Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

กลุ่มภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ร่วมกันเดินขบวนประท้วงระยะทาง 70 กิโลเมตร เพื่อเปิดเผยการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ

Published

on

กลุ่มภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ร่วมกันเดินขบวนประท้วงระยะทาง 70 กิโลเมตร เพื่อเปิดเผยการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย — ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความกังวลให้แก่นิเวศวิทยาและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ล่าสุดเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ได้ตัดสินใจรวมตัวกันครั้งใหญ่ เพื่อส่งเสียงเตือนไปยังรัฐบาลไทยให้หันมามองความเดือดร้อนของชาวบ้านริมฝั่งน้ำอย่างจริงจัง

เปิดพิมพ์เขียว “ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ” 70 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตัวแทนภาคประชาชนและเครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (ขัวศิลปะ) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี

เพื่อเป็นการสะท้อนความเจ็บปวดของชุมชน ทางเครือข่ายได้วางกำหนดการเดินรณรงค์และจัดเวทีเสวนาอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 รวมระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร โดยมีรายละเอียดกิจกรรมในแต่ละจุดดังนี้:

  • 31 พฤษภาคม: เริ่มต้นออกเดินทางธรรมยาตราจาก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เดินขนานไปกับแม่น้ำกก และจะมีการจัดเสวนาในช่วงค่ำในหัวข้อ “1 ปี แม่น้ำกกปนเปื้อนข้ามพรมแดน”
  • 1 มิถุนายน: คณะเดินทางจะมุ่งหน้าไปตามเส้นทางวัดใหม่หมอกจ๋าม จนถึงโรงเรียนผาใต้ เพื่อเปิดเวทีวัฒนธรรมและเวทีเสวนาเรื่อง “ฟังเสียงประชาชนข้อกังวลสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำและทิศทางการปัญหาให้ชุมชน”
  • 2 มิถุนายน: เดินทางต่อไปยังโรงเรียนผาขวาง เพื่อทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับคนในชุมชนท้องถิ่น
  • 3 มิถุนายน: ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนและสำรวจข้อมูลกับกลุ่มชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ บ้านแคววัวดำ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย
  • 4 มิถุนายน: จัดเวทีเสวนาเพื่อสรุปสถานการณ์และรวบรวมข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน ณ บ้านห้วยทรายขาว
  • 5 มิถุนายน (วันสิ่งแวดล้อมโลก): สมาชิกเครือข่ายจะล่องเรือจากเทศบาลตำบลแม่ยาวไปตามแม่น้ำกกจนถึงหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้ คาดว่าในวันสุดท้ายจะมีมวลชนและกลุ่มศิลปินเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน เพื่อจัดขบวนแห่ภายใต้แนวคิด “5 สายน้ำ 5 บาดแผล” จากสวนสาธารณะข้ามสะพานแม่ฟ้าหลวงไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของจังหวัดเชียงรายทุกคน เพื่อให้ส่งต่อไปยังรัฐบาล

จี้ 5 รัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบ ย้ำต้องตัดสินใจได้เอง

เป้าหมายหลักของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือการส่งหนังสือร้องเรียนตรงไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีอีก 4 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทางเครือข่ายระบุว่าต้องการให้รัฐมนตรีทุกท่านลงมาอ้างอิงและรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง โดยไม่ส่งข้าราชการระดับปฏิบัติการมาแทน เพราะต้องการผู้มีอำนาจที่สามารถตัดสินใจสั่งการได้ทันที

เหตุผลที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องเจาะจงไปที่ 5 รัฐมนตรี มีความเชื่อมโยงกับผลกระทบในหลายมิติ ดังนี้:

  • นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย: ต้องเข้ามาดูแลในฐานะผู้นำประเทศที่เคยประกาศนโยบายความมั่นคงชายแดน และในฐานะผู้กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันลุ่มแม่น้ำกกมีผู้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่า 40,000 ครัวเรือน
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง: ข้อมูลจากภาคประชาชนพบว่า ปัจจุบันยังคงมีการขนส่งและส่งออกแร่จากประเทศเมียนมาผ่านด่านศุลกากรต่างๆ ของไทยตลอดแนวชายแดนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังจึงต้องเข้ามารับรู้ถึงปัญหานี้
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ: แม้จะมีการเข้าพบและหารือกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้นำเมียนมาไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) โดยอ้างว่าพื้นที่เหมืองแร่อยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังชนกลุ่มน้อย เช่น กลุ่มว้า และกลุ่มคะเรนนี ทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาเข้าไม่ถึงพื้นที่
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์: ปัจจุบันมีพื้นที่นาข้าวและแปลงเกษตรกรรมริมน้ำของไทยที่ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสายนี้มากกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งกำลังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนักอย่างรุนแรง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: เป็นหน่วยงานตรงที่ต้องรับผิดชอบเรื่องระบบนิเวศและการฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียหาย

ข้อมูลทางวิชาการชี้ชัด 1 ปีแห่งการสะสมสารพิษ

ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หนึ่งในแกนนำขับเคลื่อน เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับจังหวัดเพื่อติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังสารโลหะหนักตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผลการตรวจวิเคราะห์ชี้ชัดว่า มีการสะสมของสารพิษและหมักหมมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผักสวนครัว ดินการเกษตร ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปจนถึงน้ำประปาที่ชาวบ้านใช้ดื่มกิน

“เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรีเคยแถลงต่อรัฐสภาว่า ปัญหาเหมืองเถื่อนในประเทศเพื่อนบ้านคือภัยความมั่นคง และขยับมาวันที่ 20 เมษายน ก็ย้ำที่เชียงใหม่ว่าจะแก้ปัญหาปนเปื้อนข้ามแดน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ชาวบ้านจะมาทวงถามความคืบหน้า รวมถึงทวงงบประมาณจำนวน 2,000 ล้านบาท ที่เคยมีแนวคิดจะใช้พัฒนาแม่น้ำลาวเพื่อทำระบบประปบทดแทนแม่น้ำกกที่ปนเปื้อน” ดร.สืบสกุล กล่าว

ทางด้าน อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และ นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ได้กล่าวเสริมว่า ปัญหานี้คาราคาซังมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่การแก้ไขของภาครัฐยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งเกษตรกร ชาวประมงท้องถิ่น และผู้ประกอบการริมน้ำ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทุกวัน ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบและพิจารณามาตรการชดใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ภาคประชาชนตลอด 1 ปีที่ผ่านมาด้วย

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินขบวนเชิงสัญลักษณ์ธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจากชุมชนรากหญ้า ไปถึงผู้บริหารประเทศที่กรุงเทพฯ ว่าพวกเขาจะไม่ยอมทนอยู่กับแหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษจากผลประโยชน์ของเหมืองแร่อีกต่อไป

ที่มาของข้อมูล: เรียบเรียงเนื้อหาจากรายงานข่าวฉบับเต็มของ ผู้จัดการออนไลน์

 

 

เชียงราย - Chiang Rai News

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว

Naree Srisuk

Published

on

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว

เชียงราย – วันที่ 7 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายกลับมาน่าเป็นห่วงและตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในฝั่งประเทศเมียนมารายงานตัวเลขที่น่าตกใจ ปริมาณน้ำฝนที่สถานีบ้านโจตาดา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปประมาณ 25 กิโลเมตร พุ่งสูงถึง 89.4 มิลลิเมตรในช่วงเช้า ระดับน้ำในพื้นที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 77.41 ของความจุ ทำให้หลายฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับมวลน้ำระลอกใหม่

บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 สถานการณ์ยิ่งวิกฤติมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงถึง 102.44 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่เกินกว่าตลิ่งจะรับไหว โชคดีที่ฝั่งไทยยังคงมีแนวกั้นน้ำช่วยป้องกันไว้ ทำให้น้ำยังไม่ล้นเข้ามา แต่น่าเสียดายที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แนวบิ๊กแบ็คต้านทานกระแสน้ำไม่ไหว ทำให้น้ำล้นทะลักเข้าท่วมชุมชนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ:

  • ฝนตกหนักทำให้น้ำแม่น้ำสายพุ่งสูงใกล้จุดวิกฤติที่ 4.30 เมตร ล่าสุดแตะระดับ 4.07 เมตรแล้ว
  • แนวป้องกันบิ๊กแบ็คฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พังทลาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
  • พบรอยรั่วที่ถุงบิ๊กแบ็คฝั่งไทย ชุมชนเกาะทราย ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่เคยเตือนชายสูงวัยที่ชอบแอบรื้อแนวกั้น

ส่วนฝั่งไทยก็เกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 อำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่พบว่าถุงบิ๊กแบ็คที่วางป้องกันน้ำริมอาคารโรงแรมมีรอยรั่วและรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด รอยรั่วเหล่านี้ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนเกาะทราย และกำลังไหลเข้าไปยังเขตชั้นในทางฝั่งตะวันออกอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างต้องรีบตื่นขึ้นมาขนของขึ้นที่สูงกันอย่างยากลำบาก

เรื่องที่น่าตกใจคือ จุดที่น้ำรั่วเข้ามานี้เป็นจุดเดียวกับที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยลงพื้นที่ไปเจรจาและตักเตือนชายสูงวัยคนหนึ่งมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง ชายคนดังกล่าวมักจะมีพฤติกรรมแอบรื้อแนวบิ๊กแบ็คออก เพียงเพื่อต้องการจะเดินเข้าไปในอาคารได้สะดวกขึ้น โดยครั้งล่าสุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเตือนอย่างจริงจังคือเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ยังเกิดรูโหว่จนน้ำทะลักเข้ามาได้อีกจนได้

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย <a href=จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว" width="2048" height="1536" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n.jpg 2048w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-768x576.jpg 768w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1536x1152.jpg 1536w" sizes="auto, (max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />

ระดับน้ำจ่อแตะเส้นวิกฤติ เฝ้าระวังสูงสุด

นายวรายุทธ ค่อมบุญ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ระดับน้ำในแม่น้ำสายบริเวณบ้านถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ วัดได้ที่ความลึกประมาณ 4.07 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด ระดับน้ำวิกฤติที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เต็มรูปแบบคือ 4.30 เมตร นั่นหมายความว่าตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นก็จะถึงจุดอันตรายแล้ว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือซ่อมแซมแนวกั้นน้ำและอุดรอยรั่วที่เสียหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำให้เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลงอาจต้องมีการอพยพ คุณสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ การเตรียมตัวล่วงหน้าและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับภัยธรรมชาติในเวลานี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

Naree Srisuk

Published

on

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน ล่าสุดได้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีนายชินกรณ์ บั้งเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของพื้นที่ โดยมีงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 329,784,000 บาท ทางโครงการได้ตกลงว่าจ้าง บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลัก สัญญาการทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 16 มกราคม 2572 การเปิดเวทีพูดคุยครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย

ประเด็นสำคัญ

  • โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 329 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2572
  • มีการลงนาม “ข้อตกลงคุณธรรม” เพื่อรับประกันความโปร่งใส โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน
  • เป้าหมายหลักของโครงการคือการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ช่วยให้การเดินทางในเมืองเชียงรายรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสอย่างสูงสุด ภายในงานประชุมได้มีการจัดทำ “บันทึกข้อตกลงคุณธรรม” ขึ้นระหว่างสามฝ่ายหลัก ฝ่ายแรกคือบริษัทผู้รับจ้างที่ให้คำมั่นว่าจะทำงานตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พวกเขาต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดการจราจรระหว่างการทำงาน และลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ฝ่ายที่สองคือประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเป็นหูเป็นตา ช่วยติดตามและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

อบต.แม่ข้าวต้ม หนุนเต็มที่เพื่อประโยชน์ชุมชน

สำหรับฝ่ายที่สามคือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้โครงการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ว่างบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า

ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างนี้อย่างเต็มที่ นายชินกรณ์ บั้งเงิน ยืนยันว่าทางชุมชนยินดีให้ความร่วมมือภายใต้หลักการมีส่วนร่วม การให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต ทำให้การทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

เมื่อสะพานข้ามแยกแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในจังหวัดเชียงราย ผู้ใช้รถใช้ถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณทางแยกได้อย่างชะงัด นับเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแค่ความเจริญทางวัตถุ แต่ยังใส่ใจคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและรักษามาตรฐานการทำงานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็นอ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ

Naree Srisuk

Published

on

จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย กรณีมีบุคคลโพสต์ข้อความพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุดเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจอันดี เมื่อผู้โพสต์ตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ด้วยตัวเอง ชายคนดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อเจ้าพนักงานอย่างเป็นทางการ เขายอมรับว่าทำไปเพราะความอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะระมัดระวังและไม่ให้เกิดเหตุการณ์พาดพิงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เกิดกระแสดราม่า: มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความเชิงลบ พาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ขณะกำลังดูแลการจราจร
  • จบด้วยความเข้าใจ: เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้โพสต์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกล่าวขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมนี้อีก
  • ตำรวจเปิดกว้าง: เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนสอบถามข้อมูลโดยตรง หากมีข้อสงสัย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์

บทเรียนจากโลกโซเชียลสู่การแก้ปัญหาในโลกความจริง

พื้นที่ตำบลบ้านดู่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่น ทำให้การจราจรในบางช่วงเวลาค่อนข้างติดขัด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าการใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วนมักทำให้ผู้ขับขี่เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย จนบางครั้งนำไปสู่การพิมพ์ข้อความระบายอารมณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่กระทบกระทั่งเจ้าพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานเสมอ

เมื่อผู้โพสต์ได้พูดคุยอย่างเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและเจตนาที่แท้จริงของตำรวจในการรักษาความปลอดภัย บรรยากาศระหว่างการสนทนาเป็นไปอย่างประนีประนอมและเป็นมิตร

สภ.บ้านดู่ ย้ำชัด พร้อมเปิดรับฟังทุกปัญหาของประชาชน

ทางด้านตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้ออกมากล่าวขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญและเข้าใจความเหนื่อยยากของการทำงาน พวกเขายืนยันว่าตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หากใครมีข้อสงสัยหรือรู้สึกไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจหรือจัดการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้คำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ

นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง การตั้งคำถามสามารถทำได้ แต่ควรประสานงานหรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด หากชุมชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ สังคมในพื้นที่ก็จะปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending