Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน “วิสาขธรรมยาตรา” ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

Local citizens, monks, and activists embark on a 60-kilometer walk to demand immediate government action against heavy metal contamination from illegal rare earth mining.

Published

on

ประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้ปกป้องแม่น้ำจากมลพิษจากการทำเหมืองแร่ที่เป็นพิษ

เชียงราย -เช้าตรู่ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคักและพลังแห่งความหวัง ภาพของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรกว่า 200 รูป เดินนำหน้าขบวนอย่างสงบ ตามด้วยเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปอีกนับพันคน นี่คือจุดเริ่มต้นของกิจกรรม “วิสาขธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำข้ามแดน” ซึ่งริเริ่มโดยเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ร่วมกับมูลนิธิร่มไทยและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตอน ท่านสามารถตรวจสอบ ข่าวต้นฉบับได้ที่เว็บไซต์แนวหน้า

กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการเดินขบวนธรรมดา แต่เป็นการส่งเสียงสะท้อนจากความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องทนรับผลกระทบจากสารพิษในแม่น้ำมาอย่างยาวนาน เป้าหมายคือการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร จากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำกกในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยขบวนจะสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

การเลือกวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่าง “วันวิสาขบูชา” เป็นวันเริ่มต้นก้าวแรกนั้นมีความหมายลึกซึ้ง นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีเปิดงานว่า ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน มนุษย์เราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นการปกป้องธรรมชาติก็คือการปกป้องชีวิตของเราเอง

ในขณะเดียวกัน พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน ผู้แทนจากคณะสงฆ์ ได้ให้แง่คิดเตือนใจว่า ธรรมยาตราคือการเดินเพื่อประโยชน์สุขของสังคม การเดินด้วยเท้าอาจดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่เท้าของเรานี่แหละที่จะพาเราก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่จุดที่สูงกว่า การใช้ความอดทนและความพากเพียรเดินร่วมกันครั้งนี้ คือการปฏิบัติธรรมเพื่อช่วยเหลือสายน้ำที่เปรียบเสมือนแม่ของสรรพสิ่ง

วิกฤตสารพิษข้ามแดน! พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน "วิสาขธรรมยาตรา" ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

ต้นตอวิกฤต: เหมืองแร่พิษและมลพิษข้ามพรมแดน

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านกำลังเผชิญ ไม่ได้เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ แต่มาจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนที่เข้าไปลักลอบทำ “เหมืองแร่แรร์เอิร์ท” (แร่หายากที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์) การทำเหมืองเหล่านี้บริเวณต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน ขาดการควบคุมและไม่มีมาตรฐานที่ดีพอ ทำให้มีการปล่อยสารเคมีและโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง

มลพิษเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนของประเทศที่ทำเหมือง แต่ได้ไหลลงมาสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยสายน้ำหลักที่กำลังเผชิญวิกฤตสารปนเปื้อน ได้แก่:

  • แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย: แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักของชุมชน ปัจจุบันพบสารโลหะหนักปนเปื้อน จนชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในชีวิตประจำวันหรือนำไปทำเกษตรกรรม
  • แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง: แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญของภูมิภาคกำลังเสื่อมโทรม สภาพน้ำที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของคนริมฝั่ง
  • แม่น้ำสาละวิน: สายน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ เริ่มเผชิญความเสี่ยงจากการขยายตัวของเครือข่ายเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ

นายบุญโรจน์ กองแก้ว นายก อบต.ท่าตอน สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวดว่า ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ตรวจพบโลหะหนักในแม่น้ำกก สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ กิจกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หล่อเลี้ยงชุมชนต้องหยุดชะงักลง เศรษฐกิจท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักเพียงเพราะสารพิษที่ถูกปล่อยมาจากแหล่งอื่น

ระดับ "โลหะหนัก" ในแม่น้ำของเชียงรายยังคงสูงกว่ามาตรฐาน

เสียงเรียกร้องถึงรัฐบาล: ต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ไม่ใช่ปลายทาง

เป้าหมายสูงสุดของการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ คือการส่งสารที่ชัดเจนไปถึงรัฐบาล นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ผู้นำการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง เน้นย้ำว่า วันที่ 5 มิถุนายนนี้ จะเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ที่เชียงราย เพื่อรวบรวมทุกเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้านส่งตรงถึงผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะเจาะจงไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งชาวบ้านอยากให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง

ชาวบ้านไม่ได้ต้องการเพียงแค่วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่พวกเขาต้องการการแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างแท้จริง

ข้อเรียกร้องหลักจากเครือข่ายประชาชน:

  • เจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน: รัฐบาลไทยต้องใช้เวทีการทูต เพื่อกดดันและขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านให้หยุดการปล่อยสารพิษลงสู่สายน้ำ
  • เอาผิดกลุ่มทุนในห่วงโซ่อุปทาน: ประเทศหรือบริษัทที่รับซื้อแร่จากเหมืองเถื่อนเหล่านี้ ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดน
  • จัดการเหมืองแร่ให้ถูกต้อง: หากจะมีการทำเหมือง ต้องทำอย่างมีระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และไม่ปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

วิกฤตสารพิษข้ามแดน! พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน "วิสาขธรรมยาตรา" ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

บทสรุป: สายน้ำคือชีวิต การปกป้องแม่น้ำคือการปกป้องอนาคต

น.ส.แสงระวี สุวีรกานย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การปกป้องแม่น้ำก็คือการปกป้องชีวิต” วิกฤตสารพิษในแม่น้ำ 6 สายครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน

การเดิน “วิสาขธรรมยาตรา” ตลอดระยะทาง 60 กิโลเมตร ไม่ใช่แค่หน้าที่ของคนเชียงใหม่หรือเชียงราย แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะรวมพลังกันปกป้องบ้านเกิด เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้มีแม่น้ำที่ใสสะอาดและปลอดภัย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของชุมชนใดชุมชนหนึ่งอีกต่อไป แต่นี่คือวาระสำคัญระดับภูมิภาคที่รัฐบาลต้องรับฟังและเร่งลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ข่าวเด่นประจำเชียงราย:

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่

เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด

ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับมูลนิธิเป็นหนึ่งเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เด็กคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนมีบาดแผลทั่วตัว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

การเข้าช่วยเหลือครั้งนี้มาจากการแจ้งเบาะแสของพลเมืองดีในพื้นที่ พวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติและทนดูสภาพของเด็กไม่ไหว จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ตามรายงานจากสำนักข่าว ข่าวสด

สรุปประเด็นสำคัญ 

  • เด็กชายวัย 3 ขวบถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนมีบาดแผลฟกช้ำและรอยของมีคมบาดตามตัว
  • พ่อเลี้ยงอ้างว่าเด็กเล่นซนจนหกล้มและโดนมีดบาดเอง พร้อมยอมรับว่าตนเองเสพยาเสพติดทุกวัน
  • แม่แท้ๆ ของเด็กออกมายอมรับสารภาพในภายหลังว่า บาดแผลทั้งหมดเกิดจากการกระทำของพ่อเลี้ยงจริง

นางสาวต้นอ้อ ตัวแทนจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการทารุณกรรมครั้งนี้ เธอเล่าว่าเด็กถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำทุกวันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศที่มีรอยถูกของมีคมบาดอย่างรุนแรง ซึ่งเด็กไม่เคยได้รับการพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ก่อนหน้านี้ ทางครูที่ศูนย์เด็กเล็กเคยสังเกตเห็นความผิดปกติและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ตอนนั้นเด็กถูกส่งตัวไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัดได้ประมาณสองเดือน แต่สุดท้ายแม่แท้ๆ ก็ไปรับตัวเด็กกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมอีกครั้ง นอกจากนี้ ภายในบ้านหลังดังกล่าวยังมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เด็กคนนี้เคยโดนทำร้ายจนแขนหักมาแล้วในอดีต แต่ในตอนนั้นแม่ของเด็กกลับอ้างว่าลูกหกล้มเองเพื่อปกป้องสามีใหม่ ทางมูลนิธิเป็นหนึ่งจึงต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อบุกเข้าช่วยเหลือเด็กโดยเร็วที่สุด เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้เด็กอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

คำอ้างของพ่อเลี้ยงและการยอมรับความจริง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพัก พวกเขาได้พบกับนายที อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง และนางสาวเอ อายุ 30 ปี แม่แท้ๆ ของเด็ก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทียอมรับว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีลักทรัพย์มาได้เพียงแปดเดือน ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานล้างรถและยังคงเสพยาเสพติดอยู่ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม พ่อเลี้ยงรายนี้ยังคงให้การปฏิเสธเรื่องการทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยง เขาอ้างว่าบาดแผลตามตัวเกิดจากความซุกซนของเด็กที่หกล้มเอง ส่วนรอยมีดบาดก็เกิดจากการที่เด็กเอามีดมาเล่น เขาบอกว่าที่ไม่กล้าพาไปหาหมอ เพราะกลัวจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนทำร้ายเด็ก

แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ เมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กทนแรงกดดันไม่ไหวและยอมเปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ เธอยอมรับว่าบาดแผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนร่างกายของลูกชายวัยสามขวบนั้น เป็นฝีมือของนายทีผู้เป็นพ่อเลี้ยงจริงๆ ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของสามีอย่างสิ้นเชิง

การดำเนินคดีและการปกป้องสิทธิเด็ก

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมมากที่สุด

หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ส่วนตัวเด็กน้อยขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาแล้ว

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผลกระทบจากปัญหายาเสพติดที่มีต่อสถาบันครอบครัว เมื่อผู้นำครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มักจะนำมาซึ่งความรุนแรงและการขาดสติสัมปชัญญะ เด็กที่ไม่มีทางสู้จึงมักจะตกเป็นเหยื่อของการระบายอารมณ์อยู่เสมอ

การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของเหยื่อ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการสังเกตสัญญาณความรุนแรงก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ เพียงแค่ไม่เพิกเฉยเมื่อพบเห็นความผิดปกติ การแจ้งเบาะแสให้กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจช่วยต่อชีวิตและสร้างอนาคตใหม่ให้กับเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งได้ตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

เชียงราย – เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 สิงหาคม เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในจังหวัดเชียงราย คนร้ายเป็นชาย 2 คนได้บุกเข้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพอย่างอุกอาจ ร้านทองแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาเชียงของ

ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำไปได้น้ำหนักรวม 184 บาท ทองคำที่ถูกขโมยไปนั้นมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 13 ล้านบาท หลังจากก่อเหตุ พวกเขาได้ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ

  • คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านทองในห้างโลตัสเชียงของ กวาดทองคำมูลค่า 13 ล้านบาท
  • ผู้ก่อเหตุจอดรถทิ้งไว้ริมแม่น้ำโขง และหลบหนีข้ามแดนไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
  • ตำรวจทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว และศาลได้อนุมัติหมายจับเพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยและลาว จากนั้นได้หลบหนีข้ามฝั่งไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ล่าสุดวันนี้ (6 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้ง 2 คนแล้ว

ศาลอนุมัติหมายจับและตั้งข้อหาหนัก

พ.ต.ท.อิทธิพล ฉลาดธัญญกิจ พนักงานสอบสวน สภ.เชียงของ ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเทิง ศาลได้ออกหมายจับตามคำร้องเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้ต้องหาคือ นายคำทิด พรปะสิด ชายชาวลาววัย 28 ปี หรือมีอีกชื่อว่า นายสมชาย ทิพวัน

นายคำทิดถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง รวมถึงการร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะหลบหนี นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้าขณะก่อเหตุ คุณสามารถ [suspicious link removed]

ผู้ต้องหายังถูกตั้งข้อหายิงปืนในชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและตกใจ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายคำทิดมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 และจะหมดอายุในวันที่ 10 เม.ย. 2578

เร่งประสานทางการลาวเพื่อติดตามจับกุม

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยและตำรวจ สภ.เชียงของ กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด พวกเขาได้ประสานงานไปยังกองบัญชาการป้องกันความสงบ (ปกส.) แขวงบ่อแก้ว เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมตัวนายคำทิดและพรรคพวก

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบเสื้อผ้าของผู้ต้องหาถูกทิ้งไว้ในเมืองห้วยทราย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอเชียงของ อย่างไรก็ตาม ตำรวจคาดการณ์ว่าคนร้ายทั้งคู่น่าจะหลบหนีออกจากพื้นที่เมืองห้วยทรายไปแล้ว การสืบสวนและค้นหาจึงยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

ขณะนี้ สถานีตำรวจเชียงของประกาศมอบรางวัล 100,000 บาท ให้แก่ผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย

ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากท่านพบเห็นผู้ต้องสงสัยหรือมีข้อมูลใดๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจเชียงของ โทรศัพท์ 053-791-426 หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

 เชียงรายเดินหน้า”หมอหนี้ชุมชน”กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

โบเตน ประเทศลาว – ทางการ สปป.ลาว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม">อาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยบุกทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางเมืองบ่อเต็น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา ขณะกำลังก่อเหตุหลอกลวงประชาชนผ่านโลกออนไลน์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบุกจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

สรุปประเด็นสำคัญ  

  • รวบผู้ต้องหากว่าร้อยชีวิต: ตำรวจ สปป.ลาว บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ 135 คน พบมีคนไทยร่วมขบวนการถึง 22 คน
  • ยึดของกลางจำนวนมาก: พบคอมพิวเตอร์เกือบ 200 เครื่อง โทรศัพท์มือถือเกือบ 2,000 เครื่อง พร้อมเงินสดหลากหลายสกุลเงิน
  • เตือนภัยกลโกง: มิจฉาชีพใช้มุกหลอกลงทุน แชร์ลูกโซ่ และแอปพลิเคชันพนันปลอม เพื่อหลอกดูดเงินจากเหยื่อ

หน่วยเฉพาะกิจตำรวจแขวงหลวงน้ำทา ร่วมกับตำรวจเขตบ่อเต็น ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ พวกเขาบุกเข้าไปยังอาคารสภาการค้าสากล ซึ่งเป็นตึกสูง 10 ชั้น อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม ติดกับชายแดนประเทศจีน ซึ่งเป็นทำเลที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้กบดาน

เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปถึงชั้นที่ 10 ก็พบกับกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกคนถูกจับกุมตัวไว้ได้ทันที โดยไม่ทันได้ตั้งตัวหรือหลบหนี การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรัดกุมและรวดเร็วมาก

จากรายงานของสื่อข่าว MGR Online ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งหมด 135 คน มีหลากหลายสัญชาติปะปนกันไป ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 73 คน และผู้หญิง 62 คน ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก

เจาะลึกสัญชาติผู้ต้องหา และของกลางมหาศาล

สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกจับกุม พบว่าเป็นชาวเวียดนามมากที่สุดถึง 82 คน รองลงมาคือชาวไทยจำนวน 22 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ชาย 10 คนและผู้หญิง 12 คน นอกจากนี้ยังมีชาวลาว 21 คน ชาวจีน 8 คน และชาวกัมพูชาอีก 2 คน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ ที่ใช้ในการกระทำความผิดได้เป็นจำนวนมหาศาล ของกลางประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 182 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือมากถึง 1,902 เครื่อง สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือหลัก ที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อผ่านโลกออนไลน์

นอกจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว ตำรวจยังพบตู้เซฟจำนวน 8 ตู้ ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร เมื่อเปิดออกดูพบเงินสดหลากหลายสกุลเงิน ทั้งเงินกีบ เงินบาท เงินหยวน เงินดอลลาร์ และเงินดอง รวมมูลค่าหลายล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและแนบเนียน พวกเขามักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย เพื่อตีสนิทและชักชวนให้เหยื่อนำเงินมาลงทุน การหลอกลวงมักจะอ้างว่า เหยื่อจะได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

กลโกงอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ การหลอกทำแชร์ลูกโซ่ และการอ้างว่าส่งของมีค่ามาให้ แต่ต้องโอนค่าภาษีล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์การพนัน หรือแอปพลิเคชันปลอม เพื่อหลอกให้คนโอนเงินเข้ามาเล่นแล้วเชิดเงินหนี

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

แฉกลยุทธ์มิจฉาชีพ และแนวทางการดำเนินคดี

ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว ส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทา เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย ของทางการลาวอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ทางการลาวได้ประสานไปยังสถานทูต ของแต่ละประเทศเพื่อให้รับทราบเรื่องราวแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนทุกคน ให้ระมัดระวังการลงทุน ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนหรือข้อเสนอที่ดูดีเกินไป หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยบนโลกออนไลน์ ควรหยุดคุยและรีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเหยื่อ

การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ มักจะย้ายฐานปฏิบัติการไปตามแนวชายแดนเพื่อหลบหนี รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องจับมือกันกวาดล้างอย่างจริงจัง

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก็พัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน การมีสติและรู้เท่าทันกลโกง จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากภัยเงียบเหล่านี้ได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

มฟล. สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลสูงสุดเวที APPTech EXPO 2026 ดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดจริง
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

มฟล. สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลสูงสุดเวที APPTech EXPO 2026 ดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดจริง

เทศบาลนครเชียงรายผนึกกำลังตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ รับมือวิกฤตฤดูฝน
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

เทศบาลนครเชียงรายผนึกกำลังตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ รับมือวิกฤตฤดูฝน

แม่น้ำโขงจังหวัดเชียงรายมีระดับน้ำสูงขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ

ตำรวจเข้าแทรกแซงหลังพบชายชรากำลังทำลายแผงกั้นน้ำในแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

ตำรวจเข้าแทรกแซงหลังพบชายชรากำลังทำลายแผงกั้นน้ำในแม่สาย

ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 hours ago

ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด

จับได้คาหนังคาเขา: ผู้ทิ้งขยะผิดกฎหมายถูกปรับในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากคนในพื้นที่
เชียงราย - Chiang Rai News24 hours ago

จับได้คาหนังคาเขา: ผู้ทิ้งขยะผิดกฎหมายถูกปรับในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากคนในพื้นที่

เชียงรายลุยสู้ภัยน้ำท่วม: เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ป้องเขตเศรษฐกิจและชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

เชียงรายลุยสู้ภัยน้ำท่วม: เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ป้องเขตเศรษฐกิจและชุมชน

ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3
สุขภาพและการแพทย์ Health1 day ago

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

สลดรับหน้าฝน! กระบะทับเด็กหญิง 1 ขวบเศษ อาการสาหัสปางตายขณะนั่งรถของเล่น คนขับเฒ่าวัย 70 อ้างมองไม่เห็น
ข่าว - News4 weeks ago

น่าเศร้า! เด็กวัยหัดเดินถูกรถกระบะชน อาการสาหัส คนขับวัย 70 ปีอ้างว่ามองไม่เห็นเธอ

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ

ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด

เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน

รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News3 weeks ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

ผู้อำนวยการโรงเรียนเผชิญโทษจำคุกฐานล่วงละเมิดเด็ก 11 คน
ข่าว - News4 weeks ago

ผู้อำนวยการโรงเรียนเผชิญโทษจำคุกฐานล่วงละเมิดเด็ก 11 คน

รวบลุงวัย 65 ขโมยชุดชั้นในสาวคาหอพักพะเยา อ้างชอบส่วนตัว-พบใส่คาอกขณะโดนจับ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ชายวัย 65 ปีถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรี โดยพบว่าเขาสวมใส่ชุดชั้นในนั้นอยู่ขณะถูกจับกุม

โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย

Download Our App

Trending