ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลดใจ! แม่ทาสยาทำร้ายลูกน้อยวัย 7 เดือนเสียชีวิต พร้อมเปิดคำสารภาพก่อนเข้าเรือนจำ
กำแพงเพชร — วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถือเป็นวันที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องพบกับความเศร้าสลดอย่างที่สุด ข่าวของ “น้องใบบุญ” เด็กชายวัยเพียง 7 เดือนเศษ ที่ต้องเสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของแม่แท้ๆ กลายเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องหันกลับมามองปัญหาเรื่องยาเสพติดและการคุ้มครองเด็กในสังคมอย่างจริงจัง บทความนี้จะสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแจ้งความคืบหน้าล่าสุดให้ทุกคนได้รับทราบ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อ น.ส.ศดิภา หรือ “น้ำตาล” อายุ 26 ปี ผู้เป็นแม่ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการดื่มสุรา ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกชายคนสุดท้องวัยไม่ถึง 8 เดือนเต็ม เธอได้จับน้องใบบุญฟาดเข้ากับฝาผนังปูนอย่างแรง ก่อนจะอุ้มร่างของเด็กน้อยไปโยนทิ้งไว้ที่กองขยะในป่าข้างบ้าน จนเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายร้ายแรงจากปัญหายาเสพติดที่ทำลายสติสัมปชัญญะของคนในครอบครัว อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวได้ที่นี่
2026/06/2-1.jpg" alt="สลดใจ! แม่ทาสยาทำร้ายลูกน้อยวัย 7 เดือนเสียชีวิต พร้อมเปิดคำสารภาพก่อนเข้าเรือนจำ" width="1706" height="960" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?w=1706&ssl=1 1706w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ผลชันสูตรสุดสลด
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างของน้องใบบุญไปให้คุณหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลการชันสูตรที่ออกมานั้นสร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่ได้รับรู้เป็นอย่างมาก โดยคุณหมอพบว่าร่างกายของเด็กน้อยได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ดังนี้:
- กะโหลกศีรษะแตก ซึ่งเกิดจากการถูกกระแทกด้วยความรุนแรง
- ปอดฉีกขาด บ่งบอกถึงแรงกระแทกที่ส่งผลลึกถึงอวัยวะภายใน
- รอยฟกช้ำทั่วร่างกาย แสดงให้เห็นถึงการถูกทำร้ายตามจุดต่างๆ
ในวันนี้ (1 มิ.ย. 2569) เวลา 13.30 น. บรรดาญาติพี่น้อง ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดพิธีฌาปนกิจศพให้กับ เด็กชายธนพร พรมจันทร์ หรือ น้องใบบุญ (อายุ 7 เดือน 13 วัน) ณ วัดอุเบกขาราม หมู่ 3 ตำบลหัวถนน อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
นอกจากน้องใบบุญแล้ว ครอบครัวนี้ยังมีเด็กน้อยที่ต้องรับผลกระทบอีก 3 คน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ มูลนิธิแสงสว่างและมูลนิธิเด็กกำพร้า จังหวัดนครสวรรค์ โดยทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้พาเด็กๆ ทั้ง 3 คนมาร่วมงานศพเพื่อบอกลาน้องชายเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ได้แก่:
- น้องเตอร์ (เด็กชาย) อายุ 8 ปี
- น้องปีใหม่ (เด็กชาย) อายุ 6 ปี
- น้องชมพู่ (เด็กหญิง) อายุ 3 ปี
การดำเนินคดีและคำสารภาพของผู้ก่อเหตุ
ในด้านของคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยได้ตั้งข้อหาหนักกับ น.ส.ศดิภา ผู้เป็นแม่ จำนวน 2 ข้อหาหลัก คือ:
- ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย (โดยมิได้เจตนาฆ่า)
- มีพฤติการณ์ที่เป็นอันตรายต่อบุคคลหรือสังคม
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้นำตัวแม่ผู้ก่อเหตุไปส่งฝากขังที่เรือนจำเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่ น.ส.ศดิภา จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ นักข่าวได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยและสอบถามความรู้สึกของเธอ เมื่อถูกถามว่า “ที่เคยบอกว่าไม่ได้ตีลูกนั้น จริงหรือไม่?” เธอได้ยอมรับตามตรงว่า “ก็มีตีที่แขนบ้างเวลาเอาลูกไปอาบน้ำ”
นอกจากนี้ เธอยังได้ฝากฝังให้คนช่วยดูแลลูกที่เหลืออีก 3 คนเพราะรู้สึกเป็นห่วง แต่เมื่อนักข่าวถามถึงผู้เป็นสามี เธอกลับบอกว่าไม่อยากพูดถึง และไม่รู้จะห่วงไปทำไมเพราะรู้สึกหงุดหงิด ท้ายที่สุดก่อนเดินเข้าห้องขัง เธอได้ให้สัญญาว่าหากพ้นโทษออกมาจากคุก จะไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว
คดีของน้องใบบุญเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า ปัญหายาเสพติดและการขาดความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตร สามารถนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นได้ สังคมและชุมชนจำเป็นต้องช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นครอบครัวที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กบริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเช่นนี้อีก
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับกุมหลังทำร้ายพยาบาลและเผยแพร่ภาพเปลือย
หญิงสติไม่สมประกอบสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมหญิงชาวเชียงรายในคดีฉ้อโกงการลงทุนใน TikTok มูลค่ามหาศาล
ตำรวจคอมมานโดบุกรวบตัวหญิงวัย 57 ปี คาสถานีรถไฟลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับติดตัวในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโนเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมบนเฟซบุ๊กเพื่อชวนเชื่อคนให้สมัครเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก กลุ่มคนร้ายอ้างว่างานนี้ทำง่ายและสร้างรายได้สูงถึงห้าแสนบาทต่อเดือน จนมีเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์เชื่อมต่อเข้าไปคุยในไลน์ จากนั้นถูกหว่านล้อมให้โอนเงินลงทุนร่วมกันจับคู่สินค้าเพื่อรับผลตอบแทนสูงในระยะแรก
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ผู้เสียหายถูกโฆษณาปลอมบนเฟซบุ๊กหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก
- เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,803,195 บาท
- ตำรวจคอมมานโดจับกุมหญิงอายุ 57 ปี เจ้าของบัญชีม้าที่ใช้รับเงินโอนจากเหยื่อรายนี้
- ผู้ต้องหาอ้างว่ามอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นไปเพื่อแลกกับเงินสองพันบาท แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ
กลลวงโอนเงินซ้ำซ้อน 17 ครั้ง
ในช่วงแรกมิจฉาชีพโอนเงินปันผลกลับมาให้เหยื่อ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นคนร้ายเริ่มอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อไม่ให้เหยื่อถอนเงินสดออกมาได้ง่ายๆ เช่น ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบหรือยืนยันสิทธิ์
เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาไปมากถึง 17 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.8 ล้านบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงแน่นอนแล้วจึงตัดสินใจแจ้งความผ่านระบบ ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทันทีเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามคดี
คำให้การที่ขัดแย้งของคนร้าย
จากการสอบสวนเบื้องต้น หญิงผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหลอกลวงออนไลน์ในครั้งนี้ เธอบอกว่าเดินทางไปทำงานเป็นแม่บ้านที่กาสิโนในปอยเปตด้วยพาสปอร์ตที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีชายไทยมาชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร
ผู้ต้องหาอ้างว่าเปิดบัญชีใหม่ไม่ได้ จึงมอบบัตรเอทีเอ็มเก่าของตนเองให้ไปแทน โดยหวังเงินตอบแทนเพียงสองพันบาท ทางตำรวจคอมมานโดระบุว่าคำให้การนี้ยังขัดแย้งกับหลักฐานการโอนเงิน และเชื่อว่าเธออาจเป็นนักพนันในกาสิโน
คำเตือนจากตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนผ่านทาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ระวังโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ มิจฉาชีพมักใช้คำว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรสูงเพื่อดึงดูดความสนใจของเหยื่อที่อยากมีรายได้เสริม
หากมีการอ้างชื่อบริษัทใหญ่หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจโอนเงิน และที่สำคัญที่สุดคือห้ามเปิดบัญชีม้าหรือมอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นเด็ดขาดเพราะมีโทษทางกฎหมายขั้นรุนแรง
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้”ในเชียงใหม่
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้” ในเชียงใหม่
ยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ดจากผู้ลักลอบขนยา">เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิตยาเสพติดชนิดใหม่ที่เรียกว่า “พอร์ตซอมบี้” (Port Zombie) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในหมู่นักท่องเที่ยว
ในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้จับกุมชายชาวจีนและภรรยาชาวไทยพร้อมพวกอีกหลายคน ผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันผลิตและผสมยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งขาย พวกเขามุ่งเป้าไปที่นักท่องราตรีชาวจีนตามสถานบันเทิงต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ:
- ตำรวจภาค 5 บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติด “พอร์ตซอมบี้” คาบ้านหรูในจังหวัดเชียงใหม่
- จับกุมผู้ต้องหาหลักเป็นสามีชาวจีนและภรรยาชาวไทย พร้อมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ
- ยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งสารเอโทมิเดต ยาเค ยาไอซ์ และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
- แก๊งนี้เน้นผลิตและส่งขายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตามสถานบันเทิง
ปฏิบัติการบุกค้นบ้านหรูเชียงใหม่
การตรวจค้นครั้งนี้ ตำรวจพบของกลางจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถยึดสารเอโทมิเดต (Etomidate) ยาเคตามีน และยาไอซ์ได้หลายรายการ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนผสมหลักในการทำยาเสพติด
นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกเพียบ การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของ ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้มานานจนได้หลักฐานที่ชัดเจน
ปฏิบัติการนี้ใช้เวลาวางแผนอย่างรัดกุมหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอาจต่อสู้ได้ตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกจับกุมในครั้งนี้
“พอร์ตซอมบี้” คือยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน ยานี้เกิดจากการนำสารเอโทมิเดตซึ่งเป็นยาสลบในทางการแพทย์ มาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ยาเคและยาไอซ์
เมื่อเสพเข้าไป ผู้เสพจะมีอาการมึนงง ขาดสติ และเดินโซเซคล้ายกับซอมบี้ในภาพยนตร์ ยาชนิดนี้มีอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสพไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรืออาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป การแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องราตรีชาวจีน
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งชาวจีนและคนไทยกลุ่มนี้ทำงานกันเป็นขบวนการใหญ่ พวกเขาเช่าบ้านหรูราคาแพงเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตลับ การทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายขึ้น
ยาเสพติดที่ผสมเสร็จแล้วจะถูกนำไปกระจายตามผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่เชียงใหม่ ลูกค้าหลักของพวกเขาคือนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ธุรกิจมืดนี้สร้างรายได้ผิดกฎหมายให้กับแก๊งนี้อย่างมหาศาล ตำรวจเชื่อว่ายังมีเครือข่ายอื่นที่คอยให้ความช่วยเหลือในการฟอกเงิน และกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการนี้
ตำรวจเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างเด็ดขาด กฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ ทั้งในข้อหาผลิตและค้ายาเสพติด รวมถึงการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสถานบันเทิงต่างๆ อ่านมาตรการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดชนิดใหม่แพร่ระบาดในวงกว้าง
ตำรวจยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้เพิ่มเติม การปราบปรามครั้งนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับชาวเชียงใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน
เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจับกุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก
ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการร้านอาหารต่างเห็นด้วยกับการทำงานที่รวดเร็วของตำรวจ ทุกคนต้องการให้เมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
หากประชาชนพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากทุกคนจะช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
เชียงใหม่ – ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลงานชิ้นโบแดงในการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยสามารถยึดยาบ้าได้มากถึง 15.6 ล้านเม็ด พร้อมด้วยยาไอซ์อีก 254 กิโลกรัม ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอาชญากรรม">กวาดล้างอาชญากรรมอย่างจริงจังเพื่อปกป้องสังคมของเรา
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย จาก 5 คดีสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการยึดรถยนต์ของกลางได้อีก 7 คัน ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ คุณสามารถอ่านข้อมูลอ้างอิงฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ บ้านเมือง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 จับกุมเครือข่ายยาเสพติด 5 คดีสำคัญ รวบผู้ต้องหาได้ 7 ราย
- ยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 15.6 ล้านเม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 254 กิโลกรัม
- ผู้ต้องหา 1 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ขณะขับหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่
- สรุปผลงาน 8 เดือน ตำรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายได้เฉียดพันล้านบาท
ปฏิบัติการไล่ล่าคดีสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ
คดีแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านด่านตรวจ จึงได้ขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งคนขับยอมทิ้งรถและวิ่งหนีเข้าป่าไปได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรถก็พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่กว่า 254 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาล
ต่อมาในวันที่ 30 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมยาบ้าอีก 5.8 ล้านเม็ด คดีนี้กลุ่มคนร้ายมีการใช้รถยนต์เพื่อขับนำทางและคอยดูลาดเลาเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ แต่ก็ไม่รอดพ้นการสืบสวนและสายตาอันเฉียบคมของตำรวจไปได้
การปราบปรามยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น โดยคดีที่สามเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 พฤษภาคม ที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจได้สกัดจับรถยนต์เป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส และสามารถยึดยาบ้าซุกซ่อนในรถได้อีก 3.3 ล้านเม็ด พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย
คดีที่สี่เกิดเหตุระทึกใจกลางเมืองเชียงใหม่ในเช้ามืดวันที่ 1 มิถุนายน เมื่อคนร้ายพยายามเร่งเครื่องยนต์ขับฝ่าหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งรถและวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถตามรวบตัวไว้ได้พร้อมยาบ้ากว่า 1.5 ล้านเม็ด
คนร้ายซิ่งรถแหกด่านจนเกิดอุบัติเหตุสลด
คดีที่ห้าถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาพยายามขับรถกระบะแหกด่านจุดสกัดของตำรวจและหลบหนีด้วยความเร็วสูง รถกระบะของคนร้ายเสียหลักพุ่งชนตอไม้และเนินดินจนพลิกคว่ำอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุทันที
จากการตรวจสอบพื้นที่ท้ายกระบะของรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้จำนวนมากถึง 5 ล้านเม็ด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดลอตใหญ่ที่กำลังเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ได้สรุปภาพรวมการทำงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาว่า ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวมกว่า 20,230 คดี ผลงานเหล่านี้ช่วยลดปัญหายาเสพติดและป้องกันไม่ให้สารเสพติดเหล่านี้หลุดรอดไปทำลายอนาคตของสังคมไทย
นอกจากยึดยาบ้าได้กว่า 360 ล้านเม็ดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ได้สูงถึง 837 ล้านบาท การปราบปรามอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
-
ข่าว - News4 days ago
เสียงแตรของรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
พบศพหญิงคนหนึ่งในป่าจังหวัดเชียงราย โดยศีรษะกระโหลกศีรษะแตก ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อฤดูฝนเริ่มต้น! ชายวัย 44 ปี จมน้ำเสียชีวิตในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
กลุ่มภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ร่วมกันเดินขบวนประท้วงระยะทาง 70 กิโลเมตร เพื่อเปิดเผยการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ






