เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านแม่สายกังวลภัยน้ำท่วมรุนแรงในปี 2026
เชียงราย – ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักในฤดูน้ำหลากปี 2569 หลังการรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำและขวางทางน้ำยังเดินหน้าไม่เร็วพอ หลายคนกลัวว่าเมื่อน้ำมาแรง จะรับมือไม่ทัน…
เชียงราย – ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักในฤดูน้ำหลากปี 2569 หลังการรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำและขวางทางน้ำยังเดินหน้าไม่เร็วพอ หลายคนกลัวว่าเมื่อน้ำมาแรง จะรับมือไม่ทัน แม้ภาครัฐจะมีแผนแก้ปัญหาแบบถาวร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองวางกรอบงานไว้ใช้งบรวมราว 2,950 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการย้ายชุมชน ปรับระบบระบายน้ำ และสร้างแนวป้องกันน้ำหลากแบบคันดินและคอนกรีตเสริมเหล็ก (วางแนวเป็น 2 ชั้น)
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายอำเภอแม่สายมอบหมายให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่พบตัวแทนชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำสาย เพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการออกแบบแก้ปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในเขตชายแดน เช่น ชุมชนสายลมจอย ชุมชนหัวฝาย ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย และพื้นที่ใกล้เคียง

รื้ออาคารฝั่งตะวันออกสะพาน 1 เริ่มในปี 2569
ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปี 2569 จะเริ่มรื้อถอนอาคารบริเวณฝั่งตะวันออกของสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ต่อเนื่องจากงานที่ดำเนินการในช่วงปี 2568-2569 ซึ่งใช้งบประมาณ 36 ล้านบาท
ในส่วนแนวป้องกันน้ำท่วมที่กรมการทหารช่าง กองทัพบก ทำไว้ก่อนหน้าในรูปแบบชั่วคราวและกึ่งถาวร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะรับฟังความเห็นจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การก่อสร้างแนวป้องกันแบบถาวรโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง
แม้มีแผนงานชัดขึ้น แต่ชาวบ้านบางส่วนยังไม่สบายใจ เพราะการรื้อถอนอาคารที่ขวางทางน้ำยังล่าช้า และอาจไม่ทันช่วงน้ำหลากปี 2569 อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงมากคือแผนสร้างพนังกั้นน้ำ 2 ชั้น โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเริ่มทำจากแนวด้านในก่อน
ชาวบ้านมองว่า ระหว่างก่อสร้างอาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ จึงอยากให้เริ่มทำแนวชั้นนอกก่อน และทำเป็นแบบถาวรไปเลย เมื่อแนวชั้นนอกเสร็จแล้วค่อยเดินงานชั้นใน รวมถึงงานระบบอื่นๆ ต่อไป บางจุดมีการขึ้นป้ายสะท้อนความกังวล ซึ่งฝ่ายปกครองรับเรื่องไว้เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บทเรียนปี 2567 ทำแม่สายยังระแวง
รายงานในพื้นที่ระบุว่า แม่น้ำสายเคยเอ่อล้นท่วมหนักในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2567 กระทบทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และฝั่งเมียนมา สร้างความเสียหายในย่านเศรษฐกิจจำนวนมาก หลังเหตุการณ์นั้น กรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 ได้ขุดลอกแม่น้ำรวกบริเวณปลายน้ำของแม่น้ำสาย และทำแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวและกึ่งถาวรตลอดแนว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจัดสรรงบปี 2568-2569 รวม 23,578,000 บาท ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาแนวทางแก้ปัญหาอย่างถาวร
ขอบเขตศึกษา 56.13 ตร.กม. ตั้งเป้ารองรับน้ำ 430 ลบ.ม.ต่อวินาที
พื้นที่ศึกษาอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ เทศบาล ต.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ รวม 56.13 ตารางกิโลเมตร แนวคิดหลักคือจัดให้มี “ทางน้ำหลาก” พร้อมคันป้องกันน้ำหลากและระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านฝายกั้นน้ำเหมืองแดงบริเวณวัดถ้ำผาจมได้ไม่น้อยกว่า 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นค่าน้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2567
แผนรองรับการย้ายถิ่น เล็งที่ดิน 3 แปลง
โครงการยังมีแนวทางจัดหาที่ดินรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดพื้นที่เบื้องต้น 3 แปลง คือ
- แปลงที่ 1 สถานีใบยาสูบเวียงพาน 78 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา ห่างชายแดน 2.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 2 ที่ดินของกระทรวงการคลัง ราว 1,000 ไร่ ห่างชายแดน 7.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 3 ราชพัสดุ 35 ไร่ ห่างชายแดน 1.5 กิโลเมตร

รายละเอียดแนวคันกั้นน้ำ ถนนใหม่ และกรอบเวลา
แนวคันกั้นริมฝั่งแม่น้ำสายแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ยาว 998 เมตร ช่วงที่ 2 ยาว 1,361 เมตร และช่วงที่ 3 ยาว 1,561 เมตร มีแผนรื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างรวมแนวยาว 485 เมตร และทำถนนตามแนวใหม่หลายจุด ได้แก่ ถนนตัดแนวใหม่ 631 เมตร ถนนเกาะทราย 769 เมตร และถนนกรมชลประทาน 2,035 เมตร
ช่วงปลายปี 2568 ถึงกลางปี 2569 จะเป็นงานสำรวจและออกแบบ ใช้เวลารวม 6 เดือน จากนั้นนำเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมเดินหน้าจัดหาที่ดินด้วยวิธีเจรจาซื้อขายในปี 2569-2570 ใช้เวลา 15-18 เดือน วงเงินงบกลาง 600 ล้านบาท
ต้นปี 2570 วางแผนเริ่มก่อสร้างคันดินและคันคอนกรีตเสริมเหล็กระยะแรก ไปจนถึงปลายปี 2571 ใช้เวลา 12-18 เดือน งบประมาณ 140 ล้านบาท หลังจากนั้นจะก่อสร้างคันคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนส่วนที่เหลือ รวมถึงปรับปรุงถนนเดิม ตั้งแต่ปลายปี 2570 ถึงกลางปี 2573 ใช้เวลา 24-35 เดือน งบประมาณ 160 ล้านบาท
ในส่วนการจัดหาที่ดินด้วยวิธีปรองดองและการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน จะทำช่วงต้นปี 2571 ถึงสิ้นปี 2572 ใช้เวลา 12-24 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท ต่อด้วยงานเขื่อนป้องกันตลิ่งและจัดภูมิทัศน์ทางน้ำหลาก ช่วงกลางปี 2572 ถึงกลางปี 2575 ใช้เวลา 30-36 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท และงานปรับปรุงระบบระบายน้ำหลัก ตั้งแต่กลางปี 2571 จนสิ้นสุดโครงการในปี 2575 ใช้เวลา 42-48 เดือน งบประมาณ 450 ล้านบาท งบทั้งหมดของแผนแก้ปัญหาแบบถาวรรวมประมาณ 2,950 ล้านบาท
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวบ้านในอำเภอแม่สายไม่พอใจโครงการก่อสร้างกำแพงกันน้ำท่วมมูลค่า 3 พันล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย



