ข่าว - News
คำเตือนด่วน! ตำรวจเตือนถึงกลโกงรูปแบบใหม่ทางศูนย์บริการลูกค้า “การคืนเงินปลอมจากร้านค้าออนไลน์”
เชียงราย – สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาเตือนภัยด่วนถึงประชาชนทุกคน ตอนนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีรูปแบบการหลอกลวงใหม่ที่กำลังระบาดหนัก พวกเขาจะโทรศัพท์มาหาคุณและแอบอ้างว่าเป็นพนักงานจากร้านขายของใช้ในบ้านหรือร้านวัสดุก่อสร้างชื่อดัง โดยใช้ข้ออ้างว่าจะคืนเงินค่าสินค้าให้คุณ อ้างอิงข้อมูลจาก ข่าวไทยรัฐ นี่คือภัยเงียบที่ทุกคนต้องระวังให้ดี
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเปลี่ยนแผนใหม่ โดยการโทรแอบอ้างเป็นพนักงานห้างขายวัสดุก่อสร้างและของใช้ในบ้าน
- กลโกงหลักคือการอ้างว่าสินค้าชำรุด และหลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับเงินชดเชย
- ตำรวจเตือนห้ามกดลิงก์ ห้ามโอนเงิน และห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด หากสงสัยให้โทรแจ้งสายด่วน 1441 ทันที
กลโกงใหม่นี้ทำงานอย่างไร?
แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้จะใช้วิธีพูดคุยที่สุภาพและดูเป็นมืออาชีพมาก พวกเขาจะอ้างว่าสินค้าที่คุณเคยสั่งซื้อไปนั้นมีปัญหา ชำรุด หรือไม่ได้มาตรฐาน จากนั้นจะเสนอความรับผิดชอบด้วยการชดใช้เงินคืนให้คุณเต็มจำนวน
เมื่อคุณเริ่มสนใจและอยากได้เงินคืน พวกเขาจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป มิจฉาชีพจะหลอกให้คุณโอนเงินค่าธรรมเนียมการทำเรื่องก่อน หรือไม่ก็ส่งลิงก์แปลกๆ มาให้คุณกดทางข้อความ
หากคุณหลงเชื่อและกดลิงก์นั้น พวกเขาจะหลอกให้คุณติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ระยะไกล แอปพลิเคชันนี้จะทำหน้าที่ดูดเงินออกจากบัญชีธนาคารของคุณจนหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่นาที
ทำไมคนถึงตกเป็นเหยื่อได้ง่าย?
กลโกงนี้มักจะได้ผลเพราะมันเล่นกับความรู้สึกและความคาดหวังของคน เราทุกคนย่อมดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้รับการชดเชยหรือได้เงินคืนจากสินค้าที่มีปัญหา นอกจากนี้ การแอบอ้างชื่อร้านค้าชื่อดังที่คนคุ้นเคย ยังทำให้เรื่องราวดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า สถิติการแจ้งความออนไลน์เรื่องนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีความเป็นห่วงและต้องการเตือนภัยประชาชนอย่างเร่งด่วน
ทุกคนต้องทำความเข้าใจว่า ร้านค้าที่ทำธุรกิจจริงๆ จะไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินไปให้ก่อนเพื่อแลกกับการรับเงินคืน หากมีการขอให้โอนเงินค่าดำเนินการ หรือค่าภาษีใดๆ นั่นคือสัญญาณเตือนภัยว่าคุณกำลังคุยกับมิจฉาชีพ
4 กฎเหล็ก ป้องกันตัวเองไม่ให้สูญเงิน
เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แนะนำ 4 กฎเหล็กที่ทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ ข้อแรกคือห้ามโอนเงินตามคำกล่าวอ้างทุกกรณี ไม่ว่าเหตุผลของปลายสายจะฟังดูสมเหตุสมผลแค่ไหนก็ตาม
ข้อที่สองคือห้ามกดลิงก์ หรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่คุณไม่รู้จักเด็ดขาด มิจฉาชีพมักจะส่งลิงก์แปลกๆ ผ่านทางข้อความหรือแอปพลิเคชันแชทต่างๆ เพื่อหลอกเจาะระบบโทรศัพท์มือถือของคุณ
ข้อที่สามคือห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน หรือรหัส OTP รหัสเหล่านี้เปรียบเสมือนกุญแจตู้เซฟของคุณ จึงไม่ควรส่งมอบให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด
ข้อสุดท้ายคือต้องตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่มาเสมอ หากคุณได้รับสายที่น่าสงสัย ให้รีบตัดสายทิ้งทันที จากนั้นให้คุณเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปสอบถามคอลเซ็นเตอร์ตัวจริงของร้านค้านั้นๆ เพื่อเช็กว่าข้อมูลนั้นจริงหรือไม่
สิ่งที่ต้องทำเมื่อคุณตกเป็นเป้าหมาย
หากคุณพลาดพลั้งโอนเงินไปแล้ว หรือพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย อย่าปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเฉยๆ คุณสามารถแจ้งความออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยผ่านเว็บไซต์ทางการของตำรวจที่ www.thaipoliceonline.go.th
นอกจากนี้ คุณยังสามารถโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1441 ศูนย์ช่วยเหลือนี้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของภัยไซเบอร์
การติดตามข่าวสารและมีสติอยู่เสมอคือเกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุดในยุคนี้ อย่าลืมนำเรื่องนี้ไปเตือนคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยี ให้ระมัดระวังตัวให้ดี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุม”ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่”ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ตำรวจแม่จันบุกรวบหนุ่มวัย 30 ปี ลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและยาแก้ไอ มอมเมาเยาวชนเชียงราย
ข่าว - News
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้โดยสารโพสต์คลิปและร้องเรียนว่ากระเป๋าเดินทางมีร่องรอยถูกเปิดรื้อค้นระหว่างเดินทาง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้บริการผ่านสนามบินหลักของไทย ทางสนามบินจึงเข้าตรวจสอบระบบสายพานและกล้องวงจรปิดทันทีเพื่อความโปร่งใส
ข่าว - News
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
พชรบุรี – การค้นพบสัตว์ป่าหายากในธรรมชาติมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกภาพเสือดำและเสือดาวกำลังเดินอยู่ด้วยกันในเฟรมเดียว ภาพเหตุการณ์สุดพิเศษนี้ถูกบันทึกไว้ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การปรากฏตัวของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ทั้งสองรูปแบบถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรักสัตว์ป่าดีใจ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการปกป้องผืนป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข่าว - News
รัฐอัดฉีดบริษัททัวร์ 40,000 บาท กระตุ้นเที่ยวไทย
เชียงราย – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเดินทางที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง รัฐบาลพร้อมมอบเงินอุดหนุนค่าเดินทางสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อทริป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออกเดินทางสำรวจความสวยงามของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จับมือกับพันธมิตร 9 องค์กร เพื่อเปิดตัวโครงการ “เที่ยวข้ามภาคกับทัวร์” แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและกระจายคนสู่เมืองรอง รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 208 ล้านบาททั่วประเทศ โครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลพร้อมอุดหนุนค่ารถบัสสูงสุด 40,000 บาท และรถตู้สูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
- เงื่อนไขหลักคือต้องเป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
- นักท่องเที่ยวสามารถจองและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดกลุ่มทัวร์ตามขนาดที่โครงการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางด้วยรถบัสจะต้องมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมเดินทางอย่างน้อย 30 คน รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเช่ารถให้วันละ 10,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทต่อหนึ่งทริป ส่วนการใช้รถตู้จะต้องมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 6 คน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือวันละ 2,500 บาท และสูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
ทริปการเดินทางทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นการข้ามเขตจังหวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จุดเริ่มต้นของทริป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัททัวร์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง
โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพ็กเกจเดินทางได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ สุขภาพ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หากคุณเป็นบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถอ่าน มาตรการอัดฉีดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษารายละเอียดของสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสายด่วน ททท. 1672 เพื่อเริ่มต้นวางแผนวันหยุดพักผ่อนสุดคุ้มของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจช่วยเหลือแม่และลูกชายจากพ่อที่เสียสติ
ชาวจีน 99 คนถูกจับกุม! แก๊งอาชญากรถูกทลายที่ชายแดนเมียนมาร์-ไทย
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด

