เชียงใหม่ - Chiang Mai
ผู้ซื้อบ้านในเชียงใหม่ผงะ พบศพคุณยายที่หายตัวไป
เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดช็อกนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมีชาวบ้านรายหนึ่งกำลังมองหาบ้านมือสอง เขาให้ความสนใจบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ถูกธนาคารยึด ซึ่งปัจจุบันเป็นทรัพย์สินรอการขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้ตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่
ด้วยความสนใจ ผู้ซื้อจึงขออนุญาตเข้าไปสำรวจสภาพบ้านก่อนตัดสินใจประมูล เมื่อเดินสำรวจบริเวณชั้นล่าง เขาพบเตียงนอนที่มีมุ้งครอบอยู่ และเมื่อเปิดมุ้งออกก็ต้องตกใจสุดขีด เพราะพบศพมนุษย์สภาพแห้งจนเหลือเพียงโครงกระดูกนอนอยู่บนเตียง
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์หลัก: ผู้สนใจซื้อบ้านเข้าไปสำรวจบ้านยึดจากกรมบังคับคดี แต่กลับผงะพบศพแห้งเป็นโครงกระดูกอยู่บนเตียง
- สถานที่เกิดเหตุ: บ้านไม้สองชั้นที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ตั้งอยู่ใจกลางชุมชน ใกล้ตลาดสดในจังหวัดเชียงใหม่
- ข้อสันนิษฐาน: คาดว่าเป็นศพคุณยายวัย 93 ปี เจ้าของบ้านเดิม ที่อาจเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมานานกว่า 5 ปีโดยไม่มีใครทราบ
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที (อ้างอิงข้อมูลจาก: ไทยรัฐออนไลน์) เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานอย่างระมัดระวัง เพื่อนำโครงกระดูกส่งไปชันสูตรอย่างละเอียด
การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคลและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าบ้านหลังนี้เคยเป็นของคุณยายศรีวรรณ แซ่ตั้ง ในอดีตท่านเคยอาศัยอยู่กับลูกชาย
ชาวบ้านเห็นทั้งคู่ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน หลังจากนั้นบ้านก็ถูกธนาคารยึดไป ชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจว่าคุณยายย้ายไปอยู่กับญาติในตัวเมืองแล้ว จึงไม่ได้มีใครติดใจสงสัย หรือเข้าไปตรวจสอบความผิดปกติภายในบ้านร้างหลังนี้เลย
ปริศนาการเสียชีวิตกลางชุมชนที่พลุกพล่าน
เมื่อตำรวจทำการสืบสวนเพิ่มเติม พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ลูกชายของคุณยายปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ที่จังหวัดตาก ส่วนคุณยายศรีวรรณในขณะที่หายตัวไปนั้น มีอายุประมาณ 93 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าโครงกระดูกที่พบน่าจะเป็นคุณยาย
หากผลชันสูตรออกมายืนยันตามนี้ จะถือเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างมาก เพราะหมายความว่าคุณยายเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวภายในบ้านมานานหลายปี สิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจคือ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ติดกับตลาดสด ซึ่งมีผู้คนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน
ชาวบ้านเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยได้กลิ่นเหม็น หรือสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เลย จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ เริ่มมีกลิ่นแปลกๆ โชยออกมา แต่ก็ไม่มีใครรู้ต้นตอ จนกระทั่งมีคนเข้าไปดูบ้านและพบศพในที่สุด
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุในชุมชน และยังเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง ว่าควรตรวจสอบสภาพทรัพย์สินอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึกขวัญดอยสุเทพ! ต้นสนยักษ์อายุ 60 ปี โค่นทับรถสี่ล้อแดงพังยับ โชคดีไร้คนเจ็บ
เชียงใหม่ –เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสายของวันนี้ เมื่อต้นสนขนาดใหญ่อายุกว่า 60 ปี หักโค่นลงมาอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับซุ้มประตูบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของทั้งชาวไทยและต่างชาติ เสียงต้นไม้ล้มดังสนั่นทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นตกใจกันอย่างมาก
เคราะห์ดีที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว บรรดาร้านค้าของชาวบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงก็รอดพ้นจากความเสียหายไปได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม มีรถสี่ล้อแดงรับจ้างซึ่งจอดอยู่บริเวณนั้น ถูกกิ่งไม้และลำต้นทับจนพังเสียหายไปหนึ่งคันเต็มๆ
จุดสำคัญที่ควรทราบ
- ต้นสนเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี หักโค่นหน้าซุ้มประตูทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
- เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีรถสี่ล้อแดงรับจ้างได้รับความเสียหาย 1 คัน
- ชาวบ้านเคยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต้นไม้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ได้รับการประเมินว่ายังปลอดภัย
สาเหตุหลักและการระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ
เหตุระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น สาเหตุหลักของการหักโค่นมาจากสภาพลำต้นที่เก่าแก่และเริ่มผุพังไปตามกาลเวลา เมื่อรับน้ำหนักไม่ไหว กิ่งก้านและลำต้นจึงร่วงหล่นมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง สิ่งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก
หลังจากเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว พร้อมประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านในพื้นที่ และคนงานของทางวัด ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาปลอดภัย
ทีมงานได้ช่วยกันนำเลื่อยยนต์มาตัดแต่งกิ่งไม้และลำต้นที่ขวางทาง พวกเขาเก็บกวาดเศษซากทั้งหมดอย่างรวดเร็ว การทำงานที่เป็นระบบทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ต่อเนื่อง

ปัญหาที่ถูกมองข้าม สู่มาตรการป้องกันที่รัดกุม
รายงานจากสื่อข่าวท้องถิ่น MGR Online ระบุข้อมูลว่า ต้นสนยักษ์ต้นนี้ถูกปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณลำต้น พวกเขาได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสภาพความแข็งแรงแล้ว
ในตอนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและแจ้งกลับมาว่า ไม่พบปัญหาหรือความเสี่ยงใดๆ ที่น่ากังวล จนกระทั่งต้นไม้ทนสภาพความผุพังไม่ไหวและโค่นล้มลงมา นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่จังหวะนั้นไม่มีประชาชนเดินผ่าน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่เตรียมยกระดับมาตรการความปลอดภัย พวกเขาจะระดมกำลังเข้าตรวจสอบสภาพต้นไม้ใหญ่ทุกต้นบริเวณรอบวัดพระธาตุดอยสุเทพอย่างละเอียดและรอบคอบมากยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน
การตรวจสอบครั้งใหม่นี้จะเน้นไปที่ความแข็งแรงของรากและลำต้นของต้นไม้ใหญ่ หากพบต้นไม้ที่มีความเสี่ยงต่อการโค่นล้ม เจ้าหน้าที่จะทำการตัดแต่งกิ่งหรือนำไม้มาค้ำยันทันที มาตรการเชิงรุกนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคน
นอกเหนือจากการจัดการต้นไม้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังเตรียมจัดทำป้ายเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังตัวได้ดียิ่งขึ้นในช่วงฤดูฝนหรือวันที่มีลมแรง การเตรียมพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
วัดพระธาตุดอยสุเทพถือเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ การดูแลสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจ หากใครพบเห็นต้นไม้ที่ดูไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานได้ทันที เพื่อให้เราทุกคนได้เที่ยวชมธรรมชาติอย่างสบายใจ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวคนหนึ่งเกิดอาการหึงหวงอย่างรุนแรงจนขาดสติ เธอได้ตัดสินใจขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มกลางถนน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นช่วงเวลาที่รถเก๋งชนรถจักรยานยนต์จนล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างแรง ฝ่ายชายพยายามร้องตะโกนขอชีวิตเพื่อให้เธอหยุดการกระทำดังกล่าว แต่เธอยังคงพยายามเร่งเครื่องและถอยรถมาทับซ้ำอีกหลายครั้งโดยไม่สนใจเสียงห้ามปราม
ประเด็นสำคัญ
- หญิงสาวขับรถเก๋งไล่ชนและถอยทับรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มในช่วงเวลาประมาณตีสาม
- สาเหตุหลักเกิดจากความหึงหวงหลังจากที่เธอจับได้ว่าฝ่ายชายพาผู้หญิงคนอื่นเข้าไปในโรงแรม
- เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ทำให้มีรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายไปด้วย
เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตีสาม บริเวณถนนในย่านสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หญิงสาวผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่าเธอจับได้แบบคาหนังคาเขา เธอพบว่าอดีตแฟนหนุ่มของเธอพาหญิงสาวคนอื่นเข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง
ความโกรธแค้นและเสียใจทำให้เธอตัดสินใจก่อเหตุรุนแรงโดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา เธอตะโกนต่อว่าฝ่ายชายด้วยความโมโหอย่างหนักกลางถนน แม้ฝ่ายชายจะพยายามตะโกนเสียงหลงเพื่อบอกให้เธอหยุด แต่เธอก็ยังไม่ยอมลดละความโกรธลงเลย
ชนวนเหตุจากความรักและความหึงหวง
คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งและกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ขาดสติของหญิงสาว หลายคนมองว่าปัญหาความรักควรพูดคุยและตกลงกันด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้กำลัง
การใช้ความรุนแรงเพื่อยุติข้อพิพาทในช่วงเวลาที่ควรจะเงียบสงบนั้น สร้างความเดือดร้อนอย่างมากแก่คนในชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรบกวนการนอนหลับของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย
เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับคู่รักหลายๆ คู่ได้เป็นอย่างดี การเลิกรากันหรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างมีสติคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องเรียนรู้
การปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำจนไปทำร้ายผู้อื่นไม่เคยส่งผลดีกับใครเลย ท้ายที่สุดแล้วผู้ก่อเหตุก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของกฎหมายและผลกระทบต่อจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
เชียงใหม่ – ตำรวจสืบสวนภาค 6 เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนรายใหญ่ เจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย การบุกค้นครั้งนี้นำไปสู่การยึดอาวุธปืนเถื่อนและปืนดัดแปลงสุดอันตราย
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ท่านได้สั่งการให้ขยายผลกวาดล้างอย่างเด็ดขาด หลังจากพบว่าคนร้ายใช้โซเชียลมีเดียในการซื้อขายชิ้นส่วนปืนเถื่อน ช่องทางนี้ทำให้การกระจายอาวุธทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจสืบสวนภาค 6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายปืนเถื่อนข้ามจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่สุโขทัย เชียงใหม่ และลำปาง
- ของกลางที่ยึดได้มีทั้งปืนนำเข้าที่ถูกลบเลขทะเบียน และปืนบีบีกันดัดแปลงที่สามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้
- ปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อ “ใช้ก่อเหตุแล้วทิ้ง” ทำให้ตำรวจตรวจสอบรอยเกลียวลำกล้องเพื่อตามหาคนร้ายได้ยาก
จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 ได้เข้าจับกุมนายนิกรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นอาวุธปืน อะไหล่ และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น ตำรวจได้ขยายการสืบสวนและค้นพบข้อมูลสำคัญ คือ นายนิครได้สั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์จากหลายแหล่ง พันตำรวจเอกทวีศักดิ์ ถบูลชู จึงสั่งการให้ทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นเพิ่มเติม และเริ่มปฏิบัติการบุกค้นสถานที่เป้าหมายอีก 3 แห่งที่เหลือทันที
บุกค้น 3 จุดสำคัญในพื้นที่เชียงใหม่และลำปาง
การเข้าตรวจค้นเป้าหมายดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นความลับ จุดแรกเป็นบ้านพักในอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยและสิ่งของผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในจุดที่สองและสามกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก ในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจอพาร์ตเมนต์ย่านตำบลพระสิงห์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอภิเชษฐ์ วัย 59 ปี พร้อมยึดกระสุนปืนลูกซองได้ถึง 50 นัดที่ซ่อนไว้ในห้องพัก
จุดที่สามถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดของปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพักย่านตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่นั่นตำรวจรวบตัวนายวิชิต อายุ 48 ปี พร้อมยึดปืนเถื่อนจำนวนมาก ของกลางประกอบด้วยปืนยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 4 กระบอก และเครื่องกระสุนอีก 88 นัด
ภาคเหนือเตรียมรับมือกับอุทกภัยรุนแรงในเดือนสิงหาคม">จังหวัดทางภาคเหนือ" width="1200" height="900" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6.jpg 1200w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" />
ภัยเงียบจากปืนบีบีกันดัดแปลง “ยิงแล้วทิ้ง”
แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ปืนที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นปืนเถื่อนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน หรือที่เรียกกันว่าอาวุธปืนใต้ดิน ของกลางเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการผลิต
ประเภทแรกคือปืนไทยประดิษฐ์ที่กลึงเหล็กขึ้นมาเองทั้งหมด ประเภทที่สองคือปืนมาตรฐานจากต่างประเทศที่ถูกโจรลบเลขทะเบียนทิ้งไปแล้ว ส่วนประเภทที่น่ากลัวที่สุดคือ ปืนดัดแปลงจากโครงบีบีกันที่มีการปรับเปลี่ยนกลไกเป็นเหล็ก เพื่อให้สามารถรองรับการยิงกระสุนจริงได้หลากหลายขนาด ทั้ง .38, 9 มม. และ 11 มม.
ปัญหาใหญ่ของปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้คือ มันถูกผลิตขึ้นมาแบบง่ายๆ และไม่มีเลขทะเบียน (ใบ ป.4) เมื่อคนร้ายนำไปก่อคดี พวกเขาสามารถโยนปืนทิ้งทำลายหลักฐานได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเสียดายมูลค่าของมัน
นอกจากนี้ ลำกล้องที่ทำขึ้นเองยังทำให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบรอยเกลียวปืนได้ยากมาก ปืนกลุ่มนี้จึงเป็นที่ต้องการของมิจฉาชีพและมือปืนรับจ้าง พวกเขาต้องการอาวุธสำหรับก่อเหตุระยะประชิดที่ใช้แล้วทิ้ง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำรวจตามรอยเจอ
จากความสำเร็จในปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการซื้อขายปืนออนไลน์อย่างเข้มงวด ช่องทางโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรมที่เข้าถึงได้ง่ายเกินไป การกวาดล้างเครือข่ายนี้จะช่วยลดอัตราการเกิดคดีร้ายแรงได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การปราบปรามจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายตลาดมืดค้าอาวุธออนไลน์ได้อย่างราบคาบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
-
ข่าว - News5 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
การเงิน -Finance5 days agoวิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
-
สุขภาพและการแพทย์ Health5 days agoจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย



