เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง

Published

on

เชียงราย – ที่ด่านแม่สาย รถบรรทุกผลไม้ยังต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ช้าแค่นิดเดียวก็เสี่ยงกระทบความสด และทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เกิดคอขวดซ้ำๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงรายกำลังเดินหน้าตามแผนปี 2026 เพื่อทำบทบาทการเป็น เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขงที่แท้จริง ให้ชัดขึ้น และทำได้จริง

สัปดาห์นี้ จังหวัดขับเคลื่อนงาน 2 ทางพร้อมกัน

ทางแรก คือผลักดันให้ด่านพรมแดนแม่สายถูกพิจารณาอยู่ในกรอบพิธีสารไทย-จีน ที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกผลไม้ผ่านประเทศที่สาม หากได้รับอนุมัติ การขนส่งทางบกจะมีสถานะที่ชัดเจนขึ้น และขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น

ทางที่สอง คือขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เจรจา หาคู่ค้า และขยายตลาด ในช่วงที่บางเส้นทางชายแดนยังไม่นิ่ง

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่งานประชุมหรืองานอีเวนต์ แต่เป็นการแปลงข้อมูลการค้าระดับประเทศให้เป็นแผนปฏิบัติที่ใช้ได้จริงหน้างาน

แม่สายจากด่านท้องถิ่น สู่เส้นทางผลไม้ไทย-จีนที่ชัดเจนขึ้น

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 เชียงรายจัดประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อตรวจความพร้อมในการเสนอให้ “แม่สาย” เป็นจุดนำเข้าและส่งออกสำหรับการค้าผลไม้ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบการขนส่งผ่านประเทศที่สาม

การประชุมมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (ACFS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญคือทำให้ “เส้นทาง” กลายเป็น “ระบบ” เพราะการค้าผลไม้ไม่ได้วัดกันแค่ปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่สวน การตรวจรับรอง มาตรการกักกัน การควบคุมอุณหภูมิ ขั้นตอนศุลกากร ไปจนถึงเวลารวมบนถนน

จังหวัดชี้ว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีความต้องการในจีนค่อนข้างสูง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางขนส่งและบางขั้นตอนการผ่านแดน ทำให้เวลาขนส่งยาวขึ้น และต้นทุนเพิ่ม

การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ ช่วยให้การขนส่งทางบกเร็วขึ้น ลดจุดติดขัด และลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกและเกษตรกรเผชิญมานาน

การประหยัดเวลาแม้เพียงเล็กน้อยมีผลต่อทั้งระบบ เวลาที่เสียไปหน้าด่านมักตามมาด้วยค่าขนส่งที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันเพิ่ม ความเสี่ยงด้านคุณภาพ และความไม่แน่นอนของวันส่งมอบ สิ่งเหล่านี้กระทบราคา และทำให้การต่อรองของไทยอ่อนลง

งานมหกรรมการค้าชายแดน 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ เน้นเจรจาจริง ทำดีลจริง

ในอีกแนวทางหนึ่ง กรมการค้าต่างประเทศประกาศจัดงาน “งานแสดงสินค้าการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย” ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 สถานที่หลักคือ วิง 416 และโรงแรมเดอะเฮอริเทจ เชียงราย

เป้าหมายที่ประกาศไว้คือเสริมความแข็งแรงให้ธุรกิจไทย เชื่อมการค้ากับเมียนมา ลาว และจีน และตอกย้ำบทบาทของเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

รูปแบบงานเน้นการซื้อขายมากกว่าการโชว์สินค้า ภายในงานมีบูธจำหน่ายมากกว่า 200 บูธ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของจังหวัด รวมถึงสัมมนาหัวข้อ Winning the New Chinese Wave ที่พูดถึงการเตรียมตัวของธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจีน และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน

ผู้จัดงานยังเตรียมช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด่านกัมพูชา ด้วยการพาเข้ามาเจรจาในพื้นที่ใหม่ เพื่อหาตลาดทดแทนและคู่ค้าใหม่ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งไม่แน่นอน

ตัวเลขระดับประเทศชี้ชัด ปี 2025 การค้าผ่านแดนโตแรงและพยุงภาพรวม

การเดินหน้าของเชียงรายในปี 2026 ไม่ได้อิงแค่ความคาดหวัง แต่มีข้อมูลรองรับ

กรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า ปี 2025 มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนรวมอยู่ที่ 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี การส่งออกอยู่ที่ 1,063,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลการค้า 188,579 ล้านบาท

เมื่อดูรายละเอียด จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตมาจากคนละส่วน

การค้าชายแดนมีมูลค่า 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 522,007 ล้านบาท ลดลง 13.31 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 372,186 ล้านบาท ลดลง 0.69 เปอร์เซ็นต์

แต่การค้าผ่านแดนกลับโตสวนทาง มูลค่ารวมอยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 541,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.23 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าผ่านแดน 502,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.99 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลผ่านแดน 38,757 ล้านบาท

ภาพรวมจึงชัดเจน การค้าชายแดนโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านชะลอ แต่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามโตมากพอจะดันภาพรวมให้ขยายตัวต่อ

การค้าผ่านแดนไปจีนมีมูลค่า 608,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์ ทำให้จีนเป็นตลาดผ่านแดนอันดับ 1 ในชุดข้อมูลนั้น รองลงมาคือสิงคโปร์และเวียดนาม

ในมุมของเชียงราย นี่คือเหตุผลของความเร่งด่วน เมื่อแนวโน้มระดับประเทศชี้ว่าการส่งผ่านไปจีนเป็นแรงหลัก ด่านและเส้นทางต้องพร้อม ต้องมีมาตรฐานชัด และกระบวนการที่เชื่อถือได้

ตัวเลขเดือนธันวาคมย้ำซ้ำ การค้าผ่านแดนยังแรง แม้ส่งออกชายแดนลด

ข้อมูลเดือนธันวาคม 2025 สะท้อนภาพเดียวกัน มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมของเดือนอยู่ที่ 162,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงขับเคลื่อนของสองส่วนต่างกันชัด

การค้าชายแดนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 66,031 ล้านบาท ลดลง 15.16 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 38,426 ล้านบาท ลดลง 23.86 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 27,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87 เปอร์เซ็นต์

การค้าผ่านแดนเดือนเดียวกันอยู่ที่ 96,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 42,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้าผ่านแดนพุ่งเป็น 53,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.07 เปอร์เซ็นต์

สำหรับธุรกิจ บทสรุปใช้งานได้ทันที ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อการค้าพึ่งพาช่องทางชายแดนไม่กี่จุดที่เปลี่ยนแปลงง่ายจากการปิดด่านหรือกฎใหม่ ขณะที่โอกาสอยู่ที่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เพราะปริมาณยังเพิ่ม และผู้ส่งของต้องการเส้นทางที่ชัด โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐาน

เชียงรายจะโตยาก ถ้าโลจิสติกส์ยังติดขัด

ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า เชียงรายมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี 2025 สินค้าส่งออกสำคัญมีทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง

สิ่งนี้สะท้อนบทบาทของเชียงรายที่เป็นทางผ่านไปจีนตอนใต้และประเทศใกล้เคียงมานาน แต่คำว่า “ประตู” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อสินค้าเดินทางได้เร็ว ปลอดภัย และอยู่ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

เมื่อการค้าผ่านแดนไปจีนขยายตัว การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้จึงเหมือนการยกระดับจากทางผ่านท้องถิ่น ไปสู่ช่องทางที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับระหว่างประเทศ

หากการยกระดับเดินหน้าได้ตามแผน กลุ่มที่ได้ประโยชน์ก่อนคือเกษตรกรและผู้ส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ที่ต้องการเส้นทางบกซึ่งติดขัดน้อยและต้นทุนต่ำกว่า ธุรกิจขนส่ง ห้องเย็น และบริการชายแดนก็น่าจะมีงานเพิ่มตามไปด้วย

แต่การแข่งขันก็จะเข้มขึ้นเช่นกัน ระบบที่เร็วขึ้นทำให้ความคาดหวังด้านคุณภาพและส่งมอบตรงเวลาสูงขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องเตรียมตัวเรื่องมาตรฐาน เอกสาร และการขายผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่สัมมนาในงานการค้าพยายามช่วยต่อยอด

ด้วยเหตุนี้ งานมหกรรมการค้าชายแดนจึงไม่ใช่แค่งานขายของ แต่เป็นพื้นที่เพิ่มทักษะ และหาคำสั่งซื้อใหม่ในช่วงที่โครงสร้างการค้ากำลังเปลี่ยน

ความหมายของปี 2026 เชียงรายพยายามต่อยอดแรงส่งของการค้าผ่านแดน

ปี 2025 การค้าชายแดนหดตัว แต่ภาพรวมยังโตเพราะการค้าผ่านแดนพุ่งแรง แนวทางของเชียงรายในปี 2026 จึงสอดคล้องกับความจริงนี้ โดยทุ่มแรงไปยังส่วนที่กำลังโต และลดจุดอ่อนที่ทำให้การส่งของล่าช้า

สามเรื่องที่ต้องจับตาต่อไปคือ

  • ความคืบหน้าการนำแม่สายเข้าอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้ รวมถึงมาตรฐานตรวจสอบและความพร้อมด้านโลจิสติกส์
  • ผลลัพธ์ของงานมหกรรมการค้าชายแดนเชียงราย วัดจากคู่ค้าจริงและคำสั่งซื้อจริง
  • การปรับตัวของธุรกิจท้องถิ่นต่อการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ที่กติกาและจังหวะเปลี่ยนเร็ว

เมื่อการค้าผ่านแดนปี 2025 อยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ งานของเชียงรายไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่คือการเตรียมระบบให้รับปริมาณที่เพิ่มขึ้นได้ และไม่ปล่อยให้รายเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ตัวเลขสำคัญ

  • การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,937,629 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์), ส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์), นำเข้า 874,525 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์), เกินดุล 188,579 ล้านบาท
  • การค้าชายแดนรวม ปี 2025: 894,193 ล้านบาท (ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,043,436 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดนไปจีน ปี 2025: 608,165 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม เดือนธันวาคม 2025: 162,064 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์)
  • การค้าผ่านแดน เดือนธันวาคม 2025: 96,033 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์)

แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทศบาลนครเชียงราย เดินหน้ายกระดับ “สวนตุงและโคมนครเชียงราย”

 

Trending

Exit mobile version