Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หลานชายถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆ่าลุงอย่างโหดเหี้ยมด้วยค้อนปอนด์

Rebecca Kim

Published

on

หลานชายถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆ่าลุงอย่างโหดเหี้ยมด้วยค้อนปอนด์

พะเยา – เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อชายหนุ่มวัย 23 ปี ก่อเหตุสลดฆาตกรรมน้าชายแท้ๆ ของตนเอง คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากพฤติการณ์ที่ค่อนข้างโหดเหี้ยมและเป็นเหตุการณ์ในครอบครัว ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายประสานมิตร หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในชื่อ “โจ้ หมูก้อน” เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่าทำร้าย นายผล ยั่วยวน อายุ 47 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายจนเสียชีวิต เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นที่บ้านพักในตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา

หลังจากการลงมือทำร้ายจนน้าชายเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุได้พยายามอำพรางคดีด้วยการนำร่างไปทิ้งไว้ริมถนนในพื้นที่อำเภอปง กระทั่งมีชาวบ้านสัญจรไปมาและพบศพเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา สภาพศพของนายผลน่าสลดใจอย่างยิ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์พบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกกหูขวาความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และที่กกหูซ้ายอีก 2 แผลความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร บาดแผลลึกเหล่านี้บ่งบอกถึงการถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรงจนผู้ตายทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ประเด็นสำคัญ

  • สาเหตุความขัดแย้ง: ผู้ต้องหาและน้าชายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเรื่องเงิน และผู้ตายมักจะบ่นเรื่องการทำงานของผู้ต้องหาเป็นประจำ
  • พฤติการณ์ก่อเหตุ: ผู้ต้องหาใช้ของแข็ง ซึ่งคาดว่าเป็นค้อนและเสียม ฟาดเข้าที่ศีรษะน้าชายขณะนั่งพักผ่อนอยู่บนเปลใต้ถุนบ้าน
  • การอำพรางที่ล้มเหลว: ผู้ต้องหานำร่างขึ้นรถกระบะไปทิ้ง แต่รถเกิดเสียกลางทาง จึงต้องทิ้งศพไว้ริมพงหญ้าข้างถนนแทน

สารภาพสิ้น “โจ้ หมูก้อน” เผยปมเดือดก่อนลงมือฆ่า

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายโจ้ได้ให้การรับสารภาพถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา วันนั้นเขามีปากเสียงกับนายผลซึ่งเป็นน้าชายอย่างรุนแรง ประเด็นหลักคือเรื่องเงินทองและการบ่นด่าเรื่องพฤติกรรมการทำงาน คำพูดเหล่านั้นทำให้เขาเกิดความโกรธแค้นอย่างหนักและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้

ในช่วงจังหวะที่นายผลกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนเปลบริเวณใต้ถุนบ้าน นายโจ้จึงตัดสินใจใช้ของแข็งเข้าทำร้าย ทันทีที่สบโอกาส เขาฟาดไปที่บริเวณศีรษะและกกหูของน้าชายอย่างเต็มแรง การทำร้ายนี้รุนแรงมากจนทำให้นายผลเสียชีวิตลงทันทีในบริเวณใต้ถุนบ้าน หลังจากรู้ตัวว่าน้าชายเสียชีวิตแล้ว เขาก็เริ่มคิดหาวิธีปกปิดความผิดของตนเองอย่างเร่งด่วน

ผู้ก่อเหตุได้นำรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์ทอง ซึ่งเป็นรถของพ่อมาใช้ เขาอุ้มศพของน้าชายใส่ท้ายรถกระบะ แล้วขับออกไปตามถนนสายบ้านนาอ้อม-บ้านน้ำปุก จุดประสงค์หลักคือการนำร่างนี้ไปทิ้งในที่ลับตาคนเพื่ออำพรางคดี อย่างไรก็ตาม แผนการของเขาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดไว้เลย

ขณะที่เขาขับรถขึ้นเนินบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำปุก รถกระบะกลับเกิดอาการขัดข้องและเครื่องดับกะทันหัน เมื่อไม่สามารถขับรถต่อไปได้ เขาจึงตัดสินใจอุ้มศพลงจากรถแล้วนำไปทิ้งไว้ในพงหญ้าริมถนนบริเวณนั้น จากนั้นเขาก็ถอยรถไปจอดห่างจากจุดที่ทิ้งศพประมาณ 100 เมตร แล้วเดินเท้ากลับบ้านพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ล่าสุดในวันที่ 8 กันยายน พนักงานสอบสวน สภ.ปง ยังคงเดินหน้าสืบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อเก็บรายละเอียดทุกแง่มุม พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำเอกสารประกอบสำนวนคดีอย่างละเอียด ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมนำตัวนายโจ้ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพะเยาตามกระบวนการ ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้า สามารถอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ได้

ในส่วนของวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำคัญที่เจ้าหน้าที่เก็บไว้ตรวจสอบ นั่นคือ ค้อนและเสียมที่คาดว่าเป็นอาวุธ เบื้องต้นพบร่องรอยที่ลักษณะคล้ายกับคราบเลือดมนุษย์ติดอยู่บนวัตถุพยานบางรายการอย่างชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์นี้จะถูกนำมาใช้ประกอบสำนวนคดี เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเป็นทางการต่อไป

การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเน้นความรอบคอบ เพื่อให้การทำคดีนี้มีความโปร่งใสและมีหลักฐานที่แน่นหนา แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพไปแล้ว แต่ตามหลักการทางกฎหมาย เขายังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับการพิจารณาและมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาลยุติธรรม คดีสะเทือนขวัญในจังหวัดพะเยานี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง มันเตือนใจให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการควบคุมอารมณ์ และผลกระทบของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมักจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

พบแล้ว! ลุงหลานหลงป่าเชียงม่วนรอดชีวิต หลังระดมกำลังค้นหานาน 6 วัน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

Rebecca Kim

Published

on

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อคนร้ายสวมชุดเสื้อฮู้ดสีดำบุกเดี่ยวเข้าไปจี้ร้านทองชื่อดัง คนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำน้ำหนักรวมถึง 52 บาทไปอย่างอุกอาจ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นที่มีผู้คนพลุกพล่าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากศูนย์วิทยุ 191 และรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทันที ร้านที่เกิดเหตุคือร้านทองบางกอกโกลล์ส สาขาถนนปทุม-สามโคก ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • เหตุการณ์ระทึก: คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาทีเท่านั้น
  • มูลค่าความเสียหาย: คนร้ายกวาดสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ไปทั้งหมด 52 บาท คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมกว่า 3.5 ล้านบาท
  • สถานะการสืบสวน: ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และไล่ล่าตัวคนร้ายที่ยังคงหลบหนีลอยนวล

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า คนร้ายรายนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำแบบมีฮู้ดเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า คนร้ายไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับเดินเข้ามาในร้านอย่างใจเย็นและนิ่งเงียบ

เมื่อเข้ามาถึงด้านใน คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาข่มขู่ ทำให้พนักงานร้านต้องรีบก้มหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นคนร้ายได้สั่งให้พนักงานลุกขึ้นมา และบังคับให้หยิบสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ส่งให้ การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใจกล้าและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

หลังจากได้ทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท คนร้ายก็เก็บปืนและเดินออกจากร้านไปตามปกติ พฤติกรรมนี้ทำให้พนักงานและผู้ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกแปลกใจอย่างมาก คนร้ายไม่ได้วิ่งหนีหรือแสดงอาการลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี

กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ภาพจากกล้องระบุเวลาที่คนร้ายเดินเข้ามาในร้านคือ 17.56 น. และเดินออกไปในเวลา 17.58 น. การลงมือครั้งนี้คนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการทั้งหมดไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีอย่างเร่งด่วน พบว่าคนร้ายเดินเท้ามาจากทิศทางของหมู่บ้านกฤษณา และเมื่อก่อเหตุเสร็จก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม

ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะชนิดใดในการหลบหนีต่อจากจุดนั้น ทีมสืบสวนกำลังเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางรอบนอก นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบการค้นหาให้แคบลง

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

คำให้การของพนักงานและเบาะแสสำคัญ

พนักงานสาวของร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าถึงนาทีชีวิตด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นตระหนก เธอระบุว่าคนร้ายพูดจาด้วยสำเนียงภาคกลางอย่างชัดเจน การสั่งการของคนร้ายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นชี้ให้พนักงานหยิบเฉพาะสร้อยทองเส้นใหญ่ๆ เท่านั้น

ของกลางที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยคอ 5 บาท จำนวน 4 เส้น และสร้อยคอ 4 บาท จำนวน 3 เส้น มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสูญเสียก้อนใหญ่จากการก่อเหตุเพียงชั่วพริบตา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากร้านทองในพื้นที่ใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย หรือมีการนำทองคำรูปพรรณน้ำหนักดังกล่าวมาขาย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจทันที

การยกระดับความปลอดภัยในชุมชน

เหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แม้ว่าทางร้านจะมีกล้องวงจรปิดและระบบสัญญาณเตือนภัย คนร้ายก็ยังสามารถหาช่องโหว่ในการก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรพิจารณาติดตั้งระบบล็อกประตูอัตโนมัติ หรือเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าร้าน การมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุร้ายและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน

ความร่วมมือจากชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่ หากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ปัญหาอาชญากรรมในลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมของเราก็จะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคน

หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของการรายงานเหตุการณ์นี้ ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจลาวจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีปล้นทองที่เชียงรายแล้ว

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ

Naree Srisuk

Published

on

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ

นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30 ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันและวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง พวกเขาได้เปิดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อผลักดันมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน ขยายผลไปสู่นโยบายระดับประเทศ การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาพของทุกคน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะนักศึกษา ปปร.30 ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาได้รับฟังรายงาน สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายน ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเชียงรายได้อย่างตรงจุด

ประเด็นสำคัญ  

  • คณะ ปปร.30 จับมือกับจังหวัดเชียงราย ผลักดันมาตรการลดการเผาและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
  • เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับแบรนด์กาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกร เพื่อดึงภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
  • โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับชาติ และสนับสนุนไทยสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม OECD

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ

ผนึกกำลังดอยช้างและชุมชน ขยายผลสู่ความร่วมมือระดับชาติ

คณะทำงาน ปปร.30 ชุดนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ภาคการเมือง และผู้นำธุรกิจ นำทีมโดยนายศุภชัย ยอดแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากศาลปกครอง นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงภาคธุรกิจและชุมชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลสภาพอากาศร่วมกัน

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือการยกระดับการทำงานจากระดับพื้นที่ไปสู่การสร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ (National Awareness & People Participation) การจัดการปัญหาหมอกควันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทุกภาคส่วนจะต้องหันมาร่วมมือกันลดต้นตอของการเกิดฝุ่นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน “อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋” ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที

Naree Srisuk

Published

on

ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน "อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋" ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที

อยุธยา – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ “สีกาเอ๋” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทั้งสองคนถูกตำรวจกองปราบปรามคุมตัวมาฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรี คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคและศรัทธาของชาวพุทธ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ประเด็นสำคัญ

  • ศาลค้านประกันตัว: ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “ทิดโชติ” และ “สีกาเอ๋” เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง
  • ข้อหาหนัก: ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
  • ส่งตัวเข้าเรือนจำ: ผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีทันที เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอย่างรอบคอบ และเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นบุคคลตามหมายจับ นอกจากนี้ ข้อหาฟอกเงินที่ทั้งคู่ถูกกล่าวหา มีอัตราโทษตามกฎหมายที่ค่อนข้างสูงมาก

ตำรวจยังต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน ศาลจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงหรือทำลายพยานหลักฐานสำคัญได้

นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ศาลตัดสินใจยกคำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำงานอย่างรัดกุม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสที่สุด

ขั้นตอนต่อไปของคดีเงินทอนวัดพุทไธศวรรย์

หลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิททันที ทั้งคู่ถูกส่งตัวเดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสระบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดตลอดการเดินทาง

การขยายผลของตำรวจกองปราบปรามในครั้งนี้ ถือเป็นการกวาดล้างการทุจริตครั้งสำคัญ เจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของวัด

หากพบหลักฐานว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรือรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากวัด

ความเชื่อมั่นของสังคมและกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ในระดับหนึ่ง

หลายฝ่ายหวังว่าคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และสามารถนำทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาได้ ทุกสายตาจึงยังคงจับจ้องไปที่การทำงานของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในระยะเวลาฝากขัง 12 วันนี้ ตำรวจจะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร

คดีทุจริตที่เกิดขึ้นกับวัดพุทไธศวรรย์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับทุกวัดทั่วประเทศ การบริหารจัดการเงินบริจาคควรต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสาร และช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเป็นเงิน 8.7 ล้านบาท

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 hours ago

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 hours ago

ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News7 hours ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

ชมดอกซากุระที่เชียงราย: ไปที่ไหนและเมื่อไหร่ดี
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

ชมดอกซากุระที่เชียงราย: ไปที่ไหนและเมื่อไหร่ดี

เชียงราย สภาพอากาศรายเดือน: เที่ยวเชียงรายเดือนไหนดี
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

เที่ยวเชียงรายเดือนไหนดี? ดูอากาศรายเดือนก่อนจองทริป

เลือกทำเลเชียงรายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: เทียบ 8 พื้นที่น่าอยู่
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide1 day ago

เลือกทำเลเชียงรายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: เทียบ 8 พื้นที่น่าอยู่

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นคุกคามเชียงราย
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นคุกคามเชียงราย!! เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอเทิง

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 weeks ago

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย

คำเตือน! เชียงรายมีน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

คำเตือน! เชียงรายมีน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว "M-Water" ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมเชียงราย!! ระดับน้ำในอำเภอเทิงเริ่มลดลงแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมเชียงราย!! ระดับน้ำในอำเภอเทิงเริ่มลดลงแล้ว

สุดยอด! 4 เยาวชนเชียงรายกวาด 6 เหรียญ ศึกฮับกิโดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ฮ่องกง
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

สุดยอด! 4 เยาวชนเชียงรายกวาด 6 เหรียญ ศึกฮับกิโดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ฮ่องกง

เกิดเหตุวุ่นวายที่เชียงราย!! รถบรรทุกพ่วงพลิคว่ำใกล้ตลาดฟ้าไทย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เกิดเหตุวุ่นวายที่เชียงราย!! รถบรรทุกพ่วงพลิคว่ำใกล้ตลาดฟ้าไทย

น้ำท่วมน่านวิกฤต! กรมทางหลวงระดมเครื่องจักรหนัก เร่งกู้เส้นทางและทอดสะพานเบลีย์
ข่าว - News3 weeks ago

น้ำท่วมน่านวิกฤต! กรมทางหลวงระดมเครื่องจักรหนัก เร่งกู้เส้นทางและทอดสะพานเบลีย์

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ข่าวกีฬา Sports3 weeks ago

เชียงรายคึกคัก! เปิดศึกเทเบิลเทนนิส 4 ดาว ชิงเงินแสน ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา

Download Our App

Trending