เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านเชียงรายลุกฮือต่อต้านโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้ออกมารวมตัวกันครั้งใหญ่เพื่อปกป้องชุมชน กลุ่มนี้คือเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะจาก 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น และตำบลม่วงคำ พวกเขานำโดย พ.ท.สมเจต ช่างซอ และแกนนำคนสำคัญ พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 200 คน
การรวมตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่บริเวณหน้า อบต.ม่วงคำ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะอย่างเด็ดขาด กิจกรรมนี้ยังเป็นการรำลึกวาระครบรอบ 1 ปีของการเคลื่อนไหวต่อสู้ของชาวบ้านอีกด้วย หลังจากตั้งขบวนเสร็จสิ้น พวกเขาได้เคลื่อนขบวนรถมุ่งหน้าไปยังลานหน้า อบต.ป่าหุ่ง เพื่อจัดเวทีชุมนุมใหญ่และรณรงค์ให้สังคมรับรู้
ประเด็นสำคัญ
- การชุมนุมครั้งใหญ่: ชาวบ้านกว่า 200 คนจาก 40 หมู่บ้าน นัดรวมตัวครบรอบ 1 ปี เพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะในอำเภอพาน
- ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม: ประชาชนหวั่นเกรงว่าโครงการจะทำลายแหล่งน้ำสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งเพาะพันธุ์ปลานิลที่สำคัญ
- ยื่น 3 ข้อเรียกร้องชัดเจน: ขอให้ยกเลิกโครงการถาวร จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ให้โปร่งใส และยกเลิกข้อตกลง (MOU) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายชาวบ้านทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องบ้านเกิด พวกเขาจัดเวทีให้ความรู้และรับฟังความเห็นหมุนเวียนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ถึง 17 ครั้ง สิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ข้อมูลจากแกนนำระบุว่า พื้นที่ตั้งโครงการใหม่นั้นอยู่ใกล้กับชุมชนมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีคลองชลประทานและแหล่งน้ำสาธารณะไหลผ่านหลายจุด หากเกิดมลพิษขึ้นมา จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ทำการเกษตร แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และแหล่งเพาะพันธุ์ปลานิลซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ รวมถึงอาจทำลายสุขภาพของชาวบ้านในระยะยาว
ปมปัญหาความโปร่งใสและคนนอกพื้นที่
พ.ท.สมเจต ช่างซอ แกนนำชาวบ้าน เล่าว่าเดิมทีโครงการนี้จะไปสร้างที่บ้านห้วยประเสริฐ แต่เกิดการคัดค้านและบังเอิญพบแหล่งโบราณสถานเสียก่อน โครงการจึงต้องย้ายมาหาพื้นที่ใหม่ แต่ความไม่ชัดเจนจากหน่วยงานรัฐทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาต้านอีกครั้ง แม้จะเคยยื่นเรื่องไปถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่ารัฐจะเอายังไงต่อไป
ด้าน นายณัฐพงษ์ ทาแกง ตัวแทนกลุ่ม ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสหลายจุด โดยเฉพาะการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการจัดการขยะระหว่าง อบต.ป่าหุ่ง กับท้องถิ่นอื่นๆ ชาวบ้านมองว่า MOU นี้เป็นแค่การตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมทิ้งขยะ ไม่ควรนำมาตีความว่าเป็นการอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าขยะข้ามพื้นที่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการทำประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาก็ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ชาวบ้านอ้างว่ามีการแจกแบบสอบถามที่เขียนคำตอบนำทางไว้แล้ว แถมยังมีการนำคนจากนอกพื้นที่เข้ามาร่วมกระบวนการด้วย เครือข่ายจึงเรียกร้องให้จัดเวทีรับฟังความเห็นใหม่ โดยอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการที่ระบุว่า รัศมีผลกระทบของโรงไฟฟ้าขยะอาจกว้างถึง 3 กิโลเมตร
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของโรงไฟฟ้าขยะ สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews)
3 ข้อเรียกร้องหลักจากภาคประชาชน
ในวันครบรอบ 1 ปีนี้ เครือข่ายชาวบ้านได้ประกาศจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อนายอำเภอพานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อแรกคือ ขอให้รัฐยุติและยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลอย่างถาวร เพื่อคืนความสงบสุขให้ชุมชน
ข้อที่สอง หากยังดึงดันไม่ยอมยกเลิกโครงการ รัฐจะต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใหม่ภายในปี 2569 โดยต้องทำอย่างโปร่งใสและให้คนในพื้นที่ตัดสินใจเอง ข้อที่สาม ขอให้ยกเลิกข้อตกลง MOU การจัดการขยะทั้งหมดที่ อบต.ป่าหุ่ง ทำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในกลุ่มจังหวัดเชียงราย
ที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาเคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรี สภาผู้บริโภค และคณะกรรมาธิการของวุฒิสภามาแล้ว มีการลงพื้นที่ตรวจสอบจริง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งระงับโครงการอย่างเป็นทางการออกมา ชาวบ้านจึงต้องรวมพลังกันอีกครั้งเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไข
เครือข่ายชาวบ้านยืนยันอย่างหนักแน่นว่า หากหน่วยงานรัฐยังคงเพิกเฉยหรือพยายามประวิงเวลา พวกเขาพร้อมที่จะยกระดับการต่อสู้ทันที ชาวบ้านเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หรือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน การออกมาชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำไปเพื่อท้าทายรัฐ แต่ทำเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและปกป้องชีวิตของคนในชุมชน.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง สกัดจับกุมชายชาวเมียนมาวัย 21 ปี ขณะพยายามลักลอบนำเงินสดสกุลบาทไทยจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดน
จากการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย รวมมูลค่ากว่า 3.57 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ข้ามแดนมาด้วยท่าทางมีพิรุธชัดเจน จึงนำตัวไปสอบสวนตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online) อย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
• ยึดเงินสดก้อนโต: เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมหนุ่มเมียนมาวัย 21 ปี พร้อมยึดเงินสดไทยรวม 3,572,240 บาท บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1
• ละเมิดกฎหมายการเงิน: การนำเข้าเงินตราเกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
• เร่งสอบสวนขยายผล: ตำรวจ สภ.แม่สาย รับมอบตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาและขยายผลเส้นทางการเงิน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการนอกกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ชายหนุ่มชาวเมียนมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าใบใหญ่ข้ามสะพานมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดสังเกตและแสดงอาการลุกลน จึงเรียกขอตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าออก เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยถูกจัดเรียงเป็นมัดขนาดใหญ่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 3,560 ใบ ธนบัตร 500 บาท จำนวน 7 ใบ ธนบัตร 100 บาท จำนวน 61 ใบ และธนบัตร 20 บาท อีกจำนวน 132 ใบ รวมเงินของกลางทั้งหมด 3,572,240 บาท
เปิดข้อกฎหมายควบคุมเงินตราและบทลงโทษ
การลักลอบนำเงินสดสกุลบาทข้ามพรมแดนเข้าออกประเทศโดยไม่สำแดง เป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ร่วมกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายกำหนดให้ผู้พกพาเงินสดเกินกว่าอัตราที่อนุญาตต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายจึงบันทึกการจับกุม พร้อมยึดเงินสดและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อคลี่คลายที่มาและจุดหมายปลายทางของเงินสดก้อนนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน
แม่สายถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าและการเงินระหว่างสองประเทศ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นช่วยป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมทั้งตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 261.5 กิโลกรัม เอาไว้ได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.50 น. ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามธรรมชาติบ้านศรีชัยภูมิ ก่อนจะพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยเดินเท้าข้ามลำน้ำเข้ามา จึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ• การปะทะเดือด 5 นาที: ทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ยิงปะทะกลุ่มคาราวานยาเสพติด 5-6 คน บริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย • ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กก.: ผลการตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบดำ 7 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 261.5 กิโลกรัม • คุมเข้มชายแดนแม่สาย: พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งส่งมอบของกลางให้ สภ.เกาะช้าง พร้อมขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด |
ตามนโยบายเข้มงวดของกองทัพบกและรัฐบาลในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังจากกองร้อยทหารม้าที่ 4 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างการเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ที่ 10 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 6 คน แบกกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ ทหารจึงแสดงตัวพร้อมให้สัญญาณหยุดเพื่อขอเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสาดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดยาวนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในภูมิประเทศป่าเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ จากการตรวจสอบกำลังพลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เปิดผลตรวจยึดไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เวลาประมาณ 06.20 น. ชุดปฏิบัติการได้สนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุโดยรอบอย่างละเอียด จากการตรวจค้นอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำกันน้ำตกกระจายอยู่บริเวณพงหญ้าชายน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 7 กระสอบ
เมื่อแกะตรวจสอบสิ่งของภายใน พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ (Methamphetamine) เกรดบริสุทธิ์ บรรจุแยกเป็นห่อชาสีเขียวและสีทอง ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดได้ 261.5 กิโลกรัม คาดว่าขบวนการเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล
กองกำลังผาเมืองประสาน สภ.เกาะช้าง ขยายผลตัดรากถอนโคน
จนกระทั่งเวลา 11.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบของกลางพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน
พันเอก สุพรรณ เปิดเผยว่ากลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมักอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในการลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารได้ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 261.5 กิโลกรัม ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นกลางเมืองเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานที่เปี่ยมด้วยเมตตาสะท้อนว่าทุกชีวิตบนโลกนี้ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันเสมอ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้โบราณสถานสำคัญ เจ้าหน้าที่พบสุนัขโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึกข้างวัดพระแก้วอย่างน่าเวทนา ทีมกู้ภัยจึงวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ประเด็นสำคัญ• เหตุเกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย นำกำลังเข้าช่วยชีวิตสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัดพระแก้ว • ทีมกู้ภัยวางแผนรัดกุม ใช้ทักษะเฉพาะทางพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาตรฐานจนนำสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดแผลฉกรรจ์ • เทศบาลนครเชียงรายตอกย้ำนโยบายดูแลสวัสดิภาพสัตว์และช่วยเหลือทุกชีวิตในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม สร้างความประทับใจแก่ประชาชน |
จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกที่มีน้ำขังและมีผนังปูนค่อนข้างลื่นชัน สุนัขตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้บันไดและสายรัดเฉพาะทางโรยตัวลงไปปฏิบัติการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวและคล้องตัวสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยืนส่งกำลังใจอยู่โดยรอบ สุนัขมีอาการสำลักน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับน้ำสะอาดดื่มทันที
มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ในเขตเทศบาล
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปตามหลักความปลอดภัยระดับสากลที่เจ้าหน้าที่ยึดถืออย่างเคร่งครัด ทีมงานมีการประเมินโครงสร้างบ่อน้ำและระดับออกซิเจนก่อนลงปฏิบัติการจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์ที่กำลังตกใจ
การดูแลสัตว์ไม่มีเจ้าของเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมของงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนให้รับมือกับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ประสบภัยจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ร่วมโลกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในยามคับขัน
พลังแห่งความเมตตาและเสียงชื่นชมจากชุมชนเชียงราย
หลังภารกิจเสร็จสิ้น ชุมชนท้องถิ่นต่างแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงานอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าภาพเหตุการณ์นี้สะท้อนวัฒนธรรมความเมตตาอันดีงามของชาวเชียงราย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติงานด้วยหัวใจเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสงบสุขของประชาชน ทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย และภารกิจนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในสังคมเมืองเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน




