ข่าวการเมือง Politics
พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
กรุงเทพฯ — ประเทศไทยเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปแบบฉบับเร่งด่วนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การสำรวจความคิดเห็นระดับชาติยังคงแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชน ซึ่งเน้นนโยบายปฏิรูป และผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่าง ณัฐพงษ์…
กรุงเทพฯ — ประเทศไทยเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปแบบฉบับเร่งด่วนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การสำรวจความคิดเห็นระดับชาติยังคงแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชน ซึ่งเน้นนโยบายปฏิรูป และผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำหน้าอย่างห่างเหิน
พรรคที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการยุบพรรคก้าวไกล ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยในอดีต
จากการสำรวจหลายชุด พรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อ โดยมักได้คะแนนอยู่ระหว่างประมาณ 30% ถึงมากกว่า 38% เล็กน้อย ในโพลล่าสุดหลายครั้ง พรรคเพื่อไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับสอง แซงหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอยู่ในอันดับสามเล็กน้อย การแข่งขันนี้สะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมระหว่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการการปฏิรูป กับเครือข่ายทางการเมืองเก่าแก่ที่มีฐานมั่นคงในระดับภูมิภาค
ตัวเลขโพลล่าสุดชี้ถึงโมเมนตัมที่ยังคงแข็งแกร่งของพรรคประชาชน
การสำรวจล่าสุดยังคงวางพรรคประชาชนอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง ในโพลราษฎร์บัณฑิตครั้งที่สอง ซึ่งสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 11,700 คน พรรคได้รับการสนับสนุน 38.8% ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย 17.9% และพรรคภูมิใจไทย 15.6% สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (มักเรียกว่า “เติ้ล”) อยู่อันดับหนึ่งที่ 36.7%
ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา การสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตระบุว่าพรรคประชาชนได้ประมาณ 33.14% ถึง 34.2% พรรคภูมิใจไทยอยู่ราว 16% และพรรคเพื่อไทยใกล้เคียงหรือตามหลังเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรอบการเผยแพร่
โพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แสดงให้เห็นพรรคประชาชนที่ประมาณ 30.4% ภูมิใจไทยอันดับสอง 22% และเพื่อไทยอันดับสาม 16% โพลของมติชนและเดลินิวส์ก็ระบุว่า ณัฐพงษ์นำในสนามนายกรัฐมนตรีที่ 35.2% นำหน้าชื่ออื่น ๆ อย่างชัดเจน
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งเคยเป็นถิ่นฐานของพรรคเพื่อไทย โพลอีสานของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่าพรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อเพียงเล็กน้อยที่ 30.3% เพื่อไทยตามใกล้ ๆ ที่ 30.1% และภูมิใจไทย 27.2% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ โดยเฉพาะในปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยยังมีฐานแข็งแกร่งกว่าในภูมิภาค
การคาดการณ์ที่นั่งยังแตกต่างกัน บางแบบจำลองภายในและนักวิเคราะห์คาดว่าพรรคประชาชนอาจได้ 150 ที่นั่งหรือมากกว่าในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง และมีโอกาสเพิ่มขึ้นหาก turnout สูง แบบจำลองบางส่วนที่อิงนิด้าให้ภูมิใจไทยได้เปรียบในหลายเขตเลือกตั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระดับชาติในโพลล่าสุดยังเอื้อให้ฝ่ายก้าวหน้า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจและความแตกต่างระหว่างภูมิภาคยังสามารถพลิกผลได้ แต่พรรคประชาชนและณัฐพงษ์ยังคงเป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด
เหตุใดพรรคประชาชนจึงได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
การสนับสนุนจากคนไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอายุ 18-35 ปี เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พรรคประชาชนทำคะแนนได้ดี คนกลุ่มนี้活跃บนออนไลน์และรู้สึกหงุดหงิดกับการเมืองแบบเก่า พวกเขามองว่าพรรคนี้เป็นทางตรงสู่การปฏิรูป
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตผู้ประกอบการเทคโนโลยีวัย 37 ปี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีตัวตนออนไลน์โดดเด่น สอดคล้องกับภาพลักษณ์นี้ เขานำเสนอตัวเองในฐานะคนปฏิบัติจริงและให้ความสำคัญกับรายละเอียด พร้อมข้อความที่ชัดเจนเรื่องความโปร่งใส การต่อต้านคอร์รัปชัน และการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เช่น เครือข่ายเงินสีเทา
การเข้าถึงผ่านออนไลน์ เนื้อหาที่แชร์ง่าย และสโลแกน “เชื่อมั่นในประชาชน” ช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น คล้ายกับกระแสพรรคก้าวไกลในปี 2566
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่จำนวนมากยังสนับสนุนนโยบายของพรรค เช่น การกระจายอำนาจและผลักดันความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น พรรคยังแสดงท่าทีที่สมานฉันท์มากขึ้นต่อประเด็นปฏิรูปกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อขยายฐาน
คำมั่นสัญญาว่าจะมี “รัฐบาลที่นำโดยประชาชน” ปราศจากกลุ่มอำนาจเก่าแก่ยาวนาน สะท้อนความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มองว่าพันธมิตรในอดีตไม่เคยนำการปฏิรูปที่แท้จริงมาได้ การมีส่วนร่วมสูงจากคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ จังหวัดภาคกลาง และบางส่วนของภาคเหนือ ช่วยหนุนทั้งที่นั่งเขตและบัญชีรายชื่อ
พรรคเพื่อไทยยังคงมีรากฐานลึกในภาคเหนือและอีสาน
แม้ตัวเลขระดับชาติจะอ่อนลง แต่พรรคเพื่อไทยยังเป็นผู้เล่นสำคัญในภาคเหนือและอีสาน ภูมิภาคเหล่านี้สนับสนุนพรรคสายชินวัตรมาหลายปี
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชนบทและชนชั้นแรงงานจำนวนมากยังคงชื่นชอบแนวทางประชานิยมของเพื่อไทย เช่น การลดหนี้ การช่วยเหลือค่าครองชีพ การรักษาพยาบาลราคาถูก และความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในยามยาก
เพื่อไทยยังได้ประโยชน์จากเครือข่ายท้องถิ่นที่สร้างมานานและความสัมพันธ์กับผู้นำท้องถิ่น ในอีสาน พรรคกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น โดยอาศัยแบรนด์ครอบครัวและข้อความเรื่องความมั่นคง
แม้โพลระดับชาติจะแสดงการถดถอย แต่บางโพลภูมิภาคยังแข่งขันสูสี ในบางพื้นที่ การสื่อสารที่เจาะจงช่วยให้เพื่อไทยรักษาหรือกลับมาได้
ฐานเสียงนี้อาจแปรเป็นที่นั่งจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เพื่อไทยมีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง การขยับขึ้นมาอันดับสองในบางโพลชี้ถึงการหาเสียงที่มีประสิทธิภาพในจังหวัดที่มีคะแนนเสียงหนาแน่น แม้จะเสียเปรียบมากขึ้นกับคนรุ่นใหม่และคนเมือง
เมื่อใกล้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่าคลื่นปฏิรูปสามารถเอาชนะเครื่องจักรการเมืองเก่าแก่ได้หรือไม่ พรรคประชาชนต้องการยุติวงจรการปฏิรูปที่ถูกขัดขวาง โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นผู้นำ
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของภูมิใจไทยในระดับเขตเลือกตั้ง และความภักดีต่อเพื่อไทยในภูมิภาค ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่แน่นอน
อัตราการออกมาใช้สิทธิ ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ และการคำนวณพันธมิตร จะเป็นตัวกำหนดรัฐบาลชุดต่อไป ในเชียงรายและทั่วภาคเหนือ ที่แนวคิดปฏิรูปปะทะกับความภักดีที่ยาวนาน การแข่งขันรู้สึกตึงเครียดเป็นพิเศษ ไม่ว่าใครจะชนะ ผลลัพธ์น่าจะกำหนดทิศทางการเมืองไทยไปอีกหลายปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจจับเกมเมอร์ออนไลน์ หลังล่อลวงเด็กหญิง 12 ปีไปกักในคอนโด
ข่าวการเมือง Politics
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
ชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ตำรวจสถานีตำรวจภูสีน จังหวัดพะเยา ได้รับรายงานที่น่าตกใจ นำโดยร้อยตำรวจโททวี แก้วชมพู ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลทุ่งเกลือ อำเภอภูสีน จังหวัดเชียงราย ว่าพบศพหญิงคนหนึ่งในบ้านหลังหนึ่งกลางสวนยางพารา หมู่ 6 ตำบลทุ่งเกลือ อำเภอภูสีน จังหวัดเชียงราย เมื่อได้รับรายงาน ตำรวจพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างพะเยา และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลภูสีน ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนทันที
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- พบศพหญิงชาวม้ง วัย 41 ปี ถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะ เสียชีวิตในบ้านพักกลางสวนยาง อำเภอภูซาง
- เจ้าหน้าที่กู้ภัยงมพบ “ค้อน” เปื้อนเลือดในสระน้ำใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธสังหาร
- ผู้ตายมักมีปากเสียงเรื่องความหึงหวงกับแฟนหนุ่มวัย 42 ปี ซึ่งหายตัวไปจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ
- ตำรวจเร่งติดตามตัวแฟนหนุ่มมาสอบปากคำอย่างเร่งด่วนในฐานะผู้ต้องสงสัยสำคัญ
สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักที่ตั้งอยู่กลางสวนยางพาราที่ค่อนข้างเงียบสงบ โดยมีสระน้ำอยู่บริเวณด้านข้าง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบร่องรอยการงัดแงะและบุกรุกบริเวณห้องนอนและรอบๆ ตัวบ้าน นอกจากนี้ยังมีหน้าต่าง 1 บานถูกทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.มี แซ่ลี อายุ 41 ปี หญิงชาวม้งจากอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สภาพศพน่าสลดใจ บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ศพนอนคว่ำหน้า และร่างกายท่อนล่างไม่ได้สวมกางเกง แพทย์ประเมินว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน จนเริ่มมีกลิ่นโชยไปทั่วบริเวณ

ค้นพบอาวุธสังหารในสระน้ำ
ทีมสืบสวนของตำรวจคาดการณ์ว่า อาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นค้อนหรือของแข็งที่มีน้ำหนัก จึงได้ประสานงานให้หน่วยกู้ภัยลงงมค้นหาในสระน้ำที่อยู่ติดกับบ้านพัก
การค้นหาใช้เวลาเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็พบหน้าทุบตีหรือค้อนจมอยู่กลางสระน้ำ สิ่งที่ยืนยันข้อสันนิษฐานคือพบคราบเลือดติดอยู่บนค้อนอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญใน คดีอาชญากรรม ครั้งนี้
ปมความหึงหวงและเบาะแสผู้ต้องสงสัย
ร.ต.อ.ทวี เปิดเผยข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างที่เข้ามารับจ้างกรีดยางในพื้นที่ เธอพักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่กับแฟนหนุ่มวัย 42 ปี ซึ่งเป็นชาวม้งจากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ทั้งสองคนเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ไม่นานนัก
พยานในพื้นที่ระบุว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ สาเหตุหลักมาจากความหึงหวง เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี เมื่อ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งเรียกทั้งสองคนมาพูดคุยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องราวก็ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นในเวลาต่อมา
สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีน้ำหนักมุ่งไปที่คนใกล้ชิดคือ หลังเกิดเหตุ แฟนหนุ่มของผู้ตายได้หลบหนีและหายตัวไปจากพื้นที่อย่างลึกลับ ไม่มีญาติหรือเพื่อนบ้านคนใดสามารถติดต่อเขาได้เลย
ขณะนี้ ชุดสืบสวนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำพื้นที่ภูซาง กำลังเร่งแกะรอยและติดตามตัวแฟนหนุ่มคนนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อนำตัวมาสอบปากคำตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากเขาคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง หากมีความคืบหน้า เจ้าหน้าที่จะเร่งแจ้งให้ทราบเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ชุมชนต่อไป
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายชาวพม่าฐานทำร้ายหญิงเสียชีวิตด้วยค้อน
ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก
ข่าวการเมือง Politics
โฆษกของฮุน เซน ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการส่งข้อความลับไปยังประเทศไทย
กรุงเทพฯ – กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีมีการแชร์ข้อมูลอ้างว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา…
กรุงเทพฯ – กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีมีการแชร์ข้อมูลอ้างว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งข้อความผ่านคนใกล้ชิดถึงบุคคลสำคัญของไทยเพื่อเสนอแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ล่าสุดทางโฆษกส่วนตัวของฮุน เซน ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
กัมพูชาโต้ “ข่าวปลอม” ยันไม่มีการส่งสารลับ
นายเกียว กัญญาฤทธิ์ โฆษกส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นและเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางสื่อสารหลัก โดยระบุว่าข้อมูลที่ระบุว่ามีการส่งสารลับหรือข้อเสนอพิเศษผ่านตัวแทนมายังบุคคลระดับสูงของไทยนั้น “ไม่เป็นความจริง” และเป็นเพียงความพยายามในการสร้างกระแสในโลกออนไลน์
โฆษกฯ ย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและไทยในปัจจุบันยังคงดำเนินไปอย่างเป็นปกติผ่านช่องทางทางการทูต และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ตัวแทนที่ไม่เป็นทางการในการเจรจาเรื่องสำคัญระดับชาติ
- ข้อเท็จจริง: กัมพูชาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการส่งสารผ่าน “คนใกล้ชิด”
- สถานะปัจจุบัน: ความสัมพันธ์ยังคงเน้นการสื่อสารผ่านกระทรวงการต่างประเทศ
- คำเตือน: ขอให้ประชาชนระมัดระวังการแชร์ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่ได้รับอนุญาต
นายกฯ ไทยย้ำ “ยังไม่ได้รับรายงาน” และยังไม่เปิดด่าน
ทางด้านนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุสั้นๆ ว่าในขณะนี้ “ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ” เกี่ยวกับข้อความหรือสารใดๆ จากทางอดีตผู้นำกัมพูชาตามที่เป็นข่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงถึงประเด็นการเรียกร้องให้เปิดด่านพรมแดนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าชายแดน โดยยืนยันว่าในขณะนี้ รัฐบาลจะยังไม่มีการพิจารณาเปิดด่านพรมแดนใหม่ หรือขยายเวลาเปิดปิดด่านเพิ่มเติม เนื่องจากยังต้องคำนึงถึงมาตรการด้านความมั่นคงและการตรวจสอบอย่างละเอียด
“เราต้องพิจารณาความพร้อมในทุกมิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน ดังนั้นในเวลานี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องจุดผ่านแดน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
วิเคราะห์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ข่าวสารในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มักถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง ประเด็นสำคัญที่น่าจับตาในขณะนี้คือ:
- การจัดการข่าวบิดเบือน: ทั้งสองประเทศเริ่มมีความเข้มงวดในการตรวจสอบข่าวปลอม (Fake News) ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
- นโยบายชายแดน: แม้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจะเรียกร้องให้เปิดด่าน แต่000 บาทจากคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อนำเงินไปสนับสนุนโครงการ "ท่องเที่ยวครึ่งราคา"">รัฐบาลไทยยังคงใช้ “นโยบายความปลอดภัยนำการค้า”
- ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล vs ทางการ: แม้ผู้นำทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่การดำเนินการทุกอย่างยังต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายระหว่างประเทศ
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่ไม่ได้กรอง
สรุปได้ว่า ข้อมูลที่แชร์กันในโลกออนไลน์เรื่องสารลับจาก “ฮุน เซน” นั้น เป็นเพียงข่าวลือ ที่ถูกปฏิเสธโดยตรงจากฝั่งกัมพูชา ขณะที่ฝั่งไทยเองก็ยังคงยืนยันในหลักการเดิมเรื่องการรักษาความปลอดภัยแนวชายแดน ประชาชนจึงควรบริโภคข่าวสารด้วยความระมัดระวังและรอการยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ผงาดแชมป์ FIFA Series 2026! อัด คองโก 2-0
การเดิมพันครั้งใหญ่ของ Allbirds กับกระแส AI ที่ทำหุ้นพุ่งกระฉูด 600%
ข่าวการเมือง Politics
ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2026 และก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างมั่นคง
ถล่มทลายครั้งประวัติศาสตร์ของทาคาอิจิ, LDP กวาดชัยชนะเลือกตั้งฉับพลัน คว้าซูเปอร์เมเจอริตีสูงสุดยุคหลังสงคราม
นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นยึดอำนาจแน่น ด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด ท่ามกลางสัญญาเศรษฐกิจและโจทย์ความมั่นคง
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – การเมืองญี่ปุ่นพลิกภาพแบบคาดไม่ถึง เมื่อพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งทั่วไปแบบฉับพลันในวันอาทิตย์อย่างขาดลอย จนได้เสียงข้างมากระดับสองในสามในสภาผู้แทนราษฎร ผลที่ NHK คาดการณ์และตัวเลขนับคะแนนช่วงต้นที่ยืนยันแล้ว ชี้ว่านี่คือชัยชนะที่เด็ดขาดที่สุดของพรรคเดียวในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหลังสงคราม และทำให้ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ มีพื้นที่ทางการเมืองกว้างกว่าที่เคยในการผลักดันวาระอนุรักษนิยม
LDP เพียงพรรคเดียวได้ 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง ทิ้งห่างเกณฑ์เสียงข้างมากธรรมดาที่ 233 ที่นั่ง และยังเกินเส้น 310 ที่นั่ง ที่ทำให้สภาล่างสามารถโหวตคว่ำมติสภาสูงได้ นี่คือการเพิ่มที่นั่งมากกว่า 100 จากก่อนเลือกตั้งที่มี 198 ที่นั่ง และถ้านับรวมพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรค Japan Innovation Party (JIP) ที่ได้ 36 ที่นั่ง กลุ่มรัฐบาลจะถือครองรวม 352 ที่นั่ง เป็นตัวเลขที่แข็งแรงพอจะกำหนดทิศทางการเมืองญี่ปุ่นไปได้อีกนาน
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เกิดขึ้นท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ และถูกประกาศขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2025 ต่อจากชิเงรุ อิชิบะที่ลาออก ช่วงของอิชิบะเต็มไปด้วยแรงกดดันจากความพ่ายแพ้ทางการเมือง รวมถึงการที่ LDP เสียเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ท่ามกลางประเด็นเงินการเมืองที่ไม่รายงาน และความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทาคาอิจิ นักการเมืองสายอนุรักษนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องท่าทีแข็งต่อประเด็นความมั่นคงและการปฏิรูปเศรษฐกิจ ตัดสินใจเสี่ยงยุบสภาเพื่อใช้ช่วงกระแสนิยมช่วงต้นวาระให้เกิดประโยชน์
ประชาชนตอบรับชัดเจน ผลสำรวจหลังคูหาและตัวเลขรวมบ่งชี้ว่า LDP ทำคะแนนนำทั้งในเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ 249 ที่นั่งจากเขต และ 67 ที่นั่งจากสัดส่วน พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรค Constitutional Democratic Party และกลุ่มที่เหลือจากอดีตพันธมิตรโคเมโตะ สูญเสียที่นั่งจำนวนมาก หลายการคาดการณ์ระบุว่าฝ่ายค้านรวมกันได้ไม่ถึง 120 ที่นั่ง ผลลัพธ์สะท้อนการสนับสนุนนโยบายของทาคาอิจิที่เน้นลดภาษีเพื่อกระตุ้นการเติบโต เพิ่มงบกลาโหมในช่วงความตึงเครียดกับจีนและเกาหลีเหนือ และคุมเข้มเรื่องผู้อพยพ
เดิมพันที่ออกดอกเต็มที่
การยุบสภาเร็วตั้งแต่เริ่มเป็นนายกฯ ถูกมองว่าเสี่ยงสูง เพราะ LDP เพิ่งเสียศรัทธาจากคดีเงินลับที่กระทบความไว้วางใจ และคนจำนวนไม่น้อยไม่อยากเห็นการเลือกตั้งที่มาเร็วอีกครั้ง แต่แคมเปญของทาคาอิจิที่สื่อบางส่วนเรียกกันว่า “Sanamania” โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เดินเรื่องด้วยภาพการเปลี่ยน “ความกังวลให้เป็นความหวัง” เธอชูมาตรการเศรษฐกิจที่แรงขึ้น ทั้งการกระตุ้นการใช้จ่ายและการผ่อนกฎระเบียบบางส่วน พร้อมสื่อสารความเด็ดขาดด้านความมั่นคง
แม้หิมะหนักทำให้การเดินทางในสุขภาพ">ภาคเหนือสะดุด และเกิดการยกเลิกเที่ยวบินกับรถไฟหลายเส้นทาง แต่คนยังออกมาใช้สิทธิไม่น้อย ผลที่ออกมาจึงถูกตีความว่าเป็น “ไฟเขียว” ให้รัฐบาลเดินหน้าปรับทิศทางประเทศ ภายใต้ความต่อเนื่องของการเมืองแบบ LDP ที่กลับมายืนเหนือเกมได้อีกครั้งหลังช่วงที่ดูเปราะบาง
ผลต่อทิศทางนโยบายและภูมิภาค
เมื่อครองเสียงระดับสองในสามในสภาล่าง ทาคาอิจิสามารถดันกฎหมายผ่านได้ แม้เจอแรงต้านในสภาสูงที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่คุมเสียงได้ทั้งหมด ประเด็นที่ถูกจับตา ได้แก่ ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวของ LDP การเพิ่มงบด้านทหาร และการปรับนโยบายเกี่ยวกับการย้ายถิ่นและการท่องเที่ยว
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ตลาดการเงินเริ่มขยับตามกระแสคาดการณ์เรื่องการลดภาษีและแผนใช้จ่ายของรัฐ จนเกิดคำถามเรื่องวินัยการคลัง ในด้านต่างประเทศ ผลเลือกตั้งช่วยเสริมอำนาจต่อรองของทาคาอิจิในการย้ำความร่วมมือพันธมิตรสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น และส่งสัญญาณท่าทีแข็งขึ้นต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะเรื่องไต้หวันและข้อพิพาทดินแดน
ผู้นำฝ่ายค้านหลายคนยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ บางฝ่ายพูดตรงกันว่าต้องทบทวนตัวเอง หลังไม่สามารถเปลี่ยนความไม่พอใจเรื่องเงินเฟ้อและความเหลื่อมล้ำให้เป็นคะแนนได้ กลุ่มฝ่ายค้านดูแตกกระจัดกระจาย และยังไม่สามารถรวมพลังเป็นตัวเลือกเดียวที่ชัดเจน
เส้นทางต่อจากนี้ของทาคาอิจิ
ในคำปราศรัยฉลองชัยคืนวันอาทิตย์ ทาคาอิจิแสดงท่าทีเรียบง่ายแต่หนักแน่น เธอขอบคุณผู้สนับสนุน และย้ำว่าจะทำตามที่หาเสียงไว้ “นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนคนเดียวหรือพรรคเดียว แต่เป็นชัยชนะของประชาชนญี่ปุ่นที่เลือกความหวังแทนความชะงักงัน” เธอกล่าวที่สำนักงานใหญ่ LDP ท่ามกลางบรรยากาศฉลองที่มีดอกกุหลาบกระดาษสีแดงประดับบนป้ายชื่อผู้สมัคร
ทาคาอิจิคาดว่าจะได้รับการยืนยันเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในการประชุมไดเอ็ตสมัยพิเศษที่เริ่มวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และยังไม่มีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรีในทันที ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลจะเดินหน้าด้วยทีมเดิมเพื่อเร่งผลักดันวาระสำคัญ
สำหรับญี่ปุ่น การเลือกตั้งปี 2026 คือช่วงเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่งสัญญาณชัดว่าไม่ต้องการความสั่นคลอนแบบที่ผ่านมา และพร้อมให้โอกาสแนวทางอนุรักษนิยมที่มีกลิ่นชาตินิยมของทาคาอิจิจะนำประเทศไปทางไหนต่อจากนี้ยังต้องรอดู แต่ตอนนี้ “สตรีเหล็ก” แห่งการเมืองญี่ปุ่นได้จารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผลเลือกตั้ง 2569: ภูมิใจไทยขึ้นนำ สภาชุดใหม่เปลี่ยนหน้าใหญ่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoอุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days agoพ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง



