เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรม Northern Fruit Connect 2026 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในท้องถิ่น
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นายจเด็ศ จันทรา เลขานุการ รมช.เกษตรฯ เปิดงาน “Northern Fruit Connect 2026” อย่างเป็นทางการ ณ ตลาดล้านเมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 24-30 กรกฎาคม 2569 งานนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับผลไม้จาก 8 จังหวัดภาคเหนือสู่มาตรฐานสากล พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
งานมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ หรือ “Northern Fruit Connect 2026 เชื่อมสวน เชื่อมสหกรณ์ เชื่อมตลาด” เริ่มขึ้นแล้วอย่างคึกคัก โดยมีนายจเด็ศ จันทรา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรมตลาดล้านเมือง อำเภอเมืองเชียงราย งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งตัวแทนภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม
พื้นที่ภาคเหนือของไทยถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นซึ่งเกิดจากสภาพอากาศและภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าเหล่านี้มีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด แต่เกษตรกรจำนวนมากยังคงพบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการและการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับคุณภาพผลผลิต: เน้นผลักดันผลไม้เหนือให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และส่งเสริมเอกลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อดึงดูดผู้บริโภคทั่วโลก
- เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ: สร้างเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อตกลงการค้าระหว่างสหกรณ์ เกษตรกร และผู้ประกอบการส่งออก
- ขยายตลาดส่งออก: รัฐบาลเร่งสำรวจความต้องการของตลาดต่างประเทศ เช่น ตลาดกล้วยหอมในญี่ปุ่น เพื่อวางแผนเพิ่มผลผลิตให้ตรงจุดและลดการนำเข้า
นโยบายรัฐและการยกระดับผลไม้ไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งมั่นสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตผลไม้ให้ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและมูลค่าของสินค้า นโยบายนี้สอดคล้องกับแนวทางของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เป้าหมายหลักคือการทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในระยะยาว (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่างานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร พื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน จังหวัดเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการผลิตผลไม้คุณภาพของประเทศที่พร้อมส่งออกไปทั่วโลก
การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการใช้ระบบสหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายผลผลิต การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มช่วยให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อมโยงการผลิตสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ยังช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงฤดูกาล สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่าจะมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างแน่นอน และนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานรากของภาคเหนือให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง

กิจกรรมห้ามพลาดและการขยายตลาดสู่สากล
ภายในงานมีกิจกรรมมากมายที่ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วไป มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้คุณภาพสูงจากสหกรณ์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ธุรกิจเพื่อขยายเครือข่ายการค้า รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการแปรรูปที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เกษตรกรนำไปต่อยอดได้จริง
นายจเด็ศ จันทรา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่ารัฐบาลกำลังใช้กลยุทธ์ “ตลาดนำ” ในการส่งเสริมการเกษตรอย่างเต็มที่ โดยยกตัวอย่างความต้องการกล้วยหอมในตลาดญี่ปุ่นที่สูงถึง 20,000 ตัน แต่ปัจจุบันไทยยังส่งออกได้เพียง 3,000 ตันเท่านั้น นี่จึงเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรไทยจะต้องเร่งพัฒนาคุณภาพเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ให้ได้
เสน่ห์ของผลไม้ภาคเหนือคือรสชาติและเนื้อสัมผัสที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นลำไยหรือทุเรียนที่ใครได้ลองชิมก็ต้องประทับใจ งานนี้จึงเป็นการรวมของดีจากทั่วภาคเหนือมาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อกันโดยตรงในราคาที่คุ้มค่าที่สุด พร้อมช่วยอุดหนุนรายย่อยโดยตรง
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมงาน “Northern Fruit Connect 2026” ได้จนถึงพรุ่งนี้ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ณ ตลาดล้านเมือง จังหวัดเชียงราย พิเศษสุดในช่วง “นาทีทอง” ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของทุกวัน จะมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมมากมาย ห้ามพลาดโอกาสดีๆ ในการสนับสนุนเกษตรกรไทย!
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศิลปินเนรมิตตลาดกาดหลวงอายุ 100 ปี จังหวัดเชียงราย ให้กลายเป็นผืนผ้าใบ
จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เรื่องนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากประชาชน ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงร้องเรียนว่า มีพระภิกษุหลายรูปมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พวกเขาใช้กุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลท่าข้าวเปลือกเป็นที่นัดพบและมั่วสุมเสพยาเสพติด นายอดิเรก ไลไธสง นายอำเภอแม่จัน ไม่ได้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ ท่านสั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่หาข้อมูลทันที เพื่อตรวจสอบความจริงและสร้างความสบายใจให้กับชุมชน
หลังจากสืบหาข่าวจนมั่นใจว่ามีการทำผิดจริง เจ้าหน้าที่ก็เริ่มลงมือทันที ในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นายอำเภอได้สั่งการให้นายบุรพล มุ้งทอง ปลัดอำเภอแม่จัน เป็นผู้นำทีม ปลัดอำเภอประสานงานกับสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอแม่จันที่ 9 เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว การบุกเข้าไปครั้งนี้ทำแบบไม่ให้ตั้งตัว เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดรู้ตัวหรือหนีไปได้ทัน
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านทนไม่ไหว: เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นวัดในตำบลท่าข้าวเปลือก หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยา
- ผลตรวจปัสสาวะสีม่วง: แม้ไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนในกุฏิ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะพระทั้ง 3 รูป กลับพบสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด
- จับสึกและส่งบำบัด: เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าอาวาสให้รับทราบ ก่อนทำพิธีจับสึกและส่งตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่ระบบบำบัดผู้ติดยา
ตรวจค้นกุฏิและผลการจับกุมเบื้องต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงกุฏิเป้าหมาย พวกเขาพบพระภิกษุจำนวน 3 รูปนั่งอยู่ข้างใน จากการตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์ผิดกฎหมายซ่อนอยู่เลย แต่เพื่อความชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงขอนิมนต์พระทั้ง 3 รูปให้เข้ารับการตรวจร่างกาย ผลปรากฏว่าผลตรวจปัสสาวะของทั้ง 3 รูปออกมาเป็นสีม่วง สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนว่าพวกเขาเพิ่งใช้สารเสพติดมาไม่นาน ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
หลังจากพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด พวกเขาแจ้งเรื่องให้เจ้าคณะตำบลท่าข้าวเปลือกและเจ้าอาวาสวัดรับทราบทันที เพื่อให้ดำเนินการตามกฎระเบียบของทางสงฆ์ พระทั้ง 3 รูปจึงถูกทำพิธีลาสิกขา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า “จับสึก” ในวันนั้นเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้พวกเขาได้รับการรักษาและมีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี

เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน
ปัญหายาเสพติดในวัดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ทางการอำเภอแม่จันยังคงขอร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาต่อไป หากใครพบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ สามารถแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทันที ความร่วมมือจากชุมชนคือพลังสำคัญที่สุดในการกวาดล้างยาเสพติด คุณสามารถติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เพิ่มเติมได้ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความปลอดภัยในชุมชนของคุณ
ในขั้นตอนต่อไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายผลการสืบสวนอย่างจริงจัง พวกเขาต้องการหาคำตอบว่ายาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาในวัดได้อย่างไร การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ทุกคนหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้หลายๆ วัดเข้มงวดมากขึ้น และช่วยให้ชุมชนท่าข้าวเปลือกกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไร้ยาเสพติดอย่างแท้จริง
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย




