ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลดใจ! แม่ทาสยาทำร้ายลูกน้อยวัย 7 เดือนเสียชีวิต พร้อมเปิดคำสารภาพก่อนเข้าเรือนจำ
กำแพงเพชร — วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถือเป็นวันที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องพบกับความเศร้าสลดอย่างที่สุด ข่าวของ “น้องใบบุญ” เด็กชายวัยเพียง 7 เดือนเศษ ที่ต้องเสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของแม่แท้ๆ กลายเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องหันกลับมามองปัญหาเรื่องยาเสพติดและการคุ้มครองเด็กในสังคมอย่างจริงจัง บทความนี้จะสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแจ้งความคืบหน้าล่าสุดให้ทุกคนได้รับทราบ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อ น.ส.ศดิภา หรือ “น้ำตาล” อายุ 26 ปี ผู้เป็นแม่ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการดื่มสุรา ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกชายคนสุดท้องวัยไม่ถึง 8 เดือนเต็ม เธอได้จับน้องใบบุญฟาดเข้ากับฝาผนังปูนอย่างแรง ก่อนจะอุ้มร่างของเด็กน้อยไปโยนทิ้งไว้ที่กองขยะในป่าข้างบ้าน จนเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายร้ายแรงจากปัญหายาเสพติดที่ทำลายสติสัมปชัญญะของคนในครอบครัว อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวได้ที่นี่
2026/06/2-1.jpg" alt="สลดใจ! แม่ทาสยาทำร้ายลูกน้อยวัย 7 เดือนเสียชีวิต พร้อมเปิดคำสารภาพก่อนเข้าเรือนจำ" width="1706" height="960" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?w=1706&ssl=1 1706w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ผลชันสูตรสุดสลด
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างของน้องใบบุญไปให้คุณหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลการชันสูตรที่ออกมานั้นสร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่ได้รับรู้เป็นอย่างมาก โดยคุณหมอพบว่าร่างกายของเด็กน้อยได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ดังนี้:
- กะโหลกศีรษะแตก ซึ่งเกิดจากการถูกกระแทกด้วยความรุนแรง
- ปอดฉีกขาด บ่งบอกถึงแรงกระแทกที่ส่งผลลึกถึงอวัยวะภายใน
- รอยฟกช้ำทั่วร่างกาย แสดงให้เห็นถึงการถูกทำร้ายตามจุดต่างๆ
ในวันนี้ (1 มิ.ย. 2569) เวลา 13.30 น. บรรดาญาติพี่น้อง ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดพิธีฌาปนกิจศพให้กับ เด็กชายธนพร พรมจันทร์ หรือ น้องใบบุญ (อายุ 7 เดือน 13 วัน) ณ วัดอุเบกขาราม หมู่ 3 ตำบลหัวถนน อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
นอกจากน้องใบบุญแล้ว ครอบครัวนี้ยังมีเด็กน้อยที่ต้องรับผลกระทบอีก 3 คน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ มูลนิธิแสงสว่างและมูลนิธิเด็กกำพร้า จังหวัดนครสวรรค์ โดยทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้พาเด็กๆ ทั้ง 3 คนมาร่วมงานศพเพื่อบอกลาน้องชายเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ได้แก่:
- น้องเตอร์ (เด็กชาย) อายุ 8 ปี
- น้องปีใหม่ (เด็กชาย) อายุ 6 ปี
- น้องชมพู่ (เด็กหญิง) อายุ 3 ปี
การดำเนินคดีและคำสารภาพของผู้ก่อเหตุ
ในด้านของคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยได้ตั้งข้อหาหนักกับ น.ส.ศดิภา ผู้เป็นแม่ จำนวน 2 ข้อหาหลัก คือ:
- ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย (โดยมิได้เจตนาฆ่า)
- มีพฤติการณ์ที่เป็นอันตรายต่อบุคคลหรือสังคม
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้นำตัวแม่ผู้ก่อเหตุไปส่งฝากขังที่เรือนจำเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่ น.ส.ศดิภา จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ นักข่าวได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยและสอบถามความรู้สึกของเธอ เมื่อถูกถามว่า “ที่เคยบอกว่าไม่ได้ตีลูกนั้น จริงหรือไม่?” เธอได้ยอมรับตามตรงว่า “ก็มีตีที่แขนบ้างเวลาเอาลูกไปอาบน้ำ”
นอกจากนี้ เธอยังได้ฝากฝังให้คนช่วยดูแลลูกที่เหลืออีก 3 คนเพราะรู้สึกเป็นห่วง แต่เมื่อนักข่าวถามถึงผู้เป็นสามี เธอกลับบอกว่าไม่อยากพูดถึง และไม่รู้จะห่วงไปทำไมเพราะรู้สึกหงุดหงิด ท้ายที่สุดก่อนเดินเข้าห้องขัง เธอได้ให้สัญญาว่าหากพ้นโทษออกมาจากคุก จะไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว
คดีของน้องใบบุญเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า ปัญหายาเสพติดและการขาดความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตร สามารถนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นได้ สังคมและชุมชนจำเป็นต้องช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นครอบครัวที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กบริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเช่นนี้อีก
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับกุมหลังทำร้ายพยาบาลและเผยแพร่ภาพเปลือย
หญิงสติไม่สมประกอบสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
หญิงคนหนึ่งกลางดึก">พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้
เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน
ประเด็นสำคัญ
- พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
- จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
- ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก
หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้
หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก
ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก
สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ
ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว
พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ 
ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
กำแพงเพชร – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกอย่างแรง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณสามารถอ่านรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ได้จากข่าวต้นฉบับที่ MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรง: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ส่งผลให้แม่เสียชีวิตและลูก 2 คนบาดเจ็บสาหัส
- คำให้การที่ขัดแย้ง: ตำรวจอ้างว่ารถเสียหลักและปฏิเสธการดื่มสุรา แต่พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ตำรวจคู่กรณีเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา และสัญญาว่าจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ความแรงของการชนทำให้ร่างของ 3 แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ผู้เป็นแม่ตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปีและลูกอีกคนกระเด็นไปกลางถนน ตอนนี้เด็กทั้งคู่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
ครอบครัวกังวลเรื่องอนาคต
ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เธอยังรู้สึกสับสนและกังวลใจอย่างมาก แม่คือเสาหลักของครอบครัวที่จากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องๆ ที่ยังไม่ฟื้น
นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว หากน้องๆ ฟื้นขึ้นมาแล้วร่างกายอาจจะไม่เหมือนเดิม นายอานนท์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ย้ำว่าครอบครัวต้องการความยุติธรรมและการเยียวยาที่ชัดเจนที่สุด
ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ตำรวจคู่กรณี ได้เดินทางไปร่วมงานศพและกราบขอขมาศพผู้เสียชีวิต เขาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
เขาอธิบายว่าตอนเกิดเหตุ รถไหลลงจากเนินและควบคุมไม่ได้ จึงเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาช่วยคนเจ็บทันที นอกจากนี้เขายังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา
พยานยืนยันได้กลิ่นแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม คำให้การของตำรวจกลับขัดแย้งกับข้อมูลของพยานในที่เกิดเหตุ นางสาวศิริณา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่ารถกระบะขับเบี่ยงไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่อ้าง
ที่สำคัญ พยานระบุอย่างชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และสังเกตเห็นท่าทางมึนเมาของตำรวจคู่กรณี เธอพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย
หลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส
เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนจึงจับตามองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ทุกคนหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม
เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง การสูญเสียเสาหลักของบ้านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนที่เหลือ
กระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาความจริง เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นโปร่งใสอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoการฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย






