ปี 2026 อาจลดลงต่ำกว่า 40,000 ยูนิต ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก
ผู้เชี่ยวชาญแนะผู้ประกอบการโฟกัสดีมานด์ที่ชัดเจน
ผู้นำในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์มองตรงกันว่า แนวทางขายแบบทำโครงการให้เหมือน ๆ กันแล้วหวังปริมาณจำนวนมาก ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ผู้ประกอบการต้องหันไปทำ กลยุทธ์แบบเฉพาะกลุ่ม (niche strategies) เพื่อผ่านช่วงปรับตัวที่คาดว่าจะกินเวลา 2-3 ปี แนวทางที่ถูกพูดถึง เช่น โฟกัสลูกค้ากำลังซื้อสูงในกลุ่มลักชัวรี เน้นทำเลหลัก ยูนิตขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง
บางเสียงเสนอให้มองพื้นที่เติบโตนอกเมืองใหญ่ เพิ่มทางเลือกแบบเช่าระยะยาว (leasehold) สำหรับนักลงทุนต่างชาติ และเน้นวินัยการเงินมากกว่าขยายโครงการแบบเร่งรีบ
พิมพ์ภัค จุลมณีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Sansiri เคยชี้ว่าการผลักดันการเช่ายาว 99 ปีจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจการลงทุน ขณะที่อีกหลายฝ่ายย้ำเรื่องการยิงให้ตรงเป้า มากกว่าพึ่งผู้ซื้อเก็งกำไร เช่น โฟกัสกลุ่มผู้ซื้ออยู่อาศัยจริง คนทำงาน และชาวต่างชาติที่อยู่ระยะยาว ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเงินทุนพร้อมมีแนวโน้มรับมือได้ดีกว่า ส่วนรายเล็กต้องระวังสภาพคล่อง
การฟื้นตัวยังไม่ชัด เศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนกดดันต่อ
ภาพเศรษฐกิจไทยยังเป็นแรงกดดันต่อภาคอสังหาฯ ด้วยคาดการณ์ GDP ปี 2026 ราว 1.6-1.7% ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายเคยหวังไว้ หนี้ครัวเรือนยังอยู่แถว 88-89% ของ GDP ทำให้ความสามารถกู้ซื้อบ้านถูกจำกัด อัตราปฏิเสธสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะบ้านราคาต่ำ แม้การท่องเที่ยวและโครงการโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยพยุงบางส่วน แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่หายไป
ปี 2026 อาจเป็นช่วงเริ่มเห็นการกระเตื้องแบบค่อยเป็นค่อยไป หากตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ผู้ซื้อมีโอกาสเจอจังหวะต่อรองราคาได้ดีขึ้น พร้อมโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ที่ยังมีอยู่ในหลายโครงการ ส่วนผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนจากเน้นจำนวน ไปสู่เน้นคุณค่า เลือกทำตลาดที่มีความต้องการจริง และหลีกเลี่ยงการเติมอุปทานเพิ่มในพื้นที่ที่ล้นอยู่แล้ว
ตลาดอสังหาฯ ไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ความท้าทายยังเยอะ แต่ถ้าโฟกัสดีมานด์ที่แข็งแรงและชัดเจนมากพอ โอกาสกลับมาทรงตัวก็ยังพอเห็นได้ในระยะถัดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตเมืองอัจฉริยะ
นักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน">เชียงราย – เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น การพบปะครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นให้พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การอบรมในหลักสูตรพิเศษนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งสำคัญของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรภาครัฐจากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- วิสัยทัศน์ร่วมกัน: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาใช้สร้างเมืองอัจฉริยะทั่วทั้งจังหวัด
- ยกระดับความรู้ผู้นำ: การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล การใช้พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมยุคใหม่แก่บุคลากรภาครัฐ
- เป้าหมายเพื่อประชาชน: โครงการนี้ต้องการให้ผู้บริหารนำความรู้ไปพัฒนางานบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
เจาะลึกเนื้อหาหลักสูตร: พลิกโฉมการบริหารด้วยระบบดิจิทัล
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถนำเครื่องมือเหล่านี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้านที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ การอบรมยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนระยะยาว ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้สนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง เว็บไซต์จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารจากต่างพื้นที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะในระดับท้องถิ่นสามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำท้องถิ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต การนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังช่วยกระจายโอกาสการพัฒนาไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ท่านสามารถศึกษาแนวคิดและหลักสูตรการศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเริ่มใช้มาตรการควบคุมการค้าชายแดนใหม่ ณ ด่านตรวจ 3 แห่ง
ทางการลาวได้เนรเทศชาวไทย 22 คนกลับไปยังเชียงรายแล้ว หลังจากถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับศูนย์รับโทรศัพท์หลอกลวง
ข่าวธุรกิจ Business
เตือนภัยด่วน! สมาคมสื่อมวลชนเชียงรายประกาศระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อรีดไถเงินผู้ประกอบการ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน เพื่อเข้าไปข่มขู่และกรรโชกทรัพย์จากหน่วยงานต่างๆ ทางสมาคมฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างแน่นอน
กลุ่มผู้แอบอ้างได้ใช้วิธีการเรียกรับผลประโยชน์จากองค์กรและผู้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย พวกเขาใช้คำว่า “ค่าสื่อ” ระบุในหลักฐานการโอนเงินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะนำเสนอข่าวในเชิงลบหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ทางสมาคมฯ ถือว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มมิจฉาชีพกำลังแอบอ้างเป็นสื่อมวลชนเชียงราย เพื่อข่มขู่และเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ
- สมาคมสื่อมวลชนฯ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงิน หรือส่งตัวแทนไปเรี่ยไรเงินใดๆ ทั้งสิ้น
- หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยหรือถูกข่มขู่ ให้รีบตรวจสอบกับทางสมาคมฯ หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้อย่างชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนก ท่านระบุว่าได้สั่งการให้มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างละเอียดแล้ว ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิก หรือเป็นกรรมการบริหารของสมาคมฯ แต่อย่างใด
นายโชติสิริเน้นย้ำเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า สมาคมไม่เคยขอรับเงินบริจาคจากองค์กรใดๆ และสมาคมไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกใดๆ ขอรับหรือรับสินบนในนามของสมาคม
คำแนะนำสำหรับหน่วยงานและช่องทางการแจ้งเบาะแส
ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ ขอฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในระยะนี้ หากมีผู้ใดมาติดต่อโดยแอบอ้างชื่อสมาคมฯ เพื่อขอรับการสนับสนุน หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้ท่านระงับการจ่ายเงิน และทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ การยืนยันตัวตนกับทางสมาคมฯ โดยตรงคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของทุกภาคส่วนในสังคม หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ หรือการหลอกลวงดังกล่าว ขอให้รีบดำเนินการปกป้องสิทธิ์ของท่านทันที ท่านสามารถแจ้งเบาะแสและส่งหลักฐานมายังสมาคมฯ หรือติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ตลอดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเมืองเชียงรายตรวจสอบสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เชียงรายเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เปิดโครงการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2569) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน
โครงการนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป้าหมายหลักคือการนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยทางคณะผู้จัดงานคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างน้อย 20 คู่
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท พร้อมดันการจับคู่ธุรกิจ 20 คู่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
- รวมพลัง 4 จังหวัด: เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันนำของดีประจำถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า
- เตรียมจัด 2 งานใหญ่: เตรียมพบกับมหกรรมสินค้าที่จังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม และที่กรุงเทพมหานครในเดือนสิงหาคม
จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำของดีประจำแต่ละจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ หรืองานหัตถกรรมที่ทำด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฉพาะถิ่น หรือสินค้า GI เช่น ชาและกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมล้านนาด้วย รัฐบาลท้องถิ่นต้องการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถเติบโตและเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ได้จริง คุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
สองงานแสดงสินค้าฟื้นเศรษฐกิจ
เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ถึง 2 งาน งานแรกมีชื่อว่า “Northern Best Deal” จัดขึ้นที่ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานจะมีร้านค้ามาออกบูธมากกว่า 100 ร้าน
ส่วนงานที่สองคือ “Northern Business Hub” ซึ่งจะยกขบวนสินค้าเหนือไปขายถึงใจกลางเมืองหลวง งานนี้จัดที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยจะมีร้านค้าเด่นกว่า 80 ร้านไปให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
โปรโมชันจัดเต็ม ดึงดูดนักลงทุน
ทั้งสองงานนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นได้พบเจอกับผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่งซื้อล่วงหน้าและสร้างเครือข่ายการค้าในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและมินิคอนเสิร์ตให้ชมฟรี
ผู้จัดงานยังเตรียมโปรโมชันพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มีการแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รางวัลต่อวัน และบัตรของขวัญมูลค่ารวม 20,000 บาททุกวัน ไฮไลต์สำคัญคือการลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง และช่วงนาทีทองที่ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด




