ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายวัย 65 ปีถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรี โดยพบว่าเขาสวมใส่ชุดชั้นในนั้นอยู่ขณะถูกจับกุม
พะเยา — เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ได้รับแจ้งความจาก น.ส.พร (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย ว่าชุดชั้นในที่ตากไว้หน้าห้องพักในตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ผู้เสียหายได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพัก จนพบพฤติกรรมของคนร้ายอย่างชัดเจน โดยภาพเผยให้เห็นชายสูงวัยรายหนึ่งเดินเข้ามาในพื้นที่อย่างมีพิรุธ ก่อนจะหยิบชุดชั้นในของเธอแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เธอจึงนำหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุลักทรัพย์ในหอพัก: ชายสูงวัยบุกขโมยชุดชั้นในของหญิงสาววัย 26 ปี ที่ตากไว้หน้าห้องพักใน อ.เมืองพะเยา
- กล้องวงจรปิดมัดตัวชัดเจน: เจ้าหน้าที่แกะรอยจากภาพวงจรปิดจนสามารถระบุตัวคนร้าย คือ นายเปล่ง อายุ 65 ปี ชาวอำเภอดอกคำใต้
- ผู้ต้องหารับสารภาพ: ตำรวจบุกค้นบ้านพักพบของกลางจำนวนมาก รวมถึงชุดชั้นในที่ผู้ต้องหากำลังสวมใส่อยู่ โดยอ้างว่าเป็นความชอบส่วนตัว
ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพเขากำลังขโมยชุดชั้นใน
หลังได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญปนอนาจารดังกล่าว ชุดสืบสวน สภ.เมืองพะเยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่ทำการเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด จนกระทั่งทราบที่อยู่ของผู้ก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายเปล่ง อายุ 65 ปี ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา จากการตรวจค้นพบรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อก และเสื้อผ้าที่ตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดทุกประการ
ตะลึงพบของกลางเพียบ-เจ้าตัวใส่คาอก
สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตกตะลึงคือ การพบชุดชั้นในสตรีตากอยู่บนราวตากผ้าภายในบ้านพักของนายเปล่ง ยิ่งไปกว่านั้น ยอดขโมยวัยคราวลุงรายนี้ยังนำชุดชั้นในของผู้เสียหายมาสวมใส่ไว้บนร่างกายของตนเองในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมอีกด้วย
นายเปล่งยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง และเคยทำพฤติกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่าเป็นรสนิยมและความชอบส่วนตัว ทางตำรวจจึงควบคุมตัวไปชี้จุดเกิดเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
เชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
หญิงคนหนึ่งกลางดึก">พะเยา – ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326 ร่วมมือกับตำรวจภูธรภูซาง วางแผนสกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายหนึ่งราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก และอาวุธปืนยาวในพื้นที่ จังหวัดพะเยา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่ ทางตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมถนนสาธารณะ บ้านคอดยาว ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง เพื่อรอสกัดรถเป้าหมายอย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
- จับผู้ต้องหาพร้อมของกลาง: เจ้าหน้าที่รวบตัวชายวัย 38 ปี พร้อมยาบ้า 200,000 เม็ด และปืนยาวเดี่ยวลูกกรดขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก
- รับจ้างขนสายตรง: ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับเงินว่าจ้าง 10,000 บาท ขนยามาจากจังหวัดเชียงรายเพื่อส่งต่อให้เครือข่ายในอำเภอภูซาง
- เร่งขยายผลเชิงลึก: เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวการใหญ่มาดำเนินคดี
ขณะที่เจ้าหน้าที่ซุ่มกำลังรออยู่ รถเก๋งสีดำป้ายทะเบียนเชียงรายตรงตามที่สายรายงานได้ขับเข้ามาในพื้นที่ ทางตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นทันที แต่คนขับกลับเหยียบคันเร่งพยายามขับรถฝ่าวงล้อมหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังปิดทางเข้าออกเอาไว้หมดแล้ว ทำให้สามารถบุกชาร์จจับกุมตัวคนขับรถเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นตามรายงานข่าวของสำนักข่าว MGR Online พบว่าผู้ต้องหาคือ นายประกอบ อายุ 38 ปี เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดท้ายรถเก๋งออกตรวจค้น ก็พบกระสอบฟางขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ ด้านในมียาบ้าห่อพลาสติกสีดำรวมกันกว่า 100 ห่อ
เผยสิ้นไส้รับค่าน้ำมัน 2 พัน แลกขนยาข้ามจังหวัด
นายประกอบ ยอมจำนนต่อหลักฐานพร้อมให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองได้รับการว่าจ้างจากทุนยาเสพติดรายหนึ่ง ให้ขับรถขนยาบ้าทั้งหมดมาจากอำเภอพญาเม็งราย เพื่อนำมาส่งให้กลุ่มเครือข่ายในพื้นที่อำเภอภูซาง โดยตกลงค่าจ้างกันอยู่ที่ 10,000 บาท
ผู้ต้องหาเผยต่อว่า เพิ่งได้รับเงินล่วงหน้ามาเพียง 2,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าน้ำมันรถในการเดินทาง ส่วนเงินค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดจะได้หลังส่งมอบยาเสพติดเสร็จสิ้น แต่ก็มาถูกตำรวจสกัดจับได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ
ตำรวจค้นบ้านพักขยายผล ทลายล้างเครือข่าย
หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องหาและยึดของกลางไปโรงพักแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายประกอบในพื้นที่ตำบลตาดควัน อำเภอพญาเม็งราย เพิ่มเติมทันที เพื่อหาเอกสารและหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้ว่าจ้าง
การบุกทลายยาบ้าล็อตนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ร่วมมือกันทำงานอย่างรวดเร็ว โดยหลังจากนี้ทางตำรวจจะนำข้อมูลการติดต่อในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา ไปใช้ขยายผลเพื่อจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่กลุ่มนี้มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เปิดโปง “Rose Rose” หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ">เชียงราย – วงการค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจากเกิดคดีดังที่อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือแอร์โฮสเตส ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของบุคคลลึกลับที่ใช้ชื่อแฝงในโลกออนไลน์ว่า “Rose Rose”
จากการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบว่า ตัวจริงของบัญชีลึกลับนี้คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุชัดเจนว่าเธอไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระดับมหึมาในแถบชายแดน
ประเด็นสำคัญ
- ตัวตนที่แท้จริง: “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวจากอำเภอแม่สรวย ผู้ใช้ซิมการ์ดของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อติดต่อหาเหยื่อมารับจ้างหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ
- เครือข่ายครอบครัวสายสีเทา: สามีของเธอถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด และเธอยังเป็นน้องสะใภ้ของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งเป็นลูกเขยของผู้นำกองกำลังมูเซอ
- การหลบหนีล่าสุด: หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม น.ส.จันทราได้ตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เพื่อไปกบดานอยู่กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในฝั่งเมียนมา
ประวัติส่วนตัวของ น.ส.จันทรา ถือว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างลึกซึ้ง สามีของเธอคือนายวีรวัฒน์ หรือ ติ๊ก ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีข้อหาสมคบค้ายาเสพติดและถูกยึดทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงปี 2558 ถึง 2559 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์สามีของเทยังมีฐานะเป็นน้องชายของ นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัวและหลบหนีหมายจับมานานกว่า 10 ปี ที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายวีระมีสถานะเป็นลูกเขยของ พันเอกจะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังชาวมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เครือข่ายนี้จึงสามารถลักลอบนำเข้ายาบ้าและเฮโรอีนเข้ามาตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่องตามรายงานข่าวของ คมชัดลึก
กลอุบายล่าเหยื่อแอร์สาวและการหลบหนีข้ามฝั่ง
ในการทำงานค้ายาเสพติด น.ส.จันทราจะทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อที่มีโปรไฟล์ดีผ่านทางแอปพลิเคชันเมสเซนเจอร์ โดยเธอจงใจเลือกอดีตแอร์โฮสเตสและลูกสาวให้มารับงานหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย วิธีการพรางตัวของเธอคือการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยมาถึงตัวเธอได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครือข่ายผู้จ้างวานและนายหน้าอย่าง “รินริน” หรือนายเอกวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จับกุมตัวได้และให้การซัดทอดว่า น.ส.จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เธอไหวตัวทันและตัดสินใจเดินทางหลบหนีออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแดนไปกบดานอยู่กับนายวีระภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดรถบรรทุกพ่วงบรรทุกยาไอซ์ 300 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมเครือข่ายใหญ่: ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
- ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล: ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
- จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน: แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้
นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ
ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้
ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ
พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน
ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด
การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การจำหน่ายทรายจากแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโลหะหนักที่เป็นพิษ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดียาเสพติด อายุ 25 ปี ในแม่จัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
ชาวเมียนมาร์ 2 คนเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางหลวงสุดสยองในจังหวัดเชียงราย







