เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง
เชียงราย – ที่ด่านแม่สาย รถบรรทุกผลไม้ยังต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ช้าแค่นิดเดียวก็เสี่ยงกระทบความสด และทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เกิดคอขวดซ้ำๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงรายกำลังเดินหน้าตามแผนปี 2026 เพื่อทำบทบาทการเป็น เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขงที่แท้จริง ให้ชัดขึ้น และทำได้จริง
สัปดาห์นี้ จังหวัดขับเคลื่อนงาน 2 ทางพร้อมกัน
ทางแรก คือผลักดันให้ด่านพรมแดนแม่สายถูกพิจารณาอยู่ในกรอบพิธีสารไทย-จีน ที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกผลไม้ผ่านประเทศที่สาม หากได้รับอนุมัติ การขนส่งทางบกจะมีสถานะที่ชัดเจนขึ้น และขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น
ทางที่สอง คือขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เจรจา หาคู่ค้า และขยายตลาด ในช่วงที่บางเส้นทางชายแดนยังไม่นิ่ง
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่งานประชุมหรืองานอีเวนต์ แต่เป็นการแปลงข้อมูลการค้าระดับประเทศให้เป็นแผนปฏิบัติที่ใช้ได้จริงหน้างาน
แม่สายจากด่านท้องถิ่น สู่เส้นทางผลไม้ไทย-จีนที่ชัดเจนขึ้น
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 เชียงรายจัดประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อตรวจความพร้อมในการเสนอให้ “แม่สาย” เป็นจุดนำเข้าและส่งออกสำหรับการค้าผลไม้ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบการขนส่งผ่านประเทศที่สาม
การประชุมมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (ACFS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใจความสำคัญคือทำให้ “เส้นทาง” กลายเป็น “ระบบ” เพราะการค้าผลไม้ไม่ได้วัดกันแค่ปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่สวน การตรวจรับรอง มาตรการกักกัน การควบคุมอุณหภูมิ ขั้นตอนศุลกากร ไปจนถึงเวลารวมบนถนน
จังหวัดชี้ว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีความต้องการในจีนค่อนข้างสูง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางขนส่งและบางขั้นตอนการผ่านแดน ทำให้เวลาขนส่งยาวขึ้น และต้นทุนเพิ่ม
การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ ช่วยให้การขนส่งทางบกเร็วขึ้น ลดจุดติดขัด และลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกและเกษตรกรเผชิญมานาน
การประหยัดเวลาแม้เพียงเล็กน้อยมีผลต่อทั้งระบบ เวลาที่เสียไปหน้าด่านมักตามมาด้วยค่าขนส่งที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันเพิ่ม ความเสี่ยงด้านคุณภาพ และความไม่แน่นอนของวันส่งมอบ สิ่งเหล่านี้กระทบราคา และทำให้การต่อรองของไทยอ่อนลง
งานมหกรรมการค้าชายแดน 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ เน้นเจรจาจริง ทำดีลจริง
ในอีกแนวทางหนึ่ง กรมการค้าต่างประเทศประกาศจัดงาน “งานแสดงสินค้าการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย” ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 สถานที่หลักคือ วิง 416 และโรงแรมเดอะเฮอริเทจ เชียงราย
เป้าหมายที่ประกาศไว้คือเสริมความแข็งแรงให้ธุรกิจไทย เชื่อมการค้ากับเมียนมา ลาว และจีน และตอกย้ำบทบาทของเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน
รูปแบบงานเน้นการซื้อขายมากกว่าการโชว์สินค้า ภายในงานมีบูธจำหน่ายมากกว่า 200 บูธ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของจังหวัด รวมถึงสัมมนาหัวข้อ Winning the New Chinese Wave ที่พูดถึงการเตรียมตัวของธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจีน และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน
ผู้จัดงานยังเตรียมช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด่านกัมพูชา ด้วยการพาเข้ามาเจรจาในพื้นที่ใหม่ เพื่อหาตลาดทดแทนและคู่ค้าใหม่ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งไม่แน่นอน
ตัวเลขระดับประเทศชี้ชัด ปี 2025 การค้าผ่านแดนโตแรงและพยุงภาพรวม
การเดินหน้าของเชียงรายในปี 2026 ไม่ได้อิงแค่ความคาดหวัง แต่มีข้อมูลรองรับ
กรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า ปี 2025 มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนรวมอยู่ที่ 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี การส่งออกอยู่ที่ 1,063,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลการค้า 188,579 ล้านบาท
เมื่อดูรายละเอียด จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตมาจากคนละส่วน
การค้าชายแดนมีมูลค่า 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 522,007 ล้านบาท ลดลง 13.31 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 372,186 ล้านบาท ลดลง 0.69 เปอร์เซ็นต์
แต่การค้าผ่านแดนกลับโตสวนทาง มูลค่ารวมอยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 541,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.23 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าผ่านแดน 502,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.99 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลผ่านแดน 38,757 ล้านบาท
ภาพรวมจึงชัดเจน การค้าชายแดนโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านชะลอ แต่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามโตมากพอจะดันภาพรวมให้ขยายตัวต่อ
การค้าผ่านแดนไปจีนมีมูลค่า 608,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์ ทำให้จีนเป็นตลาดผ่านแดนอันดับ 1 ในชุดข้อมูลนั้น รองลงมาคือสิงคโปร์และเวียดนาม
ในมุมของเชียงราย นี่คือเหตุผลของความเร่งด่วน เมื่อแนวโน้มระดับประเทศชี้ว่าการส่งผ่านไปจีนเป็นแรงหลัก ด่านและเส้นทางต้องพร้อม ต้องมีมาตรฐานชัด และกระบวนการที่เชื่อถือได้
ตัวเลขเดือนธันวาคมย้ำซ้ำ การค้าผ่านแดนยังแรง แม้ส่งออกชายแดนลด
ข้อมูลเดือนธันวาคม 2025 สะท้อนภาพเดียวกัน มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมของเดือนอยู่ที่ 162,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงขับเคลื่อนของสองส่วนต่างกันชัด
การค้าชายแดนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 66,031 ล้านบาท ลดลง 15.16 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 38,426 ล้านบาท ลดลง 23.86 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 27,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87 เปอร์เซ็นต์
การค้าผ่านแดนเดือนเดียวกันอยู่ที่ 96,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 42,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้าผ่านแดนพุ่งเป็น 53,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.07 เปอร์เซ็นต์
สำหรับธุรกิจ บทสรุปใช้งานได้ทันที ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อการค้าพึ่งพาช่องทางชายแดนไม่กี่จุดที่เปลี่ยนแปลงง่ายจากการปิดด่านหรือกฎใหม่ ขณะที่โอกาสอยู่ที่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เพราะปริมาณยังเพิ่ม และผู้ส่งของต้องการเส้นทางที่ชัด โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐาน
เชียงรายจะโตยาก ถ้าโลจิสติกส์ยังติดขัด
ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า เชียงรายมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี 2025 สินค้าส่งออกสำคัญมีทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง
สิ่งนี้สะท้อนบทบาทของเชียงรายที่เป็นทางผ่านไปจีนตอนใต้และประเทศใกล้เคียงมานาน แต่คำว่า “ประตู” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อสินค้าเดินทางได้เร็ว ปลอดภัย และอยู่ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ
เมื่อการค้าผ่านแดนไปจีนขยายตัว การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้จึงเหมือนการยกระดับจากทางผ่านท้องถิ่น ไปสู่ช่องทางที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับระหว่างประเทศ
หากการยกระดับเดินหน้าได้ตามแผน กลุ่มที่ได้ประโยชน์ก่อนคือเกษตรกรและผู้ส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ที่ต้องการเส้นทางบกซึ่งติดขัดน้อยและต้นทุนต่ำกว่า ธุรกิจขนส่ง ห้องเย็น และบริการชายแดนก็น่าจะมีงานเพิ่มตามไปด้วย
แต่การแข่งขันก็จะเข้มขึ้นเช่นกัน ระบบที่เร็วขึ้นทำให้ความคาดหวังด้านคุณภาพและส่งมอบตรงเวลาสูงขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องเตรียมตัวเรื่องมาตรฐาน เอกสาร และการขายผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่สัมมนาในงานการค้าพยายามช่วยต่อยอด
ด้วยเหตุนี้ งานมหกรรมการค้าชายแดนจึงไม่ใช่แค่งานขายของ แต่เป็นพื้นที่เพิ่มทักษะ และหาคำสั่งซื้อใหม่ในช่วงที่โครงสร้างการค้ากำลังเปลี่ยน
ความหมายของปี 2026 เชียงรายพยายามต่อยอดแรงส่งของการค้าผ่านแดน
ปี 2025 การค้าชายแดนหดตัว แต่ภาพรวมยังโตเพราะการค้าผ่านแดนพุ่งแรง แนวทางของเชียงรายในปี 2026 จึงสอดคล้องกับความจริงนี้ โดยทุ่มแรงไปยังส่วนที่กำลังโต และลดจุดอ่อนที่ทำให้การส่งของล่าช้า
สามเรื่องที่ต้องจับตาต่อไปคือ
- ความคืบหน้าการนำแม่สายเข้าอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้ รวมถึงมาตรฐานตรวจสอบและความพร้อมด้านโลจิสติกส์
- ผลลัพธ์ของงานมหกรรมการค้าชายแดนเชียงราย วัดจากคู่ค้าจริงและคำสั่งซื้อจริง
- การปรับตัวของธุรกิจท้องถิ่นต่อการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ที่กติกาและจังหวะเปลี่ยนเร็ว
เมื่อการค้าผ่านแดนปี 2025 อยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ งานของเชียงรายไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่คือการเตรียมระบบให้รับปริมาณที่เพิ่มขึ้นได้ และไม่ปล่อยให้รายเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ตัวเลขสำคัญ
- การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,937,629 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์), ส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์), นำเข้า 874,525 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์), เกินดุล 188,579 ล้านบาท
- การค้าชายแดนรวม ปี 2025: 894,193 ล้านบาท (ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,043,436 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดนไปจีน ปี 2025: 608,165 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม เดือนธันวาคม 2025: 162,064 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดน เดือนธันวาคม 2025: 96,033 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์)
แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทศบาลนครเชียงราย เดินหน้ายกระดับ “สวนตุงและโคมนครเชียงราย”
เชียงราย - Chiang Rai News
บริษัท ทรู เทเลคอม และหน่วยงานในอำเภอแม่สาย ได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์รับสายหลอกลวง
แม่สาย – บริษัท ทรู เทเลคอม ร่วมกับสำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CCIB) และ กสทช. ได้ดำเนินการในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยและขัดขวางการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติจากอาคารใกล้ชายแดน เป้าหมายหลักคือการหยุดการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนและตัดการเชื่อมต่อที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายศูนย์บริการลูกค้าหลอกลวงทางโทรศัพท์
ปฏิบัติการเกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตำรวจ บก.ปอท. เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย ร่วมกับทรู สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการรายอื่น หลังได้รับข้อมูลการใช้งานที่ผิดสังเกตจากทรู เพราะมีทราฟฟิกสูงต่อเนื่องหลายวัน และหนาแน่นมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน จึงประสานทีมเทคนิคเข้าช่วยตรวจสอบและเก็บรายละเอียดในพื้นที่

พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องเช่าในอะพาร์ตเมนต์ย่านแม่สายมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงผิดปกติ จึงเริ่มสืบสวนและเฝ้าติดตาม เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม รวมถึงประวัติของผู้เช่าห้อง จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้น และพบอุปกรณ์ที่เข้าข่ายลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปทางเมียนมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ร่วมกับทรูและผู้ให้บริการรายอื่นตัดการเชื่อมต่อทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจค้น ตำรวจไม่พบผู้อยู่อาศัยภายในห้อง แต่พบอุปกรณ์รวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ต และชุดกระจายสัญญาณที่มีลักษณะเชื่อมโยงการใช้งานข้ามประเทศ เจ้าหน้าที่จึงตัดสัญญาณในจุดดังกล่าวทันที และเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกัน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกัน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มต้องสงสัย ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการติดตามจับกุมและดำเนินคดีต่อไป
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปก่ออาชญากรรมออนไลน์ และลดความเสียหายที่เกิดกับประชาชน

นอกจากการทำงานเชิงรุกในภาคสนามแล้ว ทรูยังเน้นมาตรการป้องกัน โดยเข้มงวดเรื่องการขายและลงทะเบียนซิมมือถือ และใช้ AI กับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงของซิมแต่ละหมายเลข ลดโอกาสนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง ทรูให้บริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) กับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ระบบช่วยป้องกันภัยออนไลน์แบบอัตโนมัติ และบล็อกลิงก์อันตรายหรือเว็บไซต์น่าสงสัยจาก SMS ได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้ทบทวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
เชียงราย – กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.เชียงราย ขอให้ตรวจสอบจุดจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมขอให้ช่วยตรวจทาน “บัตรเสีย” ที่ระบุว่ามีจำนวนมากผิดปกติ ทาง กกต.พาตัวแทนเข้าไปดูสถานที่เก็บหีบในเขต 1 ยืนยันมีกล้องวงจรปิดและเวรยามดูแล ส่วนบัตรเสียประเมินแล้วยังไม่สูง แต่พร้อมหาสาเหตุให้ชัดเจน
วันที่ 10 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านราว 50 คน เดินทางไปที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย เพื่อขอให้ตรวจสอบหลายประเด็นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
หนึ่งในเรื่องหลักที่กลุ่มชาวบ้านหยิบยกขึ้นมา คือจำนวนบัตรเสียที่มองว่าสูงเกินไป โดยระบุว่า จ.เชียงราย มีบัตรเสียก่อนสรุปการนับคะแนนมากกว่า 16,892 ใบ คิดเป็น 2.88% ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพราะพบว่าวิธีปฏิบัติแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และอยากให้ กกต.ช่วยสร้างความชัดเจนเรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรว่าปลอดภัยแค่ไหน

ต่อมา นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย รับเรื่องไว้ พร้อมอธิบายว่า สถานที่จัดเก็บหีบบัตรในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.เขต ที่ต้องกำหนดจุดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย สำหรับ จ.เชียงราย ทั้ง 7 เขตได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบแล้ว และขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลหีบบัตร
ส่วนประเด็นบัตรเสีย สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย ระบุว่ายังไม่เห็นว่ามีจำนวนมากผิดปกติ แต่จะสอบถามรายละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่เองก็อยากทราบสาเหตุที่แท้จริงเช่นกัน โดยที่ผ่านมา ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามการทำงานในหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชูชาติได้นำตัวแทนชาวบ้านเข้าไปดูสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดเวรยามดูแล ทำให้ตัวแทนประชาชนรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง แต่ยังฝากความกังวลถึงเขตเลือกตั้งอื่นอีก 6 เขตไว้ด้วย
ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ย้ำว่าจะทำงานตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบไม่เป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย” ภายในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.2569
สำหรับภาพรวมการเมืองใน จ.เชียงราย เดิมมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 เขต และพรรคประชาชน 3 เขต แต่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเหลือ 2 ที่นั่ง ที่นั่งส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม 4 เขต และพรรคภูมิใจไทย 1 เขต ส่งผลให้ไม่มีผู้สมัครจากพรรคประชาชนเหลืออยู่ในพื้นที่แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงราย – เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ภายใต้กองบังคับการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ATHTD) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามแนวชายแดนไทย เมียนมา และลาว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเครือข่ายหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขยับฐานเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ฝั่งเมียนมามีการกล่าวถึงเมืองท่าขี้เหล็กว่าเป็นจุดรวมคาสิโนและสถานบันเทิง และถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์
รายงานยังชี้ถึงปัญหาการบังคับใช้แรงงาน และกรณีชักชวนคนข้ามแดนไปทำงานโดยอ้างว่าเป็น “งานรายได้ดี” ผู้ที่ขัดขืนอาจถูกทำร้ายหรือกักตัว ส่วนฝั่งลาวมีการกล่าวถึง Kings Roman Special Economic Zone ว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลบซ่อน โดยการกวาดล้างล่าสุดนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 771 ราย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องจากลาว เมียนมา จีน และฟิลิปปินส์

Transborder News รายงาน ว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีการจับกุมคดีสำคัญหลายคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หนึ่งในคดีคือการจับกุม นาย Hu Haojie พร้อมยึดบัตร ATM มากกว่า 2,052 ใบ
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาให้การว่าทำหน้าที่กดเงินและโอนเงินตามคำสั่งที่ส่งผ่านแอป Lark app ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเป็นขบวนการ อีกคดีหนึ่งเป็นการสกัดพัสดุที่มีสมุดบัญชีธนาคารและซิมการ์ด ซึ่งส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน และเชื่อว่ามีปลายทางข้ามแดนเพื่อสนับสนุนกลุ่มหลอกลวงฝั่งลาว
นอกจากนี้ ตำรวจยังรายงานการจับกุมแรงงานต่างชาติกว่า 288 ราย ในความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่มาจากเมียนมา จีน และลาว ในคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังข้อเสนอชวนไปทำงานต่างประเทศที่อ้างรายได้สูง และอย่าหลงเชื่อให้เปิดบัญชีม้า หรือยกบัตร ATM ให้ผู้อื่น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คนทั่วไปเข้าไปพัวพันเครือข่ายอาชญากรรมระดับนานาชาติโดยไม่รู้ตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์มีการกวาดล้างหนักในพื้นที่ Kings Roman ส่งผลให้กลุ่มอาชญากรรมชาวจีนและเครือข่ายค้ามนุษย์บางส่วนกระจายตัวไปหลบซ่อนในบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
บางกลุ่มถูกระบุว่าอาจข้ามมาหลบในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีรายงานว่า Liu Zhongyi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และเดินทางเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ลาว
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส
จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวการเมือง6 days agoการเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท

