เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายลุยสู้ภัยน้ำท่วม: เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ป้องเขตเศรษฐกิจและชุมชน
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – ฤดูฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องได้กลับมาเยือนพื้นที่ภาคเหนืออีกครั้ง ทำให้เมืองเชียงรายต้องเร่งลงมือปกป้องประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมขัง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้นำท้องถิ่นได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์อย่างเร่งด่วน การประสานงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด
นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้สั่งการให้ทีมงานพิเศษเข้าหารือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 อย่างใกล้ชิด เป้าหมายหลักคือการระบายน้ำส่วนเกินออกจากเขตเมืองอย่างรวดเร็ว และรักษาสภาพถนนให้แห้งสนิทเพื่อการสัญจรที่ปลอดภัยของทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายและสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ร่วมมือกันวางแผนป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ
- มีการเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ใน 4 พื้นที่เสี่ยงหลัก ได้แก่ สนามบิน 416, ชุมชนป่าแดง, ร่องช้าง และสะพานฮ่องลี่
- เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน เครื่องจักร และระบบเฝ้าระวังน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
นายประพันธ์ ช่างแก้ว เลขานุการนายกเทศมนตรี พร้อมด้วยนายประชิต ปัญญาพฤกษ์ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำทีมตรวจสอบลงพื้นที่อย่างละเอียด พวกเขาเจาะจงไปยังจุดที่มักมีน้ำท่วมขังเป็นประจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก ทีมงานได้วางแผนและกำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับมวลน้ำที่อาจเกิดขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ข้อสรุปในการเลือกพื้นที่หลัก 4 แห่งสำหรับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สำคัญ พื้นที่เหล่านี้ได้แก่ บริเวณสนามบิน 416 ชุมชนป่าแดง ลำเหมืองสันทรายกลาง (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าร่องช้าง) และบริเวณสะพานฮ่องลี่ จุดเหล่านี้ถือเป็นเส้นทางระบายน้ำที่สำคัญของเมืองเชียงราย
การวางตำแหน่งเครื่องสูบน้ำเชิงกลยุทธ์ในจุดเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการระบายน้ำออกจากตัวเมืองได้อย่างมหาศาล ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและตัวเมืองจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อพายุฝนพัดเข้ามา

ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรเทาภัยอย่างรวดเร็ว
การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ เทศบาลนครเชียงรายไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง พวกเขาได้รับการสนับสนุนและทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญจาก กรมทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะส่วนทรัพยากรน้ำที่ 1 จังหวัดลำปาง ความร่วมมือนี้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายศิริศักดิ์ เกษราษฎร์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำที่ 1 ลำปาง และ ดร.วีระชัย สีดาพรมมา หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ฯ ได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจกับทีมงานของเชียงรายด้วย ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันหารือและร่างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เพื่อให้การทำงานในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างราบรื่น
ผู้เชี่ยวชาญทุกคนเห็นพ้องกันว่า การติดตั้งเครื่องสูบน้ำกำลังสูงล่วงหน้าคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบต่อชุมชน หากระดับน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องจักรเหล่านี้จะพร้อมเดินเครื่องเพื่อสูบน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักทันที
สร้างความมั่นใจและเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
ปัจจุบัน เทศบาลนครเชียงรายกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พวกเขาได้จัดเตรียมและตรวจสอบเครื่องจักรกล อุปกรณ์ช่วยเหลือ และระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง การเฝ้าระวังนี้ดำเนินการอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกเหนือจากเครื่องมือที่ทันสมัยแล้ว การเตรียมความพร้อมของบุคลากรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกคนได้รับการซักซ้อมและเตรียมพร้อมสำหรับการออกปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ การทำงานเป็นทีมเชิงรุกนี้คือกุญแจสำคัญในการจัดการภัยพิบัติอย่างมืออาชีพ
ด้วยมาตรการที่รัดกุมและการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ผู้นำท้องถิ่นมั่นใจว่าจะสามารถป้องกันความเสียหายและคลายความกังวลของประชาชนได้ เมืองเชียงรายกำลังยืนหยัดอย่างมั่นคง และพร้อมเต็มที่ที่จะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนให้ก้าวผ่านฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3
ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สกัดจับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายครั้งใหญ่ พวกเขาสามารถยึดเนื้อหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศจีนได้จำนวนมากถึง 379 กล่อง น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 16.5 ตัน เนื้อหมูเถื่อนเหล่านี้มีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.53 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายอย่างชัดเจน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีเรือสินค้าจากจีนขออนุญาตนำเข้าสินค้า เมื่อตรวจสอบเอกสาร ผู้ขนส่งได้แจ้งว่าสินค้าในตู้ห้องเย็นคือผักสดชนิดต่างๆ สินค้าที่แจ้งไว้ได้แก่ ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหอม จำนวนรวมทั้งหมด 930 กล่อง
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดเนื้อหมูลักลอบนำเข้าจากจีน 16.5 ตัน มูลค่า 1.53 ล้านบาท
- ผู้กระทำผิดพยายามตบตาโดยแจ้งเอกสารเท็จว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งผักสด
- สินค้าไม่มีใบอนุญาตนำเข้าและใบรับรองปลอดโรค เสี่ยงนำเชื้อโรคเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อเพียงแค่เอกสารสำแดงสินค้า ด่านศุลกากรจึงได้ใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบตู้สินค้าอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจสอบ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่าเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์และด่านอาหารและยาเชียงแสนได้เข้าร่วมภารกิจสำคัญนี้ด้วย ผลการตรวจสอบพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ใช่ผักสดตามที่แจ้งไว้
เจ้าหน้าที่พบว่าภายในกล่องมีการซุกซ่อนห่อบรรจุเนื้อหมูจำนวนมากแทนที่จะเป็นผัก เนื้อหมูทั้งหมด 379 กล่องนี้ไม่เคยมีการแจ้งในเอกสารล่วงหน้ามาก่อน ที่สำคัญคือเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่มีเอกสารรับรองการตรวจโรคหรือใบอนุญาตนำเข้าใดๆ การนำเข้าเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านด่านตรวจโรคถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง

ดำเนินคดีเด็ดขาด ป้องกันโรคระบาด
เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดเนื้อหมูทั้งหมดไว้เป็นของกลางทันที หลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ผู้กระทำผิดยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รัดกุมของเจ้าหน้าที่
การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เนื้อหมูเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคระบาดสัตว์ร้ายแรงมาสู่ฟาร์มในประเทศได้ โรคระบาดสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูชาวไทย ดังนั้นการสกัดจับที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่จึงช่วยป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากรถเก๋งสีขาวที่ตัดสินใจกลับรถกะทันหันในจุดห้ามเลี้ยว ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของนักเรียนพุ่งชนเข้าอย่างรุนแรง
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าตลาดสดป่างิ้ว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ในช่วงเช้าที่ทุกคนกำลังเร่งรีบ นักเรียนทั้งสองคนกำลังเดินทางไปโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวไปทัศนศึกษา แต่การเดินทางของพวกเขาต้องหยุดชะงักลงและจบลงที่โรงพยาบาล
ประเด็นสำคัญ
- รถเก๋งขาวทำผิดกฎจราจรอย่างชัดเจน โดยการกลับรถตัดหน้ากะทันหันบริเวณเส้นทึบคู่
- นักเรียนหญิงวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสทางสมอง และยังคงอยู่ในอาการโคม่า
- ครอบครัวผู้บาดเจ็บเรียกร้องความยุติธรรม ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานจากวงจรปิด
ข้อมูลจากตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยรถเก๋งโตโยต้าสีขาวซึ่งขับโดยหญิงวัย 56 ปี ได้ชะลอความเร็วลงที่ข้างทาง ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวกลับรถกะทันหันกลางถนน
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงแบบสองช่องจราจร และมีเส้นจราจรทึบคู่แสดงไว้อย่างชัดเจน สัญลักษณ์นี้หมายความว่าห้ามแซงและห้ามกลับรถอย่างเด็ดขาด การฝ่าฝืนกฎจราจรในครั้งนี้ นำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในจังหวะเดียวกันนั้น รถจักรยานยนต์ของนักเรียนก็ขับตามมาในทางตรง คนขี่คือเด็กชายวัย 14 ปี และมีเด็กหญิงวัย 15 ปีเป็นคนซ้อนท้าย เมื่อรถเก๋งตัดหน้าในระยะประชิด พวกเขาไม่สามารถเบรกหรือหักหลบได้ทัน รถจักรยานยนต์จึงพุ่งชนเข้าที่ช่วงกลางของรถเก๋งอย่างรุนแรง
อาการบาดเจ็บ และการเรียกร้องความรับผิดชอบ
แรงปะทะจากอุบัติเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย คนขับรถเก๋งถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ขณะที่เด็กนักเรียนทั้งสองคนมีอาการสาหัสมาก เด็กชายที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์กระดูกขาหัก และยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
ส่วนอาการที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ นางสาวสุทธิดา หรือน้องข้าวหอม เยาวชนหญิงวัย 15 ปี ศีรษะของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทก ทีมแพทย์ต้องทำการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน และปัจจุบันเธอยังคงอยู่ในอาการโคม่า
หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.ธรรมปพน คำยศ พนักงานสอบสวน สภ.เวียงป่าเป้า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญทั้งหมด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าตลาดสด เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยบนท้องถนน
เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้งสองคนเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการเรียกร้องให้คนขับรถเก๋งคู่กรณี ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
อุบัติเหตุหน้าตลาดสดป่างิ้วครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มตระหนักถึงอันตรายบนท้องถนนมากขึ้น บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน และมักจะมีการฝ่าฝืนกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง การตีเส้นทึบคู่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่ผู้ขับขี่บางคนก็ยังเลือกที่จะละเลย
ความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความมักง่าย เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้เสมอ หากทุกคนบนท้องถนนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ครอบครัวของผู้บาดเจ็บหวังว่าคดีนี้จะได้รับความเป็นธรรม และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย – เช้าตรู่วันที่ 19 กันยายน เจ้าหน้าที่ทหารได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับ ว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พวกเขาได้จัดกำลังพลตั้งจุดสกัดบนทางหลวงหมายเลข 1089 สายแม่จัน-แม่อาย จุดสกัดนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านห้วยมะหินฝน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
กระทั่งเวลาประมาณ 07.40 น. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว รถคันนี้ติดป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงรายขับลงเขามาตามเส้นทาง ทหารจึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ แต่คนขับรถกลับเร่งเครื่องยนต์พุ่งแหกด่านหนีไปอย่างรวดเร็ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทหารพรานตั้งจุดสกัดจับรถต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย
- คนขับรถเก๋งเร่งเครื่องแหกด่านหนี ก่อนรถเสียหลักตกลงไปข้างทาง
- เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ น้ำหนักรวมมากถึง 72 กิโลกรัม
ไล่ล่าระทึกกลางเขา
เจ้าหน้าที่ทหารพรานไม่รอช้า รีบนำยานพาหนะออกไล่ล่าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด การไล่ล่าเกิดขึ้นเพียงระยะทางสั้นๆ ก่อนที่รถของคนร้ายจะสูญเสียการควบคุม รถเก๋งสีขาวพุ่งตกลงไปในพงหญ้าข้างทางอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม คนขับรถได้อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบภายในรถที่พังเสียหาย พวกเขาพบหลักฐานชิ้นสำคัญซุกซ่อนอยู่ มีกระสอบฟางหลากสีถูกวางไว้ภายในรถอย่างมิดชิด เมื่อเปิดดูด้านในพบยาไอซ์บรรจุอยู่จำนวน 3 กระสอบใหญ่ แต่ละกระสอบมีน้ำหนักมากถึง 24 กิโลกรัม ทำให้มียาเสพติดที่ยึดได้รวมทั้งหมด 72 กิโลกรัม
เร่งขยายผลจับกุม
เจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจยึดยาไอซ์และรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลางทั้งหมด จากนั้นจึงส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่จันรับช่วงต่อ ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนขับมารับโทษตามกฎหมาย การทำงานที่รวดเร็วนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดผ่านแนวชายแดนยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พื้นที่ภูเขาและป่าทึบในภาคเหนือมักถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดตลอดเวลา คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปราบปรามยาเสพติด ในประเทศไทยได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ
พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoแพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย




