เชียงราย - Chiang Rai News
กลุ่มภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ร่วมกันเดินขบวนประท้วงระยะทาง 70 กิโลเมตร เพื่อเปิดเผยการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ
เชียงราย — ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความกังวลให้แก่นิเวศวิทยาและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ล่าสุดเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ได้ตัดสินใจรวมตัวกันครั้งใหญ่ เพื่อส่งเสียงเตือนไปยังรัฐบาลไทยให้หันมามองความเดือดร้อนของชาวบ้านริมฝั่งน้ำอย่างจริงจัง
เปิดพิมพ์เขียว “ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ” 70 กิโลเมตร
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตัวแทนภาคประชาชนและเครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (ขัวศิลปะ) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี
เพื่อเป็นการสะท้อนความเจ็บปวดของชุมชน ทางเครือข่ายได้วางกำหนดการเดินรณรงค์และจัดเวทีเสวนาอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 รวมระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร โดยมีรายละเอียดกิจกรรมในแต่ละจุดดังนี้:
- 31 พฤษภาคม: เริ่มต้นออกเดินทางธรรมยาตราจาก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เดินขนานไปกับแม่น้ำกก และจะมีการจัดเสวนาในช่วงค่ำในหัวข้อ “1 ปี แม่น้ำกกปนเปื้อนข้ามพรมแดน”
- 1 มิถุนายน: คณะเดินทางจะมุ่งหน้าไปตามเส้นทางวัดใหม่หมอกจ๋าม จนถึงโรงเรียนผาใต้ เพื่อเปิดเวทีวัฒนธรรมและเวทีเสวนาเรื่อง “ฟังเสียงประชาชนข้อกังวลสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำและทิศทางการปัญหาให้ชุมชน”
- 2 มิถุนายน: เดินทางต่อไปยังโรงเรียนผาขวาง เพื่อทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับคนในชุมชนท้องถิ่น
- 3 มิถุนายน: ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนและสำรวจข้อมูลกับกลุ่มชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ บ้านแคววัวดำ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย
- 4 มิถุนายน: จัดเวทีเสวนาเพื่อสรุปสถานการณ์และรวบรวมข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน ณ บ้านห้วยทรายขาว
- 5 มิถุนายน (วันสิ่งแวดล้อมโลก): สมาชิกเครือข่ายจะล่องเรือจากเทศบาลตำบลแม่ยาวไปตามแม่น้ำกกจนถึงหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ คาดว่าในวันสุดท้ายจะมีมวลชนและกลุ่มศิลปินเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน เพื่อจัดขบวนแห่ภายใต้แนวคิด “5 สายน้ำ 5 บาดแผล” จากสวนสาธารณะข้ามสะพานแม่ฟ้าหลวงไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของจังหวัดเชียงรายทุกคน เพื่อให้ส่งต่อไปยังรัฐบาล
จี้ 5 รัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบ ย้ำต้องตัดสินใจได้เอง
เป้าหมายหลักของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือการส่งหนังสือร้องเรียนตรงไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีอีก 4 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทางเครือข่ายระบุว่าต้องการให้รัฐมนตรีทุกท่านลงมาอ้างอิงและรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง โดยไม่ส่งข้าราชการระดับปฏิบัติการมาแทน เพราะต้องการผู้มีอำนาจที่สามารถตัดสินใจสั่งการได้ทันที
เหตุผลที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องเจาะจงไปที่ 5 รัฐมนตรี มีความเชื่อมโยงกับผลกระทบในหลายมิติ ดังนี้:
- นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย: ต้องเข้ามาดูแลในฐานะผู้นำประเทศที่เคยประกาศนโยบายความมั่นคงชายแดน และในฐานะผู้กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันลุ่มแม่น้ำกกมีผู้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่า 40,000 ครัวเรือน
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง: ข้อมูลจากภาคประชาชนพบว่า ปัจจุบันยังคงมีการขนส่งและส่งออกแร่จากประเทศเมียนมาผ่านด่านศุลกากรต่างๆ ของไทยตลอดแนวชายแดนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังจึงต้องเข้ามารับรู้ถึงปัญหานี้
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ: แม้จะมีการเข้าพบและหารือกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้นำเมียนมาไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) โดยอ้างว่าพื้นที่เหมืองแร่อยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังชนกลุ่มน้อย เช่น กลุ่มว้า และกลุ่มคะเรนนี ทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาเข้าไม่ถึงพื้นที่
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์: ปัจจุบันมีพื้นที่นาข้าวและแปลงเกษตรกรรมริมน้ำของไทยที่ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสายนี้มากกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งกำลังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนักอย่างรุนแรง
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: เป็นหน่วยงานตรงที่ต้องรับผิดชอบเรื่องระบบนิเวศและการฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียหาย
ข้อมูลทางวิชาการชี้ชัด 1 ปีแห่งการสะสมสารพิษ
ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หนึ่งในแกนนำขับเคลื่อน เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับจังหวัดเพื่อติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังสารโลหะหนักตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผลการตรวจวิเคราะห์ชี้ชัดว่า มีการสะสมของสารพิษและหมักหมมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผักสวนครัว ดินการเกษตร ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปจนถึงน้ำประปาที่ชาวบ้านใช้ดื่มกิน
“เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรีเคยแถลงต่อรัฐสภาว่า ปัญหาเหมืองเถื่อนในประเทศเพื่อนบ้านคือภัยความมั่นคง และขยับมาวันที่ 20 เมษายน ก็ย้ำที่เชียงใหม่ว่าจะแก้ปัญหาปนเปื้อนข้ามแดน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ชาวบ้านจะมาทวงถามความคืบหน้า รวมถึงทวงงบประมาณจำนวน 2,000 ล้านบาท ที่เคยมีแนวคิดจะใช้พัฒนาแม่น้ำลาวเพื่อทำระบบประปบทดแทนแม่น้ำกกที่ปนเปื้อน” ดร.สืบสกุล กล่าว
ทางด้าน อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และ นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ได้กล่าวเสริมว่า ปัญหานี้คาราคาซังมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่การแก้ไขของภาครัฐยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งเกษตรกร ชาวประมงท้องถิ่น และผู้ประกอบการริมน้ำ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทุกวัน ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบและพิจารณามาตรการชดใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ภาคประชาชนตลอด 1 ปีที่ผ่านมาด้วย
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินขบวนเชิงสัญลักษณ์ธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจากชุมชนรากหญ้า ไปถึงผู้บริหารประเทศที่กรุงเทพฯ ว่าพวกเขาจะไม่ยอมทนอยู่กับแหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษจากผลประโยชน์ของเหมืองแร่อีกต่อไป
ที่มาของข้อมูล: เรียบเรียงเนื้อหาจากรายงานข่าวฉบับเต็มของ ผู้จัดการออนไลน์
เชียงราย - Chiang Rai News
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย – สังคมไทยยังมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้ชื่นชมกันเสมอในทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หญิงพลเมืองดีท่านหนึ่งได้ทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการเก็บกระเป๋าเงินได้ ภายในกระเป๋านั้นมีเงินสดมูลค่าสูงถึง 300,000 บาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ที่ยังมีอยู่ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ ได้เดินผ่านบริเวณหน้าซอยเทศบาล 23 ตำบลเมืองพาน เธอสังเกตเห็นกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้นจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่ามีเงินสดจำนวนมากอยู่ข้างใน เธอไม่รอช้าและตัดสินใจนำกระเป๋าใบนี้ไปส่งมอบให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญ:
- พลเมืองดีพบเงินสด: นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ เก็บเงินสด 300,000 บาทได้ที่ซอยเทศบาล 23 อำเภอพาน
- ส่งมอบให้ตำรวจทันที: เธอรีบนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ สภ.พาน เพื่อประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
- เจ้าของรับคืนใน 1 ชั่วโมง: นายบุญนัก ตันติ๊บ ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว โดยเงินยังอยู่ครบทุกบาท
ส่งมอบทรัพย์สินคืนครบทุกบาทภายใน 1 ชั่วโมง
หลังจากที่พลเมืองดีเข้าแจ้งความได้เพียงไม่นาน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกันนั้นเอง นายบุญนัก ตันติ๊บ ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าตัวจริง ได้เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนที่โรงพักด้วยอาการร้อนใจ เขาเล่าว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเงินหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความหวังว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนกลับมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของนายบุญนักให้แน่ชัด ผลการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าและเงินสดทั้งหมด 300,000 บาทนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดสูญหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเงินรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจในความดีของนางสาวดาวรุ่งเป็นอย่างมาก
การกระทำที่น่ายกย่องของนางสาวดาวรุ่งในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อย่างล้นหลาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตจากใจจริง การไม่คิดเอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
เรื่องราวสุดประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าของเงินรอดพ้นจากความเดือดร้อน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมอยากทำความดีต่อไป ข่าวที่สร้างรอยยิ้มแบบนี้จึงสมควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อยกย่องคนดีและสร้างแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนในประเทศต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย – นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านผาสุข ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้และพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 200 หลังคาเรือน กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหาทางแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชน
นายชินรัตน์ แกะไซ ผู้ใหญ่บ้านบ้านผาสุข เล่าว่าชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอด เพราะขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและรับฟังปัญหาถึงที่ ชาวบ้านทุกคนจึงรู้สึกดีใจและมีความหวังมากขึ้น พวกเขาขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ใส่ใจความเดือดร้อน และหวังว่าปัญหาทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านผาสุขกว่า 200 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้
- ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งลุยลงพื้นที่ด่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน
- ข่าวดีคือชาวบ้านจะได้เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
เร่งประชุมหาทางออกเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา
นายชำนาญ สรรพลิขิต จ่าจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงจากเทศบาลตำบลแม่ยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำตามคำสั่งของผู้ว่าฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที จากการสำรวจพบว่าปัญหาหลักคือเขตไฟฟ้ายังขยายไปไม่ถึงหมู่บ้าน ทางจังหวัดจึงเตรียมนัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อหาข้อสรุปที่รวดเร็วที่สุด
สำหรับเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ หน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ชาวบ้านจะสามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าที่สร้างความสุขให้ชุมชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปัญหาระบบน้ำประปาและสะพานในหมู่บ้านที่ต้องแก้ไข ทางจังหวัดยืนยันว่าจะติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย – วันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยสกัดรถกระบะคันหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายในรถ ที่น่าตกใจคือ คนขับใช้ภรรยาและลูกเล็กสองคนเป็นฉากบังหน้า
ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดร่วมมือกับหน่วยสืบสวนอย่างใกล้ชิด พวกเขาเฝ้าระวังเส้นทางสายรองที่มุ่งหน้าไปทางอำเภอเทิง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบรถกระบะอีซูซุสีเทาต้องสงสัยขับผ่านมา รถคันนี้ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงเมืองตามที่ได้รับรายงานมาจริง
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 280,000 เม็ด ซ่อนในลำโพงรถกระบะ
- ผู้ต้องหารับจ้างขนยาไปส่งที่จังหวัดตาก แลกเงิน 50,000 บาท
- ภรรยาและลูก 2 คนที่นั่งมาด้วยไม่มีส่วนรู้เห็น จึงถูกปล่อยตัวกลับบ้าน
รถกระบะคันดังกล่าวขับผ่านอำเภอแม่จันและเข้าสู่อำเภอเชียงแสน คนขับพยายามใช้ถนนสายบายพาสตะวันออกเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลัก จากนั้นรถได้เลี้ยวเข้าเส้นทางสายรองในตำบลดงมหาวันและตำบลทุ่งก่อ ตำรวจได้ติดตามรถคันนี้ไปอย่างเงียบๆ ตลอดเส้นทาง
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ตั้งจุดสกัดที่บริเวณถนนสามแยกเทิง-สันทรายงาม เมื่อรถกระบะขับมาถึง ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น ภายในรถพบนายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับ เขาเดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีกสองคน
การค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในรถ
เด็กหญิงทั้งสองคนมีอายุเพียง 9 ปีและ 4 ปีเท่านั้น ตำรวจจึงดำเนินการตรวจค้นด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เด็กตกใจ เมื่อตรวจดูที่บริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่ลำโพง การค้นพบนี้เป็นผลงาน ข่าวอาชญากรรม ที่สำคัญของตำรวจเชียงราย
เมื่อถอดลำโพงด้านซ้ายและขวาออก ตำรวจก็พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ยาบ้าทั้งหมดถูกมัดรวมกันเป็น 140 มัดอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามียาบ้ารวมทั้งหมดประมาณ 280,000 เม็ด นายสิทธิศักดิ์จึงถูกจับกุมตัวในทันที
คำสารภาพของคนขับรถ
ระหว่างการสอบสวน นายสิทธิศักดิ์ยอมรับสารภาพข้อกล่าวหาทั้งหมด เขากล่าวว่าได้รับจ้างให้นำยาเสพติดลอตนี้ไปส่งที่จังหวัดตาก โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าเหนื่อยให้เป็นเงินจำนวน 50,000 บาทเมื่องานสำเร็จ เขายืนยันว่าครอบครัวไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย
ผู้ต้องหาตั้งใจพาครอบครัวมาด้วยเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันได้ว่าภรรยาและลูกไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ พวกเขาจึงได้รับการปล่อยตัวไปอย่างปลอดภัย
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายสิทธิศักดิ์ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจจะขยายผลการจับกุมเพื่อค้นหาเครือข่ายผู้สั่งการต่อไป คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาที่ใช้เส้นทางใหม่ๆ เสมอ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สภาพอากาศ - Weather6 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
-
ข่าว - News4 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

