Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

วิกฤตแม่น้ำกก: “ฆาตกรเงียบ” สีแดงขุ่น ภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่กำลังทำลายล้างเชียงราย

Naree Srisuk

Published

on

วิกฤตแม่น้ำกก: "ฆาตกรเงียบ" สีแดงขุ่น ภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่กำลังทำลายล้างเชียงราย

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – แม่น้ำกกที่เคยใสสะอาดและเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ของชาวเชียงราย วันนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กระแสน้ำที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตกลับกลายเป็นสีแดงขุ่นและเต็มไปด้วยตะกอน ปัญหาลักลอบปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง แต่กำลังลุกลามกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่แทรกซึมไปทั่วทั้งลุ่มน้ำ และผลกระทบของมันกำลังขยายวงกว้างออกไปทุกขณะ

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกแม่น้ำสายนี้ด้วยความหวาดผวาว่า “ฆาตกรเงียบ” เพราะภายใต้ผิวน้ำที่เปลี่ยนสี คือแหล่งสะสมของสารพิษร้ายแรงในชั้นตะกอน ที่กำลังรอเวลาพรากชีวิตทุกสิ่งที่ขวางหน้า นี่คือเรื่องราวของวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ ที่เราทุกคนต้องหันมาใส่ใจก่อนที่จะสายเกินไป

จุดเริ่มต้นของหายนะ: จากเหมืองในเมียนมาสู่สายน้ำไทย

ต้นตอของวิกฤตสารพิษนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ไหลข้ามพรมแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มลพิษทางน้ำที่รุนแรงนี้มีต้นกำเนิดมาจากเหมืองแร่ที่ดำเนินการโดยกลุ่มทุนจีน ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา

ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา สารพิษจากการทำเหมืองแร่ได้ถูกปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีระบบการบำบัดที่ได้มาตรฐาน สารเคมีเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพื้นที่ทำเหมือง แต่ได้ไหลซึมและแพร่กระจายลงสู่แม่น้ำสายสำคัญหลายสาย ทั้งแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และไหลมาบรรจบที่แม่น้ำโขง รวมถึงแม่น้ำกกในจังหวัดเชียงราย

การเดินทางของสารพิษข้ามพรมแดนนี้ เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ ทำให้การจัดการและเอาผิดผู้กระทำผิดเป็นไปได้ยาก ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศกำลังดำเนินไปอย่างล่าช้า ธรรมชาติและชีวิตของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำก็กำลังถูกทำลายลงทุกวัน

เปิดข้อมูลน่าตกใจ: สารโลหะหนักในสายน้ำ

จากการลงพื้นที่สำรวจและเก็บ ตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป น้ำที่ดูขุ่นมัวนั้นเต็มไปด้วยสาร “โลหะหนัก” ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์อย่างร้ายแรง

โลหะหนักเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่หายไปแม้จะนำน้ำไปต้มให้เดือด ข้อมูลจากการตรวจสอบพบสารพิษหลักๆ ดังนี้:

  • สารหนู (Arsenic): สารพิษร้ายแรงที่เมื่อสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง และทำลายระบบผิวหนัง
  • ตะกั่ว (Lead): ส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจทำให้พัฒนาการทางสมองช้าลง
  • แคดเมียม (Cadmium): สารอันตรายที่ทำลายการทำงานของไต และเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน หรือโรค “อิไต-อิไต” ที่ทำให้กระดูกเปราะและเจ็บปวดอย่างรุนแรง
  • ปรอท (Mercury): สารพิษที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งในแหล่งน้ำ เพราะสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อของสัตว์น้ำได้อย่างง่ายดาย

สารพิษเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการดื่มน้ำ การใช้น้ำในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญที่สุดคือผ่าน “ห่วงโซ่อาหาร”

ภัยร้ายในจานอาหาร: เมื่อสารปรอทซึมลึกสู่เนื้อปลา

ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดของการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารปรอท คือกระบวนการสะสมทางชีวภาพ (Bioaccumulation) เมื่อสารปรอทตกลงสู่ก้นแม่น้ำ แบคทีเรียในตะกอนดินจะเปลี่ยนรูปปรอทให้กลายเป็นสารอินทรีย์ที่เรียกว่า “เมทิลเมอร์คิวรี” (Methylmercury) ซึ่งเป็นพิษสูงมาก

  1. แพลงก์ตอนและพืชน้ำขนาดเล็กดูดซับสารพิษนี้เข้าไป
  2. ปลาขนาดเล็กกินแพลงก์ตอน ทำให้สารพิษเริ่มสะสมในตัวปลา
  3. ปลาขนาดใหญ่กินปลาขนาดเล็ก สารพิษจึงเพิ่มปริมาณความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
  4. ท้ายที่สุด เมื่อมนุษย์จับปลาเหล่านั้นมาทำอาหาร สารพิษทั้งหมดก็จะตกทอดมาสู่ร่างกายของเรา

ด้วยเหตุนี้ สัตว์น้ำที่จับได้จากแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงในเวลานี้ จึงกลายเป็นพาหะนำโรคร้ายชั้นดี ชาวบ้านที่พึ่งพาปลาจากแม่น้ำเป็นแหล่งอาหารหลัก กำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ประกาศเตือนด่วน: งดบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง

ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง ทางหน่วยงานราชการของจังหวัดเชียงรายจึงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน โดยแนะนำให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำทุกชนิด ที่จับได้จากแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงในระยะนี้

การออกประกาศเตือนดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา แม้ว่านี่จะเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่น

ชาวประมงพื้นบ้านหลายร้อยครอบครัวต้องสูญเสียรายได้หลัก ร้านอาหารริมแม่น้ำที่เคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาลิ้มลองเมนูปลาแม่น้ำ ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน บางร้านต้องเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบจากการเพาะเลี้ยงในบ่อปิดแทน ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่า

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศเตือนภัยของจังหวัดเชียงรายได้ที่นี่

เสียงสะท้อนจากริมฝั่งน้ำ: ชีวิตที่ต้องอยู่กับความหวาดผวา

การใช้ชีวิตอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกกในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์อีกต่อไป จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ หลายคนแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดถึงความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

“แต่ก่อนเราลงไปอาบน้ำ ลงไปซักผ้า จับปลามากินได้สบายใจ” ลุงสมชาย ชาวบ้านในอำเภอเมืองเชียงรายกล่าว “แต่ตอนนี้แค่น้ำกระเด็นโดนผิวก็ยังคันเลย สีน้ำมันแดงขุ่นเหมือนสนิม ไม่มีใครกล้าจับปลามากินอีกแล้ว เรากลัวว่าวันหนึ่งสารพิษมันจะสะสมจนเราป่วยกันหมด”

ความกลัวนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง การสัมผัสน้ำที่มีสารโลหะหนักโดยตรง แม้จะไม่ได้ดื่มกิน ก็อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ทางผิวหนังรุนแรงได้ ยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรที่ต้องสูบน้ำจากแม่น้ำไปใช้รดพืชผักทางการเกษตร ก็มีความกังวลว่าพืชผลของตนจะดูดซับสารพิษเข้าไปด้วย ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของเชียงรายถูกปฏิเสธจากตลาด

ผลกระทบที่ขยายวงกว้าง: จากสิ่งแวดล้อมสู่เศรษฐกิจ

วิกฤตแม่น้ำกกไม่ได้ทำลายแค่สุขภาพของคน แต่กำลังทำลายระบบเศรษฐกิจของลุ่มน้ำด้วย

  • ภาคการประมง: หยุดชะงักอย่างสิ้นเชิง สัตว์น้ำตายลอยเกลื่อน หรือถ้าไม่ตายก็มีสารพิษปนเปื้อนจนขายไม่ได้
  • ภาคการเกษตร: นาข้าวและสวนผักที่พึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกก มีความเสี่ยงที่จะปนเปื้อนสารโลหะหนัก ทำให้ความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของเชียงรายลดลง
  • ภาคการท่องเที่ยว: เชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นเรื่องธรรมชาติ แต่เมื่อสายน้ำหลักเต็มไปด้วยสารพิษ ทัศนียภาพที่สวยงามก็หายไป นักท่องเที่ยวเริ่มลังเลที่จะเดินทางมาพักผ่อนริมแม่น้ำ หรือทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น การล่องเรือ

ความเสียหายเหล่านี้คิดเป็นมูลค่ามหาศาล และหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผลกระทบจะยิ่งฝังลึกและใช้เวลาฟื้นฟูนานหลายสิบปี

ทางออกอยู่ที่ไหน? การแก้ปัญหาที่ต้องทำทันที

การจะหยุดยั้ง “ฆาตกรเงียบ” สายนี้ ไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือในหลายระดับ:

1. การเจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน

รัฐบาลไทยต้องยกระดับปัญหานี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ และเร่งเจรจากับทางการเมียนมา รวมถึงกดดันกลุ่มทุนจีนที่เป็นเจ้าของเหมืองแร่ ให้หยุดการปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทันที ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง

2. การเฝ้าระวังและตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์

ควรมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำตลอดแนวแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง เพื่อรายงานระดับมลพิษให้ประชาชนทราบแบบเรียลไทม์ ข้อมูลที่โปร่งใสจะช่วยให้ชาวบ้านเตรียมรับมือและหลีกเลี่ยงอันตรายได้ทันท่วงที

3. การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงพื้นบ้าน และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ รวมถึงการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำรองสำหรับการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ

4. การฟื้นฟูระบบนิเวศ

เมื่อสามารถหยุดการปล่อยสารพิษจากต้นทางได้แล้ว กระบวนการฟื้นฟูธรรมชาติจะต้องเริ่มขึ้นทันที แม้จะต้องใช้เวลานานและใช้งบประมาณมหาศาลในการบำบัดตะกอนใต้น้ำ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อนำแม่น้ำกกที่สะอาดกลับคืนมา

สรุป: อนาคตของสายน้ำ อนาคตของชีวิต

วิกฤตสารพิษในแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เป็นบททดสอบสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่มีเส้นแบ่งพรมแดน สารพิษที่เกิดจากความมักง่ายในการทำธุรกิจในประเทศหนึ่ง สามารถไหลมาทำลายชีวิตและธรรมชาติในอีกประเทศหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

ในวันนี้ที่น้ำในแม่น้ำกกยังคงเป็นสีแดงขุ่นมัว เราไม่สามารถนั่งรอให้ธรรมชาติเยียวยาตัวเองได้อีกต่อไป ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก่อนที่ “ฆาตกรเงียบ” ตัวนี้จะพรากชีวิตของชาวเชียงราย และทำลายระบบนิเวศของสายน้ำไปอย่างถาวร

สายน้ำคือชีวิต หากเราปล่อยให้สายน้ำตาย ชีวิตริมฝั่งน้ำก็ไม่อาจอยู่รอดได้เช่นกัน.

ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?

กรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) กำลังดำเนินการฝึกซ้อมขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงรายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูฝน

 

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน

คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
  • คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
  • คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ

คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง

นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ

คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.

สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา

เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

Naree Srisuk

Published

on

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย

ยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

ประเด็นสำคัญ

  • จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
  • การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
  • อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต

หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
  • กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
  • ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ

เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ

หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป

ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว

สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ

ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง

ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

พาเที่ยวงาน Freedom 250 อเมริกันแฟร์ เชียงใหม่ สุดยิ่งใหญ่
เชียงใหม่ - Chiang Mai8 hours ago

งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

AIS ได้เผยแพร่ "รายงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ปี 2026" แล้ว
เทคโนโลยี - Tech9 hours ago

AIS ได้เผยแพร่ “รายงานข่าวความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยประจำปี 2026” แล้ว

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
เชียงใหม่ - Chiang Mai1 day ago

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
ข่าวกีฬา Sports1 day ago

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

สลด! น้ำป่าพัดหญิงวัย 54 ปีดับ พบศพห่าง 5 กม. ที่แม่สรวย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบศพหญิงอายุ 54 ปี จากเชียงราย ที่ถูกกระแสน้ำท่วมฉับพลันพัดพาไปแล้ว

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance2 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว

Download Our App

Trending