เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเพิ่มมาตรการควบคุมการจราจรบนท้องถนน หลังมีผู้เสียชีวิต 337 รายในรอบ 10 เดือน
เชียงราย – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 หลังตัวเลขล่าสุดสะท้อนปัญหาเงียบที่เกิดขึ้นบนถนนในพื้นที่ตลอดปี 2025 โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจำนวนมาก บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตเฉลี่ยมากกว่า 1 คนต่อวัน
รูปแบบพฤติกรรมเสี่ยงยังคงวนอยู่ในวงจรเดิม คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก
จากสถานการณ์นี้ จังหวัดเชียงรายจึงดึงพลังจากชุมชนให้ขึ้นมาอยู่ด่านหน้าในการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยร่วมงานผ่านผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และอสม. ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในช่วง “7 วันควบคุมเข้มข้น” ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026
เป้าหมายระยะยาวถูกวางไว้อย่างชัดเจน คือ “เชียงราย เมืองปลอดภัยทุกเทศกาล”
จุดเริ่มต้นในเชียงราย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ห้องธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 2/2568
ที่ประชุมได้ทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน และกำหนดทิศทางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 ตามรายงานของนครเชียงราย
รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเชียงราย ช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคม 2025 พบว่า
- เกิดอุบัติเหตุรวม 1,962 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 10 เดือน
- มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1,682 ราย
- มีผู้เสียชีวิต 337 ราย
เมื่อเฉลี่ยออกมา เท่ากับว่ามีคนเสียชีวิตบนถนนเชียงรายมากกว่าวันละ 1 คนเกือบทุกวัน
เมื่อลงลึกไปที่ข้อมูล จะเห็นภาพชัดขึ้นทั้งในมิติรูปแบบและปัญหาระยะยาว
- ร้อยละ 75.08 ของผู้ประสบอุบัติเหตุ เป็นคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเดียวกับจุดเกิดเหตุ
- กลุ่มอายุที่ประสบอุบัติเหตุสูงสุด คือ 20 ถึง 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 20.06 สะท้อนความเสี่ยงของคนวัยทำงานตอนต้น
- ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด คือ 18.01 ถึง 21.00 น. คิดเป็นร้อยละ 21.20 ตรงกับช่วงเลิกงาน สังสรรค์ และเดินทางกลับบ้าน
- รถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้อยละ 86.61 หรือเกือบ 9 ใน 10 เหตุการณ์
- ประมาณร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่ได้ใช้เครื่องป้องกันภัย เช่น หมวกกันน็อก
ด้านพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงรายมีจำนวนอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตสูงที่สุด เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ร้อยละ 49.12 รองลงมาคือถนนขององค์การบริหารส่วนตำบลและถนนหมู่บ้าน ร้อยละ 33.22
ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ถนนสายหลักระดับประเทศ ถนนท้องถิ่นที่เชื่อมหมู่บ้านและชุมชนก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
เมื่อเห็นตัวเลขทั้งหมดบนโต๊ะ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ความปลอดภัยทางถนนในเชียงรายไม่ใช่เรื่อง “เทศกาล” เท่านั้น แต่เป็นโจทย์ตลอดทั้งปีที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ช่วงปีใหม่ 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมให้เข้มข้นขึ้น
โฟกัสพฤติกรรมเสี่ยง
ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย ชี้ให้เห็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ 3 เรื่องสำคัญ คือ
- ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 62.91
- ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.73
- ตัดหน้าหรือเลี้ยวกะทันหัน ร้อยละ 23.14
เมื่อเชื่อมโยงสาเหตุเหล่านี้เข้ากับกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่อายุ 20 ถึง 29 ปี ภาพรวมยิ่งชัดขึ้น
หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกับถนนในชุมชนของตัวเองเป็นอย่างดี รู้ทุกโค้ง ทุกทางแยก จึงกล้าเสี่ยงมากขึ้น การดื่มสังสรรค์ในหมู่บ้านเป็นเรื่องปกติ การไม่สวมหมวกกันน็อกกลายเป็น “ภาพชินตา” มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
รถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้อยละ 86.61 เป็นยานพาหนะหลักของคนเชียงราย ทั้งในเขตเมืองและชนบท
ชาวบ้านใช้รถจักรยานยนต์แทบทุกเรื่อง ทั้งไปทำงาน ไปไร่ไปนา ไปตลาด ไปหาเพื่อน หรือร่วมกิจกรรมในหมู่บ้าน
ในบริบทแบบนี้ การไม่สวมหมวกกันน็อกจึงไม่ใช่แค่การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร แต่กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสในทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
ช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง 18.01 ถึง 21.00 น. เป็นช่วงที่คนจำนวนมากกำลังเปลี่ยนจากโหมดทำงานไปสู่การพักผ่อน ออกไปกินข้าว พบเพื่อน หรือขับรถกลับจากสวนไร่นา ในหลายพื้นที่ของเชียงราย ช่วงนี้ยังเป็นเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมบันเทิงยามค่ำ
เมื่อการขับรถในสภาพแสงน้อย ถนนมืด และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ความเสี่ยงก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพรวมความปลอดภัยทางถนนในเชียงราย
แม้ข้อมูลชุดนี้จะเป็นของจังหวัดเชียงรายโดยตรง แต่รูปแบบปัญหาคล้ายกับอีกหลายจังหวัดภาคเหนือที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยว
พื้นที่เหล่านี้มีทั้งเส้นทางของกรมทางหลวง ถนนเชื่อมหมู่บ้าน และการเดินทางของคนในพื้นที่สลับกับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอด โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งภูมิภาค
อำเภอเมืองเชียงรายที่มีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตสูงสุด เป็นศูนย์กลางของทั้งจังหวัด ทั้งด้านราชการ การค้า การบริการ และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่อำเภอรอบนอกและจังหวัดใกล้เคียง
ข้อเท็จจริงที่ว่าอุบัติเหตุรุนแรงส่วนใหญ่เกิดบนถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ทำให้เห็นชัดว่า ปัญหาความปลอดภัยไม่ได้อยู่แค่ปลายทางบนถนนหมู่บ้านเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่เส้นทางสายหลักที่รองรับการเดินทางของทั้งภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน ร้อยละ 75.08 ของผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเดียวกับที่เกิดเหตุ
ข้อมูลตรงนี้ทำให้ที่ประชุมย้ำว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมต้องเริ่มจากระดับชุมชน ครอบครัว และหมู่บ้าน ไม่สามารถหวังพึ่งเพียงการกวดขันจากหน่วยงานภายนอก
แปลงนโยบายระดับชาติให้เข้ากับบริบทเชียงราย
ในการประชุมครั้งนี้ จังหวัดเชียงรายได้นำทิศทางจากคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 มาใช้เป็นกรอบ แล้วปรับให้สอดคล้องกับสภาพจริงของพื้นที่
หัวใจคือการผสาน “กลไกชุมชน” เข้ากับ “การควบคุมเข้มบนเส้นทางหลัก”
แนวทางสำคัญที่ที่ประชุมเห็นชอบ ได้แก่
ให้ผู้นำชุมชนเป็นหัวขบวน
ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำชุมชน และอสม. จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการลดพฤติกรรมเสี่ยง
กลุ่มนี้จะช่วยสื่อสาร เตือน และย้ำกับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผ่านการประชุมหมู่บ้าน งานชุมชน และช่องทางสื่อสารท้องถิ่นที่คนเชื่อถือและติดตามอยู่แล้ว
จับตาการเดินทางแบบเหมารถเป็นกลุ่ม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจรถรับจ้างไม่ประจำทางที่มีการเช่าเหมาสำหรับเดินทางเป็นหมู่คณะช่วงเทศกาล เช่น รถตู้ รถมินิบัส และรถเช่าเหมาคันประเภทต่าง ๆ
กลุ่มรถเหล่านี้อาจมีคนขับที่ไม่คุ้นเส้นทางในเชียงราย หรือสภาพรถอาจไม่พร้อมใช้งาน หากเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว ความสูญเสียอาจสูงในทันทีจากจำนวนผู้โดยสารทั้งคัน
สื่อสารตรงกับครอบครัวและหัวหน้าครัวเรือน
จังหวัดจะทำงานผ่านหัวหน้าครอบครัวและผู้นำชุมชน เพื่อพูดคุยเรื่องผลกระทบจริงของการดื่มแล้วขับ การไม่สวมหมวกกันน็อก และการฝ่าฝืนกฎจราจร
สารที่ใช้จะเชื่อมโยงให้เห็นผลต่อคนในบ้าน ทั้งเรื่องชีวิต สุขภาพระยะยาว และภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมา
มาตรการเหล่านี้ตั้งเป้าสร้าง “แรงกดดันทางสังคมเชิงบวก” ให้การขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และขี่รถไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ทุกคนอยากให้คนในครอบครัวเดินทางไปกลับอย่างปลอดภัย
ช่วง 7 วันควบคุมเข้มงวด
สำหรับเทศกาลปีใหม่ 2026 จังหวัดเชียงรายกำหนดการทำงานหลัก 2 ระยะ คือ
- ระยะรณรงค์และสื่อสารประชาสัมพันธ์
- ระยะ 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026
ในทางปฏิบัติ ช่วง 7 วันนี้จำเป็นต้องมีการประสานงานใกล้ชิดทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ อปท. ไปจนถึงชุมชน โดยเน้นงานสำคัญ เช่น
- ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าผ่านช่องทางสื่อสารในชุมชน
- เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นที่ใช้รถจักรยานยนต์
- ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจุดเสี่ยงบนถนนของกรมทางหลวง และถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลและหมู่บ้าน
แต่ละพื้นที่สามารถออกแบบกิจกรรมและมาตรการย่อยให้เหมาะกับของตัวเองได้ แต่ในปีนี้จังหวัดวางแนวคิดร่วมกันว่า “ชุมชนต้องมาก่อน” และใช้ “ข้อมูลอุบัติเหตุจริง” เป็นตัวชี้นำการทำงาน
ทีมปฏิบัติจะวิเคราะห์จุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ช่วงเวลาที่อุบัติเหตุพุ่งสูง และกลุ่มอายุที่เสี่ยงที่สุด เพื่อนำทรัพยากรที่มีจำกัดไปใช้ให้เกิดผลสูงสุด
จากตัวเลขสู่โจทย์เชิงโครงสร้าง
สถิติอุบัติเหตุในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 ในเชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงการนับจำนวนเหตุการณ์ แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ
วัฒนธรรมรถจักรยานยนต์ที่ขาดนิสัยสวมหมวกกันน็อก
รถจักรยานยนต์กลายเป็นยานพาหนะหลักของคนเชียงราย แต่การสวมหมวกกันน็อกยังไม่ใช่วิถีปกติในชีวิตประจำวันของหลายคน
ตัวเลขที่ระบุว่า ร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไม่ได้ใช้เครื่องป้องกันภัย บอกได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เพียงปัญหาทางกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ ความเคยชิน และสิ่งที่สังคมในพื้นที่ยอมรับร่วมกัน
ความเปราะบางของคนอายุ 20 ถึง 29 ปี
กลุ่มวัย 20 ถึง 29 ปี เป็นกำลังสำคัญของตลาดแรงงานในจังหวัด แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงที่สุด
ทุกครั้งที่คนวัยนี้เสียชีวิตหรือพิการจากอุบัติเหตุ ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่กับครอบครัว แต่ยังสะเทือนต่อกำลังคนของจังหวัด และทิศทางการพัฒนาระยะยาว
คนในพื้นที่กับถนนที่คุ้นเคย
ผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในอำเภอเดียวกับจุดเกิดเหตุ
ข้อมูลนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงอยู่บนถนนที่ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ถนนสายไกลหรือเส้นทางท่องเที่ยว การแก้ปัญหาจึงไม่อาจพึ่งแต่คำสั่งระดับชาติ จำเป็นต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาท ตรวจสอบ และเตือนกันเองในระดับหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ความคุ้นชินกับถนนแปรเปลี่ยนเป็นความประมาทที่อันตรายถึงชีวิต
ในภาพรวม การที่เชียงรายเลือกนำกรอบนโยบายระดับประเทศมาปรับให้เป็นมาตรการที่ขับเคลื่อนผ่านชุมชน นับเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมที่เน้นงานบนถนนสายหลัก มาสู่การเริ่มต้นที่หน้าบ้านและในหมู่บ้านของคนในพื้นที่เอง
เชียงราย เมืองปลอดภัยทุกเทศกาล
การทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนช่วงปีใหม่ 2026 ของเชียงราย ไม่ได้มุ่งแค่ผ่านพ้น “7 วันอันตราย” แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระยะยาว ที่จะขยับไปสู่การเป็นเมืองที่ปลอดภัยในทุกเทศกาล
ถ้ามาตรการที่วางไว้ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มวัย 20 ถึง 29 ปีที่ใช้รถจักรยานยนต์ หากมีคนสวมหมวกกันน็อกเพิ่มขึ้น การดื่มแล้วขับลดลง และการใช้ความเร็วบนถนนสายหลักและถนนชุมชนลดลง จังหวัดก็มีโอกาสเห็นตัวเลขอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะไม่เกิดจากคำสั่งทางราชการหรือมติที่ประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ขับขี่ทุกคนในทุกครั้งที่สตาร์ทรถ
การสวมหมวกกันน็อก การปฏิเสธเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ การไม่ขับเร็วเกินสมควร และการเคารพป้ายจราจรรวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่น เป็นการเลือกที่ดูเรียบง่าย แต่ส่งผลมหาศาลต่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง
เมื่อใกล้ถึงช่วงปีใหม่ 2026 คำถามที่สำคัญสำหรับเชียงรายอาจไม่ใช่แค่ว่าจะตั้งด่านตรวจจุดไหนบ้าง แต่คือ แต่ละคนจะช่วยให้คนในครอบครัวและคนในชุมชนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและครบถ้วนได้อย่างไรในทุกการเดินทาง
เชียงราย - Chiang Rai News
ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย – เชียงราย หลังเจอปีที่หนักจากปัญหาโลหะหนัก มลพิษในแม่น้ำก๊ก และภัยธรรมชาติหลายระลอก อบต.แม่ยาว จังหวัดเชียงราย เดินหน้าแนวทางท่องเที่ยวใหม่ โดยหันมาโปรโมต “แม่น้ำแม่ยาว” แทน
ครั้งนี้จุดสนใจอยู่ที่ แม่น้ำลาว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ชุมชนยืนยันว่าใสสะอาด และยังไม่พบปัญหาสารปนเปื้อนแบบที่เกิดในแม่น้ำกก ตัวแทนชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เพิ่งประชุมร่วมกันภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตปนเปื้อนแม่น้ำกกให้เป็นโอกาส เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมแม่น้ำแม่ยาว”
ช่วงเวลานี้สำคัญ เพราะใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนออกมาเล่นน้ำและเที่ยวริมแม่น้ำกันคึกคัก แต่แม่น้ำกกที่เคยเป็นจุดหลักของการท่องเที่ยว ยังถูกมองว่าเสี่ยงจากปัญหามลพิษต่อเนื่อง ดังนั้นชุมชนจึงเร่งสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อให้คนยังมาเที่ยวเชียงรายได้ และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพไปพร้อมกัน

วิกฤตแม่น้ำกก ทำรายได้หายไปทั้งปี
แม่น้ำกกซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำโขง ไหลผ่านเชียงรายและเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังผลตรวจพบโลหะหนักหลายชนิด เช่น สารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และสารอื่นๆ ลำน้ำมีต้นกำเนิดจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งมีการขยายเหมืองแร่หายากและเหมืองทอง เมื่อมีพายุหรืออุทกภัย น้ำไหลบ่าพาตะกอนจากพื้นที่เหมืองลงสู่ลำน้ำ
เดือนเมษายน 2025 กรมควบคุมมลพิษของไทยออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในแม่น้ำกก เพราะบางจุดตรวจพบค่าสารหนูเกินมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศที่ 0.01 mg/L และบางจุดสูงเกินกว่านั้นมากกว่าเท่าตัว ต่อมา Mekong River Commission และนักวิจัยอิสระ รวมถึงทีมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานว่ามลพิษกระจายไปยังลำน้ำที่เชื่อมต่อ เช่น แม่น้ำสาย-รวก และแม่น้ำโขง
พื้นที่ตำบลแม่ยาวได้รับผลกระทบเร็ว เพราะคนจำนวนมากพึ่งกิจกรรมริมแม่น้ำทำมาหากิน เมื่อความกังวลเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวริมน้ำก็ชะลอลง และหยุดไปในที่สุด ทริปล่องแพ แคมป์ช้าง และทัวร์ธรรมชาติเจอการยกเลิกต่อเนื่อง จนผู้ประกอบการหลายรายต้องหยุดกิจการชั่วคราว
รายงานในภาคเหนือประเมินความเสียหายรวมต่อปีสูงถึง 1.3 พันล้านบาท (ราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งจากเกษตร ประมง และท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ ในแม่ยาว ชุมชนอย่างกะเหรี่ยงรวมมิตรต้องปรับวิถีชีวิต แคมป์ช้างงดอาบน้ำในแม่น้ำ ผู้ให้บริการเรือหยุดวิ่ง และงานสงกรานต์ริมแม่น้ำกกในปี 2025 ก็เงียบลง บางงานยกเลิก ทำให้รายได้ตามฤดูกาลหายไปทันที
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำท่วมในปี 2024 และ 2025 ซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะน้ำหลากพาตะกอนปนเปื้อนขึ้นพื้นที่เกษตรและชุมชน ผลคือหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ที่ยังพยุงการท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องพึ่งแม่น้ำกก

หันมาใช้แม่น้ำแม่ยาว จุดขายคือใสสะอาดและน้ำไหลสม่ำเสมอ
อ้างอิงจาก ข่าวทรานบาวน์ดรี ผู้นำท้องถิ่นและผู้ใหญ่บ้านเสนอให้ขยับกิจกรรมมาอยู่ที่แม่น้ำแม่ยาวแทน ลำน้ำนี้ไหลไปรวมกับแม่น้ำกก แต่มีต้นน้ำจากพื้นที่สูง โดยรับน้ำจากลำห้วยแม่สายและลำห้วยสงควาย ชาวบ้านบอกว่าน้ำใส และมีน้ำไหลต่อเนื่องเกือบตลอดปี เพราะมาจากแหล่งน้ำบนดอยที่ถูกรบกวนน้อยกว่า
ในที่ประชุม ตัวแทนจาก อบต.แม่ยาวย้ำว่าแม่น้ำแม่ยาวยังดูสะอาดและน่าใช้งาน อีกทั้งทิวทัศน์สวยและระดับน้ำค่อนข้างคงที่ จึงเหมาะสำหรับรองรับกิจกรรมที่เคยพึ่งแม่น้ำกก
แผนเบื้องต้นวางให้ “บ้านสันมูล” (หมู่ 8) เป็นจุดหลักของการพัฒนา พื้นที่ริมน้ำเข้าถึงได้ราว 2 กิโลเมตร และกำหนดช่วงนำร่องประมาณ 800 เมตร เพื่อเริ่มจัดกิจกรรมท่องเที่ยวก่อน
แนวคิดเริ่มต้นมีหัวข้อหลักดังนี้
- ล่องแพเปียกและเล่นท่อยาง เป็นกิจกรรมหลัก เน้นความสนุกแบบปลอดภัย เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนช่วงสงกรานต์
- ให้ชุมชนดูแลเอง ตั้งแต่การวางแผน การทำงานประจำวัน ไปจนถึงการดูแลลำน้ำ
- มีมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น จำกัดจำนวนคนในบางช่วง และมีกติกาง่ายๆ เพื่อไม่ให้แม่น้ำสกปรก
- ผูกกับวัฒนธรรมและธรรมชาติท้องถิ่น เช่น กลิ่นอายล้านนา โฮมสเตย์ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติพร้อมไกด์ชุมชน
ผู้ประกอบการที่ร่วมวงคุยบอกว่า การย้ายจุดเล่นน้ำช่วยประคองรายได้ช่วงสงกรานต์ที่เคยพึ่งคนริมแม่น้ำกก หลายคนเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยให้ปัญหาของแม่น้ำสายเดียว ทำให้การท่องเที่ยวทั้งพื้นที่หยุดชะงัก และแม่น้ำแม่ยาวคือทางเริ่มต้นใหม่ที่คนสบายใจจะลงเล่นน้ำ

ท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อพยุงเศรษฐกิจและดูแลแม่น้ำไปพร้อมกัน
แผนของแม่น้ำแม่ยาวสอดคล้องกับแนวทางท่องเที่ยวโดยชุมชนที่หลายพื้นที่ภาคเหนือทำอยู่ แนวคิดหลักคือให้รายได้กลับสู่ครอบครัวในพื้นที่ ไม่รั่วไหลออกไปมาก ขณะเดียวกัน ชุมชนก็มีแรงจูงใจในการรักษาความสะอาดของแม่น้ำ เพราะถ้าน้ำเสีย กิจกรรมทั้งหมดก็ไปต่อไม่ได้
ฝั่งผู้นำหมู่บ้านย้ำเรื่อง “รับผิดชอบร่วมกัน” จึงมีการคุยเรื่องอบรมไกด์ท้องถิ่น วางขั้นตอนความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมทางน้ำ และจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น จุดพัก จุดเปลี่ยนเสื้อผ้า และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว
สำหรับสงกรานต์ 2026 ผู้จัดมองภาพเป็นงานขนาดไม่ใหญ่เกินไป แต่คึกคักพอให้คนมาใช้เวลาได้ทั้งวัน กิจกรรมที่คาดไว้มีทั้งเล่นน้ำอย่างปลอดภัย การแสดงวัฒนธรรม และร้านอาหารจากผู้ค้าท้องถิ่น โดยหวังให้ถูกใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังอยากสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ แต่ต้องการหลีกเลี่ยงโซนที่มีข่าวปนเปื้อน
อย่างไรก็ตาม งานยังมีโจทย์ที่ต้องทำต่อ ทั้งงบเริ่มต้นสำหรับทำพื้นที่ และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรู้จักแม่น้ำแม่ยาวในฐานะจุดหมายใหม่ของเชียงราย ถึงกระนั้น หลายฝ่ายก็ชื่นชมความพยายามของชุมชนที่ปรับตัวได้เร็ว ท่ามกลางปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ยังไม่จบง่ายๆ
สำหรับคนแม่ยาว แม่น้ำสายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง เพราะน้ำที่ใสช่วยให้เล่นสงกรานต์ได้อย่างสบายใจ และยังพาคนกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่งสรุปความรู้สึกไว้ว่า ชุมชนเสียไปมากจากพิษในแม่น้ำกก แต่ตอนนี้กำลังสร้างสิ่งที่มั่นคงกว่าเดิมบนฐานของแม่น้ำแม่ยาว
เมื่อสงกรานต์ใกล้เข้ามา แม่ยาวจึงเดินหน้าต่อ โดยจับตาต้นน้ำจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ และขับเคลื่อนแผนที่ยึดความปลอดภัย การจัดการโดยคนในพื้นที่ และการฟื้นตัวที่ทำได้จริงเป็นหลัก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯเชียงรายสั่งห้ามใช้น้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย หลังพบปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News
สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน
เชียงราย – ปีนี้ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับส่งผู้โดยสารเหมือนเดิม แต่หันมาใส่ใจ “การต้อนรับแบบมีวัฒนธรรม” มากขึ้น เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ภาพรวมการฟื้นตัวของการบินไทยสะท้อนผ่านตัวเลขล่าสุดของ Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) ซึ่งรายงานกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569
แม้ผลประกอบการของ AOT จะเป็นภาพระดับประเทศ แต่สำหรับสนามบินภูมิภาคแล้ว “ความต่อเนื่องของดีมานด์การเดินทาง” สำคัญกว่า เพราะยิ่งมีเที่ยวบินและผู้โดยสารมากขึ้น จังหวัดอย่างเชียงรายก็ได้ประโยชน์โดยตรง
เรื่องนี้ยิ่งมีความหมาย เพราะรายได้จากท่องเที่ยวยังเป็นเสาหลักของจังหวัด ในช่วงที่ภาคการผลิตของไทยเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างระยะยาว
Nakon Chiang Rai รายงานสถิติท่องเที่ยวเชียงรายปี 2025 ว่ามีรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท และมีผู้มาเยือนทั้งหมด 6,463,147 คน สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น ตัวเลขนี้ยังเป็นหนึ่งในฐานรายได้ที่มั่นคงที่สุด

สนามบินแม่ฟ้าหลวงจัดกิจกรรมตรุษจีน
บรรยากาศเริ่มคึกคักในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 09.30 น. เมื่อท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2026 โดยมี นาวาอากาศเอก สกานต์ อุดร (ผู้ชำนาญการระดับ 9) รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยาน เป็นประธาน พร้อมทีมผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วม
ภายในงาน เจ้าหน้าที่มอบ “ส้มมงคล” ให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อส่งคำอวยพรปีใหม่จีน และสร้างความประทับใจตั้งแต่ต้นทางการเดินทาง
นอกจากนี้ สนามบินยังจัดมุมถ่ายภาพตกแต่งตามธีมเทศกาล เปิดให้ผู้เดินทางถ่ายรูปได้ตั้งแต่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2026 บริเวณใกล้พื้นที่ผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้การมาถึงเชียงรายดูอบอุ่นขึ้นทันที
ในมุมธุรกิจ กิจกรรมอาจดูไม่ใหญ่โตนัก แต่หลังช่วงปีที่การท่องเที่ยวผันผวน ผู้เดินทางมักประเมินจุดหมายจากเรื่องพื้นฐานก่อน เช่น ความสบายในสนามบิน การสื่อสารที่ชัดเจน การช่วยเหลือด้านภาษา และการต่อรถเข้าเมืองที่ง่าย เมื่อรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแล ผู้คนก็มักอยู่ต่อและใช้จ่ายมากขึ้น

AOT กำไรสุทธิ 4.65 พันล้านบาท ในไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 ของ AOT ครอบคลุมช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2025 โดยบริษัทระบุว่ามีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท และมีรายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท
ด้านปริมาณการเดินทางก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน AOT รายงานเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยว จากสนามบินทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ส่วนจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 34.47 ล้านคน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สื่อแค่เรื่องกำไร แต่ยังชี้ว่าความต้องการเดินทางยังเดินหน้าต่อ ซึ่งทำให้หลายสนามบินเข้าใกล้ขีดจำกัดรองรับผู้โดยสารมากขึ้น ดังนั้น แผนขยายความจุกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะความจุที่เพิ่มขึ้นช่วยทั้งท่องเที่ยว การค้า และการเชื่อมต่อภูมิภาค
โดยทั่วไป สนามบินพึ่งรายได้จากกิจกรรมการบินเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่อปัจจัยโลกผันผวน รายได้รูปแบบเดียวอาจเสี่ยงเกินไป ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการสนามบินหลายแห่งจึงพยายามเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่การบิน เช่น ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ บริการ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน
สำหรับ AOT บริษัทเคยพูดถึงการผลักดันรายได้กลุ่มนี้ผ่านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และการลงทุนจากภาคเอกชน ตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ โครงการสถานีชาร์จรถบัสไฟฟ้าที่สุวรรณภูมิ ซึ่งผ่านการอนุมัติแล้ว นอกจากนี้ AOT ยังพูดถึงแผนเปิดประมูลพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ที่หาดใหญ่
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการปรับค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสารขาออกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีกรอบคาดการณ์ราวกลางปี 2026 นักลงทุนติดตามเรื่องนี้ เพราะกระทบกระแสเงินสดและความพร้อมในการลงทุนระยะยาว

ท่องเที่ยวเชียงรายทะลุ 51.5 พันล้านบาท
กลับมาที่เชียงราย ข้อมูลปี 2025 สะท้อนฐานท่องเที่ยวที่แข็งแรง จังหวัดต้อนรับผู้มาเยือน 6,463,147 คน และสร้างรายได้ท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในสัดส่วนสำคัญไม่แพ้ตัวเลขรวม นักท่องเที่ยวไทยยังเป็นแรงหลัก มีจำนวน 5,765,564 คน สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 697,583 คน ทำรายได้ 7,079.82 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ชุดข้อมูลเดียวกันระบุว่าตลาดต่างชาติของเชียงรายลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ทั้งจำนวนคนและรายได้ ดังนั้น เทศกาลตรุษจีนจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ใช้ดูสัญญาณการกลับมาของตลาดจีน และดูว่าการมาเยือนจะต่อยอดเป็นการกลับมาซ้ำหรือการบอกต่อได้มากแค่ไหน
การจัดกิจกรรมต้อนรับที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทยจีน ส่งสัญญาณชัดว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังสำคัญต่อเชียงราย สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตรุษจีนไม่ใช่แค่ช่วงคนแน่น แต่เป็นช่วงทดสอบทั้งระบบ เช่น เที่ยวบิน การต่อรถเข้าเมือง การเดินทางในตัวเมือง การช่วยเหลือด้านภาษา ช่องทางชำระเงิน และการดูแลความปลอดภัย
เชียงรายมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมชัดเจน แต่ผู้มาเยือนก็ต้องการความสะดวกสบายและการเดินทางที่ไม่ซับซ้อนด้วย เมื่อทริปง่าย คนมักเพิ่มจำนวนคืน ใช้จ่ายต่อทริปมากขึ้น และกระจายเงินไปยังชุมชนมากกว่าเดิม นี่คือเป้าหมายที่จังหวัดต้องการ ไม่ใช่แค่คนมาเพิ่ม แต่เป็นการเข้าพักที่มีคุณภาพ

เชียงรายต้องเปลี่ยน “ผู้โดยสารขาเข้า” ให้เป็น “การใช้จ่ายในจังหวัด”
จำนวนผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน ในไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569 ของ AOT แปลว่าความต้องการเดินทางยังมีอยู่ แต่โจทย์ของเชียงรายคือทำอย่างไรให้การเดินทางผ่านสนามบินกลายเป็นมูลค่าจริงในพื้นที่
สำหรับเชียงราย ความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่เพิ่มเที่ยวบินหรือเพิ่มผู้โดยสาร เป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือทำให้คนที่ลงเครื่องอยู่ต่อให้นานขึ้น ซื้อสินค้าและบริการท้องถิ่น และออกเดินทางไปนอกตัวเมืองสู่เมืองรองและชุมชนต่าง ๆ
ถึงแม้รายได้ท่องเที่ยวจะสูง จังหวัดก็ยังอ่อนไหวต่อฤดูกาลและความผันผวนของตลาดต่างชาติ โดยเฉพาะหลังตัวเลขต่างชาติในปี 2025 ลดลง
ดังนั้น กิจกรรมตรุษจีนที่สนามบินช่วยสร้างภาพบวกตั้งแต่จุดสัมผัสแรก แต่ในระยะยาว เชียงรายยังต้องทำงานร่วมกันหลายด้าน เช่น การสื่อสารการตลาดที่ชัดขึ้น สินค้าท่องเที่ยวที่แข็งแรงขึ้น การเข้าถึงที่สะดวกขึ้น และมาตรฐานบริการที่สม่ำเสมอ หากทำไม่ต่อเนื่อง แรงส่งหลังเทศกาลก็อาจหายไปเร็ว
การขยายสนามบินและการปรับโครงสร้างรายได้ของสนามบินมีผลต่อจังหวัดอย่างเชียงรายโดยตรง เพราะเมื่อความจุเพิ่ม สายการบินก็เพิ่มเส้นทาง เพิ่มความถี่ และทำให้เดินทางสะดวกขึ้น ผลคือการดึงคนเข้าเมืองและการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นทำได้ง่ายกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ หากรายได้ท่องเที่ยวไม่กระจายถึงธุรกิจรายย่อย ชุมชน และแรงงานบริการ ความร่วมมือในพื้นที่อาจลดลงได้ และสุดท้ายจะกระทบคุณภาพของจุดหมายปลายทางในระยะยาว
ในภาพรวม รายได้ท่องเที่ยวเชียงรายปี 2025 ที่ 51,540.09 ล้านบาท ยืนยันว่าการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ ขั้นต่อไปคือทำให้รายได้นี้สม่ำเสมอขึ้น และกระจายได้ดีขึ้น ไม่ใช่โฟกัสแค่จำนวนคน

ก้าวต่อไปของเชียงรายคือ “ความมั่นใจ”
ตรุษจีน 2026 เติมพลังให้บรรยากาศท่องเที่ยวเชียงราย ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เริ่มต้นด้วยกิจกรรมต้อนรับที่ทำให้การมาถึงรู้สึกพิเศษ ขณะเดียวกัน ภาพรวมการบินของประเทศก็ดีขึ้น จากกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569 ของ AOT ที่ 4,652.62 ล้านบาท และจำนวนผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน
ถึงอย่างนั้น เชียงรายยังต้องเดินสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือรักษาตลาดคนไทย ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัด ทางที่สองคือฟื้นดีมานด์จากต่างชาติ โดยเน้นคุณภาพมากขึ้น หลังตัวเลขปี 2025 ลดลงจากปีก่อนหน้า
ปี 2026 จุดเปลี่ยนจริงไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลสัปดาห์เดียว แต่อยู่ที่ว่ากระแสวันหยุดจะพาคน “อยู่ต่อ” ใช้จ่าย “กว้างขึ้น” และเชื่อใจ “มากขึ้น” ได้หรือไม่ เมื่อทำได้ เศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับ 51.5 พันล้านบาทก็จะกลายเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในจังหวัด
ตัวเลขและช่วงเวลาสำคัญ
- เชียงราย (2025): ผู้มาเยือนรวม 6,463,147 คน รายได้ท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท ตลาดหลักคือคนไทย และตลาดต่างชาติลดลงเมื่อเทียบกับ 2024
- AOT (ไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569): กำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท รายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท เที่ยวบิน 208,281 เที่ยว ผู้โดยสาร 34.47 ล้านคน
- กิจกรรมตรุษจีน สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (2026): จัดงานวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 และเปิดมุมถ่ายภาพวันที่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2026
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ดที่ฝังไว้ในนาข้าว
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ดที่ฝังไว้ในนาข้าว
เชียงราย – ทหารร่วมกับตำรวจ ปส. ยึดยาบ้าจำนวนมากหลังเข้าตรวจค้นพื้นที่นาข้าวใกล้ชายแดนแม่สาย ปฏิบัติการครั้งนี้มาจากเบาะแสว่ามีกลุ่มคนมารวมตัวในพื้นที่เพื่อมั่วสุมยาเสพติด
เจ้าหน้าที่เน้นค้นหาบริเวณพื้นที่เกษตรในหมู่ 4 ตำบล ห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นนาข้าวกว้าง และมีบางส่วนทำเป็นแปลงผักขนาดเล็ก
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบชาย 3 คนอยู่ใกล้แปลงผัก ต่อมาทราบชื่อคือ อายี อายุ 55 ปี, กำแป๊ะ อายุ 35 ปี ทั้งคู่มาจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และอาหี อายุ 60 ปี จากตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งสามมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมา และไม่ทำงานในแปลงตามปกติ ด้วยเหตุนี้จึงตรวจสอบพื้นที่รอบๆ อย่างละเอียด
ระหว่างตรวจค้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นแนวดินยาวที่เหมือนเพิ่งขุดใหม่ เมื่อลงตรวจในหลุม พบไม้ไผ่วางปิดทับไว้ และพบกระสอบสานถูกฝังอยู่มากกว่า 30 กระสอบ
หลังเปิดตรวจ ทุกกระสอบบรรจุยาบ้า เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีกระสอบละราว 200,000 เม็ด รวมทั้งหมดประมาณ 6,000,000 เม็ด และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสามไว้ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยให้การว่ากระสอบดังกล่าวถูกลำเลียงมาจากแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย แล้วนำมาฝังไว้เพื่อหลบซ่อน รอคำสั่งให้นำส่งเข้าพื้นที่ชั้นในของไทย นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเตรียมขนยาผสมไปกับผลผลิตทางการเกษตรเพื่ออำพราง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ดำเนินคดี และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
กองกำลังผาเมือง (สะกดได้ทั้ง Pha Muang และ Pha Meuang) เป็นหน่วยหลักด้านความมั่นคงชายแดนภาคเหนือ และทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ หน่วยปฏิบัติจะออกลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ และเฝ้าระวังเส้นทางลักลอบขนของผิดกฎหมาย
เป้าหมายสำคัญคือยาบ้าที่ไหลเข้ามาจากแนวชายแดนใกล้เมียนมาและลาว ดังนั้นจึงมีทั้งการยึดของกลางล็อตใหญ่ การจับกุม และบางครั้งเกิดการปะทะด้วยอาวุธ
ในเชียงราย หน่วยยังเดินหน้าปฏิบัติการต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2026 โดยเฉพาะอำเภอชายแดนอย่างแม่สายและแม่ฟ้าหลวง รายงานถึงเดือนกุมภาพันธ์ยังพบการยึดของกลางจำนวนมากในระดับ “หลักล้านเม็ด” ต่อเนื่องจากช่วงหลังเดือนมกราคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกดดันเครือข่ายค้ายาในโซนสามเหลี่ยมทองคำ

ปฏิบัติการยึดจับล่าสุดของกองกำลังผาเมืองในเชียงราย
- ปลายเดือนมกราคม 2026 (ราว 26 ม.ค.): ตำรวจแม่สายร่วมทีมสืบสวนพบยาบ้าประมาณ 975,000 เม็ด ซุกในรถที่ลานจอดโรงแรม หมู่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย และจับผู้ต้องสงสัย 2 ราย
- ปลายเดือนมกราคม 2026 (ราว 30 ม.ค.): ทหารกองกำลังผาเมืองปะทะกลุ่มลำเลียงยาใกล้บ้านห้วยน้ำริน อำเภอแม่สาย ระหว่างเข้าขัดขวางการขนยา
- วันที่ 30 ม.ค. 2026 (รายงานราว 31 ม.ค.): กองกำลังผาเมืองร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น กองร้อยทหารม้าที่ 3 และชุดเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เข้าสกัดกลุ่มแบกหามราว 30 ถึง 35 คน ใกล้บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 7 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ยึดยาบ้าประมาณ 6 ล้านเม็ด บรรจุในกระสอบดัดแปลง 30 ใบ (เฉลี่ยใบละราว 200,000 เม็ด) พร้อมควบคุมตัวผู้ขนยาอายุ 17 ปี 1 ราย ซึ่งให้การว่าถูกว่าจ้างให้ร่วมขนยา อีกทั้งช่วง ต.ค. 2025 ถึงปลาย ม.ค. 2026 หน่วยรายงานการสกัดกั้นยาเสพติด 190 ครั้ง และจับกุม 202 ราย
- ช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 (ราว 30 ถึง 31 ม.ค.): ตำรวจสกัดการส่งยาบ้าลงใต้ผ่านรถโดยสารที่ สถานีขนส่งเชียงราย โดยคดียึดของกลาง 1.2 ล้านเม็ดในกระเป๋าใบใหญ่ 4 ใบ (ใบละราว 300,000 เม็ด) และจับผู้ต้องสงสัย 2 รายจากจังหวัดตรัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เปิดประตูสู่ฤดูกาลแห่งความรัก: ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษริมแม่น้ำกกกับแคมเปญ ‘AVEC AMOUR’ ณ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoโรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงรายจัดแสดงโขนกลางแจ้ง โดยมีนักแสดงเยาวชนท้องถิ่นกว่า 200 คน

