ข่าวอาชญากรรม - Crime
พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน “วิสาขธรรมยาตรา” ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย
Local citizens, monks, and activists embark on a 60-kilometer walk to demand immediate government action against heavy metal contamination from illegal rare earth mining.
ยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด">เชียงราย -เช้าตรู่ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคักและพลังแห่งความหวัง ภาพของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรกว่า 200 รูป เดินนำหน้าขบวนอย่างสงบ ตามด้วยเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปอีกนับพันคน นี่คือจุดเริ่มต้นของกิจกรรม “วิสาขธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำข้ามแดน” ซึ่งริเริ่มโดยเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ร่วมกับมูลนิธิร่มไทยและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตอน ท่านสามารถตรวจสอบ ข่าวต้นฉบับได้ที่เว็บไซต์แนวหน้า
กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการเดินขบวนธรรมดา แต่เป็นการส่งเสียงสะท้อนจากความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องทนรับผลกระทบจากสารพิษในแม่น้ำมาอย่างยาวนาน เป้าหมายคือการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร จากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำกกในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยขบวนจะสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
การเลือกวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่าง “วันวิสาขบูชา” เป็นวันเริ่มต้นก้าวแรกนั้นมีความหมายลึกซึ้ง นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีเปิดงานว่า ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน มนุษย์เราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นการปกป้องธรรมชาติก็คือการปกป้องชีวิตของเราเอง
ในขณะเดียวกัน พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน ผู้แทนจากคณะสงฆ์ ได้ให้แง่คิดเตือนใจว่า ธรรมยาตราคือการเดินเพื่อประโยชน์สุขของสังคม การเดินด้วยเท้าอาจดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่เท้าของเรานี่แหละที่จะพาเราก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่จุดที่สูงกว่า การใช้ความอดทนและความพากเพียรเดินร่วมกันครั้งนี้ คือการปฏิบัติธรรมเพื่อช่วยเหลือสายน้ำที่เปรียบเสมือนแม่ของสรรพสิ่ง
ต้นตอวิกฤต: เหมืองแร่พิษและมลพิษข้ามพรมแดน
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านกำลังเผชิญ ไม่ได้เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ แต่มาจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนที่เข้าไปลักลอบทำ “เหมืองแร่แรร์เอิร์ท” (แร่หายากที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์) การทำเหมืองเหล่านี้บริเวณต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน ขาดการควบคุมและไม่มีมาตรฐานที่ดีพอ ทำให้มีการปล่อยสารเคมีและโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง
มลพิษเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนของประเทศที่ทำเหมือง แต่ได้ไหลลงมาสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยสายน้ำหลักที่กำลังเผชิญวิกฤตสารปนเปื้อน ได้แก่:
- แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย: แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักของชุมชน ปัจจุบันพบสารโลหะหนักปนเปื้อน จนชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในชีวิตประจำวันหรือนำไปทำเกษตรกรรม
- แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง: แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญของภูมิภาคกำลังเสื่อมโทรม สภาพน้ำที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของคนริมฝั่ง
- แม่น้ำสาละวิน: สายน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ เริ่มเผชิญความเสี่ยงจากการขยายตัวของเครือข่ายเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ
นายบุญโรจน์ กองแก้ว นายก อบต.ท่าตอน สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวดว่า ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ตรวจพบโลหะหนักในแม่น้ำกก สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ กิจกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หล่อเลี้ยงชุมชนต้องหยุดชะงักลง เศรษฐกิจท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักเพียงเพราะสารพิษที่ถูกปล่อยมาจากแหล่งอื่น
เสียงเรียกร้องถึงรัฐบาล: ต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ไม่ใช่ปลายทาง
เป้าหมายสูงสุดของการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ คือการส่งสารที่ชัดเจนไปถึงรัฐบาล นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ผู้นำการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง เน้นย้ำว่า วันที่ 5 มิถุนายนนี้ จะเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ที่เชียงราย เพื่อรวบรวมทุกเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้านส่งตรงถึงผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะเจาะจงไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งชาวบ้านอยากให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง
ชาวบ้านไม่ได้ต้องการเพียงแค่วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่พวกเขาต้องการการแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างแท้จริง
ข้อเรียกร้องหลักจากเครือข่ายประชาชน:
- เจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน: รัฐบาลไทยต้องใช้เวทีการทูต เพื่อกดดันและขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านให้หยุดการปล่อยสารพิษลงสู่สายน้ำ
- เอาผิดกลุ่มทุนในห่วงโซ่อุปทาน: ประเทศหรือบริษัทที่รับซื้อแร่จากเหมืองเถื่อนเหล่านี้ ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดน
- จัดการเหมืองแร่ให้ถูกต้อง: หากจะมีการทำเหมือง ต้องทำอย่างมีระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และไม่ปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
บทสรุป: สายน้ำคือชีวิต การปกป้องแม่น้ำคือการปกป้องอนาคต
น.ส.แสงระวี สุวีรกานย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การปกป้องแม่น้ำก็คือการปกป้องชีวิต” วิกฤตสารพิษในแม่น้ำ 6 สายครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน
การเดิน “วิสาขธรรมยาตรา” ตลอดระยะทาง 60 กิโลเมตร ไม่ใช่แค่หน้าที่ของคนเชียงใหม่หรือเชียงราย แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะรวมพลังกันปกป้องบ้านเกิด เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้มีแม่น้ำที่ใสสะอาดและปลอดภัย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของชุมชนใดชุมชนหนึ่งอีกต่อไป แต่นี่คือวาระสำคัญระดับภูมิภาคที่รัฐบาลต้องรับฟังและเร่งลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ข่าวเด่นประจำเชียงราย:
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News21 hours agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

