ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับมูลนิธิเป็นหนึ่งเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เด็กคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนมีบาดแผลทั่วตัว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด
การเข้าช่วยเหลือครั้งนี้มาจากการแจ้งเบาะแสของพลเมืองดีในพื้นที่ พวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติและทนดูสภาพของเด็กไม่ไหว จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ตามรายงานจากสำนักข่าว ข่าวสด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เด็กชายวัย 3 ขวบถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนมีบาดแผลฟกช้ำและรอยของมีคมบาดตามตัว
- พ่อเลี้ยงอ้างว่าเด็กเล่นซนจนหกล้มและโดนมีดบาดเอง พร้อมยอมรับว่าตนเองเสพยาเสพติดทุกวัน
- แม่แท้ๆ ของเด็กออกมายอมรับสารภาพในภายหลังว่า บาดแผลทั้งหมดเกิดจากการกระทำของพ่อเลี้ยงจริง
นางสาวต้นอ้อ ตัวแทนจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการทารุณกรรมครั้งนี้ เธอเล่าว่าเด็กถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำทุกวันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศที่มีรอยถูกของมีคมบาดอย่างรุนแรง ซึ่งเด็กไม่เคยได้รับการพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ก่อนหน้านี้ ทางครูที่ศูนย์เด็กเล็กเคยสังเกตเห็นความผิดปกติและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ตอนนั้นเด็กถูกส่งตัวไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัดได้ประมาณสองเดือน แต่สุดท้ายแม่แท้ๆ ก็ไปรับตัวเด็กกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมอีกครั้ง นอกจากนี้ ภายในบ้านหลังดังกล่าวยังมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เด็กคนนี้เคยโดนทำร้ายจนแขนหักมาแล้วในอดีต แต่ในตอนนั้นแม่ของเด็กกลับอ้างว่าลูกหกล้มเองเพื่อปกป้องสามีใหม่ ทางมูลนิธิเป็นหนึ่งจึงต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อบุกเข้าช่วยเหลือเด็กโดยเร็วที่สุด เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้เด็กอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
คำอ้างของพ่อเลี้ยงและการยอมรับความจริง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพัก พวกเขาได้พบกับนายที อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง และนางสาวเอ อายุ 30 ปี แม่แท้ๆ ของเด็ก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทียอมรับว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีลักทรัพย์มาได้เพียงแปดเดือน ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานล้างรถและยังคงเสพยาเสพติดอยู่ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม พ่อเลี้ยงรายนี้ยังคงให้การปฏิเสธเรื่องการทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยง เขาอ้างว่าบาดแผลตามตัวเกิดจากความซุกซนของเด็กที่หกล้มเอง ส่วนรอยมีดบาดก็เกิดจากการที่เด็กเอามีดมาเล่น เขาบอกว่าที่ไม่กล้าพาไปหาหมอ เพราะกลัวจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนทำร้ายเด็ก
แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ เมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กทนแรงกดดันไม่ไหวและยอมเปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ เธอยอมรับว่าบาดแผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนร่างกายของลูกชายวัยสามขวบนั้น เป็นฝีมือของนายทีผู้เป็นพ่อเลี้ยงจริงๆ ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของสามีอย่างสิ้นเชิง
การดำเนินคดีและการปกป้องสิทธิเด็ก
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมมากที่สุด
หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ส่วนตัวเด็กน้อยขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาแล้ว
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผลกระทบจากปัญหายาเสพติดที่มีต่อสถาบันครอบครัว เมื่อผู้นำครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มักจะนำมาซึ่งความรุนแรงและการขาดสติสัมปชัญญะ เด็กที่ไม่มีทางสู้จึงมักจะตกเป็นเหยื่อของการระบายอารมณ์อยู่เสมอ
การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของเหยื่อ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการสังเกตสัญญาณความรุนแรงก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ เพียงแค่ไม่เพิกเฉยเมื่อพบเห็นความผิดปกติ การแจ้งเบาะแสให้กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจช่วยต่อชีวิตและสร้างอนาคตใหม่ให้กับเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งได้ตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท
ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ศาลกรุงเทพฯ ยกฟ้องคดีฟอกเงินของซีอีโอ iCon
ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องข้อหาฟอกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท ที่เกี่ยวโยงกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป (The iCon Group) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจำเลยคนสำคัญในคดีนี้ประกอบด้วย นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ “บอสพอล”, นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตนักการเมือง, และนางวิลาวัลย์ มารดาของนายสามารถ คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับมหากาพย์คดีการลงทุนที่กำลังเป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้
ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานจากพนักงานอัยการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อย่างละเอียดถี่ถ้วน ท้ายที่สุด ศาลมองว่าพยานหลักฐานที่นำมาแสดงนั้น ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การเอาผิดจำเลยทั้งสามคนได้ การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่ง ในคดีย่อยที่แยกตัวออกมาจาก คดีดิไอคอน กรุ๊ป คดีหลัก
ประเด็นสำคัญ
- ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงิน: บอสพอล, นายสามารถ และมารดา รอดพ้นจากข้อหาร่วมกันฟอกเงินมูลค่า 2.5 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ
- พยานหลักฐานไม่เพียงพอ: ศาลระบุว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากอาชญากรรม">อาชญากรรม หรือมีความพยายามในการซ่อนเร้นอำพราง
- คดีหลักยังคงเดินหน้า: แม้จะชนะคดีฟอกเงิน แต่นายวรัตน์พลยังคงถูกคุมขัง เพื่อเตรียมสู้คดีฉ้อโกงหลักของบริษัทต่อไป
เหตุผลสำคัญที่ศาลตัดสินยกฟ้องจำเลยทุกคน เป็นเพราะความไม่ชัดเจนของเส้นทางการเงินที่โจทก์นำมาเสนอเป็นหลักฐาน แม้ศาลจะยอมรับว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกลุ่มจำเลยจริง แต่ทุกรายการถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารส่วนตัวอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้ ไม่มีการใช้บัญชีม้า หรือบัญชีตัวแทนเพื่อซ่อนเร้นแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของการฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเชื่อมโยงได้อย่างชัดเจนว่า เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญาโดยตรง เมื่อไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าจำเลยเจตนาปกปิดแหล่งที่มาของเงิน ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยและมีคำสั่งยกฟ้องในที่สุด
ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่
กรณีนี้ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรฐานการสืบสวน ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายสามารถได้ตั้งข้อสังเกตว่า การนำข้อมูลคลิปเสียงที่หลุดออกมาและเส้นทางการเงินมาใช้ขอหมายจับ อาจเป็นกระบวนการที่เร่งรีบเกินไป โดยเฉพาะเมื่อหลักฐานทางการเงินบางรายการ เพิ่งถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดหลังจากที่เขาถูกจับกุมไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้สังคมเริ่มจับตามองกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา นายสามารถได้ออกมาแสดงความโล่งใจ และกล่าวขอบคุณศาลที่มอบความยุติธรรมให้กับเขาและครอบครัว เขาเน้นย้ำว่าชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองและได้รับผลกระทบมาเกือบสองปีเต็มจากข้อกล่าวหาเหล่านี้ พร้อมทั้งเตรียมพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง หากพบหลักฐานว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่
ทางด้านทีมทนายความของบอสพอล นางสาวสุภัทรพร โตรักษา ก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า ทีมงานไม่ได้กังวลและมั่นใจในความบริสุทธิ์มาตั้งแต่ต้น เธอชี้แจงว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินแต่อย่างใด คุณสามารถอ่านความเห็นเพิ่มเติมจาก ข่าวคดีฟอกเงิน ฉบับเต็มเพื่อดูรายละเอียดการสัมภาษณ์ได้
บทสรุปและก้าวต่อไปของคดีหลักฉ้อโกง iCon
แม้ว่าการยกฟ้องครั้งนี้จะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังคงยาวนาน บอสพอลยังคงไม่ได้รับอิสรภาพ เขาถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวกลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น โดยเจ้าตัวไม่ได้ยื่นขอประกันตัวในคดีหลักเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด
สาเหตุที่เขายังต้องอยู่ในเรือนจำ เป็นเพราะข้อหาฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับดิไอคอน กรุ๊ป ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล คดีใหญ่นี้มีความซับซ้อนสูงมาก มีผู้เสียหายจำนวนมหาศาลและต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานทางการเงินอีกมาก
กระบวนการสืบพยานและรวบรวมข้อมูลคาดว่าจะใช้เวลาอีกยาวนาน ซึ่งทีมทนายความประเมินว่าการสืบพยานอาจจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี พ.ศ. 2570 ประชาชนและสื่อมวลชนทั่วประเทศคงต้องจับตามองกระบวนการยุติธรรมในมหากาพย์คดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าในท้ายที่สุดแล้วบทสรุปจะลงเอยอย่างไร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ยาบ้า 4 ล้านเม็ด ยิงปะทะเดือด ดับ 1 ศพ">ตำรวจเชียงรายจับกุมชายหนุ่มคนหนึ่งในข้อหาซ่อนยาเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนผิดกฎหมาย">เชียงราย – ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทยและสปป.ลาว ต้องพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญในยามค่ำคืน เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โกดังรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ในหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โกดังแห่งนี้เป็นของนายอนุชาติ ซึ่งใช้สำหรับรับซื้อถั่วจากเกษตรกร เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจจึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบวัตถุอันตรายถูกแขวนไว้ที่ประตูทางเข้า มันคือระเบิดมือชนิดขว้างแบบ F-1 ซึ่งเป็นอาวุธเก่าแก่ที่มีใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คนร้ายได้ใช้ลวดผูกระเบิดติดไว้กับแม่กุญแจอย่างแน่นหนา หากมีคนมาเปิดประตู สลักระเบิดจะถูกดึงจนหลุดและอาจเกิดการระเบิดขึ้นได้ทันที
ประเด็นสำคัญ
- พบระเบิดเก่าอันตราย: คนร้ายนำระเบิดมือแบบ F-1 ไปผูกติดกับกุญแจประตูโกดังรับซื้อถั่วที่อำเภอเวียงแก่น
- เสี่ยงต่อการระเบิด: หากมีคนดึงประตูโดยไม่ระวัง สลักระเบิดอาจหลุดและทำให้เกิดความสูญเสียถึงชีวิตได้
- คาดปมขัดแย้งธุรกิจ: เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการข่มขู่กันทางธุรกิจ ไม่ใช่เหตุความไม่สงบระดับประเทศ
ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เก็บกู้
หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดแรกได้สร้างแนวป้องกันเพื่อความปลอดภัย พวกเขาได้นำยางรถยนต์และโต๊ะมาวางกั้นบริเวณประตูไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือทีมอีโอดี (EOD) ผู้เชี่ยวชาญได้เดินทางมาถึงและเข้าจัดการกับระเบิดลูกนี้อย่างระมัดระวังที่สุด
ปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ การสอบสวนหาสาเหตุเน้นไปที่ความขัดแย้งส่วนบุคคล โดยเชื่อว่าอาจเป็นการข่มขู่ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่
ขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง การสืบสวนนี้ทำเพื่อตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขในชุมชนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายโปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองแห่งการเรียนรู้ ทางโทรทัศน์
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
รถขนยาเสพติดคันหนึ่งประสบอุบัติเหตุหลังจากถูกตำรวจจากเชียงรายไล่ล่า
เชียงราย – วันนี้ (21 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ ขบวนการค้ายาพยายามลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนจังหวัดเชียงรายเข้ามายังตอนในของประเทศ พวกเขาใช้เส้นทางผ่านอำเภอแม่สรวยและอำเภอวังเหนือ เป้าหมายหลักคือการนำยาเสพติดขึ้นถนนพหลโยธินในพื้นที่จังหวัดพะเยา
ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสล่วงหน้าเกี่ยวกับเส้นทางนี้ จึงได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสกัดกั้นทันที เจ้าหน้าที่สืบสวนจนพบว่ารถที่ใช้ก่อเหตุคือรถยนต์มิตซูบิชิสีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถคันนี้ได้ขับออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยและกำลังมุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าได้มากถึง 3.2 ล้านเม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนตบตาเจ้าหน้าที่มาในกล่องลังผลไม้
- ผู้ต้องหาขับรถกระบะหลบหนีการจับกุมอย่างรวดเร็ว จนเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่จังหวัดลำปาง
- การลักลอบขนยาครั้งนี้เริ่มต้นจากชายแดนเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเข้าสู่ตอนในของประเทศ
เมื่อรถของผู้ต้องหาขับมาถึงแยกไฟแดงแม่เจดีย์ในอำเภอเวียงป่าเป้า ได้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปทางอำเภอวังเหนือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขับรถติดตามไปอย่างกระชั้นชิด คนขับรถขนยาเสพติดไหวตัวทันและพยายามเร่งเครื่องหลบหนี การไล่ล่าดำเนินไปอย่างดุเดือดข้ามเขตจังหวัดเพื่อป้องกันการหลบหนี
รถของผู้ต้องหาขับผ่านสามแยกไฟแดงอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ไปด้วยความเร็วที่สูงมาก เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 37-38 ในพื้นที่ตำบลวังทอง รถเกิดเสียหลักอย่างกะทันหัน ทำให้รถยนต์พลิกคว่ำลงบริเวณข้างทางทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ยึดยาบ้าล็อตใหญ่และขยายผลจับกุม
หลังจากการปิดล้อม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวคนขับรถไว้ได้โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เมื่อเข้าตรวจสอบภายในรถ ตำรวจพบกล่องลังกระดาษสำหรับบรรจุผลไม้จำนวน 15 ใบ แต่สิ่งที่อยู่ข้างในกลับไม่ใช่ผลไม้ตามที่คาดไว้ มันคือเครือข่าย ยาเสพติด ล็อตใหญ่ที่เตรียมส่งมอบให้ลูกค้า
การตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมากถึง 3,200,000 เม็ด ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวคนขับรถทันทีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อขยายผลต่อไป พวกเขาตั้งเป้าที่จะจับกุมผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนยาครั้งนี้ให้ได้ทั้งหมด
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่ชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนต่อไป ประชาชนสามารถช่วยแจ้งเบาะแสได้ตลอดเวลาหากพบสิ่งผิดปกติในพื้นที่ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติดได้มากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoพบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoน่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days agoโออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์



