ข่าวธุรกิจ Business
Saucony Thailand เดินเกมปี’69 สู่ Lifestyle Running ปักหมุด ‘House of Endorphin’
กรุงเทพฯ – บริษัท เรฟ เอดิชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าแบรนด์รองเท้าวิ่ง Saucony แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แบรนด์รองเท้าวิ่งชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกาที่มีประวัติยาวนานกว่า 128 ปี ประกาศแผนธุรกิจสำคัญสำหรับปี 2026…
กรุงเทพฯ – บริษัท เรฟ เอดิชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าแบรนด์รองเท้าวิ่ง Saucony แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แบรนด์รองเท้าวิ่งชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกาที่มีประวัติยาวนานกว่า 128 ปี ประกาศแผนธุรกิจสำคัญสำหรับปี 2026
บริษัทตั้งเป้าที่จะยกระดับตัวเองจากแบรนด์อุปกรณ์วิ่งสมรรถนะสูงไปสู่ส่วนสำคัญของวัฒนธรรมการเคลื่อนไหวในเมือง โดยตั้งเป้าหมายยอดขาย 400 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างแลนด์มาร์คชุมชนแห่งใหม่ใจกลางเมือง “House of Endorphin” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นผ่านกลยุทธ์การตลาดแบบชุมชนนำ (Community-Led Marketing) โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่รักการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดึง “เฟย-พัทธรา เอกสังข์กุล” มาเป็น Friend of Saucony คนแรกในประเทศไทยอีกด้วย
นายพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันตลาดรองเท้าวิ่งในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกระแสสุขภาพที่เป็นมากกว่าเทรนด์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ในฐานะที่ Saucony อยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาด Performance ในประเทศไทย และมีสัดส่วนยอดขายใน Specialty Running Stores แข็งแกร่งถึง 15% เรามองเห็นโอกาส มหาศาลในการขยายฐานจาก Core Runners สู่กลุ่มคนเมืองที่ใช้ชีวิตแบบ Active โดยในปี 2569 เป้าหมายของเราคือการพาแบรนด์ Saucony ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นรองเท้าสำหรับนักวิ่งอาชีพ สู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเคลื่อนไหวของคนเมือง (Urban Movement Culture) เราตั้งเป้าการเติบโตของมูลค่าการตลาดที่ 20% หรือประมาณ 400 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้งานจริงและความน่าเชื่อถือของนวัตกรรม (Performance Credibility) เป็นสำคัญ”
2026/02/11.jpg" alt="Saucony Thailand เดินเกมปี’69 สู่ Lifestyle Running" width="1920" height="1280" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?resize=1024%2C683&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?resize=768%2C512&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?resize=1536%2C1024&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
Saucony เดินหน้าวางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- City-Based Strategy & Community: เจาะลึกตลาดระดับเมืองที่มีวัฒนธรรมการวิ่งที่แข็งแกร่ง ผ่านการสร้าง Run Club และกิจกรรม Pop-up เพื่อให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ
- Hero Product Experience: ยกระดับการเล่าเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น SPEEDROLL Technology และโฟม PWRRUN PB ที่ให้แรงส่งคืนสูงสุด โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกที่เคยผลิตรองเท้าให้นักบินอวกาศ NASA เข้ากับชีวิตประจำวัน
- Lifestyle Expansion: ขยายฐานสู่กลุ่ม Urban Lifestyle Runners โดยนำเสนอแนวคิด ‘Seamless Integration’ ที่มุ่งทลายเส้นกั้นแบบไร้รอยต่อระหว่างรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงและไอเทมแฟชั่นในชีวิตประจำวัน เราเชื่อว่านวัตกรรมระดับโลกที่ช่วยให้นักวิ่งทำความเร็วได้ในสนาม ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่บนลู่วิ่ง แต่ต้องสามารถผสานเข้ากับทุกกิจกรรมการใช้ชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ (Lifestyle Connectivity) ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ความวินเทจร่วมสมัยผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด
นอกจากนี้หัวใจสำคัญที่ทำให้ Saucony สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นในตลาดรองเท้าวิ่ง คือการยึดถือแนวคิด “Total Comfort Architecture” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การออกแบบที่เหนือกว่าเพียงแค่ความนุ่มสบายทั่วไป แต่เน้นการสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างประสิทธิภาพระดับสูง (Performance) และความสบายที่สวมใส่ได้จริงในทุกวัน (Everyday Comfort) ผ่านนวัตกรรม “Plate Technology” ที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Carbon Fiber สำหรับการทำความเร็วสูงสุด หรือ Nylon Plate ที่เน้นความมั่นคงในการฝึกซ้อม ผสานเข้ากับระบบซัพพอร์ตอัจฉริยะอย่างแผ่นรองพื้น SRS (Super Responsive Sockliner) ที่โอบรับรูปเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพื้นยาง XT-900 ที่มอบแรงยึดเกาะอันดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นผิว ส่งผลให้ Saucony สามารถส่งมอบประสบการณ์การเคลื่อนไหวที่มั่นใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Urban Runners ได้อย่างแท้จริง
โดยในปีนี้ Saucony พร้อมเขย่าตลาดด้วยการเปิดตัว Endorphin Azura ผลิตภัณฑ์เรือธงในกลุ่ม Fast & Light ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงระหว่าง “รองเท้าแข่ง” และ “รองเท้าซ้อม” โดยการนำนวัตกรรมระดับท็อปอย่าง “ซูเปอร์โฟม” มาปรับใช้กับการวิ่งในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว ด้วยจุดเด่นของพื้นกลาง PWRRUN PB แบบเต็มแผ่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับเดียวกับรองเท้าทำความเร็วในสนามแข่ง มอบสัมผัสที่นุ่มเด้งพร้อมการส่งคืนพลังอย่างมีประสิทธิภาพแต่ยังคงความเสถียรที่ควบคุมได้ง่าย ส่งผลให้ Endorphin Azura กลายเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับกลุ่ม Everyday Active Consumers และ Urban Lifestyle Runners ที่มองหาไอเทมที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเบาสบายสูงสุดและดีไซน์ที่ทันสมัย สะท้อนภาพลักษณ์ความโฉบเฉี่ยวที่พร้อมยกระดับศักยภาพการวิ่งในทุก ๆ วัน
“Presenter Marketing Strategy: ‘เฟย-ภัทร’ กับบทบาทการสร้าง Brand Authenticity ที่มากกว่าการเป็นพรีเซนเตอร์”
“การเปิดตัว ‘เฟย-ภัทร เอกแสงกุล’ ในฐานะ Friend of Saucony คนแรกของประเทศไทย คือหมากสำคัญในการขับเคลื่อน Humanize Marketing เพื่อทำให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่าย ทันสมัย และเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ” โดยเฟย-ภัทร ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็น หน้าตาของแบรนด์ แต่คือ Active Lifestyle Creator ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงในชีวิตประจำวัน มีวินัยในการดูแลตัวเอง และถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การเคลื่อนไหวที่เข้าถึงได้ สะท้อน DNA ของคนรุ่นใหม่ที่บาลานซ์ Work-Life-Active ได้อย่างลงตัว กลยุทธ์นี้ช่วยยกระดับการสื่อสารจากการขายสินค้า ไปสู่การเล่าเรื่องผ่านมุมมองผู้ใช้งานจริง สร้างความรู้สึกจริงใจ ความเชื่อถือ และเปลี่ยนจาก “ผู้ชม” ให้กลายเป็น “ผู้ใช้งานจริง” ในระยะยาว
ปักหมุด ‘House of Endorphin’ คอมมูนิตี้แลนด์มาร์คเชิงยุทธศาสตร์ใจกลางเมือง
เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคอมมูนิตี้ของนักวิ่ง Saucony เดินหน้ายกระดับกลยุทธ์ Experiential Marketing ด้วยการเปิดตัว “Saucony House of Endorphin” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็น “Experience Hub” แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโชว์รูมสินค้า แต่คือพื้นที่แห่งการเคลื่อนไหวที่ครบวงจร ซึ่งรวมทั้งโซนทดลองผลิตภัณฑ์ กิจกรรม Running Challenge ที่ชวนทุกคนมาท้าทายตัวเอง และการผสานวัฒนธรรม Street Culture เข้ากับโลกของ Performance Running ได้อย่างลงตัวการสร้าง Physical Space ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายหน้าร้าน แต่คือการสร้างประสบการณ์ร่วมที่เชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่ม Urban Lifestyle Runners ให้ใกล้ชิดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
“ในมุมของการเติบโตอย่างยั่งยืน เราไม่ได้โฟกัสแค่การสร้างกระแสในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ผ่านปรัชญา ‘ความไหลของน้ำ’ ซึ่งเป็นความหมายของชื่อ Saucony ที่สะท้อนการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เป้าหมายของเรฟ อีดิชั่น คือการทำให้ Saucony กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Run Lifestyle ของคนไทยในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่แบรนด์รองเท้า แต่เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแอคทีฟ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแรงควบคู่ไปกับการส่งเสริมสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” นายพรศักดิ์ กล่าวสรุป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ Saucony Thailand ได้ทาง: Saucony Thailand
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เช็กเลย! สวัสดิการรัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเข้าวันไหน วงเงินรวมสูงสุด 1,330 บาท รีบตรวจสิทธิ์ก่อนหมดอายุ
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2569) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน
โครงการนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป้าหมายหลักคือการนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยทางคณะผู้จัดงานคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างน้อย 20 คู่
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท พร้อมดันการจับคู่ธุรกิจ 20 คู่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
- รวมพลัง 4 จังหวัด: เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันนำของดีประจำถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า
- เตรียมจัด 2 งานใหญ่: เตรียมพบกับมหกรรมสินค้าที่จังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม และที่กรุงเทพมหานครในเดือนสิงหาคม
จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำของดีประจำแต่ละจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ หรืองานหัตถกรรมที่ทำด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฉพาะถิ่น หรือสินค้า GI เช่น ชาและกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมล้านนาด้วย รัฐบาลท้องถิ่นต้องการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถเติบโตและเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ได้จริง คุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
สองงานแสดงสินค้าฟื้นเศรษฐกิจ
เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ถึง 2 งาน งานแรกมีชื่อว่า “Northern Best Deal” จัดขึ้นที่ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานจะมีร้านค้ามาออกบูธมากกว่า 100 ร้าน
ส่วนงานที่สองคือ “Northern Business Hub” ซึ่งจะยกขบวนสินค้าเหนือไปขายถึงใจกลางเมืองหลวง งานนี้จัดที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยจะมีร้านค้าเด่นกว่า 80 ร้านไปให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
โปรโมชันจัดเต็ม ดึงดูดนักลงทุน
ทั้งสองงานนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นได้พบเจอกับผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่งซื้อล่วงหน้าและสร้างเครือข่ายการค้าในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและมินิคอนเสิร์ตให้ชมฟรี
ผู้จัดงานยังเตรียมโปรโมชันพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มีการแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รางวัลต่อวัน และบัตรของขวัญมูลค่ารวม 20,000 บาททุกวัน ไฮไลต์สำคัญคือการลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง และช่วงนาทีทองที่ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายเปิดตัวงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ระดมผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ นำสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาจัดแสดงและจำหน่ายในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ภายในงานผู้เข้าชมจะได้ชม ชิม ช้อป และสัมผัสอัตลักษณ์ล้านนาผ่านสินค้า ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ประกอบการจากเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ จะนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรง
- สินค้าครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร ผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงของใช้และของตกแต่ง
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ที่ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การแสดง และโปรโมชั่นตลอด 5 วัน
การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องเชียงราย 2 โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ภายในงานแถลงข่าวมีการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการจาก 4 จังหวัด ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยชุด “อลังการสีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ผู้ร่วมงานยังได้ชมผลิตภัณฑ์เด่นจากแต่ละจังหวัด รวมถึงมินิแฟชั่นโชว์จากนางแบบและนายแบบมืออาชีพ
นายชูชีพกล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีจุดเด่นด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งยังมีฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพ ตลอดจนสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อีกหลายประเภท
การจัดงานครั้งนี้ต้องการเพิ่มช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการ พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ และนักลงทุน เพื่อให้ธุรกิจในภูมิภาคเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
ที่ผ่านมา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์สู่สินค้าและบริการ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการใน 4 จังหวัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
สินค้าเด่นจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
งาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มีเอกลักษณ์ และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัย
สินค้าภายในงานแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
- อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- เครื่องดื่ม
- สมุนไพร
- ผ้าและเครื่องแต่งกาย
- ของใช้และของตกแต่ง
แต่ละกลุ่มมีผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งนำวัตถุดิบ เรื่องราว และฝีมือของคนในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน งานนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยในภูมิภาค
นอกจากโซนจำหน่ายสินค้าแล้ว งานยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงนิทรรศการและการสาธิตผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2
ผู้เข้าชมยังจะได้ชมการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม สินค้าคุณภาพจากโรงงานในราคาพิเศษ การแสดงแฟชั่นโชว์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดการจัดงาน
เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อและนักลงทุน
ผู้จัดงานเตรียมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบผู้ซื้อ นักลงทุน และคู่ค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยทางธุรกิจโดยตรง รวมถึงมองเห็นช่องทางขยายตลาดและสร้างเครือข่ายใหม่
ตลอด 5 วัน ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินควบคู่กับการเลือกซื้อสินค้า
ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักลงทุน สามารถเข้าร่วมงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ได้ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีสินค้าคุณภาพจากล้านนาตะวันออก ราคาพิเศษ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สนใจหลายรูปแบบ.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การจำหน่ายทรายจากแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโลหะหนักที่เป็นพิษ
พลิกโฉมธุรกิจไทย: ปรับเพิ่มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์สั่งตัดพิเศษ (ซอฟต์แวร์ที่กำหนดเอง)
ข่าวธุรกิจ Business
อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – ที่นี่ในจังหวัดเชียงราย พวกเรากำลังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเดินทาง โครงการก่อสร้าง “สถานีรถไฟเชียงราย” ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตัวเลขการก่อสร้างโดยรวมเดินหน้าไปแล้วถึง 66.907% ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก
เส้นทางสายใหม่นี้มีระยะทางรวมยาวถึง 323 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะมีสถานีคอยให้บริการผู้โดยสารทั้งหมด 26 สถานี รูปแบบการก่อสร้างมีทั้งทางวิ่งบนพื้นดิน ทางยกระดับ และการขุดเจาะอุโมงค์ โครงการทั้งหมดมีกำหนดการสร้างเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดให้ประชาชนใช้งานในปี พ.ศ. 2571
ประเด็นสำคัญ
- สร้างเร็วกว่าแผน: การก่อสร้างสถานีรถไฟเชียงรายและเส้นทางทั้งหมด มีความคืบหน้าทะลุ 66.907% ไปแล้ว
- เดินทางสะดวกขึ้น: โครงการนี้เชื่อมต่อ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีระยะทาง 323 กิโลเมตร พร้อมให้บริการ 26 สถานี
- เตรียมตัวเดินทางปี 2571: รัฐบาลตั้งเป้าก่อสร้างให้เสร็จ และเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการภายในปี พ.ศ. 2571
เมื่อรถไฟทางคู่สร้างเสร็จ การเดินทางข้ามจังหวัดในภาคเหนือจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประชาชนจะสามารถเดินทางได้รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถคำนวณเวลาเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดของรถยนต์บนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในมุมของเศรษฐกิจ เส้นทางนี้จะเป็นช่องทางใหม่ในการขนส่งสินค้าที่สำคัญมาก สินค้าเกษตรจากบ้านเราจะถูกส่งไปยังจุดหมายปลายทางได้ไวขึ้น ต้นทุนการขนส่งจะลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่
เส้นทางนี้จะไปสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นประตูการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ชี้ว่าเส้นทางนี้จะช่วยกระจายความเจริญได้อย่างมหาศาล การมีรถไฟทางคู่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาสู่จังหวัดของเราได้อย่างแน่นอน
ความท้าทายในงานวิศวกรรมที่คำนึงถึงชุมชน
งานก่อสร้างโครงการระดับประเทศนี้ ไม่ได้มีแค่การวางรางเหล็กบนพื้นดินเพียงอย่างเดียว โครงการนี้ยังรวมถึงงานทางวิศวกรรมขั้นสูง เช่น การเจาะอุโมงค์ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ทีมวิศวกรต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อคนงานและชาวบ้าน
ทางยกระดับเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชุมชนตลอดแนวเส้นทาง การยกระดับรางรถไฟช่วยลดจุดตัดกับถนนของชาวบ้าน ทำให้รถไฟทำความเร็วได้คงที่ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามได้อย่างเด็ดขาด
ตอนนี้ชาวเวียงชัยและพื้นที่ใกล้เคียง ต่างรู้สึกตื่นเต้นกับภาพสถานีที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลายครอบครัวเริ่มเตรียมปรับตัวทางธุรกิจ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเดินทางมาถึง
เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ล้านนา
เมื่อสถานีรถไฟเชียงรายเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จังหวัดของเราจะกลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ง่ายขึ้น คนจากกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นๆ สามารถนั่งรถไฟชมวิวธรรมชาติมาพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย การเดินทางด้วยรถไฟจะช่วยให้ทุกคนไม่ต้องเหนื่อยล้ากับการขับรถไกลๆ อีกต่อไป
ทางหน่วยงานท้องถิ่นก็เริ่มวางแผนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรอบสถานี มีการหารือเรื่องการปรับปรุงถนนสายหลัก เพื่อให้เชื่อมต่อกับตัวสถานีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมจัดหารถโดยสารสาธารณะ เพื่อรับส่งผู้โดยสารเข้าสู่ตัวเมืองอย่างราบรื่น
โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือเส้นนี้ คือก้าวสำคัญที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย พวกเรามาร่วมนับถอยหลังสู่ปี 2571 เพื่อสัมผัสการเดินทางรูปแบบใหม่ การเดินทางนี้จะสร้างรอยยิ้มและรายได้ให้กับชาวภาคเหนือทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไขความลับ: กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย
เชียงรายรับมือด่วน! กางแผนเชิงรุกสู้ภัยแล้งเอลนีโญ มุ่งเป้าจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ




