เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายผลักดันยกระดับ “กาแฟปางโขน” สู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก
สุขภาพระดับโลก"">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายเดินหน้าผลักดัน “กาแฟปางขอน” อย่างเต็มกำลัง เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 10 ของจังหวัดเป้าหมายหลักคือการยกระดับกาแฟอาราบิก้าบนพื้นที่สูงให้ก้าวสู่ตลาดพรีเมียมอย่างเต็มตัว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกาแฟไทยในเวทีโลก
นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรเพื่อรับมือกับวิกฤตเอลนีโญที่รุนแรงขึ้นทุกปี การส่งเสริมวิถีเกษตรยั่งยืนภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกาแฟ แต่คือการเอาตัวรอดของชุมชนในยุคโลกเดือด
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways):
- ก้าวสู่ GI ลำดับที่ 10: เชียงรายเร่งผลักดันกาแฟปางขอนขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อการันตีคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า
- เจาะตลาดพรีเมียม: ยกระดับเมล็ดกาแฟอาราบิก้าบนพื้นที่สูงกว่า 1,200 เมตร ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคระดับสูง
- รับมือเอลนีโญ: ใช้แนวทางการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ (Shade-grown) เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน
- เพิ่มรายได้ชุมชน: สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเกษตรกรชาวไทยภูเขาในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
2026/06/2.avif" alt="เชียงรายผลักดันยกระดับ “กาแฟปางโขน” สู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก" width="1000" height="667" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2.avif 1000w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-300x200.avif 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-768x512.avif 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ก้าวสำคัญของเชียงราย สู่จีไอ (GI) ลำดับที่ 10
เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ระบุว่ามีการเปิดเวทีสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเฉพาะ การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการโรงคั่วกาแฟอย่างล้นหลาม
การผลักดันกาแฟปางขอนให้เป็นสินค้า GI ถือเป็นความหวังใหม่ของชาวเชียงรายทุกคน หากโปรเจกต์นี้สำเร็จจะกลายเป็นสินค้าตัวที่ 10 ของจังหวัดที่ได้รับตราสัญลักษณ์นี้ ตรา GI จะช่วยปกป้องสิทธิชุมชนและป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้าจากพื้นที่เพาะปลูกอื่น
ทำไมต้องเป็น “กาแฟปางขอน”
พื้นที่บ้านปางขอนตั้งอยู่บนความสูงราว 1,200 ถึง 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สภาพภูมิประเทศที่นี่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ปัจจัยทางธรรมชาติเหล่านี้เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของต้นกาแฟอาราบิก้าเป็นอย่างมาก
รสชาติของกาแฟปางขอนมีความโดดเด่นและมีมิติที่ไม่เหมือนใคร ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟมักบรรยายถึงกลิ่นหอมของดาร์กช็อกโกแลต ผลไม้แห้ง และความหวานที่ปลายลิ้น เอกลักษณ์ที่ชัดเจนนี้ทำให้เมล็ดกาแฟจากที่นี่เป็นที่ต้องการของตลาดกาแฟพิเศษอย่างต่อเนื่อง
เผชิญหน้าวิกฤตเอลนีโญ ด้วยวิถีเกษตรยั่งยืน
ปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลก ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฝนทิ้งช่วงยาวนานและอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาคุณภาพผลผลิตให้คงที่
แต่สำหรับชุมชนบ้านปางขอน พวกเขามีวิธีรับมือภัยแล้งที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน นั่นคือการปลูกกาแฟร่วมกับผืนป่า หรือที่เรียกว่าวิถี “Shade-Grown Coffee” วิถีนี้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินและลดความเครียดของต้นกาแฟจากแสงแดดจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่มเงาไม้ใหญ่ เกราะป้องกันภัยแล้ง
ต้นไม้ใหญ่ในป่าทำหน้าที่เสมือนหลังคาธรรมชาติที่คอยปกป้องต้นกาแฟด้านล่าง ใบไม้ที่ร่วงหล่นยังกลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดีที่ช่วยเพิ่มธาตุอาหารสำคัญให้กับหน้าดิน ระบบนิเวศที่สมดุลนี้ช่วยให้ต้นกาแฟสามารถรอดพ้นจากช่วงฤดูแล้งที่โหดร้ายไปได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ รากของต้นไม้ในป่ายังช่วยกักเก็บน้ำฝนไว้ในชั้นดินใต้ดิน ทำให้ชุมชนมีแหล่งน้ำสะอาดใช้หล่อเลี้ยงการเกษตรตลอดทั้งปี การอยู่ร่วมกับป่าจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กาแฟปางขอนรอดพ้นจากวิกฤตเอลนีโญ
ยกระดับอาราบิก้าไทย สู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก
เป้าหมายของการได้ตรา GI ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้กับสินค้าในตลาดสากล กาแฟที่มีแหล่งกำเนิดชัดเจนมักจะมีราคาสูงกว่ากาแฟทั่วไปในท้องตลาด ผู้บริโภคยุคใหม่ยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับเรื่องราวและคุณภาพที่เชื่อถือได้
กลุ่มผู้รักกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ต่างมองหาเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนและมีที่มาที่ไป กาแฟปางขอนตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันและรสชาติที่หาตัวจับยาก
สร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มรายได้ให้ชุมชน
เมื่อกาแฟปางขอนมีราคาสูงขึ้น รายได้ของเกษตรกรในชุมชนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งบุตรหลานเรียนหนังสือ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนระดับรากหญ้า
คนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านเริ่มตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาสานต่ออาชีพทำไร่กาแฟ พวกเขานำความรู้ด้านการตลาดออนไลน์และเทคโนโลยีการคั่วกาแฟแบบใหม่มาประยุกต์ใช้ คนหนุ่มสาวเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่พากาแฟปางขอนไปสู่ระดับอินเตอร์
ถอดรหัสความสำเร็จ จากดอยช้างถึงปางขอน
เชียงรายมีชื่อเสียงระดับโลกจากความสำเร็จของกาแฟดอยช้างและดอยตุงมาก่อนแล้ว กาแฟรุ่นพี่เหล่านี้ได้กรุยทางและสร้างมาตรฐานให้กับเมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทยในเวทีโลก ตอนนี้ถึงเวลาที่กาแฟปางขอนจะก้าวขึ้นมาทัดเทียมและสร้างตำนานบทใหม่ของตัวเอง
ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากความอดทนและการเรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีต เกษตรกรบ้านปางขอนได้ศึกษากระบวนการแปรรูปจากแหล่งปลูกชั้นนำทั่วประเทศ พวกเขานำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของตนเองอย่างลงตัว
คุณภาพที่เริ่มต้นตั้งแต่การปลูก
ทุกขั้นตอนการผลิตของชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยความใส่ใจและประณีต ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์พืช ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวด้วยมือแบบเม็ดต่อเม็ด เกษตรกรจะเลือกเก็บเฉพาะผลเชอร์รี่สุกจัดสีแดงสดเท่านั้น เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีความหวานตามธรรมชาติสูงที่สุด
หลังจากเก็บเกี่ยว ผลผลิตจะถูกนำไปแปรรูปแบบเปียก (Washed Process) ในทันที กระบวนการนี้ต้องใช้น้ำสะอาดจากยอดดอยเพื่อล้างเมือกกาแฟออกอย่างหมดจด ผลลัพธ์ที่ได้คือเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติสะอาดบริสุทธิ์และดื่มง่าย
บทบาทของภาครัฐ และการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์
หน่วยงานภาครัฐในเชียงรายตื่นตัวกับการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นเรื่องนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาไม่ได้ให้แค่งบประมาณสนับสนุน แต่ยังส่งทีมนักวิชาการลงพื้นที่เพื่อให้คำปรึกษา การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยให้กระบวนการขอขึ้นทะเบียน GI เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
รัฐบาลท้องถิ่นยังเตรียมแผนจัดเทศกาลกาแฟเพื่อโปรโมทของดีประจำจังหวัดอีกด้วย งานนี้จะเป็นพื้นที่ให้เกษตรกรได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง นี่คือตัวอย่างการใช้พลังซอฟต์พาวเวอร์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
แผนยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย ปี 2569
ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ จังหวัดเชียงรายตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งกาแฟของอาเซียน การผลักดันกาแฟปางขอนเป็นเพียงหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของภาพใหญ่นี้ แผนนี้ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในวัฒนธรรมกาแฟ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไร่กาแฟ เรียนรู้วิธีการดริปกาแฟ และพักค้างคืนในโฮมสเตย์ของชาวบ้าน ประสบการณ์ที่มีคุณค่าเหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแหล่งปลูก การท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาล
มาตรฐานการตรวจสอบ สินค้า GI อย่างเข้มงวด
การขอตราสัญลักษณ์ GI ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลสภาพดิน สภาพน้ำ และวิถีการเพาะปลูกอย่างจริงจัง ข้อมูลทั้งหมดต้องพิสูจน์ได้ว่าความพิเศษของสินค้ามาจากพื้นที่นั้นจริงๆ
คณะกรรมการระดับชาติจะเป็นผู้พิจารณาเอกสารและหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ หากผ่านการรับรอง กาแฟปางขอนจะได้รับการขึ้นทะเบียนจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งนี้ถือเป็นหลักประกันความมั่นใจขั้นสูงสุดสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
เครื่องหมาย GI เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนอย่างแน่นหนา หากมีผู้ใดนำชื่อกาแฟปางขอนไปใช้แอบอ้างกับสินค้าจากแหล่งอื่น จะมีความผิดตามกฎหมายทันที กฎหมายนี้ช่วยป้องกันการลอกเลียนแบบและการทำลายชื่อเสียงของแบรนด์ท้องถิ่น
การปกป้องแบรนด์ชุมชนเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่การแข่งขันทางการค้ามีความดุเดือด ชาวบ้านจะได้รับความยุติธรรมและสามารถกำหนดราคาสินค้าได้อย่างสมเหตุสมผล ผู้บริโภคเองก็มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไปสนับสนุนเกษตรกรตัวจริง
เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว สัมผัสวิถีชีวิตปางขอน
หากใครอยากสัมผัสเสน่ห์ของกาแฟปางขอนอย่างใกล้ชิด การเดินทางไปเยือนหมู่บ้านคือคำตอบที่ดีที่สุด เส้นทางขึ้นดอยอาจจะคดเคี้ยวและท้าทายความสามารถ แต่เมื่อถึงจุดหมาย วิวทิวทัศน์ที่งดงามจะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น
ในช่วงฤดูหนาว หมู่บ้านปางขอนจะถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกสีขาวโพลนยามเช้า ดอกพญาเสือโคร่งจะบานสะพรั่งเต็มดอยเพื่อต้อนรับลมหนาว นักท่องเที่ยวสามารถนั่งจิบกาแฟดริปร้อนๆ พร้อมชมวิวหลักล้านได้อย่างเพลิดเพลินใจ
โฮมสเตย์และการเรียนรู้วัฒนธรรม
ชาวบ้านหลายครัวเรือนได้ปรับปรุงบ้านพักให้กลายเป็นโฮมสเตย์ที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวอิ้วเมี่ยนอย่างลึกซึ้ง คุณจะได้มีโอกาสลองสวมชุดประจำเผ่าและทานอาหารพื้นบ้านที่หาชิมได้ยากในเมืองใหญ่
ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนคือการได้ลงมือคั่วกาแฟด้วยตัวเองในกระทะแบบดั้งเดิม ประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านคาเฟ่ทั่วไป มันคือมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนหลงรักและกลับมาเยือนปางขอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อนาคตกาแฟไทย ในยุคโลกเดือด
อุณหภูมิโลกที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงแผนที่การปลูกกาแฟชั้นดีทั่วโลก พื้นที่บางแห่งอาจไม่สามารถปลูกกาแฟอาราบิก้าได้อีกต่อไปในทศวรรษหน้า ดังนั้นพื้นที่ภูเขาสูงในภาคเหนือของไทยจึงทวีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ด้านการเกษตรอย่างยิ่งยวด
การรักษาพื้นที่ป่าและการทำเกษตรอย่างยั่งยืนคือหนทางรอดเดียวที่ทุกคนมีอยู่ กาแฟปางขอนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ธรรมชาติและเกษตรกรรมสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ หากเราทุกคนเข้าใจและเคารพในกฎเกณฑ์ของระบบนิเวศอย่างแท้จริง
การปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่
กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ไม่เคยหยุดที่จะทดลองปลูกสายพันธุ์และหาวิธีการแปรรูปใหม่ๆ พวกเขาใช้สื่อโซเชียลมีเดียเล่าเรื่องราวความมุ่งมั่นจากยอดดอยส่งตรงถึงหน้าจอผู้บริโภค การสื่อสารที่จริงใจและตรงไปตรงมานี้ช่วยสร้างฐานลูกค้าที่พร้อมสนับสนุนสินค้าชุมชนอย่างเหนียวแน่น
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารสมัยใหม่ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อควบคุมคุณภาพกาแฟทุกแก้วที่เสิร์ฟ โรงคั่วกาแฟในพื้นที่ต่างจังหวัดเริ่มมีมาตรฐานระดับสากลทัดเทียมกับโรงคั่วในเมืองหลวง สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่าวงการกาแฟไทยไม่เคยหยุดพัฒนา
การผลักดัน “กาแฟปางขอน” สู่การเป็นสินค้า GI ตัวที่ 10 ของเชียงราย จึงไม่ใช่แค่แคมเปญส่งเสริมการขายแบบฉาบฉวย แต่มันคือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของชุมชนที่ต้องการยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ทวีความรุนแรง
ในอนาคตอันใกล้ เมื่อคุณได้ลิ้มลองและจิบกาแฟปางขอนในยามเช้า คุณจะไม่ได้รับเพียงแค่รสชาติที่กลมกล่อมล้ำลึกเท่านั้น แต่คุณยังได้ซึมซับเรื่องราวของความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความยั่งยืนของชุมชนชาวไทยภูเขาไปพร้อมๆ กัน
ข่าวเด่นเชียงราย
อนูบาร์น เวียงแก่น จากเชียงราย คว้าแชมป์ฮิเซนส์ ยูธ คัพ ประจำปี 2026
เฉลิมฉลองฤดูร้อนสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำกับโปรแกรม “Au Soleil” ณ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมเชียงราย: แม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์ทะลักตลิ่ง กระทบชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน
เชียงราย – เกิดเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเชียงรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณฝนที่สะสมส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายสำคัญเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มวลน้ำจากแม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในตำบลป่าอ้อดอนชัยแล้ว
เหตุการณ์นี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองอย่างมาก เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 50 ครัวเรือน ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
- ระดับน้ำล้นตลิ่งฉับพลัน: ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้แม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ตำบลป่าอ้อดอนชัยอย่างรวดเร็ว
- ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก: มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบแล้วอย่างน้อย 50 ครัวเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 5
- ระดมกำลังช่วยเหลือด่วน: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อช่วงสายของวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ระดับน้ำลาวบริเวณขัวร่องขุ่นหล่ายลาวพุ่งสูงถึง 4.69 เมตร อัตราการไหลของน้ำมีความเชี่ยวกรากถึง 209 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่งอย่างรวดเร็วจนชาวบ้านตั้งตัวแทบไม่ทัน
พื้นที่บ้านร่องขุ่น หมู่ 1 ซึ่งอยู่ติดลำน้ำลาว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 10 ครัวเรือน ในขณะเดียวกัน บ้านสันสลี หมู่ 5 ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำกรณ์เข้าท่วมอีก 40 ครัวเรือน สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายศิริมงคล คำดี นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักหลายวันเป็นสาเหตุหลักของอุทกภัยครั้งนี้ ทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกระสอบทรายและถุงยังชีพไว้ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเพียงพอแล้ว
การบูรณาการกำลังช่วยเหลือจากภาครัฐ
การทำงานในขณะนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด กำนันและผู้ใหญ่บ้านต่างลงพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในจุดเสี่ยงตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลง ทางการก็พร้อมที่จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันที
ด้านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเร่งลงพื้นที่ ท่านเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งให้ติดตามระดับน้ำในทุกแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะมีข่าวดีที่ระดับน้ำในจุดวัดโป่งฟูเฟืองเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันยังมีอยู่ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะค่อยๆ คลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในไม่ช้า
คำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับประชาชน
จังหวัดเชียงรายขอความร่วมมือให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ ประชาชนสามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ การเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มาก
หากพบว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนรีบย้ายสิ่งของมีค่าและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงทันที นอกจากนี้ ควรเตรียมชุดปฐมพยาบาล ยารักษาโรค และอาหารแห้งไว้ใช้ในยามจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ความร่วมมือของทุกคนจะช่วยให้ชุมชนของเราผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ขอให้ชาวเชียงรายทุกคนดูแลสุขภาพและระมัดระวังอันตรายจากกระแสน้ำ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย – ประชาชนริมฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งในอำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจะเร่งอุดรอยรั่วแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้ทัน แต่ตลาดท่าล้อในฝั่งเมียนมากลับถูกน้ำท่วมขังอย่างหนักแล้วในขณะนี้
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยและเมียนมาเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ชาวบ้านทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ตอนเหนือได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง ล่าสุดระดับน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาจนสัมผัสกับคานใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่อาศัยและค้าขายอยู่บริเวณริมตลิ่งอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำสายพุ่งสูงฉับพลัน จนแตะคานใต้สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งอุดรอยรั่วของแนวกระสอบทราย (Big Bag) ป้องกันน้ำทะลัก
- ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็กได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างแล้ว
แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังไม่เอ่อล้นข้ามแนวกำแพงกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยรั่วซึมบริเวณแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ในบางจุด ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั่วขณะ
หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องรีบระดมกำลังคนพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ลงพื้นที่เพื่ออุดรอยรั่วและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ สำนักข่าวไทย รายงานว่าทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอแม่สายให้ปลอดภัยสูงสุด
ท่าขี้เหล็กวิกฤต น้ำท่วมตลาดสำคัญ
เมื่อมองข้ามแม่น้ำสายไปยังฝั่งประเทศเมียนมา สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด พื้นที่ลุ่มต่ำในเมืองท่าขี้เหล็กไม่สามารถต้านทานมวลน้ำที่หลากลงมาได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและแหล่งการค้าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ตลาดท่าล้อ” ซึ่งเป็นตลาดชายแดนชื่อดัง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าต้องรีบขนย้ายสินค้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางความทุลักทุเลและระดับน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายทั้งสองประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนและอาจมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในพื้นที่ตอนเหนือ
การเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเก็บสิ่งของมีค่าและการวางแผนอพยพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การตื่นตัวและติดตามข่าวสารจะช่วยลดความสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
ชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก">เชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
ข่าวธุรกิจ Business6 days ago
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
กรมทางหลวงกำลังปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย-เชียงของ ให้เป็น 4 เลน เพื่อการค้าข้ามพรมแดนที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม








