เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมเชียงราย: แม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์ทะลักตลิ่ง กระทบชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน
เชียงราย – เกิดเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเชียงรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณฝนที่สะสมส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มวลน้ำจากแม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในตำบลป่าอ้อดอนชัยแล้ว
เหตุการณ์นี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองอย่างมาก เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 50 ครัวเรือน ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
- ระดับน้ำล้นตลิ่งฉับพลัน: ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้แม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ตำบลป่าอ้อดอนชัยอย่างรวดเร็ว
- ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก: มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบแล้วอย่างน้อย 50 ครัวเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 5
- ระดมกำลังช่วยเหลือด่วน: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อช่วงสายของวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ระดับน้ำลาวบริเวณขัวร่องขุ่นหล่ายลาวพุ่งสูงถึง 4.69 เมตร อัตราการไหลของน้ำมีความเชี่ยวกรากถึง 209 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่งอย่างรวดเร็วจนชาวบ้านตั้งตัวแทบไม่ทัน
พื้นที่บ้านร่องขุ่น หมู่ 1 ซึ่งอยู่ติดลำน้ำลาว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 10 ครัวเรือน ในขณะเดียวกัน บ้านสันสลี หมู่ 5 ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำกรณ์เข้าท่วมอีก 40 ครัวเรือน สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายศิริมงคล คำดี นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักหลายวันเป็นสาเหตุหลักของอุทกภัยครั้งนี้ ทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกระสอบทรายและถุงยังชีพไว้ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเพียงพอแล้ว
การบูรณาการกำลังช่วยเหลือจากภาครัฐ
การทำงานในขณะนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด กำนันและผู้ใหญ่บ้านต่างลงพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในจุดเสี่ยงตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลง ทางการก็พร้อมที่จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันที
ด้านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเร่งลงพื้นที่ ท่านเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งให้ติดตามระดับน้ำในทุกแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะมีข่าวดีที่ระดับน้ำในจุดวัดโป่งฟูเฟืองเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันยังมีอยู่ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะค่อยๆ คลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในไม่ช้า

คำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับประชาชน
จังหวัดเชียงรายขอความร่วมมือให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ ประชาชนสามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ การเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มาก
หากพบว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนรีบย้ายสิ่งของมีค่าและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงทันที นอกจากนี้ ควรเตรียมชุดปฐมพยาบาล ยารักษาโรค และอาหารแห้งไว้ใช้ในยามจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ความร่วมมือของทุกคนจะช่วยให้ชุมชนของเราผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ขอให้ชาวเชียงรายทุกคนดูแลสุขภาพและระมัดระวังอันตรายจากกระแสน้ำ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สกัดจับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายครั้งใหญ่ พวกเขาสามารถยึดเนื้อหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศจีนได้จำนวนมากถึง 379 กล่อง น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 16.5 ตัน เนื้อหมูเถื่อนเหล่านี้มีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.53 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายอย่างชัดเจน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีเรือสินค้าจากจีนขออนุญาตนำเข้าสินค้า เมื่อตรวจสอบเอกสาร ผู้ขนส่งได้แจ้งว่าสินค้าในตู้ห้องเย็นคือผักสดชนิดต่างๆ สินค้าที่แจ้งไว้ได้แก่ ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหอม จำนวนรวมทั้งหมด 930 กล่อง
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดเนื้อหมูลักลอบนำเข้าจากจีน 16.5 ตัน มูลค่า 1.53 ล้านบาท
- ผู้กระทำผิดพยายามตบตาโดยแจ้งเอกสารเท็จว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งผักสด
- สินค้าไม่มีใบอนุญาตนำเข้าและใบรับรองปลอดโรค เสี่ยงนำเชื้อโรคเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อเพียงแค่เอกสารสำแดงสินค้า ด่านศุลกากรจึงได้ใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบตู้สินค้าอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจสอบ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่าเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์และด่านอาหารและยาเชียงแสนได้เข้าร่วมภารกิจสำคัญนี้ด้วย ผลการตรวจสอบพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ใช่ผักสดตามที่แจ้งไว้
เจ้าหน้าที่พบว่าภายในกล่องมีการซุกซ่อนห่อบรรจุเนื้อหมูจำนวนมากแทนที่จะเป็นผัก เนื้อหมูทั้งหมด 379 กล่องนี้ไม่เคยมีการแจ้งในเอกสารล่วงหน้ามาก่อน ที่สำคัญคือเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่มีเอกสารรับรองการตรวจโรคหรือใบอนุญาตนำเข้าใดๆ การนำเข้าเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านด่านตรวจโรคถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง

ดำเนินคดีเด็ดขาด ป้องกันโรคระบาด
เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดเนื้อหมูทั้งหมดไว้เป็นของกลางทันที หลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ผู้กระทำผิดยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รัดกุมของเจ้าหน้าที่
การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เนื้อหมูเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคระบาดสัตว์ร้ายแรงมาสู่ฟาร์มในประเทศได้ โรคระบาดสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูชาวไทย ดังนั้นการสกัดจับที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่จึงช่วยป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากรถเก๋งสีขาวที่ตัดสินใจกลับรถกะทันหันในจุดห้ามเลี้ยว ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของนักเรียนพุ่งชนเข้าอย่างรุนแรง
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าตลาดสดป่างิ้ว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ในช่วงเช้าที่ทุกคนกำลังเร่งรีบ นักเรียนทั้งสองคนกำลังเดินทางไปโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวไปทัศนศึกษา แต่การเดินทางของพวกเขาต้องหยุดชะงักลงและจบลงที่โรงพยาบาล
ประเด็นสำคัญ
- รถเก๋งขาวทำผิดกฎจราจรอย่างชัดเจน โดยการกลับรถตัดหน้ากะทันหันบริเวณเส้นทึบคู่
- นักเรียนหญิงวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสทางสมอง และยังคงอยู่ในอาการโคม่า
- ครอบครัวผู้บาดเจ็บเรียกร้องความยุติธรรม ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานจากวงจรปิด
ข้อมูลจากตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยรถเก๋งโตโยต้าสีขาวซึ่งขับโดยหญิงวัย 56 ปี ได้ชะลอความเร็วลงที่ข้างทาง ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวกลับรถกะทันหันกลางถนน
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงแบบสองช่องจราจร และมีเส้นจราจรทึบคู่แสดงไว้อย่างชัดเจน สัญลักษณ์นี้หมายความว่าห้ามแซงและห้ามกลับรถอย่างเด็ดขาด การฝ่าฝืนกฎจราจรในครั้งนี้ นำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในจังหวะเดียวกันนั้น รถจักรยานยนต์ของนักเรียนก็ขับตามมาในทางตรง คนขี่คือเด็กชายวัย 14 ปี และมีเด็กหญิงวัย 15 ปีเป็นคนซ้อนท้าย เมื่อรถเก๋งตัดหน้าในระยะประชิด พวกเขาไม่สามารถเบรกหรือหักหลบได้ทัน รถจักรยานยนต์จึงพุ่งชนเข้าที่ช่วงกลางของรถเก๋งอย่างรุนแรง
อาการบาดเจ็บ และการเรียกร้องความรับผิดชอบ
แรงปะทะจากอุบัติเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย คนขับรถเก๋งถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ขณะที่เด็กนักเรียนทั้งสองคนมีอาการสาหัสมาก เด็กชายที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์กระดูกขาหัก และยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
ส่วนอาการที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ นางสาวสุทธิดา หรือน้องข้าวหอม เยาวชนหญิงวัย 15 ปี ศีรษะของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทก ทีมแพทย์ต้องทำการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน และปัจจุบันเธอยังคงอยู่ในอาการโคม่า
หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.ธรรมปพน คำยศ พนักงานสอบสวน สภ.เวียงป่าเป้า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญทั้งหมด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าตลาดสด เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยบนท้องถนน
เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้งสองคนเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการเรียกร้องให้คนขับรถเก๋งคู่กรณี ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
อุบัติเหตุหน้าตลาดสดป่างิ้วครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มตระหนักถึงอันตรายบนท้องถนนมากขึ้น บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน และมักจะมีการฝ่าฝืนกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง การตีเส้นทึบคู่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่ผู้ขับขี่บางคนก็ยังเลือกที่จะละเลย
ความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความมักง่าย เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้เสมอ หากทุกคนบนท้องถนนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ครอบครัวของผู้บาดเจ็บหวังว่าคดีนี้จะได้รับความเป็นธรรม และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย – เช้าตรู่วันที่ 19 กันยายน เจ้าหน้าที่ทหารได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับ ว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พวกเขาได้จัดกำลังพลตั้งจุดสกัดบนทางหลวงหมายเลข 1089 สายแม่จัน-แม่อาย จุดสกัดนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านห้วยมะหินฝน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
กระทั่งเวลาประมาณ 07.40 น. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว รถคันนี้ติดป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงรายขับลงเขามาตามเส้นทาง ทหารจึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ แต่คนขับรถกลับเร่งเครื่องยนต์พุ่งแหกด่านหนีไปอย่างรวดเร็ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทหารพรานตั้งจุดสกัดจับรถต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย
- คนขับรถเก๋งเร่งเครื่องแหกด่านหนี ก่อนรถเสียหลักตกลงไปข้างทาง
- เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ น้ำหนักรวมมากถึง 72 กิโลกรัม
ไล่ล่าระทึกกลางเขา
เจ้าหน้าที่ทหารพรานไม่รอช้า รีบนำยานพาหนะออกไล่ล่าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด การไล่ล่าเกิดขึ้นเพียงระยะทางสั้นๆ ก่อนที่รถของคนร้ายจะสูญเสียการควบคุม รถเก๋งสีขาวพุ่งตกลงไปในพงหญ้าข้างทางอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม คนขับรถได้อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบภายในรถที่พังเสียหาย พวกเขาพบหลักฐานชิ้นสำคัญซุกซ่อนอยู่ มีกระสอบฟางหลากสีถูกวางไว้ภายในรถอย่างมิดชิด เมื่อเปิดดูด้านในพบยาไอซ์บรรจุอยู่จำนวน 3 กระสอบใหญ่ แต่ละกระสอบมีน้ำหนักมากถึง 24 กิโลกรัม ทำให้มียาเสพติดที่ยึดได้รวมทั้งหมด 72 กิโลกรัม
เร่งขยายผลจับกุม
เจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจยึดยาไอซ์และรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลางทั้งหมด จากนั้นจึงส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่จันรับช่วงต่อ ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนขับมารับโทษตามกฎหมาย การทำงานที่รวดเร็วนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดผ่านแนวชายแดนยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พื้นที่ภูเขาและป่าทึบในภาคเหนือมักถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดตลอดเวลา คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปราบปรามยาเสพติด ในประเทศไทยได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ
พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล





